ราชันย์ระบบ

ตอนที่ 20 — หอคอยแห่งการเฝ้ามอง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

200 ตอน · 1,458 คำ

คำว่า ‘หอคอยแห่งการเฝ้ามอง’ ยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของหลี่เฉิน มันเป็นดั่งเสียงกระซิบจากเงามืดที่ชักนำเขาไปสู่ทางแยกแห่งชะตากรรม จะเป็นจุดจบหรือจุดเริ่มต้นของอำนาจที่แท้จริง? เขาพิจารณาจี้ดวงตาแห่งความมืดในมืออย่างถี่ถ้วน แสงเรืองรองสีเงินทมิฬสะท้อนในดวงตาของเขา แสดงถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหวั่นไหว ‌แม้จะมีความวิตกกังวลแฝงอยู่ก็ตาม

ภัยคุกคามจาก ‘ผู้เฝ้ามองแห่งเงา’ ไม่ใช่สิ่งที่สามารถมองข้ามได้ พวกมันเป็นหน่วยข่าวกรองระดับสูงที่พลังอำนาจถึงขอบเขตวิญญาณสวรรค์ และการที่จี้ดวงตาแห่งความมืดสามารถระบุแหล่งที่มาของพวกมันได้ ย่อมหมายความว่านี่ไม่ใช่แค่เบาะแสธรรมดา มันอาจจะเป็นก้าวสำคัญในการเปิดเผยความลับขององค์กรเงาลับทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกัน ​ก็อาจเป็นกับดักที่ซับซ้อนที่สุดที่พวกมันเคยวางเอาไว้

หลี่เฉินรู้ดีว่าความปลอดภัยของเขาและอาณาจักรหยุนเฟิงที่กำลังก่อร่างสร้างตัวนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการกับภัยคุกคามที่มองไม่เห็นนี้ เขาจะปล่อยให้เงาเหล่านี้คอยเฝ้ามองและควบคุมเขาจากเบื้องหลังไม่ได้เด็ดขาด แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต แต่การเผชิญหน้าคือสิ่งเดียวที่จะนำมาซึ่งอิสรภาพและความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง

เขาหลับตาลง สูดลมหายใจลึก พลังปราณภายในหมุนวนอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกสงบที่มาพร้อมกับความเด็ดเดี่ยวเข้าแทนที่ความลังเลในใจ ‍“ไม่ว่ามันจะเป็นกับดักหรือไม่ ข้าก็ต้องไป” เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาเปิดออกอีกครั้ง เปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม “ข้าต้องเข้าใจที่มาของพวกมัน ข้าต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง”

รุ่งอรุณของวันใหม่มาถึงพร้อมกับความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของหลี่เฉิน เขาเรียกจางไป๋และเฒ่าฮวาเข้าพบในห้องโถงลับของจวน ‌จางไป๋ยังคงสวมชุดคลุมสีดำสนิท มีรัศมีที่ลึกล้ำยากหยั่งถึง ในขณะที่เฒ่าฮวายืนอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีสงบแต่ดวงตาแฝงแววห่วงใย

“ท่านอ๋องมีเรื่องสำคัญอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” จางไป๋เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

หลี่เฉินไม่รีรอที่จะอ้อมค้อม เขาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘ผู้เฝ้ามองแห่งเงา’ และเบาะแสที่จี้ดวงตาแห่งความมืดมอบให้ ‍นั่นคือ ‘หอคอยแห่งการเฝ้ามอง’ ให้ทั้งสองฟัง โดยยังคงเว้นรายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถของจี้และระบบเอาไว้

สีหน้าของจางไป๋เปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า ‘หอคอยแห่งการเฝ้ามอง’ เฒ่าฮวาถึงกับขมวดคิ้วแน่น “หอคอยแห่งการเฝ้ามอง? ท่านอ๋องแน่ใจหรือพ่ะย่ะค่ะว่านี่คือข้อมูลที่เชื่อถือได้?”

“ข้ามั่นใจ” ​หลี่เฉินตอบหนักแน่น “จี้ดวงตาแห่งความมืดเป็นของวิเศษที่มิอาจเข้าใจได้ง่ายๆ มันชี้ชัดมาที่นี่ และข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่เชื่อมโยงกับมัน”

จางไป๋เดินไปที่แผนที่ขนาดใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง เขาไล้นิ้วไปตามแนวเทือกเขาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอาณาจักร ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่อันตรายและเต็มไปด้วยสัตว์อสูรและป่าทึบที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปสำรวจอย่างจริงจัง “หอคอยแห่งการเฝ้ามอง… หากเป็นเช่นที่ท่านอ๋องกล่าว ​มันจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่ถูกซ่อนเร้นอย่างสมบูรณ์ และการที่องค์กรเงาลับเลือกสถานที่เช่นนั้น ย่อมหมายความว่ามันเป็นฐานที่มั่นสำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่จุดสังเกตการณ์ทั่วไป”

เฒ่าฮวาพยักหน้าเห็นด้วย “การเดินทางไปที่นั่นเป็นอันตรายอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ ไม่ต้องพูดถึงการเผชิญหน้ากับผู้เฝ้ามองแห่งเงาที่มีพลังถึงขอบเขตวิญญาณสวรรค์”

“ข้าทราบดีถึงอันตราย” หลี่เฉินกล่าว “แต่ข้าก็ไม่สามารถนั่งรอให้พวกมันคุกคามเราได้เรื่อยๆ ​เราต้องรู้ว่าพวกมันคือใคร และมีเป้าหมายอะไรกันแน่”

“เช่นนั้นท่านอ๋องประสงค์จะให้กระหม่อมและเฒ่าฮวาเตรียมการอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” จางไป๋ถาม

“ข้าจะไปสำรวจด้วยตนเอง” หลี่เฉินประกาศ “จางไป๋ เจ้าเตรียมแผนที่เส้นทางที่ละเอียดที่สุดเท่าที่จะหาได้ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิประเทศแถบนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เฒ่าฮวา ท่านช่วยเตรียมยาและยันต์ป้องกันตัวที่จำเป็น ยันต์ซ่อนเร้น ยันต์เคลื่อนย้ายฉุกเฉิน และหากเป็นไปได้ ยันต์โจมตีที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ท่านสร้างได้”

จางไป๋และเฒ่าฮวาต่างมองหน้ากันด้วยความกังวล แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของหลี่เฉิน

“ท่านอ๋อง โปรดระมัดระวังให้มากพ่ะย่ะค่ะ” เฒ่าฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หากมีอันตรายเกินต้าน โปรดถอยหนีออกมาทันที”

“ข้าเข้าใจ” หลี่เฉินพยักหน้า “จางไป๋ เจ้าเตรียมคนของเจ้าไว้ให้พร้อม แต่ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ข้าจะส่งสัญญาณหากต้องการความช่วยเหลือจริงๆ”

หลังจากทั้งสองออกไป หลี่เฉินก็เรียกเปิดระบบขึ้นมา

“ระบบ ข้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘หอคอยแห่งการเฝ้ามอง’” เขาเอ่ยในใจ

[กำลังประมวลผลข้อมูล...] เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของหลี่เฉิน [‘หอคอยแห่งการเฝ้ามอง’ เป็นโครงสร้างโบราณที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคการก่อสร้างและการปรับแต่งพลังวิญญาณที่ไม่ธรรมดา มันถูกใช้เป็นศูนย์กลางการรวบรวมข้อมูลและฐานปฏิบัติการลับขององค์กรเงาลับในภูมิภาคนี้ พลังป้องกันภายในรุนแรงมาก ตรวจพบออร่าของสิ่งมีชีวิตระดับวิญญาณสวรรค์หลายตน]

[ภารกิจใหม่: แทรกซึมและสำรวจหอคอยแห่งการเฝ้ามอง] [เป้าหมาย: ค้นพบความลับของหอคอยแห่งการเฝ้ามอง หรือรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรเงาลับ] [รางวัล: แต้มระบบ 500, คัมภีร์วิชาลับ ‘พันเงาสายฟ้า’, และโอกาสในการปลดล็อก ‘ดวงตาแห่งปัญญา’ ขั้นถัดไป] [บทลงโทษสำหรับความล้มเหลว: สูญเสียแต้มระบบ 200, สถานะ ‘ถูกไล่ล่า’ จากองค์กรเงาลับ]

หลี่เฉินขมวดคิ้ว “พันเงาสายฟ้า” ฟังดูน่าสนใจ และ ‘ดวงตาแห่งปัญญา’ ขั้นถัดไปก็ยิ่งยั่วใจ การที่ระบบเสนอรางวัลขนาดนี้ ยิ่งยืนยันว่าภารกิจนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง

“ระบบ มีคำแนะนำสำหรับการแทรกซึมหรือไม่” หลี่เฉินถาม

[คำแนะนำ: การใช้ทักษะ ‘เงาพราง’ และ ‘จี้ดวงตาแห่งความมืด’ จะเพิ่มโอกาสในการสำเร็จภารกิจอย่างมาก ขอแนะนำให้ท่านอัปเกรดทักษะที่เกี่ยวข้องให้ถึงขีดสุดก่อนปฏิบัติภารกิจ]

“อัปเกรดทักษะ?” หลี่เฉินตรวจสอบสถานะของตนเอง ‘เงาพราง’ อยู่ในระดับเชี่ยวชาญ และจี้ดวงตาแห่งความมืดเพิ่งถูกเปิดใช้งานและยังไม่มีระดับทักษะที่ชัดเจน

หลี่เฉินตัดสินใจใช้แต้มระบบที่สะสมไว้เพื่ออัปเกรด ‘เงาพราง’

[ท่านต้องการใช้ 200 แต้มระบบ เพื่ออัปเกรด ‘เงาพราง’ จากระดับเชี่ยวชาญ เป็นระดับปรมาจารย์ หรือไม่?] “ใช่”

[อัปเกรดสำเร็จ! ทักษะ ‘เงาพราง’ (ระดับปรมาจารย์) – เพิ่มความสามารถในการซ่อนตัวจากประสาทสัมผัสทุกรูปแบบ รวมถึงการตรวจจับด้วยพลังวิญญาณในระดับสูง ลดเสียงรบกวนจากการเคลื่อนไหวและกลิ่นอายตัวตนให้เหลือศูนย์ สามารถรวมเข้ากับเงาโดยรอบได้อย่างสมบูรณ์แบบในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม]

หลี่เฉินรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกาย พลังปราณที่เคยไหลเวียนอย่างธรรมดาตอนนี้ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์กับเงาและแสงรอบตัวอย่างลึกซึ้งขึ้น เขาทดลองใช้ ‘เงาพราง’ ในห้องลับแห่งนั้น และแทบจะหายไปจากสายตาอย่างสมบูรณ์ หากไม่มีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง ก็ยากที่จะตรวจจับเขาได้

หลังจากนั้นสามวัน หลี่เฉินใช้เวลาทั้งหมดไปกับการฝึกฝน ‘เงาพราง’ ระดับปรมาจารย์ และการทำความเข้าใจความสามารถของจี้ดวงตาแห่งความมืดให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เขาพยายามควบคุมการปล่อยพลังของจี้อย่างละเอียด เพื่อใช้ในการตรวจจับและหลีกเลี่ยงภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จางไป๋ได้เตรียมแผนที่และข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดเกี่ยวกับภูมิประเทศโดยรอบหอคอย ในขณะที่เฒ่าฮวาได้ส่งมอบยันต์ชุดหนึ่งที่มีพลังป้องกันและเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน ซึ่งเพียงพอสำหรับการเอาตัวรอดในสถานการณ์วิกฤต

ในคืนที่ดวงจันทร์ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆหนาทึบ หลี่เฉินออกเดินทางเพียงลำพัง เขาสวมชุดสีทมิฬที่กลมกลืนกับความมืดมิด ทักษะ ‘เงาพราง’ ทำงานอย่างเต็มที่ ทุกย่างก้าวเงียบเชียบราวกับผีเสื้อกลางคืน เส้นทางที่จางไป๋จัดหามานั้นเต็มไปด้วยโขดหินสูงชัน ป่าทึบที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร และหุบเหวลึก แต่ด้วยความแข็งแกร่งระดับก่อกำเนิดวิญญาณและทักษะที่เหนือชั้น หลี่เฉินสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายส่วนใหญ่ได้อย่างง่ายดาย

หลังจากเดินทางมาสามวันสามคืน หลี่เฉินก็มาถึงบริเวณเทือกเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบตลอดทั้งปี อากาศที่นี่เย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพลังวิญญาณที่แปลกประหลาด เขาเริ่มใช้จี้ดวงตาแห่งความมืดในการสแกนหา ‘หอคอยแห่งการเฝ้ามอง’ อย่างระมัดระวัง

แสงสีเงินทมิฬจากจี้แผ่ออกไปอย่างเงียบเชียบ สัมผัสได้ถึงกระแสพลังวิญญาณที่สั่นไหวอย่างรุนแรงในระยะไกล และในที่สุด จี้ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังงานมหาศาลพุ่งตรงไปยังจุดหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอกหนา หลี่เฉินจ้องมองไปยังทิศทางนั้น

เบื้องหน้าของเขา ม่านหมอกที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดค่อยๆ เผยให้เห็นโครงสร้างสูงตระหง่านที่แทบจะกลืนหายไปกับขอบฟ้า มันเป็นหอคอยโบราณที่สร้างจากหินสีดำสนิท ดูเหมือนถูกแกะสลักจากก้อนหินขนาดยักษ์โดยธรรมชาติ แทนที่จะเป็นฝีมือมนุษย์ ตัวหอคอยมีรูปร่างประหลาด ไม่ใช่ทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมทั่วไป แต่กลับบิดเบี้ยวและมีปลายแหลมคล้ายหนามแหลมคมนับไม่ถ้วนยื่นออกมาจากทุกทิศทาง ราวกับมือของปีศาจที่กำลังตะเกียกตะกายขึ้นสู่ท้องฟ้า

รอบๆ หอคอยมีกำแพงพลังงานโปร่งใสที่มองเห็นได้ลางๆ แผ่รัศมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งอย่างน่าตกใจ แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร หลี่เฉินก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากมัน พลังงานมืดบางอย่างลอยวนอยู่รอบๆ หอคอย ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูมืดมิดและสิ้นหวัง

เขานอนหมอบอยู่หลังโขดหินขนาดใหญ่ ใช้ ‘เงาพราง’ ซ่อนตัวตนอย่างสมบูรณ์ และใช้ ‘จี้ดวงตาแห่งความมืด’ สอดส่องเข้าไปยังหอคอยอย่างละเอียด

ภายในกำแพงพลังงาน เขาเห็นเงาของนักบ่มเพาะหลายคนเคลื่อนไหวไปมา พวกเขาสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากาก ซึ่งเป็นชุดเครื่องแบบขององค์กรเงาลับ พลังปราณที่แผ่ออกมาจากพวกเขานั้นไม่ธรรมดาเลย แม้แต่ผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นยามธรรมดาก็ยังอยู่ในขอบเขตแก่นแท้วิญญาณขึ้นไป

หลี่เฉินเล็งไปที่จุดที่อ่อนแอที่สุดของกำแพงพลังงาน โดยใช้จี้ดวงตาแห่งความมืดตรวจจับรอยรั่วหรือช่องโหว่เล็กๆ ทว่ากำแพงนั้นดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ และยังมีอักขระโบราณนับไม่ถ้วนสลักอยู่บนผิวกำแพงเหล่านั้น มันเป็นระบบป้องกันที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้ในตอนนี้

เขาค่อยๆ เคลื่อนที่ไปรอบๆ หอคอย พยายามหารูปแบบการป้องกันหรือเส้นทางที่อาจจะใช้แทรกซึมเข้าไปได้ ขณะที่เขากำลังสำรวจอยู่ จู่ๆ จี้ดวงตาแห่งความมืดก็สั่นสะท้านอีกครั้ง และคราวนี้มันไม่ได้ชี้ไปที่หอคอยโดยตรง แต่กลับชี้ไปยังจุดหนึ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างของหอคอย เหมือนเป็นทางลับที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ดิน

หลี่เฉินเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้จุดนั้นอย่างระมัดระวัง เขาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังวิญญาณที่แปลกประหลาด เป็นพลังงานที่ไม่เหมือนพลังป้องกันของหอคอย แต่กลับมีความรู้สึกถึงความโบราณและลึกลับยิ่งกว่า เขาใช้ปลายนิ้วสัมผัสผืนดินบริเวณนั้น และสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ผิดปกติ

ด้วยความช่วยเหลือของจี้ดวงตาแห่งความมืด หลี่เฉินมองเห็นภาพหลอนของอักขระโบราณเรืองแสงจางๆ ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน มันเป็นวงเวทขนาดเล็กที่ฝังอยู่ใต้ดิน และดูเหมือนจะเป็นประตูที่มองไม่เห็น หากไม่ใช่เพราะจี้ดวงตาแห่งความมืด เขาก็คงไม่มีทางค้นพบมันได้เลย

นี่คือทางเข้าลับงั้นหรือ? หรือมันคือกับดักอีกรูปแบบหนึ่ง?

ความอยากรู้และความกระหายที่จะไขความลับขององค์กรเงาลับกระตุ้นให้หลี่เฉินตัดสินใจ เขาเหลือบมองไปยังหอคอยสูงเสียดฟ้าที่เต็มไปด้วยพลังอันตราย และมองกลับมาที่วงเวทปริศนาเบื้องล่าง หากนี่คือทางเข้าลับจริง ย่อมหมายความว่ามันอาจเป็นเส้นทางที่อันตรายน้อยที่สุดในการเข้าถึงหัวใจขององค์กรเงาลับ

หลี่เฉินตัดสินใจที่จะเสี่ยง เขาหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมพลังปราณทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือ แล้วค่อยๆ วางฝ่ามือลงบนวงเวทที่มองไม่เห็นนั้น ทันใดนั้น แสงสีเงินทมิฬจากจี้ดวงตาแห่งความมืดก็เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเคย และวงเวทใต้เท้าของเขาก็เรืองแสงสีม่วงดำขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนที่จะแยกออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางลงสู่ความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง กลิ่นอายของพลังวิญญาณที่รุนแรงและลึกลับพวยพุ่งขึ้นมา ปะทะเข้ากับใบหน้าของหลี่เฉิน

เขาไม่ลังเลอีกต่อไป สายตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง และก้าวลงไปในความมืดมิดนั้นอย่างช้าๆ ราวกับก้าวเข้าสู่ห้วงลึกของห้วงฝันร้ายที่กำลังรอคอยเขาอยู่ข้างหน้า

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ราชันย์ระบบ

ราชันย์ระบบ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!