เสียงแหบพร่าดังก้องในโสตประสาทของหลี่เฉิน ราวกับเสียงกู่ร้องจากห้วงอเวจีที่พยายามฉีกกระชากจิตวิญญาณของเขาให้ขาดสะบั้น บรรยากาศภายในวิหารที่มืดมิดอยู่แล้ว กลับบิดเบี้ยวและมืดมิดลงไปอีกขั้น ความหนาวเหน็บกัดกินถึงกระดูก ไม่ใช่ความหนาวเย็นทางกายภาพ แต่เป็นความเยือกเย็นที่มาจากความว่างเปล่าอันไร้ชีวิต ชีพจรของหลี่เฉินเต้นรัวระส่ำ ร่างกายที่เพิ่งฟื้นตัวมาได้ไม่นานกลับรู้สึกอ่อนล้าอย่างหนัก พลังวิญญาณในกายแทบไม่เหลือ ระบบครองอาณาจักรก็ยังคงทำงานในโหมดจำกัด มีเพียง ‘การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า’ ที่เพิ่งได้รับมาเท่านั้นที่เป็นความหวังริบหรี่เพียงหนึ่งเดียวของเขา
“เจ้า… มนุษย์… บังอาจ… ปลุกข้า…” เสียงนั้นก้องกังวานซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากใจกลางวิหาร หลี่เฉินรู้สึกเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกำลังบีบคั้นเขาจากทุกทิศทาง อากาศรอบตัวหนาหนักจนหายใจแทบไม่ออก เขาพยายามขยับตัว แต่กล้ามเนื้อกลับรู้สึกแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นดิน ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว แสงสีม่วงดำจากผลึกแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าที่เขาดูดซับไปบางส่วน ยังคงเปล่งประกายทว่าตอนนี้มันดูมืดมิดและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
ทันใดนั้น เงาที่บิดเบี้ยวและไม่อาจนิยามได้ก็เริ่มก่อตัวขึ้นจากใจกลางของแท่นบูชาที่เขาเพิ่งยืนอยู่ มันไม่ได้มีรูปร่างที่ชัดเจน แต่เป็นมวลของพลังงานแห่งความว่างเปล่าที่รวมตัวกันอย่างเชื่องช้า คล้ายกับเมฆหมอกสีดำอมม่วงที่กำลังขยายตัว ปกคลุมพื้นที่ภายในวิหารอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายแห่งความตายและความว่างเปล่าที่รุนแรงจนน่าคลื่นไส้แผ่ซ่านออกมาจากมัน
“ระวัง! วิญญาณบรรพกาลกำลังรวมตัว! มันจะดึงดูดพลังงานจากทุกสิ่งรอบกาย!” ระบบครองอาณาจักรส่งคำเตือนฉุกเฉินขึ้นในใจของหลี่เฉิน เสียงของระบบยังคงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเร่งด่วนที่ไม่เคยมีมาก่อน
หลี่เฉินกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าการยืนอยู่เฉยๆ เท่ากับการรอความตาย ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะต่อสู้ การตัดสินใจต้องทำภายในเสี้ยววินาที “ระบบ! การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า! มันทำงานอย่างไร?”
“การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า: มอบความสามารถในการหลอมรวมและเคลื่อนที่ผ่านพลังงานแห่งความว่างเปล่าชั่วคราว ลดการรับรู้จากสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความว่างเปล่า ใช้พลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง” ระบบตอบกลับอย่างรวดเร็ว
หลี่เฉินไม่รอช้า เขารวบรวมพลังวิญญาณที่เหลือเพียงน้อยนิดในกาย มุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ความสามารถใหม่ที่เพิ่งได้รับมา ความรู้สึกประหลาดเข้าครอบงำ ราวกับว่าร่างกายของเขากำลังสลายตัวและกลายเป็นส่วนหนึ่งของมวลอากาศที่มืดมิดรอบตัว เขาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานแห่งความว่างเปล่าที่ไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของวิหาร และในตอนนี้ เขากลับรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับมันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ฟิ้ววว!
ในชั่วพริบตา ร่างของหลี่เฉินก็พร่าเลือนไปในความมืดมิด เขาไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง แต่เป็นการสลายตัวและปรากฏขึ้นใหม่ในอีกจุดหนึ่ง ห่างจากแท่นบูชาไปไม่กี่ก้าว ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขาไม่ได้เดิน แต่กำลังไหลไปตามกระแสของความว่างเปล่าเอง
“ฮึ่ม… หนี… ไม่พ้น…” เสียงของวิญญาณบรรพกาลดังก้องตามมา มันรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของหลี่เฉินได้อย่างรวดเร็ว แม้จะดูเหมือนเขาหลอมรวมไปกับสภาพแวดล้อมแล้วก็ตาม
คลื่นพลังงานสีม่วงดำพุ่งเข้าใส่จุดที่หลี่เฉินเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้อย่างรุนแรง กวาดทำลายเสาหินโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่รอบแท่นบูชาจนแตกละเอียด เศษซากปรักหักพังลอยคว้างกลางอากาศราวกับไร้น้ำหนัก ก่อนจะถูกดูดกลืนหายไปในความมืดมิดรอบตัววิญญาณบรรพกาล
หลี่เฉินสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นพลังนั้น แม้จะอยู่ห่างออกมาแล้วก็ตาม พลังวิญญาณของเขาถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วกับการคงสภาพของ ‘การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า’ เขารู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงไม่มีทางเลือกอื่น เขาต้องหาทางออกไปจากวิหารแห่งนี้ให้ได้
เขาลอยเลื่อนผ่านซากปรักหักพังอย่างเงียบงัน มุ่งหน้าไปยังทางออกหลักของวิหาร ซึ่งเป็นประตูขนาดใหญ่ที่เคยถูกปิดตายด้วยพลังงานแปลกประหลาด แต่ตอนนี้มันกลับเปิดอ้าออกเล็กน้อย ราวกับมีบางสิ่งพังมันออกจากด้านใน
“ระบบ! มีวิธีที่จะกำจัดหรือหยุดมันได้ไหม?” หลี่เฉินถามอย่างสิ้นหวังขณะที่เขากำลังเคลื่อนที่ผ่านมวลพลังงานแห่งความว่างเปล่าที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“วิญญาณบรรพกาลแห่งความว่างเปล่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นจากแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าโดยตรง เป็นส่วนหนึ่งของวิหารแห่งนี้ การทำลายมันเป็นไปไม่ได้ด้วยพลังของท่านในตอนนี้ วิธีเดียวคือการปิดผนึกมันอีกครั้ง หรือหนีให้พ้นจากเขตอิทธิพลของมันโดยเร็วที่สุด” ระบบให้ข้อมูล
“ปิดผนึก? ทำอย่างไร?” หลี่เฉินถามพลางลอยผ่านซากรูปปั้นที่แตกหัก
“แท่นบูชาใจกลางวิหารเป็นจุดศูนย์รวมของผนึกโบราณที่ใช้กักขังมันมานับพันปี แต่การดูดซับแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าของท่านได้คลายผนึกบางส่วน การจะปิดผนึกใหม่จำเป็นต้องใช้พลังงานแห่งความว่างเปล่าบริสุทธิ์จำนวนมหาศาล และความรู้เกี่ยวกับอักษรรูนผนึกโบราณ”
หลี่เฉินถอนหายใจอย่างหนัก คำตอบของระบบไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยในตอนนี้ เขาไม่มีทั้งพลังงานและความรู้เรื่องอักษรรูน สิ่งเดียวที่ทำได้คือหนี!
เงาที่บิดเบี้ยวของวิญญาณบรรพกาลขยายตัวขึ้นอีกครั้ง มันไม่ได้ไล่ตามเขาอย่างรวดเร็ว แต่ขยับตัวอย่างช้าๆ ราวกับจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้าด้วยแรงกดดันมหาศาลของมัน ทุกการเคลื่อนไหวของมันทำให้โครงสร้างของวิหารสั่นสะเทือน ก้อนหินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดาน หลี่เฉินใช้ ‘การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า’ หลบเลี่ยงเศษซากที่ร่วงหล่นอย่างชำนาญ พลังวิญญาณของเขายังคงถูกดูดซับไปอย่างรวดเร็วราวกับน้ำที่รั่วจากถังที่พรุน
ขณะที่เขากำลังจะถึงทางออก เสียงของวิญญาณบรรพกาลก็ดังก้องขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดูเหมือนจะฉุนเฉียวมากขึ้น “เจ้า… มนุษย์… อยากตาย…”
จากนั้น คลื่นพลังงานที่รุนแรงกว่าเดิมก็พุ่งตรงมาที่ทางออก ประตูด้านหน้าของวิหารที่เคยเปิดอ้าออกเล็กน้อย ตอนนี้ถูกปิดผนึกด้วยม่านพลังงานสีม่วงดำที่หนาแน่นราวกับกำแพงที่ไม่สามารถทะลุผ่านได้ หลี่เฉินชะงักฝีเท้า เขารู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่กั้นขวางทางออก ไม่ใช่แค่เพียงการปิดตายธรรมดา แต่มันคือการผนึกพื้นที่ทั้งบริเวณไว้
“ไม่ดีแล้ว!” หลี่เฉินอุทาน เขารีบหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว มองหาสิ่งอื่นที่จะเป็นทางออก “ระบบ! ทางออกอื่นมีไหม?!”
“ไม่มีทางออกอื่นที่รับรู้ได้ในระยะใกล้ โครงสร้างของวิหารแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกักขังพลังงานแห่งความว่างเปล่า” ระบบตอบอย่างเย็นชา
หลี่เฉินกัดฟันแน่น เขารู้สึกถึงความสิ้นหวังที่คืบคลานเข้ามา แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของเขาก็สั่งให้เขาต้องคิดให้เร็วที่สุด ถ้าหนีออกไปไม่ได้ ก็ต้องสู้ หรือหาทางอื่น!
เขาเหลือบมองไปยังผลึกแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าที่ยังคงเปล่งประกายอยู่บนแท่นบูชา แม้จะถูกรายล้อมด้วยพลังงานของวิญญาณบรรพกาลแล้วก็ตาม นั่นคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด แต่ก็อาจเป็นกุญแจสำคัญเช่นกัน
“ระบบ! หากดูดซับแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าทั้งหมด จะเกิดอะไรขึ้น?” หลี่เฉินถามขึ้นอย่างฉับพลัน
“การดูดซับแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าทั้งหมดจะทำให้แก่นแท้แห่งอาณาจักรฟื้นฟูได้ในระดับหนึ่ง และอาจปลดล็อกศักยภาพของ ‘การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า’ ให้สูงขึ้น แต่จะยิ่งกระตุ้นวิญญาณบรรพกาลให้รุนแรงขึ้น และอาจส่งผลเสียต่อร่างกายของท่านหากไม่สามารถควบคุมพลังงานที่มหาศาลนั้นได้” ระบบเตือน
นี่เป็นการเสี่ยงที่บ้าคลั่ง แต่ก็เป็นความหวังเดียว หลี่เฉินเหลือบมองวิญญาณบรรพกาลที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ มันดูดกลืนแสงและพลังงานจากทุกสิ่งรอบตัว ไม่นานนัก มันก็จะกลืนกินเขาไปทั้งเป็น
“ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!” หลี่เฉินตัดสินใจ เขาสูดหายใจลึกรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่เหลืออยู่ แล้วพุ่งตัวกลับไปยังแท่นบูชาใจกลางวิหารอย่างรวดเร็ว
“เจ้า… จะทำอะไร…” เสียงแหบพร่าของวิญญาณบรรพกาลแฝงด้วยความประหลาดใจ มันคงไม่คิดว่ามนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเขาจะกล้าพุ่งเข้าหามัน
เมื่อหลี่เฉินเข้าใกล้แท่นบูชา เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มหาศาลกว่าเดิม พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่รุนแรงจนบิดเบี้ยวรอบๆ ผลึกแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าพยายามฉีกกระชากเขาออกจากกัน แต่ ‘การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า’ ก็ทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้เขาสามารถทนทานต่อแรงกดดันนั้นได้ในระดับหนึ่ง
เขาเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับผลึกแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าที่ยังคงเปล่งประกายสีม่วงดำ แรงดูดมหาศาลพุ่งเข้าสู่ฝ่ามือของเขาอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงกว่าครั้งแรกหลายเท่า พลังงานแห่งความว่างเปล่าหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของหลี่เฉินอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเขื่อนที่แตกทะลัก มันไม่ใช่เพียงแค่พลังงานวิญญาณ แต่เป็นพลังงานดิบที่บริสุทธิ์และไร้ขีดจำกัดที่มาจากก้นบึ้งของจักรวาล
“อ๊ากกกก!” หลี่เฉินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เส้นเลือดในกายปูดโปน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พลังงานที่มหาศาลเกินกว่าที่เขาจะรับไหวพยายามฉีกทำลายอวัยวะภายในของเขา แก่นแท้แห่งอาณาจักรในจิตวิญญาณของเขากำลังดูดซับพลังงานนั้นอย่างกระหาย แต่ก็ไม่ทันต่อการไหลบ่าของมัน
ในขณะเดียวกัน วิญญาณบรรพกาลก็คำรามด้วยความกราดเกรี้ยว “บังอาจ… ข้าจะฆ่าเจ้า…”
คลื่นพลังงานแห่งความว่างเปล่าสีม่วงดำพุ่งเข้าใส่หลี่เฉินจากทุกทิศทาง ราวกับจะบดขยี้เขารวมไปกับผลึกแก่นแท้แห่งความว่างเปล่า ‘การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า’ ของเขาถูกผลักดันจนถึงขีดสุด มันไม่ใช่แค่การหลอมรวมกับความว่างเปล่าอีกต่อไป แต่เป็นการพยายามควบคุมมัน พยายามที่จะใช้พลังแห่งความว่างเปล่าที่หลั่งไหลเข้ามาในตัวเขาเพื่อป้องกันตัวเอง
ท่ามกลางความเจ็บปวดทรมาน หลี่เฉินรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของเขาอย่างมหาศาล แก่นแท้แห่งอาณาจักรในจิตวิญญาณของเขาเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้นเรื่อยๆ ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานแห่งความว่างเปล่าเพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดด ราวกับเขาได้เชื่อมโยงกับแก่นแท้ของมันโดยตรง
“ระบบ! ฉันจะควบคุมมันได้ยังไง!” หลี่เฉินตะโกนถาม เสียงของเขาแทบจะกลืนหายไปกับเสียงคำรามของวิญญาณบรรพกาล
“มุ่งความสนใจไปที่แก่นแท้แห่งอาณาจักรของท่าน ใช้มันเป็นศูนย์กลางในการควบคุมพลังงานที่หลั่งไหลเข้ามา! ‘การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า’ กำลังวิวัฒนาการ!” ระบบตอบด้วยน้ำเสียงที่รวดเร็วกว่าเดิม
หลี่เฉินปิดตาลง พยายามมุ่งสมาธิไปที่แก่นแท้แห่งอาณาจักรในจิตวิญญาณของเขา เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งความว่างเปล่าที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก เขาพยายามต้อนมันให้มารวมกัน พยายามที่จะเป็นผู้ควบคุม ไม่ใช่ผู้ถูกควบคุม
ในห้วงความคิดของเขา ภาพของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ผุดขึ้นมา มันเป็นภาพของสิ่งที่เขาสร้างขึ้น สิ่งที่เขาจะปกครอง และในตอนนี้ มันกำลังต้องการพลังงานเพื่อฟื้นฟู! เขาจะยอมแพ้ไม่ได้!
พลังแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้าจุดประกายขึ้นในจิตใจของหลี่เฉิน แสงสีม่วงดำจากผลึกแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าถูกดูดซับเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับน้ำที่ถูกดูดจากฟองน้ำ วิญญาณบรรพกาลคำรามก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว คลื่นพลังงานที่มันปล่อยออกมาทวีความรุนแรงขึ้น แต่หลี่เฉินก็ยังคงยืนหยัดดูดซับพลังงานนั้นอย่างไม่หยุดยั้ง
“เจ้า… กล้า… ดี…” วิญญาณบรรพกาลคำรามเสียงสั่นสะท้าน มันสัมผัสได้ว่าพลังงานของมันกำลังถูกช่วงชิงไปพร้อมๆ กับแก่นแท้แห่งความว่างเปล่า
ทันใดนั้น ร่างของหลี่เฉินก็เปล่งประกายแสงสีม่วงดำเจิดจ้า ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นผลึกแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าเสียเอง พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่รุนแรงปั่นป่วนรอบตัวเขา คลื่นพลังงานที่วิญญาณบรรพกาลปล่อยออกมาไม่สามารถทำอันตรายเขาได้อีกต่อไป แต่กลับถูกดูดกลืนและหักเหไปในทิศทางอื่นแทน
‘การปรับตัวแห่งความว่างเปล่า’ ได้วิวัฒนาการ! หลี่เฉินรู้สึกได้ถึงความสามารถใหม่ที่ตื่นขึ้น มันไม่ใช่แค่การหลอมรวมและเคลื่อนที่ผ่านความว่างเปล่าอีกต่อไป แต่เป็นการควบคุมมัน การดัดแปลงมันในระดับหนึ่ง เขาสามารถสร้างเกราะป้องกันจากพลังงานแห่งความว่างเปล่า หรือแม้กระทั่งปล่อยคลื่นพลังที่คล้ายกันออกไปได้!
แต่ทว่า ในขณะที่เขากำลังดูดซับแก่นแท้แห่งความว่างเปล่าจนเกือบหมด วิญญาณบรรพกาลก็ตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้าย มันไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพ แต่เป็นการโจมตีทางจิตวิญญาณ!
“เจ้า… จะเป็นส่วนหนึ่งของข้า… ตลอดไป…” เสียงนั้นแทรกซึมเข้ามาในจิตใจของหลี่เฉินโดยตรง พยายามฉีกกระชากสติของเขาให้ขาดสะบั้น ภาพหลอนผุดขึ้นมาในดวงตาของเขา ภาพของความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต ภาพของความโดดเดี่ยวอันนิรันดร์ และภาพของอาณาจักรที่ล่มสลาย
จิตวิญญาณของหลี่เฉินถูกดึงเข้าไปในห้วงแห่งความมืดมิด เขาต้องต่อสู้กับวิญญาณบรรพกาลในสมรภูมิที่แท้จริง คือสมรภูมิแห่งจิตวิญญาณ! หากเขาพ่ายแพ้ เขาจะไม่เพียงแค่ตาย แต่จะถูกกลืนกินและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณบรรพกาลไปตลอดกาล!

ราชันย์ระบบ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก