ตอนที่ 3 — เพลิงกาฬคราแรก
ราชันย์ระบบ · 200 ตอน
ความมืดมิดของราตรีที่สามแห่งการพลัดถิ่นกลืนกินแสงสุดท้ายของวันลงไปช้าๆ ลี่เฉินยืนอยู่ท่ามกลางผืนดินอันเวิ้งว้างของแคว้นจางไห่ ลมหนาวยะเยือกพัดหวีดหวิวราวกับเสียงครวญครางของวิญญาณเร่ร่อน บัดนี้ความสิ้นหวังที่เคยเกาะกุมใจเขาในยามแรกเริ่มได้มลายหายไปสิ้น หากแต่ถูกแทนที่ด้วยความเร่งรีบและความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต เสียงเตือนจากระบบยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับระฆังแห่งหายนะที่กำลังจะมาถึง ‘ภัยคุกคามครั้งใหญ่: กองโจรป่า กำลังจะมาถึงในอีกสามวันข้างหน้า’
“สามวัน…” ลี่เฉินพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบบริเวณที่เพิ่งถูกปรับแต่งเล็กน้อยให้พอเป็นที่พักพิงชั่วคราว ดินแดนรกร้างแห่งนี้ยังคงเปลือยเปล่าและไร้ซึ่งการป้องกัน เขาเหลือบมองไปยังกองเสบียงอันน้อยนิดที่รวบรวมได้ มีเพียงไม้และหินที่เก็บได้เพียงหยิบมือ และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีกำลังพลแม้แต่คนเดียว ระบบราชันย์ครองอาณาจักรที่เพิ่งตื่นขึ้น แม้จะทรงพลังและเปี่ยมด้วยศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด แต่ก็ไม่ได้เสกทุกสิ่งทุกอย่างให้ปรากฏขึ้นมาได้ในชั่วพริบตา เขายังคงต้องอาศัยทรัพยากรพื้นฐานและการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ
“ระบบ!” ลี่เฉินเรียกอย่างรวดเร็ว หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมเมนูตัวเลือกมากมายที่ส่องประกายเรืองรอง เขามุ่งตรงไปยังส่วนที่ระบุว่า ‘การป้องกัน’ และ ‘การทหาร’ ทันที โดยไม่ลังเล
[เมนูการป้องกัน] รั้วไม้ซุง (Wooden Palisade): 50 ไม้, 20 หิน, 1 ชั่วโมงในการก่อสร้าง หอสังเกตการณ์ (Watchtower): 30 ไม้, 10 หิน, 30 นาทีในการก่อสร้าง หลุมพราง (Pit Trap): 5 ไม้, 5 นาทีในการก่อสร้าง
[เมนูการทหาร] พลทหารชาวบ้าน (Militiaman): 10 เหรียญทอง, 5 อาหาร, ใช้เวลาฝึกฝน 1 วัน (จำกัด 5 นายในช่วงเริ่มต้น) การฝึกฝนเบื้องต้น (Basic Training): 20 เหรียญทอง, 10 อาหาร, เพิ่มความสามารถพื้นฐานให้พลทหาร (ใช้ได้ 1 ครั้งต่อพลทหาร 1 นาย)
ลี่เฉินกัดฟันข่มความประหวั่นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เขารู้ดีว่าทรัพยากรที่เขามีตอนนี้ ทั้งไม้ หิน และเหรียญทอง (ที่ได้มาจากการขายเศษแร่ที่ระบบสุ่มมาให้ในช่วงแรกเริ่ม) นั้นมีจำกัดเกินกว่าจะสร้างป้อมปราการอันแข็งแกร่งได้ในพริบตา และการมีพลทหารชาวบ้านเพียงห้าคนย่อมไม่อาจต้านทานกองโจร ‘ครั้งใหญ่’ ที่ระบบเตือนมาได้อย่างแน่นอน ความรู้สึกกดดันถาโถมเข้าใส่ แต่เขาก็ต้องสงบสติอารมณ์
“ต้องเลือกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด น้ำเสียงหนักแน่นกว่าที่เคย
“ระบบ! สร้างรั้วไม้ซุงหนึ่งแห่ง ก่อสร้างครอบคลุมบริเวณเนินเขาเล็กๆ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของที่พักปัจจุบัน!” ลี่เฉินออกคำสั่งอย่างรวดเร็วและชัดเจน เขาทิ้งเนินเขาเล็กๆ นั้นไว้เป็นจุดยุทธศาสตร์ตั้งแต่แรก เพราะมันเป็นที่สูงเพียงแห่งเดียวในบริเวณนี้ และสามารถมองเห็นทัศนียภาพรอบด้านได้อย่างชัดเจน
ทันทีที่คำสั่งถูกเปล่งออก พลังงานลึกลับก็เริ่มทำงาน ไม้ซุงที่ถูกรวบรวมไว้และก้อนหินจำนวนหนึ่งถูกยกขึ้นลอยกลางอากาศ ก่อนจะถูกจัดเรียงตัวกันอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ก่อร่างเป็นรั้วไม้ซุงสูงราวสองเมตร รั้วนั้นดูแข็งแรงกว่ารั้วที่สร้างจากฝีมือมนุษย์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด พื้นดินรอบรั้วถูกบดอัดจนแน่นหนา ราวกับมีมนตราปกคลุมอยู่ เสียงกระหึ่มเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับแสงสีฟ้าอ่อนที่ส่องประกาย ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความสงบ รั้วไม้ซุงปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
“สร้างหอสังเกตการณ์หนึ่งแห่ง ภายในแนวรั้วไม้ซุง!” ตามมาด้วยคำสั่งที่สอง คราวนี้หอสังเกตการณ์ขนาดเล็กที่ทำจากไม้ก็ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้เสียงรบกวน ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง พื้นที่ที่เคยว่างเปล่าก็มีปราการป้องกันเบื้องต้นปรากฏขึ้น ลี่เฉินมองดูผลงานของระบบด้วยความทึ่งปนกับความคาดหวัง นี่คือจุดเริ่มต้นของอาณาจักรของเขา จุดเริ่มต้นที่เขาจะต้องสร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง
“จากนั้น… จ้างพลทหารชาวบ้านสองนาย!” ลี่เฉินพิจารณาอย่างถี่ถ้วน การจ้างพลทหารครบห้าคนในตอนนี้ จะทำให้เขามีเหรียญทองและอาหารเหลือไม่มากนัก ซึ่งอาจไม่พอสำหรับการบำรุงรักษา หรือการสร้างสิ่งจำเป็นอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้ เขาต้องเก็บสำรองทรัพยากรไว้ให้มากที่สุด “และใช้การฝึกฝนเบื้องต้นกับพลทหารทั้งสองนาย”
เหรียญทองและอาหารถูกหักออกจากคลัง ทันใดนั้น แสงสีทองอ่อนก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าลี่เฉิน ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน ร่างของชายหนุ่มสองคนค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากแสงนั้น พวกเขาสวมชุดเสื้อผ้าเรียบง่าย ท่าทางยังคงสับสนเล็กน้อยเมื่อลืมตาขึ้นมองรอบกาย แต่ในดวงตานั้นฉายแววความภักดีและความมุ่งมั่นอย่างประหลาด นี่คือพลทหารคนแรกของเขา ผู้ที่จะร่วมสร้างอาณาจักรแห่งนี้ไปกับเขา
“พวกเจ้าคือทหารแห่งจางไห่ จากนี้ไป จงจงรักภักดีต่อแคว้นจางไห่และปกป้องอาณาเขตนี้ให้สุดความสามารถ” ลี่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเปี่ยมด้วยอำนาจที่เพิ่งตื่นขึ้น พลทหารทั้งสองคุกเข่าลงทันที และกล่าวคำปฏิญาณด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง “ขอรับบัญชา ใต้เท้า! พวกข้าน้อยขอถวายชีวิตเพื่อจางไห่!” เสียงของพวกเขาก้องกังวานในความมืดมิด ราวกับคำมั่นสัญญาที่สลักลึกในจิตวิญญาณ
ระบบยังคงทำงานไปเรื่อยๆ ตามคำสั่งของลี่เฉิน ในช่วงสองวันที่เหลือ เขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการรวบรวมทรัพยากรเพิ่มเติมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มือของเขามีรอยถลอกและรอยเปื้อนดิน แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เขาไม่เคยรู้สึกมีชีวิตชีวาและมีความหมายเท่านี้มาก่อน และสั่งให้พลทหารทั้งสองฝึกฝนตามคำแนะนำของระบบ การฝึกฝนเบื้องต้นไม่ได้ทำให้พวกเขากลายเป็นยอดฝีมือได้ในทันที แต่มันช่วยเพิ่มความคล่องตัว ความแข็งแกร่ง และทักษะการใช้กระบี่ไม้ที่ระบบมอบให้เล็กน้อย สิ่งสำคัญคือ มันปลูกฝังวินัยและความกล้าหาญให้กับพวกเขา ทำให้พวกเขามีจิตวิญญาณของนักรบที่แท้จริง
“พวกเจ้าชื่ออะไร?” ลี่เฉินถามในระหว่างที่กำลังขนหินก้อนใหญ่ด้วยมือของตนเอง หยาดเหงื่อไหลซึมไปตามกรอบหน้า แต่เขาก็ยังคงทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน
“ข้าน้อยชื่อ ฟงหลุน ขอรับ” ชายหนุ่มคนแรกตอบ ร่างกายของเขาดูผอมกว่า แต่แววตาฉลาดเฉลียวและเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้
“ส่วนข้าน้อยชื่อ เทียนเหอ ขอรับ” ชายอีกคนตอบ ร่างกายกำยำกว่าและดูซื่อสัตย์ ดวงตาของเขาแสดงออกถึงความภักดีอย่างไม่มีเงื่อนไข
“ดี ฟงหลุน เทียนเหอ พวกเจ้าคือผู้กล้าหาญแห่งจางไห่ จงจำไว้ว่า แม้เราจะมีกำลังน้อย แต่ใจของเราต้องแข็งแกร่งดุจหินผา” ลี่เฉินกล่าวเสริมด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “ไปพักผ่อนเถอะ คืนนี้อาจจะเป็นคืนสุดท้ายที่สงบสุขที่เราจะได้มี” เขารู้ดีว่าพายุใหญ่กำลังจะมาถึง
คืนที่สองผ่านไปอย่างรวดเร็ว แสงอรุณของวันที่สามสาดส่องทาทับขอบฟ้าด้วยสีส้มอมแดงเข้ม ราวกับลางบอกเหตุเพลิงกาฬที่กำลังจะมาเยือน ลี่เฉินไม่ได้นอนหลับมาทั้งคืน เขายืนอยู่บนหอสังเกตการณ์ที่สร้างขึ้นใหม่ กวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ ความเงียบสงบยามเช้าช่างน่าขนลุกเกินไป มันเป็นความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียด ราวกับธรรมชาติกำลังกลั้นหายใจรอคอยบางสิ่ง
ประมาณช่วงบ่าย เสียงสัญญาณจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้งในโสตประสาทของลี่เฉิน: “กองโจรป่า ‘หมาป่าทมิฬ’ จำนวน 40 นาย กำลังมุ่งหน้ามายังพื้นที่นี้ คาดว่าจะมาถึงภายในครึ่งชั่วยาม!”
“สี่สิบนาย!” ลี่เฉินขบกรามแน่นจนได้ยินเสียง พลทหารของเขามีเพียงสองคน รั้วไม้ซุงแม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็คงไม่อาจต้านทานกองกำลังขนาดนั้นได้นานนัก ความรู้สึกสิ้นหวังเริ่มคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง แต่เขาก็สะบัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
“ฟงหลุน! เทียนเหอ! เตรียมพร้อม!” ลี่เฉินตะโกนลงไป เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณ พลทหารทั้งสองรีบขึ้นมาประจำตำแหน่งบนกำแพงรั้วไม้ซุง พวกเขากุมกระบี่ไม้ที่ดูบอบบางไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความกังวล แต่ก็มีความเด็ดเดี่ยวฉายชัด ความภักดีที่ระบบปลูกฝังทำให้พวกเขาพร้อมเผชิญหน้ากับความตาย
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากก็ดังขึ้นจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเสียงกลองศึกที่กำลังใกล้เข้ามา ฝุ่นควันคลุ้งตลบอบอวล ก่อนที่ร่างทมิฬทะมึนของเหล่าโจรป่าจะปรากฏขึ้น พวกมันมีรูปร่างกำยำ มีอาวุธนานาชนิดทั้งกระบอง ดาบ และขวาน ดวงตาของพวกมันเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและความโลภ ลี่เฉินเห็นสัญลักษณ์รูปหัวหมาป่าสีดำบนธงที่พวกมันโบกสะบัด ยืนยันว่านี่คือกองโจร ‘หมาป่าทมิฬ’ อย่างแท้จริง
“เฮ้ย! ดูนั่นสิ! มีแค่รั้วไม้กับไอ้เด็กผอมแห้งสองคนนี่เองเรอะ!” เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากกลุ่มโจร เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ชายร่างใหญ่กำยำผู้หนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า เขาสวมเกราะหนังหยาบๆ บนบ่าซ้ายของเขามีรอยสักรูปหัวหมาป่าทมิฬที่ดูน่าเกรงขาม และในมือของเขาคือกระบองเหล็กขนาดใหญ่ที่ดูหนักอึ้ง “ข้า โหยวหู่ หัวหน้ากองโจรหมาป่าทมิฬ! ส่งของมีค่าทั้งหมดออกมาซะ แล้วพวกเจ้าจะได้ตายอย่างไม่ทรมาน!”
ลี่เฉินมองลงมาจากหอสังเกตการณ์ ใบหน้าของเขานิ่งเรียบราวกับหินผา แม้ในใจจะเดือดพล่านด้วยความโกรธ “ดินแดนแห่งนี้เป็นของแคว้นจางไห่ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์มาเหยียบย่ำ!”
“ฮ่าๆๆ! แคว้นจางไห่? ที่นี่มีแต่ดินแดนรกร้างไร้เจ้าของต่างหาก!” โหยวหู่หัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขาหยาบกระด้างและเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด ก่อนจะชี้กระบองเหล็กมาทางลี่เฉิน “บุก! ฆ่ามันให้หมด!”
เสียงตะโกนกึกก้อง กองโจรพุ่งเข้าใส่รั้วไม้ซุงทันที ราวกับฝูงสัตว์ร้ายที่กระหายเลือด ฟงหลุนและเทียนเหอพยายามใช้กระบี่ไม้ฟาดฟันใส่โจรที่พยายามปีนป่ายเข้ามาอย่างสุดกำลัง แต่ด้วยจำนวนที่ต่างกันลิบลับ พวกมันก็เริ่มทุบทำลายรั้วด้วยอาวุธของตน เสียงไม้แตกหักดังสนั่นหวั่นไหว ลี่เฉินตัดสินใจขว้างหินจากบนหอสังเกตการณ์ลงไปใส่หัวของโจรบางคน ทำให้พวกมันชะงักไปชั่วครู่ แต่ก็ไม่ได้หยุดยั้งพวกมันได้ทั้งหมด
“ใช้หลุมพราง!” ลี่เฉินสั่งการทันที เขาได้สร้างหลุมพรางที่ทางเข้าหลักสองจุดตามคำแนะนำของระบบ โจรสามสี่คนที่พุ่งนำหน้ามาอย่างไม่ระมัดระวัง ก็ตกลงไปในหลุมพรางที่มีปลายไม้แหลมอยู่ด้านล่าง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ทำให้กองโจรชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น
แต่โหยวหู่ไม่สนใจอะไร เขาใช้กระบองเหล็กฟาดเข้าใส่รั้วไม้ซุงอย่างบ้าคลั่ง พลังอันมหาศาลของเขาส่งผลให้รั้วไม้สั่นสะเทือน เพียงไม่กี่ครั้ง รั้วไม้ที่ระบบสร้างขึ้นอย่างมั่นคงก็เริ่มปริแตก เสียงไม้หักดังครืน! ส่วนหนึ่งของรั้วพังทลายลง โหยวหู่กระโดดข้ามซากปรักหักพังเข้ามาในบริเวณป้องกันได้สำเร็จ ตามมาด้วยลูกน้องอีกหลายสิบคนอย่างรวดเร็ว
ฟงหลุนและเทียนเหอเข้าปะทะกับโจรหลายคนอย่างกล้าหาญ แม้ทักษะของพวกเขาจะยังไม่ถึงขั้น แต่ความกล้าหาญและความจงรักภักดีทำให้พวกเขาต่อสู้ได้อย่างดุเดือดราวกับไม่กลัวตาย แต่พลังของพลทหารชาวบ้านเพียงสองนายย่อมไม่อาจต้านทานกองโจรได้นานนัก ฟงหลุนถูกดาบของโจรฟาดเข้าที่แขน ทำให้กระบี่ไม้หลุดมือไปจากความเจ็บปวด ขณะที่เทียนเหอก็ถูกล้อมโจมตีจนต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ บาดแผลเริ่มปรากฏบนร่างกายของพวกเขา
โหยวหู่เดินตรงมายังหอสังเกตการณ์ที่ลี่เฉินยืนอยู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันน่าขยะแขยงที่เผยให้เห็นฟันสีเหลือง “ไอ้หนู! ไหนดูสิว่าเจ้าจะทำอะไรได้อีก!”
ลี่เฉินก้มลงมองสถานการณ์อันย่ำแย่เบื้องล่าง พลทหารของเขากำลังจะเพลี่ยงพล้ำ รั้วไม้พังทลาย เหล่าโจรกำลังบุกทะลวงเข้ามาทุกทิศทาง ทรัพยากรของเขาหมดลงแล้ว ทุกสิ่งที่เขาสั่งสร้างล้วนถูกทำลายหรือกำลังจะพินาศสิ้น โหยวหู่ปีนขึ้นมาบนหอสังเกตการณ์อย่างรวดเร็ว ด้วยความแข็งแกร่งราวกับสัตว์ร้าย กระบองเหล็กถูกยกขึ้นสูงพร้อมจะฟาดฟันลงมาที่ลี่เฉิน แสงสุดท้ายของวันสาดส่องกระทบปลายกระบองเหล็กสะท้อนแวววาว และในวินาทีที่ความตายกำลังจะมาเยือน... ลี่เฉินหลับตาลงช้าๆ ความรู้สึกไร้หนทางถาโถมเข้ามาอีกครั้ง แต่ในห้วงลึกของจิตใจ เขากลับได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาจากระบบ... เสียงกระซิบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน... เสียงกระซิบที่อาจเป็นความหวังสุดท้ายของเขา
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก