ภาพหลอนนับพันพุ่งเข้าใส่จิตใจของหลี่เฉินดุจกระแสน้ำท่วมทะลัก ทันทีที่เขาเข้าใกล้ดวงตาผลึกสีเขียวมรกตขนาดมหึมา ภาพเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่เกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์จะรับไหว ดวงดาวที่เคยส่องแสงระยิบระยับในห้วงอวกาศอันมืดมิดกลับแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ เปล่งประกายสุดท้ายแห่งความตาย ก่อนจะระเบิดเป็นละอองธุลีสีขาวนวล อาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองโอ่อ่าถูกกลืนกินโดยเงามืดที่ไร้รูปร่าง มหานครสูงเสียดฟ้าพังทลายลงสู่ห้วงเหวแห่งความว่างเปล่า เสียงกรีดร้องนับล้านของสรรพชีวิตที่กำลังสิ้นชีพดังกึกก้องอยู่ในห้วงสำนึกของเขา ราวกับเสียงกระซิบจากจักรวาลที่กำลังแตกสลาย ความมืดมิดที่ไร้จุดสิ้นสุดกำลังถาโถมเข้าใส่จิตใจ บีบคั้นทุกขุมกำลังให้สั่นคลอน ราวกับจะฉีกกระชากวิญญาณของเขาออกเป็นชิ้นๆ
หลี่เฉินรู้สึกเหมือนร่างกายของเขากำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ จิตวิญญาณของเขากำลังถูกดึงเข้าสู่ห้วงแห่งความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด ภาพหลอนเหล่านั้นไม่ใช่เพียงภาพลวงตาธรรมดา แต่มันคือประสบการณ์ตรงที่ถูกถ่ายทอดมาสู่จิตใจของเขา บีบคั้นให้เขาสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวัง ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดจากการล่มสลายของโลกนับไม่ถ้วน เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากดวงตาผลึกนั้น เป็นพลังงานที่เก่าแก่ เกินกว่ากาลเวลา และเต็มไปด้วยความลับอันดำมืดแห่งจักรวาล มันเป็นความรู้สึกที่น่าสะพรึงกลัวจนเส้นผมบนท้ายทอยลุกชันไปหมด ทว่าแม้จะถูกถาโถมด้วยประสบการณ์อันโหดร้าย หลี่เฉินก็ยังคงยืนหยัดด้วยจิตใจอันแข็งแกร่ง เขาได้ผ่านการฝึกฝนและเผชิญหน้ากับความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ความมุ่งมั่นที่จะกลับไปทวงคืนบัลลังก์ของเขาได้หล่อหลอมจิตใจให้แกร่งดุจหินผา แม้จะหวาดกลัว แต่เขาก็ไม่ยอมให้ความหวาดกลัวนั้นกลืนกินเขาได้โดยง่าย
“นี่ไม่ใช่ภาพลวงตาธรรมดา แต่มันคือความจริง…ความทรงจำ!” หลี่เฉินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าคล้ายคนกระหายน้ำ เขารู้สึกถึงแรงบีบคั้นมหาศาลที่พยายามจะฉีกกระชากสติของเขา แต่เขากลับกัดฟันกรอด ใช้พลังจิตวิญญาณทั้งหมดที่มีตั้งกำแพงป้องกันขึ้นในห้วงสำนึกของตัวเอง เขารวบรวมสมาธิทั้งหมดเข้าสู่จี้ดวงตาแห่งความมืดที่สวมอยู่ที่คอ ซึ่งมันกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและเปล่งแสงสีม่วงดำเรืองรองออกมา แสงนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออก ปกคลุมร่างของหลี่เฉินไว้ราวกับเป็นเกราะป้องกันบางๆ ที่ช่วยบรรเทาความรุนแรงของภาพหลอนลงได้เล็กน้อย
ทันใดนั้น เสียงระบบอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในห้วงสำนึกของเขา ราวกับเสียงกระซิบจากสรวงสวรรค์ที่มาช่วยชีวิต [ตรวจพบการเชื่อมต่อกับ 'แก่นแท้แห่งดวงตาแห่งมิติ'] [วิเคราะห์ข้อมูล… ความสมบูรณ์ของจิตวิญญาณของผู้ใช้: 98%] [ความเข้ากันได้กับพลังงานแหล่งที่มา: ระดับสูง] [สถานะ 'จี้ดวงตาแห่งความมืด' (กุญแจและดวงตาที่สาม): ทำงานสมบูรณ์] [เริ่มกระบวนการถ่ายโอนข้อมูลหลักจาก 'แก่นแท้แห่งดวงตาแห่งมิติ'] [ผู้ใช้จะได้รับข้อมูลมหาศาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจและร่างกาย โปรดเตรียมพร้อม]
เสียงระบบช่วยดึงสติของหลี่เฉินกลับมา เขาพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ แม้ร่างกายจะยังสั่นเทา จี้ดวงตาแห่งความมืดที่ห้อยอยู่บนคอของเขาเปล่งแสงสว่างวาบยิ่งขึ้น ก่อนที่มันจะลอยขึ้นจากอกของเขาอย่างช้าๆ แล้วเคลื่อนเข้าหาหน้าผากของหลี่เฉินอย่างนุ่มนวล ราวกับมีชีวิตของตัวเอง มันค่อยๆ ผสานรวมเข้ากับผิวหนังของเขาอย่างช้าๆ ปราศจากความเจ็บปวด ทว่ากลับเป็นความรู้สึกที่ประหลาดและลึกซึ้ง ราวกับชิ้นส่วนที่ขาดหายไปได้กลับมาเติมเต็มอีกครั้ง
เมื่อจี้ดวงตาผสานเข้ากับหน้าผากของเขาจนสมบูรณ์ ดวงตาผลึกสีเขียวมรกตเบื้องหน้าก็หมุนวนเร็วขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แสงสีเขียวเข้มพวยพุ่งออกมาจากแกนกลางของมัน พุ่งเข้าสู่ร่างของหลี่เฉินราวกับกระแสน้ำวนที่ไร้จุดสิ้นสุด ทันใดนั้น ภาพหลอนที่เคยบีบคั้นจิตใจก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ภาพที่กระจัดกระจายอีกต่อไป แต่มันคือข้อมูลที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ เป็นภาพเหตุการณ์ที่ต่อเนื่อง เป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้ในห้วงลึกของจักรวาล หลี่เฉินรู้สึกเหมือนสมองของเขากำลังถูกเปิดออก และข้อมูลมหาศาลกำลังหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
เขาเห็นการก่อกำเนิดขององค์กรผู้เฝ้ามองแห่งเงา พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่ถือกำเนิดขึ้นจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่เกือบจะทำลายล้างอาณาจักรแห่งนี้เมื่อหลายหมื่นปีก่อน ภัยพิบัติครั้งนั้นไม่ได้มาจากภายในอาณาจักร แต่มาจากห้วงมิติที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว รูปทรงบิดเบี้ยว ไร้ซึ่งความเมตตา หลุดรอดเข้ามาจากช่องว่างระหว่างมิติ พวกมันคือ 'ผู้ล่าแห่งห้วงมิติ' ที่มุ่งหมายจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง ทุกอาณาจักร ทุกดวงดาวให้จมดิ่งลงสู่ความว่างเปล่า
หลี่เฉินเห็นภาพการต่อสู้อันยาวนานของผู้เฝ้ามอง พวกเขาไม่ได้มีพลังทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่พวกเขามีปัญญา มีความอดทน และมีหัวใจที่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญ พวกเขาสร้างหอคอยแห่งการเฝ้ามองขึ้นทั่วทั้งอาณาจักร เป็นเสาหลักที่เชื่อมต่อกับ 'แก่นแท้แห่งดวงตาแห่งมิติ' ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษซากของอารยธรรมโบราณที่สาบสูญไปแล้ว มันไม่ได้มีไว้เพื่อโจมตี แต่เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจจับการรุกราน และเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามจากมิติอื่น 'แก่นแท้แห่งดวงตาแห่งมิติ' เป็นทั้งห้องสมุดแห่งจักรวาล เป็นเครื่องมือพยากรณ์ และเป็นเครื่องกำเนิดพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนระบบป้องกันของอาณาจักร
ข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง หลี่เฉินได้เรียนรู้เกี่ยวกับ 'การล่มสลายครั้งใหญ่' เมื่อสามหมื่นปีก่อน เมื่อผู้ล่าแห่งห้วงมิติจำนวนนับไม่ถ้วนหลุดรอดเข้ามาในอาณาจักร การต่อสู้ครั้งนั้นกินเวลาหลายพันปี โลกแทบถูกทำลายล้าง เผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วนสูญหายไป ผู้เฝ้ามองแห่งเงาพร้อมด้วยเหล่าผู้กล้าและผู้ปกครองอาณาจักรในยุคนั้นร่วมมือกันต่อสู้จนตัวตาย ในที่สุด พวกเขาก็สามารถขับไล่ผู้รุกรานกลับไปได้ แต่ด้วยราคาที่ต้องจ่ายมหาศาล อาณาจักรแทบไม่เหลืออะไรเลย ผู้เฝ้ามองต้องปิดตายแก่นแท้แห่งดวงตา และทิ้งคำทำนายไว้ว่าในอนาคตจะมี 'ผู้ถูกเลือก' ที่จะมาปลุกมันให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังจะหวนคืน
[ถ่ายโอนข้อมูลสำเร็จ: ประวัติศาสตร์ขององค์กรผู้เฝ้ามองแห่งเงา, ข้อมูลเกี่ยวกับ 'ผู้ล่าแห่งห้วงมิติ', หลักการทำงานของ 'แก่นแท้แห่งดวงตาแห่งมิติ', คำทำนายของผู้ถูกเลือก] [คุณสมบัติพิเศษ 'ดวงตาที่สาม' ถูกเปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์] [ระบบทำการเชื่อมต่อกับ 'แก่นแท้แห่งดวงตาแห่งมิติ'… กำลังปรับปรุงระบบหลัก…] [ความคืบหน้า: 10%... 30%... 60%... 90%... 100%] [การปรับปรุงระบบหลักสำเร็จ! ระบบได้ทำการอัปเกรดเป็น 'ระบบราชันย์แห่งมิติ']
เสียงระบบที่เปลี่ยนไปทำให้หลี่เฉินถึงกับตะลึง นี่คือระบบราชันย์แห่งมิติ! คำว่า 'มิติ' แสดงให้เห็นถึงขอบเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มากนัก
[เนื่องจากการเชื่อมต่อกับ 'แก่นแท้แห่งดวงตาแห่งมิติ' และการอัปเกรดระบบ คุณได้รับทักษะพิเศษใหม่:] [ทักษะ: ดวงตาแห่งการเฝ้าระวัง (ระดับเทพ)]
พลังงานมหาศาลไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของหลี่เฉินอย่างต่อเนื่อง เส้นชีพจรทุกเส้นในร่างกายของเขารู้สึกเหมือนถูกชะล้างด้วยพลังวิญญาณบริสุทธิ์ การบีบคั้นทางจิตใจหายไปหมดสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกโล่งโปร่งและกระจ่างแจ้ง ร่างกายของเขารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การฝึกฝนของเขาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เขาเคยอยู่ในขอบเขตของขั้นก่อเกิด แต่ตอนนี้ เขารู้สึกว่าตนเองทะลวงผ่านไปสู่ขั้นก่อตั้งได้อย่างง่ายดาย และยังคงก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
[ระดับพลังวิญญาณของคุณเพิ่มขึ้นจาก ขั้นก่อเกิด ระดับ 9 เป็น ขั้นก่อตั้ง ระดับ 3!] [ค่าสถานะเพิ่มขึ้น:]
หลี่เฉินรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นภายในตัวเขา ไม่ใช่แค่พลังที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการรับรู้ที่ลึกซึ้งขึ้น เขาหันไปมองรอบๆ ห้องโถง และทุกสิ่งก็ปรากฏแก่สายตาของเขาในมุมมองใหม่ ผนังหินที่เคยดูแข็งแกร่ง ตอนนี้เขาสามารถมองเห็นกระแสพลังวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่ภายในได้อย่างชัดเจน ร่องรอยของอาคมโบราณที่ฝังอยู่ใต้พื้นผิวก็ปรากฏให้เห็นราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขาเอง เขาเห็นพลังงานที่ละเอียดอ่อนที่แผ่ออกมาจากดวงตาผลึก และสัมผัสได้ถึงการเชื่อมโยงอันลึกซึ้งระหว่างมันกับอาณาจักรแห่งนี้
ดวงตาผลึกสีเขียวมรกตที่เคยดูน่าหวาดกลัว ตอนนี้กลับดูสงบลง มันยังคงหมุนวนอยู่ช้าๆ แต่แสงที่แผ่ออกมานั้นอ่อนโยนกว่าเดิม ราวกับจะเชื้อเชิญให้เขาเข้าใกล้ หลี่เฉินก้าวเท้าเข้าไปหาดวงตาผลึกนั้นอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากเดิมสิ้นเชิง เขายื่นมือออกไปสัมผัสพื้นผิวที่เรียบลื่นและเย็นเยียบของผลึก พลังงานที่บริสุทธิ์และเก่าแก่ไหลผ่านฝ่ามือเข้าสู่ร่างกายของเขา มันเป็นพลังงานที่แตกต่างจากพลังวิญญาณทั่วไป เป็นพลังงานแห่งมิติที่บริสุทธิ์ เป็นเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงจักรวาล
“ผู้เฝ้าระวัง… ผู้พิทักษ์…” หลี่เฉินพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งที่มาพร้อมกับพลังอำนาจนี้ ความจริงที่เปิดเผยออกมานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจินตนาการของมนุษย์ทั่วไป อาณาจักรที่เขาเคยคิดว่าเล็กนิดเดียวในจักรวาลอันกว้างใหญ่ กลับเป็นด่านหน้าของการป้องกันการรุกรานจากสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจใดๆ ที่เขาเคยรู้จัก ความขัดแย้งภายในราชสำนัก การแย่งชิงบัลลังก์ที่เคยดูสำคัญ ตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปโดยปริยาย เมื่อเปรียบเทียบกับภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง [ภารกิจหลักได้รับการอัปเดต!] [ภารกิจ: พิทักษ์อาณาจักร - เฟส 1: การเตรียมการ]
หลี่เฉินเงยหน้าขึ้นมองดวงตาผลึกอีกครั้ง ภายในดวงตาที่สามบนหน้าผากของเขารู้สึกถึงการเต้นระริกของพลังงานแห่งมิติ เขารู้สึกถึงช่องว่างเล็กๆ ที่กำลังจะฉีกขาดในห้วงอวกาศอันไกลโพ้น สัมผัสได้ถึงความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา มันคือสัญญาณเตือนที่ไม่อาจมองข้ามได้ เขากำหมัดแน่น ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเขาคนเดียวอีกต่อไป แต่มันคือชะตากรรมของอาณาจักรทั้งหมด
“สามปี…” หลี่เฉินพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกว่าเวลาอันน้อยนิดนี้ช่างบีบคั้นเหลือเกิน แต่ในแววตาของเขากลับไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชน ราวกับเปลวเพลิงที่กำลังจะเผาผลาญทุกอุปสรรคให้มอดไหม้ไป เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น ต้องกลับไปทวงคืนบัลลังก์ให้ได้เร็วที่สุด เพื่อใช้ทรัพยากรและอำนาจของราชวงศ์เตรียมรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง
หลี่เฉินหันกลับไปมองทางเข้าที่เขาเดินเข้ามา แสงสว่างจางๆ จากข้างบนยังคงส่องลงมา แต่ตอนนี้มันดูเลือนรางและไม่สำคัญไปเสียแล้ว เมื่อเทียบกับความมืดมิดอันไร้ขอบเขตที่เขาสัมผัสได้จากห้วงมิติ
“เวลาไม่คอยใคร…” เขาพึมพำอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจยาว “ก่อนอื่น…ต้องหาทางเพิ่มพลังงานของแก่นแท้แห่งดวงตานี้ให้ได้ก่อน”
ในขณะที่หลี่เฉินกำลังคิดถึงแผนการ ดวงตาที่สามบนหน้าผากของเขาก็เรืองแสงเจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง แสงนั้นพุ่งตรงไปยังผนังด้านหนึ่งของห้องโถงที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษ ทว่าเมื่อแสงกระทบ ผนังหินนั้นก็เริ่มสั่นสะเทือนและค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง และเสียงระบบก็ดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง
[ตรวจพบแหล่งพลังงานโบราณที่ถูกเก็บซ่อนไว้: 'แหล่งพลังงานวิญญาณแห่งมิติ'] [ตำแหน่ง: ลึกไปอีก 200 เมตรใต้ห้องควบคุมหลัก] [คำแนะนำ: การดูดซับแหล่งพลังงานนี้จะช่วยเร่งการฟื้นฟูของ 'แก่นแท้แห่งดวงตาแห่งมิติ']
หลี่เฉินมองไปยังทางเดินลับที่เปิดออก เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเขาอยู่ข้างหน้า แต่เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ความรู้สึกอันแรงกล้าที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นและปกป้องอาณาจักรแห่งนี้ได้จุดประกายขึ้นในใจของเขาแล้ว เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่ไม่รู้จัก ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในความมืดมิดเบื้องล่างอย่างเด็ดเดี่ยว แสงสีเขียวอ่อนจากดวงตาที่สามบนหน้าผากของเขาส่องนำทาง ราวกับเป็นแสงแห่งความหวังเพียงหนึ่งเดียวในห้วงลึกอันมืดมิดแห่งนี้

ราชันย์ระบบ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก