ราชันย์ระบบ

ตอนที่ 2 — เถ้าถ่านแห่งความหวัง และเสียงเรียกจากระบบ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

200 ตอน · 1,956 คำ

แสงอรุณแรกฉายฉานสาดส่องผ่านผืนผ้าใบเก่าคร่ำคร่าของเกวียนที่พาร่างของหลี่เฉินและผู้ติดตามออกห่างจากกำแพงเมืองหลวงมาไกลแสนไกล บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะสดชื่นกลับเต็มไปด้วยไอเย็นยะเยือกที่กัดกินเข้าถึงกระดูก ยิ่งออกห่างจากความศิวิไลซ์มากขึ้นเท่าไหร่ ความหวังในใจของหลี่เฉินก็ยิ่งถูกบดขยี้ให้แหลกสลายลงเท่านั้น

สองเดือนเต็มแล้วที่ราชโองการอันไร้ปรานีถูกประกาศิตให้เขา เจ้าชายผู้เคยได้รับสมญานามว่า ‘บัณฑิตแห่งบูรพา’ ต้องถูกเนรเทศไปยังแคว้นจางไห่ ดินแดนรกร้างว่างเปล่าที่อยู่สุดขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ‌ที่นั่นไม่มีอะไรเลยนอกจากป่าทึบ ภูเขาสูง และพื้นที่เพาะปลูกที่ไร้ความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนเล่าก็มีเพียงไม่กี่ร้อยชีวิตที่อดอยากและหวาดกลัว ไม่มีกำลังทหาร ไม่มีทรัพยากร และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีอนาคต ​นี่ไม่ใช่การเนรเทศธรรมดา แต่เป็นการส่งไปตายอย่างช้าๆ การถูกลืมเลือน และการถูกบดขยี้เกียรติยศจนป่นปี้

“องค์ชายพะย่ะค่ะ เราควรจะหยุดพักดื่มน้ำสักครู่หรือไม่พะย่ะค่ะ” เสียงแหบพร่าของอาจง ขันทีอาวุโสผู้ซื่อสัตย์เพียงไม่กี่คนที่เลือกติดตามเขามาเอ่ยขึ้น อาจงมีใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัย ‍แต่แววตาของเขายังคงฉายแววความภักดีที่ไม่มีวันจางหายไป

หลี่เฉินลืมตาขึ้นช้าๆ เขาส่ายหน้าเล็กน้อย “ยังก่อนอาจง เราต้องรีบไปถึงให้เร็วที่สุด ข้าอยากเห็นกับตาว่าดินแดนที่เสด็จพ่อ ‘ประทาน’ ให้ข้านั้น มีสภาพเลวร้ายเพียงใด” ‌น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความขมขื่นที่ยากจะเก็บซ่อน

อาจงถอนหายใจ “พะย่ะค่ะองค์ชาย” เขาไม่กล้าโต้แย้ง เขารู้ว่าความเจ็บปวดที่กัดกินจิตใจขององค์ชายนั้นหนักหนาสาหัสเพียงใด การถูกป้ายสีว่าสมคบคิดกับกบฏ การถูกลดทอนฐานะจากว่าที่รัชทายาทผู้เป็นที่รักให้กลายเป็นเจ้าชายตกอับที่ถูกขับไล่ นี่คือความอยุติธรรมที่ยากจะให้อภัย

ตลอดเส้นทาง ‍หลี่เฉินไม่ได้พูดจาอะไรมากนัก แต่จิตใจของเขากลับไม่เคยหยุดนิ่ง สายตาคมกริบที่เคยใช้ประเมินตำราพิชัยสงครามและเอกสารราชการนับพันฉบับ บัดนี้กำลังจับจ้องไปยังภูมิประเทศรอบข้างที่แห้งแล้งและเป็นหินปูน เขาวิเคราะห์สภาพดินฟ้าอากาศ ความเป็นไปได้ในการเพาะปลูก และแม้กระทั่งทิศทางของลม ทุกรายละเอียดเล็กน้อยถูกบันทึกไว้ในสมองอันเฉียบคมของเขา ​แม้สถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด สัญชาตญาณของนักปกครองและนักวางแผนในตัวเขาก็ยังคงทำงาน

“เสด็จพ่อ... ท่านคิดว่าการกระทำเช่นนี้จะหยุดยั้งข้าได้จริงหรือ” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ยามค่ำคืนเมื่อทุกคนหลับใหล เขาเคยคิดว่าการถูกผลักไสมายังดินแดนรกร้างแห่งนี้คือจุดจบของทุกสิ่ง แต่ลึกๆ ในใจกลับมีบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้น ​มันคือความเดือดดาลที่แปลงสภาพเป็นเชื้อเพลิงแห่งความมุ่งมั่น ความปรารถนาที่จะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าพวกเขาคิดผิด และการที่จะต้องทำเช่นนั้น เขาจะต้องเริ่มต้นจากศูนย์ สร้างทุกสิ่งขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือของเขาเอง

หลายสัปดาห์ต่อมา คณะเดินทางที่เหลือเพียงหยิบมือก็มาถึงจุดหมายปลายทาง เกวียนหยุดชะงักลงเบื้องหน้าสิ่งที่เคยเป็นป้ายไม้ผุพังเขียนชื่อ ‘แคว้นจางไห่’ ​ตัวอักษรเลือนรางจนแทบอ่านไม่ออก ภาพเบื้องหน้าคือความจริงอันโหดร้ายที่ปรากฏชัดเจนกว่าที่จินตนาการไว้มากนัก

หมู่บ้านแห่งนี้ประกอบไปด้วยกระท่อมไม้เก่าๆ ที่ทรุดโทรมจนไม่น่าอยู่อาศัย หลังคาหลายหลังเป็นรูโหว่ ฝาผนังผุพัง และรั้วไม้ที่กั้นอาณาเขตก็ล้มระเนระนาด มีชาวบ้านไม่กี่คนที่สวมเสื้อผ้าปุปะขาดวิ่น กำลังมองมาที่พวกเขาด้วยแววตาหวาดระแวงและสิ้นหวัง เด็กๆ ผอมโซวิ่งเล่นอยู่บนดินทรายที่แห้งแล้ง ไร้ซึ่งร่องรอยของพืชพรรณเขียวขจี อากาศอบอ้าวและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความยากจนและความไร้ซึ่งชีวิตชีวา

“นี่หรือคือแคว้นจางไห่...” เสียงของหลี่เฉินแผ่วเบา อาจงและทหารรับใช้ผู้ซื่อสัตย์อีกสองสามคนมองไปรอบๆ ด้วยใบหน้าซีดเผือด แม้พวกเขาจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับเลวร้ายเกินกว่าที่คิดไว้มากนัก

“องค์ชายพะย่ะค่ะ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเหลือเลยจริงๆ” อาจงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แม้แต่จวนเจ้าเมืองก็ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานานหลายปีแล้วพะย่ะค่ะ”

หลี่เฉินก้าวลงจากเกวียน เขายืนนิ่งอยู่กลางความว่างเปล่า ปล่อยให้สายลมร้อนพัดปะทะใบหน้า ความรู้สึกของความสิ้นหวังค่อยๆ คืบคลานเข้าปกคลุมจิตใจ เขาใช้เวลาทั้งชีวิตศึกษาตำราวิชาการและศิลปะการปกครองมานับไม่ถ้วน แต่ไม่มีตำราเล่มใดสอนวิธีฟื้นฟูอาณาจักรที่ตายแล้วเช่นนี้ได้เลย

“นี่มัน...ไร้ประโยชน์สิ้นดี” เขาพึมพำ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้อีกต่อไป ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ หักหลัง และความจริงที่ว่าเขาถูกทิ้งให้เน่าเปื่อยอยู่ ณ ที่แห่งนี้ เขารู้สึกเหมือนจิตวิญญาณกำลังถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด ความหวังทั้งหมดที่พยายามประคับประคองมาตลอดการเดินทางกำลังมลายหายไปราวกับควันไฟ

ในขณะที่ความมืดมิดของความสิ้นหวังกำลังกลืนกินเขาจนเกือบหมดสิ้น ทันใดนั้นเอง แสงสว่างสีทองอร่ามพลันปะทุขึ้นในมโนสำนึกของหลี่เฉิน มันสว่างจ้าจนเขาต้องหลับตาปี๋ เสียงกระหึ่มกึกก้องที่ราวกับมาจากเบื้องบน สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจิตวิญญาณของเขา ราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นจากหลับใหลที่ยาวนานนับพันปี

“ขอต้อนรับสู่... ระบบราชันย์ครองอาณาจักร” เสียงอันทรงพลังและเย็นชาดังก้องในความคิดของเขา ไม่ใช่เสียงที่เขาเคยได้ยินด้วยหู แต่เป็นเสียงที่สื่อสารโดยตรงกับจิตวิญญาณ “ท่านคือผู้ถูกเลือกคนแรกในรอบหลายพันปี ที่เหมาะสมจะได้รับพลังแห่งระบบนี้”

หลี่เฉินเบิกตากว้าง เขามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นมีใคร หรือสิ่งใดที่แปลกไปจากเดิม ชาวบ้านยังคงยืนมองพวกเขาด้วยความหวาดระแวง อาจงยังคงยืนอยู่ข้างๆ เขาด้วยใบหน้ากังวล มีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยินเสียงนี้

“ระบบราชันย์ครองอาณาจักร?” เขาทวนคำในใจ “นี่มันอะไรกัน?”

ทันใดนั้นเอง ภาพโฮโลแกรมโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา มีรูปร่างคล้ายกระดานหมากรุกที่ซับซ้อน แต่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และตัวอักษรโบราณที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับเข้าใจความหมายของมันได้ในทันที

[ยินดีต้อนรับสู่ระบบราชันย์ครองอาณาจักร] [ภารกิจหลัก: ฟื้นฟูแคว้นจางไห่ที่ถูกทิ้งร้างให้กลับมารุ่งโรจน์] [สถานะปัจจุบัน: แคว้นจางไห่ (รกร้าง)] [ทรัพยากรเริ่มต้น: เหรียญทอง 100, เสบียง 500 หน่วย, ประชากร 200 คน, ทหารอาสา 0 นาย] [คะแนนเกียรติยศ: 0 (จำเป็นสำหรับการปลดล็อกคุณสมบัติขั้นสูง)] [โปรดตรวจสอบ ‘หน้าต่างสถานะ’ และ ‘หน้าต่างก่อสร้าง’ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม]

หลี่เฉินจ้องมองไปยังหน้าต่างระบบด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความตกตะลึงจะเปลี่ยนเป็นความสงสัย และความสงสัยก็แปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจอย่างรวดเร็ว ในฐานะเจ้าชายผู้ใฝ่รู้ เขาเคยอ่านเรื่องราวปรัมปราเกี่ยวกับพลังลึกลับและระบบวิเศษในตำนาน แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะได้พบเจอกับมันด้วยตัวเอง

“นี่คือ...โอกาสของข้าอย่างนั้นหรือ?” เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับหน้าต่างโฮโลแกรม มันรู้สึกเย็นเฉียบและจับต้องได้เล็กน้อยราวกับเป็นของจริง แต่ในขณะเดียวกันก็โปร่งใสจนเขามองทะลุไปเห็นอาจงที่กำลังยืนอยู่ด้านหลัง

เขาลองแตะที่คำว่า ‘หน้าต่างสถานะ’ ทันใดนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาและแคว้นจางไห่ก็ปรากฏขึ้นมา

[ชื่อ: หลี่เฉิน] [ฐานะ: ผู้ปกครองแคว้นจางไห่] [ความสามารถพิเศษ: ปราชญ์ผู้รอบรู้ (ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิจัยและพัฒนา 20%), ผู้นำที่โดดเด่น (เพิ่มความภักดีของประชากร 10%)] [ประชากร: 200/500 (รองรับได้สูงสุด)] [ความสุขของประชากร: ต่ำมาก (20/100)] [ความมั่นคง: วิกฤติ (10/100)] [ทรัพยากร:

  • เหรียญทอง: 100
  • เสบียง: 500
  • ไม้: 0
  • หิน: 0
  • เหล็ก: 0]

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้หลี่เฉินเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มันคือหายนะอย่างแท้จริง แต่ในความหายนะนั้น เขากลับเห็นแสงแห่งความเป็นไปได้ ระบบนี้ได้มอบเครื่องมือให้เขาแล้ว สิ่งที่เหลือคือการใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เขาเปลี่ยนไปที่ ‘หน้าต่างก่อสร้าง’ ตัวเลือกต่างๆ ปรากฏขึ้นมาเป็นหมวดหมู่ ตั้งแต่สิ่งก่อสร้างพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงถูกล็อกอยู่

[สิ่งก่อสร้างพื้นฐาน]

  • กระท่อมชาวนา (ค่าใช้จ่าย: ไม้ 10, เหรียญทอง 5) – เพิ่มที่อยู่อาศัยและประชากร 10 คน
  • โรงตัดไม้ (ค่าใช้จ่าย: ไม้ 20, เหรียญทอง 10) – เพิ่มการผลิตไม้
  • เหมืองหิน (ค่าใช้จ่าย: ไม้ 20, เหรียญทอง 10) – เพิ่มการผลิตหิน
  • บ่อน้ำ (ค่าใช้จ่าย: ไม้ 5, เหรียญทอง 2) – เพิ่มความสุขของประชากร
  • ค่ายทหารชั่วคราว (ค่าใช้จ่าย: ไม้ 30, เหรียญทอง 15) – สามารถฝึกทหารอาสาได้

หลี่เฉินอ่านรายละเอียดทั้งหมดอย่างละเอียด ด้วยทรัพยากรเริ่มต้นเพียงน้อยนิด เขารู้ว่าทุกการตัดสินใจจะต้องสำคัญ “ไม้... เราไม่มีไม้เลยสักนิด” เขาพึมพำ “แต่สิ่งก่อสร้างพื้นฐานทุกอย่างล้วนต้องใช้ไม้”

ทันใดนั้น คำเตือนก็ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบ:

[คำเตือน! เสบียงคงเหลือเพียง 500 หน่วย จะใช้หมดภายใน 5 วัน หากไม่เพิ่มการผลิตเสบียง ประชากรจะเริ่มอดอยากและหลบหนี]

สถานการณ์วิกฤติกว่าที่คิดไว้ หลี่เฉินขมวดคิ้ว เขาต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้ “ก่อนอื่นต้องสร้างโรงตัดไม้ แล้วก็โรงเพาะปลูก” เขาคิดอย่างรวดเร็ว

แต่เขาจะหาไม้จากที่ไหน? ที่นี่มีแต่ต้นไม้แคระแกรนและพุ่มไม้แห้งๆ

“อาจง!” เขาเรียกขันทีสูงวัย “ท่านดูเหมือนจะมีเรี่ยวแรงมากที่สุดในหมู่พวกเรา”

อาจงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อองค์ชายหันมาเรียก “พะย่ะค่ะองค์ชาย มีอะไรรึเปล่าพะย่ะค่ะ”

หลี่เฉินหันไปมองป่าทึบที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งดูเหมือนจะเป็นแหล่งทรัพยากรเดียวที่มี “ท่านกับทหารอีกสองคน ไปที่นั่น แล้วช่วยกันโค่นต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เอามาให้ข้าให้มากที่สุด!”

อาจงมองไปที่ป่าด้วยความกังวล “แต่ว่าองค์ชาย ที่นั่นอาจจะมีสัตว์ป่าดุร้ายนะพะย่ะค่ะ”

“ข้ารู้” หลี่เฉินตอบเสียงหนักแน่น “แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากเราไม่เริ่มลงมือทำอะไรสักอย่าง เราจะตายกันหมด” เขาพูดจบก็หยิบขวานเก่าคร่ำคร่าที่อยู่ท้ายเกวียนยื่นให้อาจง “ข้าจะรออยู่ที่นี่”

อาจงมองขวานในมือสลับกับใบหน้าขององค์ชาย ก่อนจะพยักหน้าอย่างแน่วแน่ “พะย่ะค่ะองค์ชาย ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!” เขากับทหารอีกสองคนพกดาบเก่าๆ และขวานตรงเข้าสู่ป่าทึบที่ปกคลุมด้วยเงามืด

ทันทีที่อาจงและทหารเข้าไปในป่า เสียงระบบก็ดังขึ้นในความคิดของหลี่เฉิน:

[ภารกิจย่อย: รวบรวมไม้ 20 หน่วย] [รางวัล: เหรียญทอง 10, ทรัพยากรไม้ 20 หน่วย]

หลี่เฉินพยักหน้า เขามองไปยังหน้าต่างระบบ และเลือกแตะที่ ‘สร้างโรงตัดไม้’ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

[ทรัพยากรไม่เพียงพอ: ไม้ 20]

แน่นอน เขาต้องรอให้อาจงรวบรวมไม้มาก่อน ถึงแม้ระบบจะบอกว่ามีภารกิจและรางวัล แต่การทำงานจริงในโลกนี้ก็ยังต้องพึ่งพากำลังคนอยู่ดี

เขารอคอยอย่างกระวนกระวายใจ เป็นเวลาหลายชั่วยามที่แสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ทันใดนั้น เสียงเอะอะโวยวายก็ดังมาจากทางป่าทึบ

“ช่วยด้วย! องค์ชาย! ช่วยด้วยพะย่ะค่ะ!”

หลี่เฉินหันขวับ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที เสียงของอาจงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และตามมาด้วยเสียงคำรามอันดุดันของสัตว์ป่า สัญชาตญาณเตือนเขาว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติร้ายแรงเกิดขึ้น

[คำเตือน! ประชากรของคุณถูกโจมตี!] [คุณต้องการเปิดใช้งานโหมดป้องกันฉุกเฉินหรือไม่?] [ใช่/ไม่]

หลี่เฉินไม่ลังเลที่จะตอบ ‘ใช่’ เขารู้ดีว่าหากเสียอาจงไป เขาจะต้องลำบากยิ่งกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า

ทันทีที่เขาตอบรับ ระบบก็แสดงหน้าต่างอีกอันขึ้นมา:

[โหมดป้องกันฉุกเฉิน: คุณสามารถเรียกทหารอาสาชั่วคราวได้ 5 นาย เพื่อปกป้องประชากรของคุณ (ใช้งานได้ 1 ครั้งต่อวัน) ] [ค่าใช้จ่าย: เหรียญทอง 5]

“เรียกทหารอาสา!” หลี่เฉินสั่งในใจ เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เขาต้องปกป้องอาจงและทหารที่เหลือให้ได้ เพราะพวกเขาคือทรัพยากรบุคคลอันล้ำค่าที่สุดของเขาในตอนนี้ และบางทีนี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นของ ‘ราชันย์ระบบ’ ที่แท้จริง

วินาทีนั้นเอง แสงสว่างสีฟ้าอ่อนก็พุ่งออกจากพื้นดินเบื้องหน้าเขา ร่างของชายฉกรรจ์ห้าคนสวมชุดเกราะหนังเบาๆ พร้อมดาบและโล่ปรากฏขึ้น พวกเขามีรูปร่างกำยำและแววตาแน่วแน่ ราวกับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการต่อสู้โดยเฉพาะ เมื่อปรากฏตัว พวกเขาก็รีบวิ่งตรงเข้าสู่ป่าทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งใดๆ

หลี่เฉินตะลึงงันกับภาพที่เห็นตรงหน้า ระบบนี้มันทรงพลังเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เขาตามทหารอาสาเหล่านั้นเข้าไปในป่า หัวใจเต้นระรัวด้วยความกังวลและความตื่นเต้นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เมื่อเข้าไปถึง เขาก็เห็นภาพการต่อสู้ที่ดุเดือด:

อาจงและทหารอีกสองคนกำลังถูกหมาป่าตัวมหึมาสามตัวต้อนจนมุม หมาป่าเหล่านี้มีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าทั่วไปสองเท่า ดวงตาสีแดงฉานของมันเต็มไปด้วยความกระหายเลือด

แต่ทันทีที่ทหารอาสาของระบบเข้าปะทะ สถานการณ์ก็พลิกผัน ทหารทั้งห้าคนทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ ดาบของพวกเขาฟาดฟันอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี หมาป่าตัวแรกถูกแทงเข้าที่ลำคอ เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นก่อนที่มันจะล้มลงสิ้นใจ ตัวที่สองถูกโล่กระแทกจนเสียหลักก่อนจะถูกฟันเข้าที่กลางหลัง ตัวสุดท้ายพยายามกระโดดเข้าโจมตี แต่กลับถูกทหารสองคนตรึงไว้ ก่อนที่คนที่เหลือจะร่วมกันสังหารมันอย่างรวดเร็ว

การต่อสู้จบลงภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ เลือดหมาป่าเปรอะเปื้อนพื้นดินอาจงและทหารของเขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่พวกเขาทั้งหมดปลอดภัย ทหารอาสาห้าคนหันกลับมามองหลี่เฉินด้วยสายตาว่างเปล่า แต่ในความว่างเปล่านั้นกลับมีความภักดีที่ลึกซึ้งฝังอยู่ ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะค่อยๆ เลือนหายไปราวกับควันไฟ เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบอีกครั้ง

“องค์ชาย!” อาจงวิ่งมาหาหลี่เฉินด้วยใบหน้าซีดเผือด “ท่าน...ท่านทำอะไรไปพะย่ะค่ะ เมื่อครู่นี้...”

หลี่เฉินยังคงตกอยู่ในภวังค์ของพลังอันน่าทึ่งที่เขาเพิ่งได้เห็น เขาไม่ตอบคำถามของอาจง แต่หันไปมองซากหมาป่าทั้งสามตัวที่นอนตายอยู่บนพื้นดิน ดวงตาของเขากลับมาทอประกายอีกครั้ง ไม่ใช่ประกายของความสิ้นหวัง แต่เป็นประกายของความหวังที่กำลังลุกโชน ราวกับเปลวไฟที่กำลังก่อตัวขึ้นจากเถ้าถ่านที่ตายแล้ว

“อาจง” เขาหันกลับมา “เราจะเริ่มสร้างมันขึ้นมาใหม่ที่นี่ ที่จางไห่แห่งนี้ ข้าจะเปลี่ยนดินแดนที่ตายแล้วแห่งนี้ ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา”

อาจงและทหารคนอื่นๆ มององค์ชายด้วยแววตาที่ไม่เข้าใจ แต่พวกเขาก็เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อนบนใบหน้าของหลี่เฉิน

“แต่ก่อนอื่น” หลี่เฉินกล่าวต่อ “เราต้องจัดการกับซากหมาป่าเหล่านี้ และรวบรวมไม้พวกนั้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

เขาก้มลงหยิบขวานจากมือของอาจง “และข้าจะไปโค่นต้นไม้เอง”

เสียงระบบดังขึ้นในจิตใจของเขาอีกครั้ง:

[ภารกิจหลัก: ฟื้นฟูแคว้นจางไห่] [สถานะ: ดำเนินการ] [ภารกิจย่อยสำเร็จ: รวบรวมไม้ 20 หน่วย] [รางวัล: เหรียญทอง 10, ทรัพยากรไม้ 20 หน่วย] [ทรัพยากร:

  • เหรียญทอง: 105
  • เสบียง: 500
  • ไม้: 20]

ในขณะที่เขากำลังจะก้าวไปหาต้นไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุด แสงสว่างสีเขียวประหลาดก็เปล่งประกายออกมาจากซากหมาป่าทั้งสามตัว มันลอยขึ้นมารวมกันเป็นก้อนพลังงานสามก้อน และลอยเข้ามาในหน้าต่างระบบของเขา

[คุณได้รับ ‘เนื้อหมาป่า’ 90 หน่วย (ใช้เป็นเสบียงได้)] [คุณได้รับ ‘หนังสัตว์’ 3 หน่วย (ใช้สำหรับสร้างชุดเกราะหรือขายได้)]

หลี่เฉินยืนนิ่ง เขามองไปที่หน้าต่างระบบอีกครั้ง ดวงตาของเขากระตุกเล็กน้อย

“ดูเหมือนว่า...” เขากล่าวเสียงแผ่ว “ระบบนี้จะมอบโอกาสให้ข้ามากกว่าที่คิดไว้เสียอีก”

แต่ในขณะที่ความหวังเริ่มเบ่งบานในใจของเขา หน้าต่างระบบก็ปรากฏข้อความใหม่ขึ้นมา ข้อความที่ทำให้หัวใจของหลี่เฉินเต้นรัวอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นด้วยความระทึกใจและอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า

[คำเตือน! สัญญาณความเคลื่อนไหวของกลุ่มโจรป่า ‘หุบเขาอสูร’ ถูกตรวจพบ กำลังมุ่งหน้ามาทางแคว้นจางไห่] [เวลาโดยประมาณที่จะมาถึง: 3 วัน] [ภารกิจใหม่: ป้องกันการโจมตีของโจรป่า] [รางวัล: คะแนนเกียรติยศ 50, เหรียญทอง 200, พิมพ์เขียว ‘กำแพงป้องกันไม้’] [ความล้มเหลว: แคว้นจางไห่จะถูกปล้นสะดมและเสียหายอย่างหนัก ประชากรจะลดลงอย่างรวดเร็ว]

สามวัน! มีเวลาเพียงสามวันเท่านั้นที่จะเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีของโจรป่า หลี่เฉินกำขวานในมือแน่น เขายกสายตาขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิดลงช้าๆ นี่คือบททดสอบแรกที่แท้จริงของเขาในฐานะผู้ปกครอง และเป็นโอกาสแรกที่จะพิสูจน์พลังของระบบราชันย์ครองอาณาจักร

“ดี!” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “ถ้าพวกเจ้าอยากมา ลองดูสักตั้ง!”

แต่ด้วยทรัพยากรเพียงน้อยนิด และเวลาอันจำกัด หลี่เฉินจะสามารถสร้างการป้องกันที่แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับโจรป่ากลุ่มใหญ่ได้หรือไม่? อนาคตของแคว้นจางไห่และชีวิตของเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ราชันย์ระบบ

ราชันย์ระบบ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!