จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

ตอนที่ 8 — เงามารบรรพกาลคืบคลาน: พลังจากอเวจี

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

358 ตอน · 1,363 คำ

เฮ่ยเทียนยืนนิ่งดุจรูปปั้นหิน ทั่วทั้งร่างปวดร้าวราวกับถูกบดขยี้ เส้นเอ็นและกระดูกส่งเสียงกรอบแกรบทุกครั้งที่เขาขยับ กล้ามเนื้อที่ฉีกขาดกำลังสั่นเทา บ่งบอกถึงการใช้พลังที่เกินขีดจำกัดไปมาก เลือดสียามราตรีที่เคยไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งในกายบัดนี้เหือดแห้ง พลังมารที่เคยก่อตัวเป็นคลื่นกระหน่ำในเส้นเลือดก็มลายหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า ‌แต่กระนั้น ความเจ็บปวดทางกายทั้งหมดก็ยังไม่อาจเทียบได้กับความหวาดผวาอันเย็นยะเยือกที่พุ่งเข้าเกาะกุมจิตใจของเขาในยามนี้

เสียงคำรามเมื่อครู่ไม่ได้มาจากอสูรทมิฬมายาที่เขาเพิ่งขับไล่ไป หากแต่เป็นเสียงที่เก่าแก่และชั่วร้ายกว่านั้นหลายเท่า มันมาจากส่วนลึกที่สุดของถ้ำ ซึ่งเป็นที่ที่แม้แต่จอมมารในตำนานก็ยังไม่กล้าเหยียบย่างเข้าไป ด้วยพลังมารระดับสอง ‘โลหิตอสูรคำราม’ เฮ่ยเทียนได้เปิดประตูบานหนึ่งออก ​ประตูที่นำไปสู่มิติแห่งความมืดมิดและหายนะที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง และบัดนี้สิ่งที่อยู่หลังประตูนั้นกำลังฉีกกระชากมิติเพื่อปรากฏตัวต่อหน้าเขา

หลงชิง ศิษย์ทรยศที่กำลังจะถูกเฮ่ยเทียนตัดสินโทษ บัดนี้ตัวสั่นงันงกยิ่งกว่าใบไม้ต้องลม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สีหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดเหงื่อเย็นเยียบไหลซึมออกมาจากทุกรูขุมขน เขาไม่ได้สนใจเฮ่ยเทียนอีกต่อไปแล้ว ‍สายตาของเขาจับจ้องไปยังรอยฉีกขาดสีดำสนิทกลางอากาศเบื้องหน้า รอยแยกนั้นขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับกระแสพลังงานที่หนาวเหน็บและหนักอึ้งดุจภูผาถล่มทลาย ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความตายและความพินาศออกมา มันเป็นกลิ่นอายที่เกินกว่าสิ่งมีชีวิตใด ๆ จะทนทานได้ ‌เพียงแค่สัมผัส ความรู้สึกของจิตใจที่ถูกกัดกร่อนก็ปรากฏขึ้น หัวใจของหลงชิงเต้นระรัวราวจะทะลุอก เขาถอยหลังอย่างไม่คิดชีวิต พยายามจะหนีให้ห่างจากภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ขาทั้งสองข้างของเขากลับอ่อนแรงจนแทบจะก้าวไม่ออก

“ระบบแจ้งเตือน! ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมระดับสูงสุด! เป็นไปได้ว่าเป็นพลังงานจากมิติโบราณหรือจากสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระดับ ‍‘อสูรบรรพกาล’ โปรดระวัง! พลังงานนี้เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อผู้ใช้ระบบ!” เสียงของระบบดังขึ้นในจิตใจของเฮ่ยเทียน เป็นครั้งแรกที่เสียงของระบบปรากฏขึ้นพร้อมกับความเร่งด่วนและกังวลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ปกติระบบจะแจ้งเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชาและราบเรียบ แต่คราวนี้ มันมีความตื่นตระหนกแฝงอยู่จนสัมผัสได้

เฮ่ยเทียนกัดฟันแน่น ​เขายังคงยืนหยัดด้วยความทรมาน แต่สายตาของเขามุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ “อสูรบรรพกาล... นั่นมันอะไรกันแน่? และทำไมมันถึงมาปรากฏตัวที่นี่?” เขากระซิบถาม ระบบไม่ตอบคำถามนั้นทันที ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูลที่มหาศาลเกินกว่าจะเข้าใจได้ในทันที

รอยแยกบนมิติฉีกขาดกว้างขึ้นเรื่อย ​ๆ จนกลายเป็นประตูสู่ความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต ภายในนั้น มีเพียงความมืดมิดที่ดูดกลืนทุกสิ่ง แสงสว่างใด ๆ ที่พยายามจะส่องผ่านเข้าไปก็มลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง จากเบื้องลึกของประตูนั้น ​เงาร่างมหึมาที่มองไม่เห็นขอบเขตค่อย ๆ ปรากฏตัวออกมา มันเป็นเงาที่บิดเบี้ยวและมืดมิดยิ่งกว่าราตรีที่ไร้ดวงดาว เงาของมันทอดทับไปทั่วทั้งถ้ำ ทำให้ทุกสิ่งพลันมืดมิดลงอีกหลายเท่า ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านออกมานั้นไม่ได้เป็นความหนาวเย็นธรรมดา หากแต่เป็นความหนาวเย็นที่กัดกินวิญญาณ ทำให้เลือดในกายราวกับจะหยุดไหล หัวใจของเฮ่ยเทียนที่อ่อนแรงอยู่แล้วกลับบีบรัดตัวอย่างรุนแรง เขาพยายามรวบรวมพลังมารที่เหลืออยู่น้อยนิด แต่กลับพบว่าแม้แต่จิตวิญญาณมารของเขาก็ยังสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้

เงาร่างนั้นมีขนาดมหึมาจนไม่อาจประเมินได้ มันดูเหมือนก้อนเมฆทมิฬที่อัดแน่นไปด้วยความชั่วร้าย หรืออาจจะเป็นภูเขาทั้งลูกที่ถูกห่อหุ้มด้วยรัศมีแห่งการทำลายล้าง รูปร่างของมันไม่ตายตัว บิดเบี้ยวไปมาอย่างประหลาด ราวกับมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ของสามัญสำนึก ทว่าในความบิดเบี้ยวนั้น ดวงตาขนาดใหญ่ดุจดวงจันทร์สีแดงฉานคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางเงามืด ดวงตานั้นไร้แววใด ๆ นอกจากการทำลายล้างและความว่างเปล่า มันจ้องมองมาที่เฮ่ยเทียน ราวกับว่าเขาเป็นเพียงมดปลวกตัวเล็ก ๆ ที่สมควรจะถูกกำจัดทิ้งโดยไม่จำเป็นต้องสนใจอะไร

“นี่มันพลังอะไรกัน…” หลงชิงครางออกมาเสียงสั่น เขาเห็นดวงตาคู่นั้นก็แทบจะสิ้นสติ ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว เขาพยายามจะคลานหนี แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง หัวใจของเขาเต้นรัวจนเจ็บปวดไปทั่วทั้งอก ความจริงที่ว่าเขาได้พบกับสิ่งที่น่ากลัวเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกเสียใจกับการกระทำทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิต การทรยศอาจารย์ การลอบสังหารเฮ่ยเทียน ทุกสิ่งดูเป็นเรื่องไร้สาระไปเลยเมื่อเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าเบื้องหน้านี้

เฮ่ยเทียนเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน เขาเคยเผชิญหน้ากับความตายมาหลายครั้ง เคยถูกทรยศ เคยถูกทอดทิ้ง เคยถูกสาปให้เป็นมาร แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขารู้สึกสิ้นหวังและไร้หนทางเท่านี้มาก่อน พลังมารของเขาเหือดแห้ง การบาดเจ็บของเขารุนแรงเกินกว่าจะต่อสู้ได้ สภาพร่างกายของเขาตอนนี้ไม่อาจแม้แต่จะวิ่งหนีจากศัตรูระดับต่ำสุดได้ด้วยซ้ำ แล้วจะไปต่อกรกับสิ่งมีชีวิตที่ระบบเรียกว่า ‘อสูรบรรพกาล’ ได้อย่างไร?

“ระบบยังมีวิธีอื่นอีกหรือไม่? พลังมารของข้าหมดสิ้นแล้ว แม้แต่ ‘โลหิตอสูรคำราม’ ก็ไม่อาจใช้ได้อีก” เฮ่ยเทียนถามด้วยเสียงที่แหบแห้ง แต่กระนั้นก็ยังแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้น ระบบเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ผิดปกติ “ระบบกำลังค้นหา... ตรวจพบเส้นทางพลังงานที่คล้ายคลึงกับแหล่งกำเนิดพลังงานปัจจุบันภายในตัวผู้ใช้… แต่เส้นทางนี้ถูกปิดผนึกไว้แน่นหนา จำเป็นต้องใช้ ‘กุญแจ’ หรือ ‘พลังงานที่มีคุณสมบัติเฉพาะ’ ในการปลดผนึก”

“เส้นทางพลังงานที่คล้ายคลึง? กุญแจ?” เฮ่ยเทียนทวนคำ เขารู้สึกถึงความหวังริบหรี่ แต่ก็ไม่เข้าใจ “พลังงานที่มีคุณสมบัติเฉพาะ? อะไรคือคุณสมบัติเฉพาะนั้น?”

ระบบยังคงเงียบงัน แต่เงาร่างมหึมาเบื้องหน้ากลับเริ่มเคลื่อนไหว ดวงตาคู่แดงฉานกวาดมองไปทั่วถ้ำ และหยุดลงที่เฮ่ยเทียนอีกครั้ง มันยื่นแขนข้างหนึ่งออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว แขนนั้นใหญ่โตราวกับลำต้นของต้นไม้โบราณที่เก่าแก่กว่ายุคสมัยของมนุษย์ ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิทที่แวววาวราวกับโลหะ และมีกรงเล็บแหลมคมที่ยาวเหยียดออกมาจากปลายนิ้ว ทุกการเคลื่อนไหวของมันส่งผลให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวและสั่นสะท้าน ผนังถ้ำที่แข็งแกร่งปานศิลาเหล็กบัดนี้กลับแตกร้าวราวกับกระดาษ ก้อนหินขนาดมหึมาที่อยู่รอบตัวเริ่มลอยขึ้นกลางอากาศราวกับไร้น้ำหนัก ก่อนจะระเบิดออกเป็นผงธุลีเมื่อถูกสัมผัสด้วยรัศมีพลังงานของเงาร่างนั้น

“ไม่... ไม่นะ!” หลงชิงกรีดร้องเสียงหลง เมื่อเห็นกรงเล็บนั้นกำลังเล็งเป้าหมายมาที่เขาและเฮ่ยเทียน เขารวบรวมพลังปราณเฮือกสุดท้าย กลิ้งตัวออกไปจากจุดเดิมอย่างบ้าคลั่ง หวังจะหลบหนีจากเงื้อมมือของความตาย แต่ความเร็วของเขานั้นช่างไร้ความหมายเมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้า

กรงเล็บขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่ เฮ่ยเทียนไม่หลงชิง หากแต่กวาดผ่านอากาศเบื้องหน้าพวกเขาทั้งสอง ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ แรงลมจากการเคลื่อนไหวของมันรุนแรงราวพายุเฮอร์ริเคน พัดพาเอาฝุ่นละอองและเศษหินไปทั่ว แรงกดดันที่เกิดขึ้นทำให้เฮ่ยเทียนต้องใช้พลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อยึดเท้าไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ลมหายใจของเขาติดขัด ราวกับปอดถูกบีบอัดจนแบนราบ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับน่าตกใจยิ่งกว่า แขนของเงาร่างนั้นไม่ได้ฟาดฟันเข้าใส่ แต่กลับกางนิ้วออกช้า ๆ ราวกับจะหยิบจับบางสิ่ง ทันใดนั้น แรงดึงดูดที่มองไม่เห็นก็ปรากฏขึ้น พลังงานบางอย่างเริ่มพุ่งเข้าหาเงาร่างนั้นอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่เฮ่ยเทียน ไม่ใช่หลงชิง แต่มันคือพลังงานจาก ‘ผนึกมาร’ ที่เฮ่ยเทียนได้ปลดปล่อยออกมาเมื่อใช้ ‘โลหิตอสูรคำราม’ พลังมารมหาศาลที่ถูกกักเก็บอยู่ในผนึกมารนับพันปี บัดนี้กำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของอสูรบรรพกาลอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังป้อนอาหารให้แก่สิ่งมีชีวิตที่อดอยากมานานแสนนาน

“ระบบแจ้งเตือน! อสูรบรรพกาลกำลังดูดกลืนพลังงาน ‘ผนึกมาร’ เพื่อเร่งการถือกำเนิดอย่างสมบูรณ์! หากปล่อยให้มันทำสำเร็จ พลังของมันจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และอาจเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของโลกใบนี้!” ระบบเตือนด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม เฮ่ยเทียนกัดริมฝีปากแน่น เขามองดูพลังมารที่เคยเป็นของเขาถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้า ความรู้สึกโกรธแค้นและสิ้นหวังปะปนกันอยู่ในใจ เขารู้สึกได้ว่าพลังมารที่เคยหลับใหลในกายของเขากำลังถูกกระตุ้น แต่ไม่ใช่ในทางที่ดี มันกลับถูกดึงดูดด้วยพลังงานเดียวกันกับที่อสูรบรรพกาลกำลังดูดกลืน

“ผู้ใช้ระบบกำลังถูกชักนำโดยพลังงานจากอสูรบรรพกาล! พลังมารในกายของผู้ใช้ระบบกำลังตอบสนองและถูกดึงดูดเข้าหาสิ่งนั้น!”

เฮ่ยเทียนรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังดึงรั้งเขาเข้าไปในรอยแยกมิติแห่งความมืดมิด เขาพยายามขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่ร่างกายที่อ่อนแรงกลับไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดที่ทรงพลังนั้นได้ ขาของเขาเริ่มลอยขึ้นจากพื้น ร่างกายถูกลากเข้าไปใกล้รอยแยกมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับเศษไม้ชิ้นเล็ก ๆ ที่ถูกพายุหมุนดูดกลืน

“ไม่! ข้ายังตายไม่ได้! ข้ายังต้องแก้แค้น!” เฮ่ยเทียนคำรามออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ ความแค้นที่เขาสั่งสมมาเป็นเวลานาน ความปรารถนาที่จะทวงคืนความยุติธรรม มันเป็นแรงผลักดันเดียวที่ทำให้เขายังคงต่อสู้กับชะตากรรมอันโหดร้ายนี้ เขากัดฟันแน่น รวบรวมพลังแห่งความมุ่งมั่นทั้งหมดที่เขามี แสงสีแดงฉานวูบไหวจากดวงตาของเขา แม้พลังมารจะเหือดแห้ง แต่จิตวิญญาณแห่งจอมมารของเขากลับลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

แต่ก็ไม่ทันการ รอยแยกมิติกำลังดูดกลืนพลังมารทั้งหมดจากผนึกมาร และดูดกลืนเฮ่ยเทียนเข้าไปพร้อมกัน ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสของเขาถูกฉุดกระชากเข้าไปในความมืดมิด ดวงตาคู่แดงฉานของอสูรบรรพกาลจ้องมองเขาด้วยความเฉยเมย ราวกับเห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังงานที่มันกำลังจะกลืนกิน

“ระบบแจ้งเตือน! ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของพลังงานภายในตัวผู้ใช้ระบบอย่างรุนแรง! พลังงานบรรพกาลกำลังหลอมรวมกับผู้ใช้ระบบ!”

ก่อนที่เฮ่ยเทียนจะหมดสติ เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงกว่าครั้งใด ๆ ราวกับกระดูกทุกซี่ในร่างกายกำลังถูกบดขยี้ เลือดสียามราตรีปะทุออกมาจากทุกรูขุมขน และในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดนั้น เขาได้ยินเสียงคำรามที่เก่าแก่ยิ่งกว่ากาลเวลา ไม่ใช่เสียงคำรามของอสูรบรรพกาล แต่เป็นเสียงคำรามที่มาจากส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณของเขาเอง ราวกับมีบางสิ่งในตัวเขาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับการถูกดูดกลืนเข้าไปในมิติแห่งความมืดมิดอันไร้ขอบเขตนั้น

ทั่วทั้งร่างของเฮ่ยเทียนถูกความมืดมิดกลืนกิน ท่ามกลางกระแสพลังงานที่บิดเบี้ยวและมหาศาล เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ใด หรือจะกลายเป็นอะไร ในชั่ววินาทีสุดท้ายที่สติของเขากำลังดับวูบลง เขามองเห็นแสงสว่างสีเขียวมรกตเรืองรองขึ้นจากเบื้องลึกของความมืด แสงนั้นไม่ใช่แสงธรรมดา หากแต่เป็นอักษรรูนโบราณนับพันนับหมื่นตัวที่หมุนวนรอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว อักษรเหล่านั้นส่องประกายเรืองรองราวกับดาวฤกษ์ในห้วงอวกาศ ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าสู่ร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง สลักลึกเข้าไปในทุกอณูของเซลล์ และความเจ็บปวดที่เหนือจินตนาการก็เข้าโจมตีเฮ่ยเทียนอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชากออกจากร่าง แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีพลังงานบางอย่างที่เก่าแก่และคุ้นเคยอย่างประหลาดกำลังไหลเวียนเข้ามาแทนที่... พลังงานที่ไม่ได้มาจากระบบ แต่มาจากส่วนลึกที่สุดของตัวเขาเอง พลังที่รอคอยการตื่นขึ้นมานับพันปี...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!