ราชันย์ระบบ

ตอนที่ 17 — ประกายอัสนีสยบเงา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

200 ตอน · 2,269 คำ

หลี่เฉินไม่รอช้า พลังปราณแสงจันทร์และปราณอัสนีที่รวมกันเป็นหนึ่งพุ่งเข้าปะทะกับร่างของมือสังหารเงาอย่างจัง! ลำแสงสีเงินยวงปนฟ้าครามระเบิดออกเป็นวงกว้าง แสงสว่างจ้าปะทะกับความมืดมิด ก่อให้เกิดคลื่นพลังงานที่บิดเบือนมิติมายาโดยรอบ ดาบเงาจันทราทมิฬที่ผสานพลังอัสนีเข้าไว้ด้วยกันนั้นรุนแรงเกินคาด จุดอ่อนที่ระบบชี้แนะคือบริเวณอกซ้ายของมือสังหาร ซึ่งเป็นตำแหน่งของหัวใจ ‌ทว่าทันทีที่ลำแสงดาบสัมผัส ร่างเงาของมือสังหารก็สลายไปราวควันธูปก่อนจะปรากฏขึ้นอีกครั้งห่างออกไปหลายวาอย่างรวดเร็วราวกับวาร์ป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของพลังงานที่ปั่นป่วนตรงจุดเดิม

“หลบได้งั้นหรือ!” หลี่เฉินกัดฟันกรอด ความเหนื่อยล้ากัดกินร่างกายของเขา กระบวนท่าเมื่อครู่ใช้พลังปราณไปมหาศาล เขาคาดหวังว่ามันจะสร้างความเสียหายอย่างน้อยที่สุดก็คือการบาดเจ็บสาหัส ทว่ามือสังหารกลับหลบเลี่ยงได้อย่างไร้ร่องรอย ​ราวกับว่ามันรับรู้ถึงอันตรายล่วงหน้า แต่ถึงกระนั้น ร่างของมือสังหารที่ปรากฏขึ้นใหม่ก็ไม่ได้สมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน แขนข้างหนึ่งของมันสลายไปครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นรอยไหม้เกรียมที่ยังคงมีประกายแสงอัสนีแลบแปลบปลาบอยู่ และที่ร้ายแรงกว่านั้นคือรอยแตกละเอียดคล้ายใยแมงมุมที่เริ่มลามไปทั่วใบหน้าภายใต้เงามืดของมัน

ระบบแจ้งเตือนขึ้นอีกครั้ง: “เป้าหมายได้รับความเสียหายรุนแรง! สถานะ: ‍พลังงานธาตุมืดไม่เสถียร ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวลดลง 30%”

มือสังหารเงาไม่ส่งเสียงใดๆ มันเป็นเพียงเงาที่เคลื่อนไหวได้ ทว่าจากรอยร้าวที่ปรากฏและประกายอัสนีที่ยังคงเต้นระริกบนร่างของมัน หลี่เฉินรู้ว่ากระบวนท่าเมื่อครู่สร้างความเสียหายให้มันได้จริง เพียงแต่มันใช้วิชาเคลื่อนย้ายที่ลึกล้ำเพื่อลดผลกระทบของการโจมตีโดยตรงเท่านั้น ดวงตาของมันภายใต้เงาที่คลุมหน้าจ้องมองมายังหลี่เฉินด้วยความมืดมิดที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ‌ความโกรธแค้นที่ไร้เสียงแผ่ซ่านออกมาจนสัมผัสได้ มือสังหารยื่นมือที่เหลือเพียงข้างเดียวออกไปข้างหน้า คลื่นพลังธาตุมืดมหาศาลพลันพวยพุ่งออกจากร่างของมัน ก่อตัวเป็นหนามแหลมคมสีดำสนิทนับพัน พุ่งเข้าใส่หลี่เฉินจากทุกทิศทางราวห่าฝน

“ชิ!” หลี่เฉินสบถ เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะฟื้นฟูพลังปราณ ร่างกายที่อ่อนล้ากลับต้องเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิม ‍เขารวบรวมพลังปราณที่เหลืออยู่น้อยนิด ปกคลุมดาบเงาจันทราทมิฬไว้ด้วยแสงสีเงิน ดาบวาดเป็นวงรัศมีกว้าง ก่อเกิดเป็นกำแพงแสงจันทร์ที่หมุนวน ป้องกันการโจมตีจากหนามเงา หนามสีดำปะทะเข้ากับกำแพงแสงจันทร์เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แสงและเงาปะทะกันอย่างดุเดือด พลังงานจากหนามเงามากมายเกินกว่าที่กำแพงแสงจันทร์จะรับไหว ​แรงสั่นสะเทือนมหาศาลส่งผลให้ร่างของหลี่เฉินถูกกระแทกถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของเขา

“ระบบวิเคราะห์! มันมีจุดอ่อนอื่นอีกหรือไม่!” หลี่เฉินตะโกน พลังปราณกำลังจะหมดลง การต่อสู้แบบแลกชีวิตเช่นนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในสถานการณ์ที่เขาบาดเจ็บและอ่อนล้า

“กำลังวิเคราะห์… จุดอ่อนเพิ่มเติม: ​แหล่งกำเนิดพลังงานแก่นแท้ สถิตอยู่ในมิติเงา ณ ใจกลางของผู้ใช้ ปกติแล้วจะถูกป้องกันอย่างแน่นหนา แต่เนื่องจากได้รับความเสียหายจากพลังอัสนี ทำให้มิติเงาภายในไม่เสถียรชั่วขณะ จุดอ่อนนี้จะเปิดเผยในอีก ​5 วินาที!”

“5 วินาที!” หลี่เฉินมองไปยังหนามเงาที่ยังคงพุ่งเข้ามาไม่หยุด มือสังหารเงาไม่ให้โอกาสเขาได้พักฟื้น มันก้าวเท้ามาข้างหน้าอย่างช้าๆ ร่างกายที่แตกสลายของมันดูเหมือนจะกำลังฟื้นฟูอย่างช้าๆ ทว่ารอยร้าวบนใบหน้ากลับยิ่งลึกขึ้น บ่งบอกว่าการฟื้นฟูนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมัน

หลี่เฉินตัดสินใจ เขาจะไม่ถอย เขากระชับดาบในมือให้แน่นขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลังปราณแสงจันทร์ที่ร่อยหรอถูกบีบเค้นออกมาจนถึงขีดสุด แสงจันทร์บนดาบเรืองรองขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้ปกคลุมด้วยแสงสีฟ้าครามของอัสนี ทว่ากลับกลายเป็นแสงสีเงินบริสุทธิ์ที่ส่องประกายเย็นยะเยือก ดาบพลิกกลับไปมาในมือของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นกระบวนท่าดาบที่คุ้นเคย ‘กระบวนท่าจันทราสะบั้นมาร’ กระบวนท่าพื้นฐานที่เขาฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก แต่คราวนี้มันถูกเสริมด้วยความมุ่งมั่นและพลังปราณที่เข้มข้นที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

“จันทราสะบั้นมาร!” หลี่เฉินคำราม เสียงของเขาแหบพร่า ดาบเงาจันทราทมิฬพุ่งออกไปเป็นลำแสงสีเงินยวง เจาะทะลุผ่านหนามเงาที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับห่าฝน ลำแสงดาบนั้นพุ่งตรงไปยังมือสังหารเงาที่ยังคงก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ มันดูเหมือนจะประหลาดใจกับการโจมตีนี้ เพราะมันไม่เคยคาดคิดว่าหลี่เฉินจะยังคงมีพลังปราณเหลืออยู่มากพอที่จะใช้กระบวนท่าที่รุนแรงเช่นนี้ได้

ทันใดนั้น ระบบก็แจ้งเตือนขึ้น: “จุดอ่อนเปิดเผย! ใจกลางมิติเงาอยู่ที่บริเวณหน้าผากของผู้ใช้! เหลือเวลา 2 วินาที!”

“หน้าผาก!” หลี่เฉินไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขารีบปรับทิศทางของลำแสงดาบที่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แรงบิดตัวของปราณทำให้ดาบเปลี่ยนวิถีโค้งเล็กน้อย พุ่งตรงไปยังหน้าผากของมือสังหารเงาที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้

“เป็นไปไม่ได้!” เสียงพึมพำที่แหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากปากของมือสังหารเงาเป็นครั้งแรก มันดูเหมือนจะตระหนกตกใจอย่างที่สุด พยายามยกแขนที่เหลือขึ้นมาปัดป้อง ทว่าลำแสงดาบของหลี่เฉินเร็วกว่า แสงสีเงินยวงเจาะทะลุผ่านเงามืดที่บดบังใบหน้าของมือสังหาร พุ่งตรงเข้าสู่หน้าผากของมันอย่างจัง!

ตูม!

คลื่นพลังงานสีดำมืดมหาศาลพลันปะทุออกมาจากร่างของมือสังหารเงา แสงสีเงินของดาบยังคงส่องสว่างอยู่กลางการระเบิดนั้น ราวกับแสงดาวที่ส่องผ่านความมืดมิด ร่างของมือสังหารเงาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันกรีดร้องอย่างเจ็บปวดเป็นครั้งแรก เสียงกรีดร้องนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงแหลมสูงที่บิดเบือนและน่าสะพรึงกลัว ราวกับวิญญาณนับพันถูกฉีกกระชาก มิติมายาที่ปกคลุมอยู่โดยรอบเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ผนังมิติเริ่มเกิดรอยร้าว แสงสว่างจากโลกภายนอกเริ่มเล็ดลอดเข้ามา

ร่างของมือสังหารเงาควันดำพวยพุ่งออกมาจากบาดแผลบนหน้าผากของมัน ร่างกายที่เคยเป็นเงาทมิฬเริ่มแตกสลายกลายเป็นละอองสีดำสนิท ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินคล้ายเม็ดทรายที่ถูกลมพัดพาไป ดวงตาภายใต้เงาที่เคยเต็มไปด้วยความมืดมิด บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความไม่เชื่อ ในที่สุด ร่างของมันก็ระเบิดออกเป็นละอองเงาดำนับไม่ถ้วน สลายไปในอากาศพร้อมกับเสียงกรีดร้องสุดท้ายที่เลือนหายไป

“สำเร็จ!” หลี่เฉินทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง ดาบเงาจันทราทมิฬร่วงหล่นจากมือของเขา เขามองไปยังจุดที่มือสังหารเงาเคยยืนอยู่ พลังปราณในร่างของเขาแห้งเหือดจนหมดสิ้น ทุกกล้ามเนื้อส่งเสียงประท้วงด้วยความเจ็บปวด ราวกับว่าร่างกายของเขาถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

ระบบแจ้งเตือน: “เป้าหมายกำจัดสำเร็จ! ได้รับค่าประสบการณ์: 500 แต้ม ได้รับแต้มพลังงานระบบ: 100 แต้ม ได้รับไอเทม: ‘แก่นแท้แห่งเงามืดระดับสูง’ x 1, ‘วิชาลับเคลื่อนย้ายเงา’ (ระดับสูง) x 1”

“วิชาลับเคลื่อนย้ายเงา… ระดับสูง!” หลี่เฉินพึมพำ เขารู้สึกประหลาดใจ ไอเทมที่ได้มานั้นล้ำค่าเกินคาด วิชาเคลื่อนย้ายเงาเป็นวิชาที่ลึกล้ำ และมือสังหารเงาที่เพิ่งต่อสู้ด้วยนั้นก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถของวิชานี้อย่างชัดเจน มันสามารถหลบหลีกการโจมตีของเขาได้อย่างรวดเร็วราวกับวาร์ป ทำให้มันแทบจะไร้เทียมทานในการต่อสู้กับศัตรูที่ไม่มีวิชาเฉพาะทางในการต่อต้านการเคลื่อนไหวเช่นนี้

เขาเหลือบมองไปยัง “แก่นแท้แห่งเงามืดระดับสูง” มันคือลูกแก้วสีดำสนิทที่เปล่งประกายความมืดมิดออกมาอย่างน่าขนลุก ระบบอธิบายว่ามันคือแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ของธาตุมืด สามารถใช้เพื่อเสริมสร้างพลังปราณธาตุมืด หรือใช้เป็นส่วนผสมในการสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ธาตุมืดระดับสูงได้

ในขณะที่เขากำลังสำรวจรางวัล มิติมายาโดยรอบก็เริ่มสลายไปอย่างรวดเร็ว ผนังมิติที่แตกร้าวขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แสงสว่างจากโลกภายนอกสาดส่องเข้ามาอย่างรุนแรง บังตาเขาชั่วขณะ เมื่อมิติมายาสลายไปจนหมดสิ้น หลี่เฉินก็พบว่าตัวเองยังคงยืนอยู่กลางลานกว้างหน้าหมู่บ้านเหิงชาน ท่ามกลางซากศพของโจรป่าและกลิ่นคาวเลือดที่ยังคงคละคลุ้ง อากาศยามค่ำคืนเย็นยะเยือกจับใจ แต่สิ่งที่ทำให้หลี่เฉินต้องขมวดคิ้วก็คือ ความเงียบสงัดที่ผิดปกติ

“เกิดอะไรขึ้นข้างนอก…” หลี่เฉินพึมพำ เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ปกติแล้วการต่อสู้เช่นนี้จะต้องมีเสียงดังไปทั่วบริเวณ ทว่าบัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับป่าช้า

ระบบแจ้งเตือนขึ้นอีกครั้ง: “ตรวจพบพลังงานลึกลับระดับสูงกำลังเคลื่อนที่ออกห่างจากหมู่บ้าน!”

“เคลื่อนที่ออกห่าง?” หลี่เฉินชะงัก นี่หมายความว่ามีมือสังหารเงาอีกคน หรือเป็นคนเดียวกับที่เขาเพิ่งต่อสู้ด้วยที่รอดไปได้? ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกหนาวสันหลังวาบ หรือว่ามือสังหารที่เขาเพิ่งกำจัดไปนั้นเป็นเพียงร่างแยก หรือเป็นกับดัก?

“ระบบ! วิเคราะห์ข้อมูลมือสังหารเงาที่เพิ่งกำจัดไปอย่างละเอียด!” หลี่เฉินสั่ง

“กำลังวิเคราะห์… ผลลัพธ์: ศัตรูที่ถูกกำจัดคือ ‘เงาอัคคี’ หนึ่งในสิบสองเงาสังหารแห่งพรรคเงาทมิฬ มีระดับการบ่มเพาะอยู่ที่ ‘ก่อปราณขั้นที่หก’ พลังธาตุมืดแข็งแกร่งเป็นพิเศษ มีความสามารถในการสร้างมิติมายาและเคลื่อนย้ายในเงามืด”

“ก่อปราณขั้นที่หก!” หลี่เฉินถึงกับเบิกตากว้าง ระดับก่อปราณคือระดับที่สูงกว่าระดับฝึกปราณมากนัก ซึ่งเป็นระดับที่เหล่าอาจารย์และผู้อาวุโสในพรรคต่างๆ มักจะไปถึง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญหน้ากับผู้บ่มเพาะพลังในระดับก่อปราณ และเขาก็เอาชนะมาได้ แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยพลังงานที่แทบจะหมดสิ้น

“พรรคเงาทมิฬ? สิบสองเงาสังหาร?” หลี่เฉินพึมพำ ชื่อที่ไม่คุ้นเคยนี้ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ พรรคเงาทมิฬน่าจะเป็นองค์กรมือสังหารมืออาชีพ ซึ่งหมายความว่าการที่องค์ชายสามหยางฟางจะสามารถจ้างวานคนระดับก่อปราณมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และการที่เขาเอาชนะเงาอัคคีได้ จะต้องเป็นข่าวใหญ่สำหรับพรรคนี้อย่างแน่นอน

“แล้วพลังงานลึกลับที่เคลื่อนที่ออกห่างจากหมู่บ้านคืออะไร?” หลี่เฉินถามระบบ

“ไม่สามารถระบุตัวตนได้แน่ชัด แต่ระดับพลังงานใกล้เคียงกับ ‘เงาอัคคี’ คาดว่าจะเป็น ‘เงาวายุ’ หนึ่งในสิบสองเงาสังหารเช่นกัน” ระบบตอบ

“เงาวายุ! อีกคนอย่างนั้นหรือ!” หลี่เฉินกัดฟันกรอด เขาเพิ่งจะเอาชนะเงาอัคคีมาได้ด้วยความยากลำบาก และตอนนี้กลับมีเงาสังหารอีกคนอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แถมยังเป็นระดับก่อปราณเหมือนกัน! นี่มันเรื่องอะไรกันแน่!

“ระบบ! แสดงสถานะปัจจุบันของข้า!”

“ชื่อ: หลี่เฉิน ระดับ: ฝึกปราณขั้นที่ 5 (850/1000) พลังปราณ: 0/400 (แห้งเหือด) พละกำลัง: 70 ความว่องไว: 65 สติปัญญา: 90 ค่าระบบ: 1,350 สกิล: ดาบเงาจันทราทมิฬ (ระดับชำนาญ), กระบวนท่าจันทราสะบั้นมาร (ระดับชำนาญ), ฝึกปราณธาตุแสงจันทร์ (ระดับชำนาญ), ฝึกปราณธาตุอัสนี (ระดับเริ่มต้น), วิชาลับเคลื่อนย้ายเงา (ยังไม่เรียนรู้) ไอเทม: ดาบเงาจันทราทมิฬ (ระดับหายาก), ยาฟื้นฟูปราณระดับกลาง x 3, ยาฟื้นฟูบาดแผลระดับกลาง x 2, แก่นแท้แห่งเงามืดระดับสูง x 1”

หลี่เฉินมองสถานะของตัวเอง เขาเหลือพลังปราณเป็นศูนย์ และบาดเจ็บจากการต่อสู้กับหานตงและเงาอัคคีอย่างหนัก หากเงาวายุยังคงอยู่ใกล้ๆ และต้องการโจมตีซ้ำ เขาคงไม่มีทางรอดไปได้

“ข้าต้องฟื้นฟูพลังปราณและบาดแผลโดยเร็ว!” หลี่เฉินรีบหยิบยาฟื้นฟูปราณระดับกลางและยาฟื้นฟูบาดแผลระดับกลางออกมาจากคลังเก็บของของระบบ เขารีบกลืนยาลงไปทันที รสชาติขมเฝื่อนของยาแผ่ซ่านไปทั่วลำคอ แต่ในไม่ช้าพลังงานก็เริ่มไหลเวียนกลับเข้ามาในเส้นลมปราณของเขา ความเจ็บปวดจากบาดแผลก็เริ่มบรรเทาลง

ในขณะที่หลี่เฉินกำลังฟื้นฟูร่างกาย สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่มุมหนึ่งของลานกว้าง มันคือร่างที่นอนแน่นิ่งของโจรป่าตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในโจรที่เขาจัดการไปก่อนหน้านี้ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ บริเวณคอของโจรป่าผู้นั้นมีบาดแผลขนาดเล็กที่สะอาดสะอ้าน ราวกับถูกของมีคมบางอย่างกรีดผ่านอย่างแม่นยำ และที่สำคัญคือ รอยแผลนั้นไม่ได้เกิดจากดาบเงาจันทราทมิฬของเขาอย่างแน่นอน

“ระบบ… นี่มันอะไรกัน?” หลี่เฉินพึมพำ

“กำลังวิเคราะห์… ตรวจพบร่องรอยพลังธาตุมืดบางเบา ณ บริเวณบาดแผล… คาดว่าเป็นการโจมตีจาก ‘เงาวายุ’ ผู้บ่มเพาะธาตุมืดและลมผู้เชี่ยวชาญการลอบสังหาร” ระบบตอบ

“เงาวายู… มันมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่? หรือว่าพวกมันมาพร้อมกัน?” หลี่เฉินเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว เขาเพิ่งต่อสู้กับเงาอัคคีในมิติมายา ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์ของพรรคเงาทมิฬเพื่อแยกเขาออกมาจากหมู่บ้าน ขณะที่เงาวายุกำลังจัดการกับโจรป่าที่เหลืออยู่ และบางทีอาจจะกำลังพยายามลอบสังหารชาวบ้าน หรือผู้ติดตามของเขาอย่างหลินตงหรือท่านอาจารย์กู่ด้วย!

ความตื่นตระหนกแล่นเข้าสู่หัวใจของหลี่เฉิน เขาพยายามลุกขึ้นยืน แม้ว่าร่างกายจะยังเจ็บปวดและพลังปราณยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่ แต่ความรู้สึกไม่สบายใจก็ถาโถมเข้ามา หากเงาวายุกำลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก มันอาจจะกำลังทำอะไรบางอย่างที่ชั่วร้ายต่อคนในหมู่บ้าน!

“ไม่! ข้าต้องไปดู!” หลี่เฉินกัดฟันกรอด เขากระชับดาบเงาจันทราทมิฬในมืออย่างมั่นคง ก่อนจะก้าวขาออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านที่ยังคงเงียบสงัดราวป่าช้า

ในขณะที่เขาก้าวเข้าใกล้หมู่บ้านมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกหวาดหวั่นก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น หลี่เฉินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังธาตุมืดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศอย่างบางเบา และเสียงบางอย่างที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน… เสียงคล้ายเสียงลมที่พัดผ่านอย่างรวดเร็ว… และเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือก ราวกับเสียงของความตายที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเงามืด

เขารีบวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านอย่างไม่คิดชีวิต หัวใจเต้นระรัว เมื่อมองเข้าไปในความมืดที่ปกคลุมซอยแคบๆ ของหมู่บ้าน เขาเห็นร่างๆ หนึ่งที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายลม มันเป็นเงาที่เลือนรางและแทบจะกลมกลืนไปกับความมืดมิด มือของมันมีกริชสีดำสนิทที่สะท้อนแสงจันทร์เล็กน้อย และเบื้องหน้าของมันคือร่างของชาวบ้านที่กำลังนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น!

“หยุดนะ!” หลี่เฉินคำราม พลังปราณที่เพิ่งฟื้นฟูมาได้บางส่วนถูกบีบเค้นออกมาจนถึงขีดสุด เขายกดาบเงาจันทราทมิฬขึ้นสูง แสงจันทร์เรืองรองบนคมดาบ ราวกับเทพแห่งสงครามที่กำลังลงทัณฑ์

เงาร่างนั้นชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะหันกลับมามองเขา ดวงตาภายใต้เงามืดที่บดบังใบหน้าเปล่งประกายสีแดงก่ำราวเลือด มันดูเหมือนจะประหลาดใจที่หลี่เฉินมาได้เร็วขนาดนี้ ทว่าไม่มีคำพูดใดๆ ออกมา มีเพียงรอยยิ้มที่ชั่วร้ายและไร้เสียง กริชในมือของมันถูกยกขึ้นเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งต่อไป

“แก…!” หลี่เฉินกัดฟันกรอด ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ เขาไม่ยอมให้คนบริสุทธิ์ต้องตายเพราะการกระทำอันชั่วร้ายขององค์ชายสามหยางฟางและเหล่ามือสังหารเหล่านี้อีกแล้ว!

เงาร่างนั้นพุ่งเข้าหาหลี่เฉินอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ มันคือ ‘เงาวายุ’ อย่างไม่ต้องสงสัย ความเร็วของมันเหนือกว่าเงาอัคคีที่เขาเพิ่งต่อสู้ด้วยมากนัก! กริชในมือของมันวาดเป็นประกายเย็นยะเยือก พุ่งตรงเข้าสู่ลำคอของหลี่เฉินอย่างแม่นยำและไร้ปรานี

“จันทราพิฆาตอัสนี!” หลี่เฉินคำราม เขารวบรวมพลังปราณแสงจันทร์และอัสนีที่เพิ่งฟื้นฟูมาได้ทั้งหมด สร้างกระบวนท่าดาบเดิมที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์ แสงสีเงินและฟ้าครามรวมกันเป็นลำแสงดาบที่เจิดจ้ายิ่งกว่าครั้งก่อน พุ่งตรงเข้าปะทะกับกริชของเงาวายุอย่างจัง!

การปะทะกันครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ คลื่นพลังงานระเบิดออกเป็นวงกว้าง แสงสว่างจ้าสาดส่องไปทั่วหมู่บ้านที่มืดมิด หลี่เฉินรู้ดีว่านี่คือการต่อสู้ที่แท้จริง และเขากำลังเผชิญหน้ากับความตายที่แท้จริง หากพลาดแม้แต่น้อย ชีวิตของเขาก็อาจจะจบลงที่นี่

เงาวายูถูกแรงปะทะกระเด็นถอยหลังไปเล็กน้อย ดวงตาแดงก่ำของมันจ้องมองหลี่เฉินด้วยความประหลาดใจผสมกับความชิงชัง มันไม่คาดคิดว่าหลี่เฉินจะยังคงมีพลังเหลืออยู่มากพอที่จะต้านทานการโจมตีของมันได้

“เจ้า… จะต้องตาย!” เสียงแหบพร่าเย็นยะเยือกเล็ดลอดออกมาจากเงาวายุเป็นครั้งแรก น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นราวกับวิญญาณร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากความตาย

หลี่เฉินไม่ตอบโต้ เขากระชับดาบในมือให้แน่นขึ้น ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาของเขากลับสว่างวาบไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น เขาจะต้องปกป้องหมู่บ้านนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

“ระบบ… มีวิธีไหนที่จะกำจัดมันได้อย่างรวดเร็วบ้าง!” หลี่เฉินถามในใจ เขาไม่มีเวลามาเล่นเกมอีกต่อไปแล้ว

ระบบเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง: “มีวิธีหนึ่ง… แต่มันอาจมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงต่อร่างกายของผู้ใช้”

เงาวายูไม่รอช้า มันพุ่งเข้าหาหลี่เฉินอีกครั้งด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม ร่างกายของมันกลายเป็นเงาที่พร่าเลือนจนแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า กริชสีดำในมือของมันเปล่งประกายสีแดงจางๆ ราวกับจะดื่มกินชีวิตของหลี่เฉินให้หมดสิ้น

“บอกมา!” หลี่เฉินตะโกน เขารู้ดีว่าตนเองกำลังจวนเจียน แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

“เปิดใช้งาน ‘โหมดราชันย์อัสนี’ ชั่วคราว! เพิ่มพลังปราณและพละกำลัง 500% เป็นเวลา 60 วินาที! ผลข้างเคียง: หลังสิ้นสุดโหมด ร่างกายผู้ใช้จะเข้าสู่สภาวะอ่อนแออย่างรุนแรง พลังปราณจะแห้งเหือดหมดสิ้น และอาจหมดสติเป็นเวลาอย่างน้อย 12 ชั่วโมง!”

“500%!” หลี่เฉินตกตะลึงกับตัวเลขนั้น มันคือพลังมหาศาลที่เขาไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อน แต่ผลข้างเคียงก็ร้ายแรงเช่นกัน หากเขาหมดสติไป 12 ชั่วโมงในสถานการณ์เช่นนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก!

“เปิดใช้งาน ‘โหมดราชันย์อัสนี’!” หลี่เฉินคำราม

ทันใดนั้น ร่างกายของหลี่เฉินก็เปล่งประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า พลังปราณอัสนีมหาศาลพลันพวยพุ่งออกจากทุกรูขุมขนของเขา เส้นผมสีดำของเขากลายเป็นสีฟ้าครามชั่วขณะ ดวงตาของเขาเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า ราวกับเทพแห่งอัสนีที่จุติลงมายังโลกมนุษย์ พลังที่มหาศาลเกินกว่าที่เขาเคยสัมผัสพลันไหลเวียนอยู่ในทุกส่วนของร่างกาย เขารู้สึกถึงพละกำลังที่ไร้ขีดจำกัด ความเร็วที่เหนือกว่าสายลม และพลังปราณที่เปี่ยมล้นจนแทบจะระเบิดออกมา!

เงาวายูที่กำลังพุ่งเข้ามาหยุดชะงักทันที ดวงตาแดงก่ำของมันเบิกกว้างด้วยความตกใจ มันรู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ปะทุออกมาจากร่างของหลี่เฉิน พลังนั้นรุนแรงและบริสุทธิ์เกินกว่าที่มันจะจินตนาการได้ และมันก็สัมผัสได้ถึงอันตรายที่แท้จริง

“นี่มันอะไรกัน!” เงาวายูพึมพำด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของมันเริ่มสั่นเทาด้วยความกลัวที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

“ตายซะ!” หลี่เฉินคำราม เสียงของเขาเปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงที่ดังกังวานและทรงพลังราวกับเสียงฟ้าผ่า เขายกดาบเงาจันทราทมิฬขึ้นสูง ปราณอัสนีมหาศาลรวมตัวกันบนคมดาบ แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงอัสนีสีฟ้าครามที่เจิดจ้าและรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ ก่อนจะฟันลงมายังเงาวายุที่กำลังยืนตะลึงอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด!

ลำแสงอัสนีพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเงาวายุด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการเคลื่อนไหวของมันหลายเท่าตัว เงาวายูพยายามหลบหลีก ทว่ามันช้าเกินไป!

เปรี้ยง!

เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วหมู่บ้าน! ลำแสงอัสนีปะทะเข้ากับร่างของเงาวายุอย่างจัง ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกที่รุนแรงจนบ้านเรือนโดยรอบสั่นสะเทือน ดินและหินกระเด็นกระดอนขึ้นไปในอากาศ แสงสีฟ้าครามสว่างจ้าไปทั่วบริเวณ!

เมื่อ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ราชันย์ระบบ

ราชันย์ระบบ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!