เสียงแจ้งเตือนจากระบบยังคงก้องอยู่ในหูของหลี่เฉิน ราวกับเสียงระฆังที่ตีบอกถึงภัยพิบัติที่กำลังคืบคลานเข้ามา พลังงานลึกลับระดับสูงกำลังเข้าใกล้หมู่บ้านเหิงชาน… ระดับพลังงานสูงมาก! คำว่า "สูงมาก" นั้นทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ
“อะไรกันอีก!” หลี่เฉินพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบสอดส่ายมองไปรอบทิศทาง แม้จะเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดกับหานตงมาไม่นาน ร่างกายของเขายังคงอ่อนล้าจากบาดแผลและพลังปราณที่ร่อยหรอ แต่สัญชาตญาณกลับบอกเขาว่าภัยคุกคามครั้งนี้แตกต่างออกไป ไม่ใช่แค่กลุ่มโจรป่าธรรมดาที่ถูกส่งมาตาย หากแต่เป็นบางสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า… อาจเป็นคนที่องค์ชายสามหยางฟางส่งมาเพื่อ “เก็บกวาด” ทุกสิ่งทุกอย่างให้สิ้นซาก รวมถึงตัวเขาด้วย
[ระบบ: ตรวจพบร่องรอยพลังปราณเฉพาะทาง… ระบุลักษณะ: การบ่มเพาะขั้นก่อตั้งปราณขั้นต้น ผู้ฝึกยุทธ์ผู้นี้มีความเชี่ยวชาญด้านการลอบสังหารและพลังปราณธาตุมืด โปรดระวัง!]
“ก่อตั้งปราณขั้นต้น!” หลี่เฉินอุทานด้วยความตกใจ นี่คือระดับการบ่มเพาะที่ห่างไกลจากเขาลิบลับ ตอนนี้เขายังอยู่ในขั้นแรกเริ่มของปราณก่อกำเนิดเท่านั้น ผู้บ่มเพาะที่อยู่ในขั้นก่อตั้งปราณถือเป็นยอดฝีมือที่สามารถสร้างอาณาจักรเล็กๆ ได้ด้วยตัวเอง หรือเป็นกำลังหลักของตระกูลใหญ่ แม้จะเป็นขั้นต้นก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับมือได้ง่ายๆ
หลี่เฉินรีบสำรวจสภาพตัวเองทันที พลังปราณยังเหลืออยู่เพียงครึ่งหนึ่ง บาดแผลจากการต่อสู้กับหานตงยังไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก เขาต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีครั้งใหม่นี้ให้ได้
“ระบบ! แสดงสถานะของข้า!”
[ชื่อ: หลี่เฉิน เผ่าพันธุ์: มนุษย์ สถานะ: เจ้าชายผู้ถูกเนรเทศ ระดับพลังบ่มเพาะ: ก่อกำเนิดปราณขั้นที่ 3 (ใกล้ทะลวงสู่ขั้นที่ 4) พลังชีวิต: 70% พลังปราณ: 55% ทักษะ: ระบบครองอาณาจักร (ระดับ 1), ดาบจันทราพิฆาต (ขั้นพื้นฐาน), ม่านเงากระจก (ขั้นพื้นฐาน), เคลื่อนย้ายเงา (ขั้นพื้นฐาน), คลื่นปราณอัสนี (ขั้นพื้นฐาน) ไอเท็ม: ดาบเงาจันทราทมิฬ (จิตวิญญาณ), ยาฟื้นฟูปราณระดับต่ำ (3 ขวด), ยาฟื้นฟูชีวิตระดับต่ำ (2 ขวด), ห่อผ้าไหมโบราณ (1), แผนที่สมบัติ (1) คะแนนระบบ: 1,500]
คะแนนระบบที่ได้จากการจัดการหานตงยังคงอยู่ หลี่เฉินคิดอย่างรวดเร็ว เขาต้องการอะไรที่จะช่วยให้เขารอดจากผู้บ่มเพาะขั้นก่อตั้งปราณได้ เขาเล็งเห็นถึงความสำคัญของยาฟื้นฟูต่างๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเพิ่มพูนพลังและทักษะ
“ระบบ! มีอะไรที่สามารถเพิ่มพูนพลังต่อสู้ของข้าได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์คับขันเช่นนี้หรือไม่?”
[ระบบ: แนะนำทักษะ ‘จิตสังหารเงา’ (Shadow Kill Intent) ราคา 1,000 คะแนนระบบ: ปลดปล่อยเจตนาสังหารที่รุนแรง ทำให้ศัตรูเกิดอาการหวาดกลัว ลดความแม่นยำและเพิ่มโอกาสในการโจมตีจุดตายชั่วคราว]
[ระบบ: แนะนำไอเท็ม ‘ยันต์ผนึกปราณ’ (Spirit Sealing Talisman) ราคา 800 คะแนนระบบ: สามารถผนึกพลังปราณของศัตรูระดับก่อตั้งปราณขั้นต้นลงมาได้ชั่วขณะ (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับพลังบ่มเพาะของศัตรู)]
หลี่เฉินใช้เวลาพริบตาเดียวในการตัดสินใจ เขามีคะแนนจำกัด และต้องการสิ่งที่สร้างผลกระทบได้มากที่สุด
“ซื้อ ‘จิตสังหารเงา’ และ ‘ยันต์ผนึกปราณ’!”
[ระบบ: ยืนยันการซื้อ จิตสังหารเงา 1,000 คะแนน ยันต์ผนึกปราณ 800 คะแนน รวม 1,800 คะแนน… คะแนนระบบไม่เพียงพอ โปรดเลือกใหม่]
หลี่เฉินกัดฟัน เขาต้องเลือก
“งั้นซื้อ ‘จิตสังหารเงา’ และ ‘ยาฟื้นฟูปราณระดับกลาง’ ราคา 300 คะแนนระบบ!”
[ระบบ: ยืนยันการซื้อ จิตสังหารเงา 1,000 คะแนน ยาฟื้นฟูปราณระดับกลาง 300 คะแนน รวม 1,300 คะแนน… คะแนนระบบที่เหลือ 200]
แสงสีทองวูบหนึ่งปรากฏขึ้น ทักษะ ‘จิตสังหารเงา’ หลั่งไหลเข้าสู่จิตสำนึกของหลี่เฉิน พร้อมกับยาฟื้นฟูปราณระดับกลางหนึ่งขวดที่ปรากฏในมือ เขาไม่รอช้า รีบเปิดฝาและดื่มมันลงไปทันที รสชาติขมฝาดปนหวานซ่านไปทั่วลำคอ พลังปราณที่ร่อยหรอเริ่มฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว บาดแผลบนร่างกายก็บรรเทาลงเล็กน้อย แต่ยังไม่หายดี
“ไม่ว่าแกจะเป็นใคร มาจากไหน ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ!” หลี่เฉินประกาศกร้าวในใจ ดาบเงาจันทราทมิฬถูกดึงออกมาจากฝัก แสงจันทร์ทาบทาลงบนคมดาบ สะท้อนความมืดมิดและลึกลับออกมา
ไม่นานนัก เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ขอบหมู่บ้าน มันเคลื่อนไหวรวดเร็วเสียจนแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ราวกับเงาที่พลิ้วไหวไปตามลม แต่หลี่เฉินสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่หนักอึ้งและแฝงไปด้วยเจตนาสังหารที่รุนแรง คนผู้นี้คือผู้บ่มเพาะขั้นก่อตั้งปราณที่ระบบเตือนไว้
เงาร่างนั้นหยุดลงไม่ไกลจากหลี่เฉินนัก มันเป็นชายร่างผอมสูง สวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากเหล็กสีเงินที่มีลวดลายคล้ายเขี้ยวอสูร ดวงตาที่โผล่พ้นหน้ากากออกมาเป็นประกายเย็นชาและไร้ความรู้สึก มือข้างหนึ่งถือกระบี่สั้นสีดำสนิท ดูดกลืนแสงจันทร์จนมิด
“เจ้าคือหลี่เฉินสินะ… เจ้าชายผู้ถูกเนรเทศ” เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากความมืดเอ่ยขึ้น “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถจัดการกับหานตงและลูกน้องของมันได้หมดสิ้น… พรสวรรค์ของเจ้านั้นน่าสนใจนัก”
หลี่เฉินกำดาบแน่น เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากอีกฝ่าย มันไม่ใช่แค่แรงกดดันทางกายภาพ แต่เป็นแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่พยายามบดขยี้เจตจำนงของเขา
“แกคือใคร… และมาที่นี่ทำไม!” หลี่เฉินถามกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้ในใจจะตระหนก แต่เขาก็ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมา
“ข้าคือผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ หนึ่งในสิบสองมือสังหารภายใต้อำนาจขององค์ชายสามหยางฟาง” ชายชุดดำแนะนำตัวอย่างไม่แยแส “และข้ามาที่นี่เพื่อเก็บกวาดหลักฐานที่เหลือทั้งหมด… รวมถึงชีวิตของเจ้าด้วย”
คำพูดของเขาเป็นดั่งคำประกาศิตแห่งความตาย หลี่เฉินรู้ดีว่าการสนทนาได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ไม่รอให้หลี่เฉินตอบโต้ เขากระโจนเข้าใส่ทันที ความเร็วของเขาเหนือกว่าหานตงหลายเท่าตัว ราวกับสายฟ้าฟาดในความมืด กระบี่สั้นสีดำวาดเป็นแนวโค้ง ปราณธาตุมืดสีม่วงเข้มแผ่ออกมา พร้อมกับความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
“เร็วมาก!” หลี่เฉินอุทาน เขาพยายามใช้ ‘เคลื่อนย้ายเงา’ เพื่อหลบเลี่ยง แต่ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ก็เหมือนจะคาดการณ์การเคลื่อนไหวของเขาได้ สายลมเย็นเฉียบปะทะใบหน้า คมกระบี่เฉียดผ่านเส้นผมไปเพียงชั่วพริบตา
หลี่เฉินไม่รอช้า เขาสวนกลับด้วย ‘ดาบจันทราพิฆาต’ ดาบเงาจันทราทมิฬวาดเป็นวงโค้ง ปล่อยคลื่นดาบสีดำสนิทที่แฝงด้วยแสงจันทร์ออกไป แต่ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์กลับเพียงแค่ใช้กระบี่สั้นปัดป้องอย่างง่ายดาย เสียงโลหะปะทะกันดังกริ๊งเบาๆ คลื่นดาบสลายไปในอากาศราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
“เจ้ายังอ่อนแอเกินไป เจ้าชาย” ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์เยาะหยัน “พลังปราณของเจ้าเป็นเพียงแค่ปราณก่อกำเนิด ยังห่างไกลจากคำว่า ‘แข็งแกร่ง’ นัก”
เขาโจมตีอีกครั้ง คราวนี้เร็วกว่าเดิมและรุนแรงกว่าเดิม กระบี่สั้นตัดผ่านอากาศ สร้างเสียงหวีดหวิว พลังปราณธาตุมืดแผ่ขยายออกมาราวกับหมอกสีดำ ทำให้การมองเห็นของหลี่เฉินพร่าเลือน
“ม่านเงากระจก!” หลี่เฉินตะโกน ทักษะที่เพิ่งได้มาถูกใช้ออกไปทันที แสงสีเงินเรืองรองปรากฏขึ้นรอบตัวเขา สร้างม่านพลังที่บิดเบือนภาพ ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ชะงักไปชั่วขณะเล็กน้อย ใบมีดของเขากระทบเข้ากับม่านเงา แสงจันทร์สะท้อนกลับไป ทำให้ทิศทางการโจมตีเบี่ยงเบนไปเล็กน้อย
แม้จะช่วยได้เพียงชั่วครู่ แต่ก็เพียงพอให้หลี่เฉินได้ตั้งหลัก เขารีบสวนกลับด้วย ‘คลื่นปราณอัสนี’ ปล่อยพลังปราณอัสนีสีฟ้าอ่อนพุ่งตรงเข้าใส่ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์
ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์เบี่ยงตัวหลบได้อย่างรวดเร็ว พลังปราณอัสนีพุ่งผ่านไปกระทบกับต้นไม้ด้านหลัง ทำให้ต้นไม้สั่นสะเทือนและเกิดรอยไหม้เล็กน้อย
“น่าสนใจ” ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ทักษะเหล่านี้ดูไม่เหมือนสิ่งที่เจ้าชายผู้ถูกเนรเทศอย่างเจ้าจะครอบครองได้… หรือว่าจะมี ‘บางสิ่ง’ ช่วยเหลือเจ้าอยู่เบื้องหลัง?”
คำพูดของเขาทำให้หลี่เฉินใจหายวาบ ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์อาจจะสังเกตเห็นความผิดปกติของระบบ หลี่เฉินรู้ดีว่าเขาต้องไม่เปิดเผยความลับนี้เด็ดขาด
“ข้ามีของดีมากมายที่แกคาดไม่ถึง!” หลี่เฉินตอบโต้กลับไปพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ยังคงโจมตีด้วยความเร็วสูงและการเคลื่อนไหวที่คาดเดายาก หลี่เฉินใช้ ‘จิตสังหารเงา’ ที่เพิ่งได้มา ปลดปล่อยเจตนาสังหารที่รุนแรงออกไป
[ระบบ: ทักษะ ‘จิตสังหารเงา’ ทำงาน! ศัตรู ‘ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์’ ได้รับผลกระทบจากเจตนาสังหาร ลดความแม่นยำในการโจมตีชั่วคราว]
ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาภายใต้หน้ากากเหล็กฉายแววประหลาดใจ การโจมตีของเขาช้าลงไปเพียงเสี้ยววินาที และความแม่นยำก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลี่เฉินฉวยโอกาสนี้ใช้ ‘ดาบเงาจันทราทมิฬ’ ฟาดฟันอย่างรวดเร็ว คมดาบตัดผ่านอากาศอย่างรุนแรง
ฉัวะ!
เสียงเนื้อถูกกรีดดังขึ้น เสื้อคลุมสีดำของผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ถูกกรีดเป็นทางยาว เผยให้เห็นรอยแผลที่แขนซ้าย เลือดสีแดงเข้มซึมออกมาเล็กน้อย
“แก!” ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์คำรามด้วยความโกรธ นี่เป็นครั้งแรกที่เขได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับคนระดับก่อกำเนิดปราณ ความประมาทและความตกใจทำให้เขาพลาดท่า เขาไม่คิดว่าหลี่เฉินจะสามารถสร้างแรงกดดันทางจิตวิญญาณได้ถึงขนาดนี้
“พลังปราณธาตุมืด… คลื่นดาบสุญญากาศ!”
ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ปลดปล่อยพลังปราณธาตุมืดทั้งหมดที่มี กระบี่สั้นในมือเปล่งแสงสีม่วงดำ พลังปราณรวมตัวกันเป็นคลื่นดาบขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้าใส่หลี่เฉินราวกับพายุที่บ้าคลั่ง มันไม่ใช่คลื่นดาบธรรมดา หากแต่เป็นคลื่นพลังที่ดูดกลืนทุกสิ่งรอบข้าง ทำให้แสงสว่างรอบตัวหดหายไป
หลี่เฉินรู้สึกถึงอันตรายถึงชีวิต เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ทัน และ ‘ม่านเงากระจก’ ก็อาจจะไม่สามารถป้องกันการโจมตีระดับนี้ได้ เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
“ยาฟื้นฟูปราณระดับกลาง!” หลี่เฉินดื่มยาที่เพิ่งได้มาเข้าไปอีกขวด พลังปราณที่พร่องไปกลับคืนมาอย่างรวดเร็วเกือบเต็มเปี่ยม
“ดาบจันทราพิฆาตขั้นสุดยอด!” หลี่เฉินรวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่มีเข้าสู่ดาบเงาจันทราทมิฬ แสงจันทร์สีเงินเรืองรองขึ้นมาอย่างเข้มข้น คมดาบเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับดวงจันทร์ยามค่ำคืน พลังปราณพุ่งทะลักออกมาจากดาบเป็นลำแสงสีเงินที่ตัดผ่านความมืดมิดของคลื่นดาบสุญญากาศ
ตูมมมมม!
พลังทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วหมู่บ้าน แรงสั่นสะเทือนทำให้บ้านเรือนบางส่วนพังทลายลง ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ หลี่เฉินถูกแรงระเบิดกระแทกจนกระเด็นไปไกล ร่างกายกระแทกเข้ากับผนังบ้านหลังหนึ่งอย่างแรงจนรู้สึกจุกไปทั้งตัว เขาพยายามลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เลือดไหลซึมจากมุมปาก
เมื่อฝุ่นควันจางลง ภาพที่ปรากฏทำให้หลี่เฉินเบิกตากว้าง ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ เสื้อคลุมขาดวิ่นไปเกือบครึ่ง เลือดสีดำไหลอาบแขนและไหล่ กระบี่สั้นในมือมีรอยร้าวเล็กน้อย ดวงตาภายใต้หน้ากากเหล็กฉายแววโกรธแค้นและเจ็บปวด
“เจ้า… เจ้าทำได้อย่างไร!” ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์คำราม “เจ้าแค่ปราณก่อกำเนิดขั้นที่สาม… แต่กลับสามารถทำร้ายข้าได้ถึงเพียงนี้!”
“ข้าบอกแล้วว่าข้ามีของดีที่แกคาดไม่ถึง!” หลี่เฉินเช็ดเลือดจากมุมปาก เขาเหนื่อยล้าอย่างหนัก แต่จิตใจยังคงไม่ยอมแพ้ การโจมตีเมื่อครู่ใช้พลังปราณไปเกือบทั้งหมด และเขารู้ว่าอีกฝ่ายยังคงมีพลังเหลืออยู่มากกว่าเขา
ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป เขาพุ่งเข้าใส่หลี่เฉินด้วยความเร็วที่บ้าคลั่ง แม้จะมีบาดแผลแต่ความเร็วของเขาก็ยังคงน่ากลัว คราวนี้เขาไม่ได้ใช้ทักษะที่รุนแรง แต่เป็นการโจมตีด้วยกระบี่สั้นที่เน้นความเร็วและความแม่นยำ หวังจะปลิดชีวิตหลี่เฉินในพริบตา
หลี่เฉินกัดฟัน เขาพยายามใช้ ‘เคลื่อนย้ายเงา’ และ ‘ม่านเงากระจก’ เพื่อหลบเลี่ยง แต่ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ก็เหมือนจะเรียนรู้การเคลื่อนไหวของเขาแล้ว การโจมตีแต่ละครั้งเฉียดฉิวเส้นชีวิตของเขาไปอย่างหวุดหวิด
[ระบบ: ตรวจพบพลังงานปราณกำลังร่อยหรออย่างรวดเร็ว… แนะนำให้ใช้ยาฟื้นฟูหรือถอนตัว]
หลี่เฉินรู้ดีว่าเขาไม่มีทางถอนตัว ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์จะไล่ตามเขาไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว เขาต้องจบเรื่องนี้ที่นี่ เขาเหลือคะแนนระบบเพียง 200 คะแนน แต่เขากลับนึกถึงสิ่งหนึ่งที่เขาเพิ่งซื้อมา
‘ยันต์ผนึกปราณ’… เขาพลาดโอกาสใช้มันไปแล้ว แต่เขายังมี ‘ห่อผ้าไหมโบราณ’ ที่ได้มาจากการเปิดกล่องสมบัติเมื่อนานมาแล้ว เขายังไม่เคยเปิดมันดูเลยด้วยซ้ำ
“ระบบ! ใช้ห่อผ้าไหมโบราณ!”
[ระบบ: ยืนยันการใช้ ‘ห่อผ้าไหมโบราณ’… กำลังเปิด… คุณได้รับ: ‘ยันต์มิติมายา’ (Illusionary Dimension Talisman) จำนวน 1 ใบ คุณได้รับ: ‘ยาเพิ่มพูนพลังบ่มเพาะขั้นต้น’ (Minor Cultivation Potion) จำนวน 1 ขวด คุณได้รับ: ‘คัมภีร์วิชาตัวเบา: เงาวาบไร้ร่องรอย’ (Shadow Flash Footwork Scripture) จำนวน 1 เล่ม]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอย่างรวดเร็วขณะที่หลี่เฉินกำลังหลบกระบี่ของผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ยันต์มิติมายา… คัมภีร์วิชาตัวเบา! นี่คือสิ่งที่เขาต้องการที่สุดในตอนนี้!
ไม่มีเวลาคิดมาก หลี่เฉินคว้า ‘ยันต์มิติมายา’ ออกมา พลังปราณของผู้คุ้มกันเงาเหมันต์พุ่งเข้าใส่ เขาไม่รอช้า ฉีกยันต์ออกทันที
“บังเกิด!”
แสงสีทองเจิดจ้าพุ่งออกมาจากยันต์ ปกคลุมผู้คุ้มกันเงาเหมันต์และหลี่เฉินไว้ แรงดึงดูดมหาศาลเกิดขึ้นทันที ทัศนียภาพรอบตัวบิดเบือนไปชั่วขณะ ก่อนที่ทั้งสองจะหายไปจากหมู่บ้านเหิงชานราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง หลี่เฉินและผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ก็พบว่าตัวเองอยู่ในมิติที่ว่างเปล่า มีเพียงความมืดมิดและแสงสว่างจากดวงจันทร์เพียงเล็กน้อย มันเป็นมิติที่ถูกสร้างขึ้นจากยันต์ ไม่มีสิ่งใดนอกจากพวกเขา
“ยันต์มิติมายา!” ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์อุทานด้วยความตกใจ “เจ้ามีของวิเศษเช่นนี้ได้อย่างไร!” เขาไม่คิดว่าหลี่เฉินจะมียันต์ระดับสูงเช่นนี้ในครอบครอง ยันต์มิติมายาสามารถสร้างมิติแยกได้ชั่วคราว เพื่อใช้ในการต่อสู้หรือหลบหนี มันคือของล้ำค่าที่แม้แต่ตระกูลใหญ่บางตระกูลก็ยังไม่มี
“นี่แหละคือไพ่ตายของข้า!” หลี่เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาใช้โอกาสนี้ในการดื่ม ‘ยาเพิ่มพูนพลังบ่มเพาะขั้นต้น’ ที่เพิ่งได้มา ร่างกายของเขาร้อนผ่าว พลังปราณภายในปั่นป่วนอย่างรุนแรง
[ระบบ: คุณใช้ ‘ยาเพิ่มพูนพลังบ่มเพาะขั้นต้น’… พลังปราณของคุณกำลังเพิ่มพูน… กำลังทะลวงขั้น…]
พลังปราณของหลี่เฉินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อกำเนิดปราณขั้นที่ 3… ขั้นที่ 4! เขารู้สึกได้ถึงพลังที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง บาดแผลบนร่างกายดูเหมือนจะหายไปเกือบทั้งหมด พลังปราณที่เคยร่อยหรอกลับมาเต็มเปี่ยม และแข็งแกร่งกว่าเดิม
“เจ้าบ่มเพาะพลังในระหว่างการต่อสู้!” ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ตะโกนด้วยความไม่เชื่อสายตา นี่เป็นเรื่องที่บ้าคลั่งเกินไป ผู้บ่มเพาะคนไหนจะกล้าบ่มเพาะพลังในสถานการณ์เช่นนี้? หากพลาดแม้แต่น้อยก็อาจธาตุไฟเข้าแทรกถึงตายได้
แต่หลี่เฉินทำได้! และตอนนี้เขาก็อยู่ในระดับก่อกำเนิดปราณขั้นที่ 4 แล้ว แม้จะยังห่างจากขั้นก่อตั้งปราณของอีกฝ่าย แต่ช่องว่างก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
“ถึงเวลาเอาจริงแล้ว!” หลี่เฉินกำดาบเงาจันทราทมิฬแน่น ดวงตาของเขาฉายแววคมกริบกว่าเดิม เขาจะต้องเอาชนะผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ให้ได้ที่นี่ เพื่อความอยู่รอดของเขา… และเพื่อเริ่มต้นเส้นทางสู่การเป็นราชันย์อย่างแท้จริง
ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์จ้องมองหลี่เฉินอย่างระแวง พลังปราณที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่ายนั้นแตกต่างไปจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว แม้จะเป็นเพียงการทะลวงขั้นเล็กๆ แต่มันก็เปลี่ยนสถานการณ์ได้ทั้งหมด เขาไม่สามารถประมาทได้อีกต่อไป
“ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าพลังที่แท้จริงขององค์ชายสามนั้นเหนือกว่าเพียงใด!” ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์คำราม พลังปราณธาตุมืดสีม่วงเข้มแผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง มันรวมตัวกันเป็นเงาร่างคล้ายอสูรขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเขา พร้อมที่จะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
หลี่เฉินรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ทวีคูณขึ้น เขารู้ว่านี่คือไพ่ตายของอีกฝ่าย และเขาจะต้องเอาชนะมันให้ได้ก่อนที่ยันต์มิติมายาจะหมดอายุ เขาไม่รู้ว่ายันต์จะอยู่ได้นานแค่ไหน แต่เขาก็ไม่สามารถประมาทได้
“ระบบ! ช่วยข้าวิเคราะห์จุดอ่อนของทักษะนี้!” หลี่เฉินตะโกนในใจ
[ระบบ: กำลังวิเคราะห์… ทักษะ ‘อสูรเงาดูดวิญญาณ’ (Soul Devouring Shadow Demon) เป็นทักษะธาตุมืดระดับสูง มีจุดอ่อนที่ธาตุแสงและธาตุอัสนี… การโจมตีที่รุนแรงและฉับพลันที่แกนกลางพลังงานของอสูรเงาอาจสร้างความเสียหายอย่างหนักได้]
ธาตุอัสนี! หลี่เฉินนึกถึง ‘คลื่นปราณอัสนี’ ของเขา แม้จะยังเป็นขั้นพื้นฐาน แต่เมื่อรวมกับพลังปราณที่เพิ่มขึ้น มันอาจจะเป็นความหวังของเขา!
ขณะที่หลี่เฉินกำลังรวบรวมพลัง ผู้คุ้มกันเงาเหมันต์ก็พุ่งเข้าใส่ อสูรเงาที่อยู่เบื้องหลังส่งเสียงคำรามกึกก้อง กรงเล็บสีดำสนิทพุ่งเข้าตะครุบหลี่เฉิน หวังจะฉีกร่างของเขาเป็นชิ้นๆ
“ดาบเงาจันทราทมิฬ… จันทราพิฆาตอัสนี!” หลี่เฉินคำราม เขารวมพลังปราณแสงจันทร์เข้ากับพลังปราณอัสนีที่เพิ่งได้มาจากระบบ สร้างกระบวนท่าดาบที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง แสงสีเงินและฟ้าครามรวมกันเป็นลำแสงดาบที่เจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม พุ่งตรงเข้าใส่จุดอ่อนที่ระบบชี้แนะ
การต่อสู้ในมิติมายาได้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดอีกครั้ง การปะทะกันของแสงและเงา ปราณธาตุอัสนีและธาตุมืด หลี่

ราชันย์ระบบ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก