ตอนที่ 26 — ฟื้นฟูในแดนไร้ชีวิต

ตอนที่ 26 — ฟื้นฟูในแดนไร้ชีวิต

ราชันย์ระบบ · 200 ตอน

ความเย็นยะเยือกของอากาศแผ่ซ่านเข้าสู่ทุกอณูของผิวหนังที่บอบช้ำของหลี่เฉิน ดวงตาที่พร่ามัวค่อยๆ กวาดมองไปรอบกายอีกครั้ง ภาพเบื้องหน้ายังคงเป็นความว่างเปล่าไร้ขอบเขต มีเพียงพื้นดินแตกระแหงสีเทาอมดำทอดไกลสุดสายตา ท้องฟ้าเป็นสีเทาทึบไร้ดวงอาทิตย์หรือหมู่ดาวใดๆ ราวกับว่าแสงสว่างได้ถูกกลืนกินไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล ลมพัดหวีดหวิวหอบเอาละอองฝุ่นธุลีที่ไม่อาจระบุได้ว่าคืออะไรมาปะทะร่างอย่างต่อเนื่อง ‌กลิ่นอายแห่งความตายและความว่างเปล่ากดทับจิตวิญญาณให้รู้สึกห่อเหี่ยว แต่ภายในความสิ้นหวังนั้น ประกายแห่งความดื้อรั้นยังคงลุกโชนอยู่ในแววตาของเขา

“รอดมาได้จริงๆ สินะ” หลี่เฉินพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าราวกับไม่ได้ดื่มน้ำมานานนับวัน เขายังคงนอนแผ่อยู่บนพื้นแข็งกระด้าง ร่างกายแต่ละส่วนส่งสัญญาณความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ​พรแห่งความตายที่ได้รับจากวิญญาณแห่งความตายดูเหมือนจะเร่งกระบวนการรักษาบาดแผลภายนอกได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผิวหนังที่ฉีกขาดและกระดูกที่ร้าวเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่พรนั้นไม่ได้ช่วยคือการฟื้นฟูพลังงานวิญญาณที่เหือดแห้งไปจนหมดสิ้น และอาการอ่อนล้าที่แทรกซึมไปทั่วทุกเซลล์ของร่างกาย ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ช่องว่างมิติฉุกเฉินและการบาดเจ็บของแก่นแท้แห่งอาณาจักร

ระบบจักรพรรดิผู้พิชิตที่ปกติจะคอยส่งเสียงแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง บัดนี้เงียบสงัดราวกับหลับใหล มีเพียงข้อความเตือนเล็กๆ ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา: ‍“สถานะระบบ: โหมดจำกัดพิเศษ – พลังงานไม่เพียงพอต่อการทำงานเต็มรูปแบบ” นี่คือครั้งแรกที่ระบบเข้าสู่ภาวะอ่อนแอถึงเพียงนี้ การที่แก่นแท้แห่งอาณาจักรซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของระบบเสียหายอย่างรุนแรงส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน เขาไม่สามารถเรียกใช้ฟังก์ชันใดๆ ได้เลยแม้แต่การเปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัว ‌สิ่งนี้ทำให้สถานการณ์ของเขาเลวร้ายลงไปอีก เพราะปกติแล้วระบบคืออาวุธที่สำคัญที่สุดของเขาในการรับมือกับทุกวิกฤต

หลี่เฉินพยายามขยับตัวช้าๆ กล้ามเนื้อส่งเสียงประท้วงด้วยความปวดร้าว เขาสูดหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมสติและพิจารณาสภาพแวดล้อม “แดนรกร้างไร้ชีวิต” ชื่อนี้บ่งบอกถึงความโหดร้ายของมันได้อย่างชัดเจน ไม่มีแม้แต่เงาของพืชพรรณใดๆ ‍ที่คุ้นตา มีเพียงหินประหลาดรูปทรงบิดเบี้ยวที่ผุดขึ้นจากพื้นดินราวกับอสุรกายที่ถูกสาปให้กลายเป็นหิน พลังงานในอากาศเบาบางจนแทบไม่มีอยู่จริง พลังงานวิญญาณหรือพลังงานธาตุที่เขาคุ้นเคยไม่มีอยู่เลย สิ่งที่มีอยู่คือพลังงานมืดทึมบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากพื้นดินและหินพวกนั้น มันให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกและว่างเปล่า ไม่ใช่พลังงานที่มนุษย์จะดูดซับเพื่อฟื้นฟูได้

“พรแห่งความตาย” หลี่เฉินนึกถึงมันอีกครั้ง ​มันไม่ใช่แค่การรักษาบาดแผลภายนอก แต่เขารู้สึกได้ถึงพลังงานประหลาดบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด มันคล้ายกับความตาย แต่ก็ไม่ใช่ความตายที่สิ้นสูญ มันคือความตายที่มีพลังงานอยู่ พลังงานที่แตกต่างจากพลังวิญญาณโดยสิ้นเชิง เขาลองหลับตาและพยายามทำความเข้าใจกับพลังนี้อย่างระมัดระวัง แม้จะยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ​แต่เขากลับรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังปรับตัวเข้าหามันอย่างช้าๆ ราวกับว่ากำลังถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังงานที่แปลกประหลาดนี้ ความอ่อนเพลียยังคงอยู่ แต่ความรู้สึกเหมือนจะแตกสลายนั้นลดลงไปมาก

เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ขาของเขายังคงสั่นเทา แต่เขาก็สามารถทรงตัวได้ ดวงตาจับจ้องไปที่ขอบฟ้าที่มืดมิด “ต้องหาที่ปลอดภัยก่อน” ​เขาคิด “และต้องหาแหล่งพลังงาน ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม” เขามองไปรอบๆ อีกครั้ง ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ไม่มีสิ่งอ้างอิงใดๆ ในความว่างเปล่านี้ ทว่าสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่ถูกลับคมมาอย่างยาวนานสั่งให้เขาต้องเคลื่อนไหวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะไปทางใดก็ตาม

การเดินเท้าในแดนรกร้างไร้ชีวิตนั้นช่างยากลำบาก ทุกย่างก้าวต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาล เขาต้องระมัดระวังไม่ให้สะดุดล้ม เพราะการบาดเจ็บซ้ำอีกครั้งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เขาสังเกตเห็นว่าหินรูปร่างประหลาดบางก้อนมีลักษณะคล้ายกับซากสิ่งมีชีวิตโบราณที่กลายเป็นหินไปแล้ว บ้างก็เป็นรูปร่างคล้ายสัตว์ร้ายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บ้างก็คล้ายต้นไม้ขนาดใหญ่ที่บิดเบี้ยวจนน่ากลัว สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกปกคลุมด้วยฝุ่นละอองสีเทาเข้ม ทำให้พวกมันดูราวกับส่วนหนึ่งของภูมิประเทศที่ตายแล้ว

ขณะที่เขากำลังเดินไปเรื่อยๆ นั้น พรแห่งความตายที่อยู่ในร่างกายของเขาก็เริ่มแสดงผลที่แปลกประหลาดออกมา เขารู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานที่เล็ดลอดออกมาจากพื้นดิน มันไม่ใช่พลังงานวิญญาณ แต่เป็นคลื่นความสั่นสะเทือนที่เย็นยะเยือกและว่างเปล่า มันเป็นพลังงานแห่งความตายที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งมิตินี้ พลังนี้ทำให้เขารับรู้ถึง "ร่องรอย" ของสิ่งมีชีวิตที่เคยมีอยู่ในอดีต แม้ว่าพวกมันจะตายไปนานแล้วก็ตาม ราวกับว่าพรนี้ได้มอบ "ดวงตาแห่งความตาย" ให้แก่เขา

เขาหยุดเดินเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่เข้มข้นกว่าปกติ พลังงานนั้นมาจากกลุ่มก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก กลุ่มหินเหล่านั้นมีลักษณะเป็นแท่งสูงเสียดฟ้า เรียงรายกันคล้ายกับสุสานของยักษ์โบราณ หลี่เฉินตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้น แม้จะรู้ว่าอาจมีอันตรายรออยู่ แต่สัญชาตญาณบอกว่าที่นั่นอาจมีเบาะแสบางอย่างที่ช่วยให้เขารอดชีวิตได้

เมื่อเข้าใกล้กลุ่มก้อนหินยักษ์ หลี่เฉินก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น แท่งหินสูงตระหง่านเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงหินธรรมดา แต่เป็นซากของอารยธรรมโบราณที่ผุกร่อนไปตามกาลเวลา ผนังหินมีร่องรอยของการแกะสลักที่เลือนลาง แต่เขายังสามารถแยกแยะลวดลายประหลาดที่คล้ายกับอักษรโบราณบางชนิดได้ พลังงานแห่งความตายที่แผ่ซ่านออกมาจากแท่งหินเหล่านี้รุนแรงเป็นพิเศษ ราวกับว่ามันเป็นแหล่งรวมพลังงานของสิ่งมีชีวิตนับล้านที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้

“นี่มัน… ซากเมืองโบราณ?” หลี่เฉินพึมพำ เขามองไปยังส่วนที่ลึกเข้าไปในซากเมือง ซึ่งมีสิ่งก่อสร้างบางอย่างที่ยังคงรักษารูปทรงไว้ได้ดีกว่าส่วนอื่นๆ พลังงานแห่งความตายที่เข้มข้นที่สุดมาจากใจกลางของซากเมืองนั้น

เขาเดินเข้าไปในซากเมืองอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความตื่นตัว แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่สติปัญญาของเขายังคงเฉียบคม เขาสังเกตเห็นว่าพื้นดินภายในเมืองนั้นไม่ได้เป็นเพียงฝุ่นผง แต่เป็นเถ้ากระดูกที่ละเอียดจนกลายเป็นผงสีเทาอมดำ สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกขนลุกเล็กน้อย นี่คือสุสานขนาดมหึมาอย่างแท้จริง

ขณะที่เขากำลังสำรวจซากปรักหักพัง พลังงานจากพรแห่งความตายในตัวเขาก็เริ่มทำปฏิกิริยาอย่างรุนแรง เขารู้สึกเหมือนมีคลื่นความรู้แปลกประหลาดไหลเข้าสู่จิตใต้สำนึก ภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัว – ภาพของสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดคล้ายมนุษย์แต่มีผิวซีดเผือดและดวงตาสีแดงฉาน พวกมันใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งนี้ ดูดซับพลังงานแห่งความตาย และบูชาสิ่งที่เรียกว่า "เทพแห่งความว่างเปล่า" ภาพเหล่านั้นพร่ามัว ไม่สมบูรณ์ แต่ก็มากพอที่จะทำให้หลี่เฉินเข้าใจว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นบ้านของเผ่าพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับความตายโดยตรง

เขามาหยุดยืนอยู่หน้าสิ่งก่อสร้างที่ยังคงสมบูรณ์ที่สุด มันเป็นวิหารขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเนินสูงใจกลางเมือง ผนังของวิหารแกะสลักด้วยภาพพิธีกรรมที่น่าขนลุก ซึ่งสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นกำลังถวายเครื่องสังเวยให้กับเงาร่างขนาดมหึมาที่ลอยอยู่กลางอากาศ เงาร่างนั้นดูคล้ายกับวิญญาณแห่งความตายที่เขาเคยพบเจอ แต่มีขนาดใหญ่กว่าและน่าเกรงขามกว่าหลายเท่า

ภายในวิหารมีแท่นบูชาหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง บนแท่นบูชามีวัตถุประหลาดรูปทรงคล้ายผลึกสีดำสนิทวางอยู่ มันเปล่งแสงสลัวๆ และแผ่พลังงานแห่งความตายออกมาอย่างรุนแรงจนน่าตกใจ พลังงานนี้แตกต่างจากพลังงานแห่งความตายที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งมิติ มันเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และเข้มข้นกว่ามาก ราวกับเป็นแก่นแท้ของความตาย

หลี่เฉินรู้สึกได้ถึงความดึงดูดอย่างรุนแรงจากผลึกสีดำนั้น สัญชาตญาณของเขากำลังบอกว่านี่คือแหล่งพลังงานที่เขากำลังมองหา แม้จะรู้ว่ามันอาจอันตราย แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น ระบบยังคงอยู่ในโหมดจำกัด พลังวิญญาณของเขาหมดสิ้น หากไม่ได้รับการฟื้นฟู เขาจะไม่สามารถอยู่รอดในมิติแห่งนี้ได้นาน

เขาก้าวขึ้นไปบนแท่นบูชาอย่างช้าๆ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะผลึกสีดำนั้นทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นเฉียบ พลังงานแห่งความตายบริสุทธิ์ก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่การดูดซับพลังงานวิญญาณ แต่เป็นการดูดซับพลังงานแห่งความตายโดยตรง พรแห่งความตายในตัวเขาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ พลังงานไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกอ่อนเพลียที่เคยมีเริ่มจางหายไปเล็กน้อย

“ระบบ! มีข้อมูลเกี่ยวกับผลึกนี้หรือไม่?” หลี่เฉินพยายามเรียกใช้ระบบด้วยจิตใจ แม้จะรู้ว่ามันอยู่ในโหมดจำกัด

ข้อความระบบปรากฏขึ้นอีกครั้ง: “ตรวจพบพลังงาน ‘แก่นแท้แห่งความว่างเปล่า’ ระดับสูง – ไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างสมบูรณ์ ระบบแนะนำ: ดูดซับเพื่อฟื้นฟูแก่นแท้แห่งอาณาจักรบางส่วน”

“แก่นแท้แห่งความว่างเปล่า?” หลี่เฉินทวนคำ เขาไม่เคยได้ยินชื่อพลังงานนี้มาก่อน แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่ระบบแนะนำให้เขาทำเพื่อฟื้นฟูแก่นแท้แห่งอาณาจักรที่เสียหาย นั่นหมายความว่าพลังงานนี้สามารถใช้ซ่อมแซมและเสริมสร้างแก่นแท้ของเขาได้ แม้จะไม่ใช่พลังวิญญาณโดยตรง แต่ก็เป็นโอกาสเดียวที่เขามี

เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด นั่งลงบนแท่นบูชาและเริ่มดูดซับพลังงานจากผลึกอย่างเต็มที่ ความเจ็บปวดจากการที่แก่นแท้แห่งอาณาจักรกำลังถูกซ่อมแซมนั้นรุนแรงราวกับถูกฉีกกระชาก แต่เขาก็กัดฟันอดทน พลังงานแห่งความว่างเปล่าไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง ทำให้แก่นแท้แห่งอาณาจักรที่บอบช้ำค่อยๆ ฟื้นตัวช้าๆ

เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่รู้ หลี่เฉินรู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย พรแห่งความตายในตัวเขาก็ดูเหมือนจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ พลังงานแห่งความตายที่เคยเป็นเพียงความรู้สึกเย็นยะเยือก บัดนี้เขาสามารถควบคุมมันได้อย่างคลุมเครือ มันไม่ใช่พลังวิญญาณ แต่เป็นพลังที่สามารถใช้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางกายภาพและจิตวิญญาณในระดับหนึ่ง

หลังจากดูดซับพลังงานจากผลึกไปได้ระยะหนึ่ง หลี่เฉินก็รู้สึกว่าผลึกนั้นเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ แสงสีดำที่เปล่งออกมาเริ่มจางลง นั่นหมายความว่าพลังงานในผลึกกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว เขาจำเป็นต้องหยุดก่อนที่ผลึกจะหมดพลังงานโดยสมบูรณ์ มิฉะนั้นเขาอาจไม่เหลือแหล่งพลังงานสำรองอีกต่อไป

เขาลืมตาขึ้น พลังงานแห่งความตายบริสุทธิ์ไหลวนอยู่ในเส้นเลือด พลังวิญญาณของเขายังคงเป็นศูนย์ แต่แก่นแท้แห่งอาณาจักรได้รับกานฟื้นฟูไปได้ประมาณหนึ่ง ระบบจักรพรรดิผู้พิชิตเริ่มมีปฏิกิริยาเล็กน้อย ข้อความเตือนเปลี่ยนเป็น: “สถานะระบบ: โหมดจำกัด – พลังงานต่ำมาก สามารถเข้าถึงฟังก์ชันพื้นฐานบางส่วน”

นี่เป็นสัญญาณที่ดีอย่างยิ่ง! อย่างน้อยเขาก็สามารถใช้ฟังก์ชันพื้นฐานบางอย่างได้แล้ว หลี่เฉินพยายามเรียกใช้หน้าต่างข้อมูลส่วนตัว และคราวนี้มันก็ปรากฏขึ้น แม้จะพร่ามัวและมีข้อความเตือนพลังงานต่ำอยู่ตลอดเวลา

ชื่อ: หลี่เฉิน เผ่าพันธุ์: มนุษย์ ระดับ: 1 (อ่อนแอ) พลังวิญญาณ: 0/1000 (หมดสิ้น) แก่นแท้แห่งอาณาจักร: 15% (เสียหายปานกลาง) ความสามารถพิเศษ: พรแห่งความตาย (ระดับเริ่มต้น), การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า (เริ่มต้น) ทักษะ: … (ปิดใช้งาน) ไอเท็ม: … (ปิดใช้งาน)

“พรแห่งความตาย” และ “การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า” เขาไม่เคยมีสองสิ่งนี้มาก่อน ดูเหมือนว่าการได้รับพรจากวิญญาณแห่งความตายและการดูดซับแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าจะทำให้เขามีความสามารถใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

ขณะที่เขากำลังพิจารณาข้อมูลส่วนตัวอยู่นั้น จู่ๆ พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงครืนครั่นดังมาจากส่วนลึกของซากเมือง เศษหินบนเพดานวิหารเริ่มร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง

“เกิดอะไรขึ้น?” หลี่เฉินเงยหน้าขึ้น เขารู้สึกได้ถึงพลังงานแห่งความตายที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า แผ่ซ่านเข้ามาจากเบื้องล่างของพื้นดิน ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล

พื้นหินตรงกลางวิหารที่อยู่ถัดจากแท่นบูชาเริ่มทรุดตัวลง เผยให้เห็นโพรงขนาดใหญ่สีดำมืดมิด เบื้องล่างมีแสงสีแดงเรืองรองสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับกลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้นจนน่าสะอิดสะเอียน หลี่เฉินสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากโพรงนั้น มันไม่ใช่พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่เขาดูดซับ แต่เป็นพลังงานแห่งความมืดมิดที่ชั่วร้ายและน่าหวาดกลัวกว่าหลายเท่า

ระบบจักรพรรดิผู้พิชิตที่เพิ่งจะฟื้นฟูได้เล็กน้อย ก็ส่งเสียงเตือนฉุกเฉินดังลั่นในห้วงความคิดของเขา:

“!! คำเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับอันตรายสูงมาก – ‘วิญญาณบรรพกาลแห่งความว่างเปล่า’ กำลังตื่นขึ้น! แนะนำให้หลบหนีทันที!”

หลี่เฉินเบิกตากว้าง เขาไม่เคยเห็นระบบส่งเสียงเตือนฉุกเฉินเช่นนี้มาก่อน และชื่อของสิ่งมีชีวิตที่ตื่นขึ้นนั้นฟังดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง วิญญาณบรรพกาลแห่งความว่างเปล่า! เขาพยายามถอยห่างจากโพรงนั้นทันที แต่แล้วเงาร่างขนาดมหึมาก็ค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง มันเป็นโครงกระดูกขนาดใหญ่ยักษ์ สูงเสียดฟ้า ดวงตาเป็นดวงไฟสีแดงฉานสองดวงที่เต็มไปด้วยความแค้นและความว่างเปล่า

โครงกระดูกยักษ์นั้นมองตรงมาที่หลี่เฉิน ราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว พลังงานแห่งความมืดมิดแผ่ซ่านออกมาจากมัน ทำให้ทุกสิ่งรอบกายดูบิดเบี้ยวและมืดมิดลงไปอีกขั้น

“เจ้า… มนุษย์… บังอาจ… ปลุกข้า…” เสียงแหบพร่าดังก้องในหูของหลี่เฉิน ราวกับเสียงกู่ร้องจากห้วงอเวจี

หลี่เฉินรู้ดีว่าด้วยสภาพร่างกายและพลังงานที่มีอยู่ตอนนี้ เขาไม่มีทางต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตระดับนี้ได้เลยแม้แต่น้อย นี่คือภัยคุกคามที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เขามาถึงแดนรกร้างไร้ชีวิต เขาจะต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากวิญญาณบรรพกาลแห่งความว่างเปล่านี้ให้ได้!

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!