ตอนที่ 6 — เกาทัณฑ์โลหิตแห่งราชันย์

ตอนที่ 6 — เกาทัณฑ์โลหิตแห่งราชันย์

ราชันย์ระบบ · 200 ตอน

สายลมหนาวพัดโชย ผมของหลี่เฉินสะบัดพลิ้วไปตามแรงอย่างรุนแรง ในเวลานี้เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นเยือกจากสภาพอากาศเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นความหนาวเหน็บที่กัดกินจิตใจ ความสิ้นหวังที่แผ่ซ่านเข้ามาในทุกอณู รั้วไม้ซุงที่เขาและชาวบ้านช่วยกันสร้างอย่างยากลำบากด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายได้พังทลายลงไปหมดสิ้นแล้ว เสียงโห่ร้องกึกก้องของกองโจรหมาป่าทมิฬที่กรูกันเข้ามาดุจคลื่นสึนามิซัดถล่มผืนดินนั้นบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ราวกับเสียงแห่งความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

เบื้องล่างของหอสังเกตการณ์ไม้ที่เขายืนอยู่ ‌พลทหารชาวบ้านสองนาย ฟงหลุนและเทียนเหอ กำลังยืนหยัดต่อสู้กับกองโจรที่เข้ามาประชิดตัวอย่างกล้าหาญ พวกเขากวัดแกว่งอาวุธที่ดูเหมือนของเล่นเมื่อเทียบกับอาวุธของศัตรูอย่างสิ้นหวัง ใบหน้าเปื้อนเลือดและเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาคลุกเคล้ากับฝุ่นดิน แต่จำนวนที่แตกต่างกันเกินไปทำให้สถานการณ์ของพวกเขาดูริบหรี่ ราวกับแสงเทียนที่ใกล้จะดับในพายุโหมกระหน่ำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง

“ฮ่าๆๆ! เจ้าชายผู้สูงศักดิ์! ​ดูสิว่ารั้วเล็กๆ ของเจ้าจะปกป้องอะไรได้!” โหยวหู่ หัวหน้ากองโจรหมาป่าทมิฬ ผู้มีร่างกำยำดุจหมีป่า ใบหน้ามีรอยแผลเป็นพาดผ่านตั้งแต่หน้าผากจรดแก้มซ้าย จ้องมองขึ้นมายังหอสังเกตการณ์ด้วยแววตาเหยียดหยามและเย้ยหยัน ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยความกระหายเลือด ‍ราวกับหมาป่าที่เห็นเหยื่อไร้ทางสู้และกำลังจะถูกขย้ำ “ลงมาให้ข้าเชือดคอเสียเถิด! สิ้นเปลืองเวลาจริงๆ!”

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของโหยวหู่ดังก้องราวกับเสียงฟ้าผ่าในหูของหลี่เฉิน มือของเขากำดาบไม้ที่ไร้คมแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน ความรู้สึกไร้พลังเข้าครอบงำจิตใจ ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาจะไปสู้กับหัวหน้ากองโจรที่ช่ำชองการต่อสู้มานับไม่ถ้วนได้อย่างไร? เขารู้ดีว่าหากโหยวหูปีนขึ้นมาถึงหอสังเกตการณ์ได้ ชีวิตของเขาก็คงจะจบลงในไม่ช้า ‌และทุกสิ่งที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาก็จะพังทลายลงในพริบตา

ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง เสียงของระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหูของเขาอีกครั้ง ราวกับเสียงสวรรค์ที่มาโปรดในยามวิกฤตที่มืดมิดที่สุด

“แจ้งเตือน! พลังป้องกันถูกทำลาย! กองกำลังศัตรูคงเหลือ 80%! โอกาสรอดชีวิตของเจ้าของระบบ: 3%”

หลี่เฉินกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน ‍ดวงตาของเขาฉายแววไม่ยอมแพ้ 3% ก็ยังไม่ใช่ 0%! ตราบใดที่ยังไม่เป็นศูนย์ เขาก็จะสู้!

“ระบบ! มีทางอื่นไหม? แผนฉุกเฉินอะไรก็ได้! ​บอกข้ามา!” เขาตะโกนในใจอย่างเร่งรีบ ความหวังริบหรี่สุดท้ายถูกจุดขึ้นอีกครั้ง

“ตรวจพบสถานการณ์วิกฤต! เปิดใช้งานพิธีสารฉุกเฉิน: [เกาทัณฑ์โลหิตแห่งราชันย์] พร้อมใช้งาน”

ชื่อพิธีสารทำให้หลี่เฉินรู้สึกประหลาดใจระคนสงสัย เกาทัณฑ์โลหิตแห่งราชันย์? มันคืออะไรกัน? ​มันจะช่วยเขาได้อย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้?

“รายละเอียด: [เกาทัณฑ์โลหิตแห่งราชันย์] – ปลดปล่อยห่าฝนลูกธนูอาคมเข้มข้นจากหอสังเกตการณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายปานกลางแก่ศัตรูและบั่นทอนขวัญกำลังใจ ระยะเวลา: 1 นาที ​ค่าใช้จ่าย: 50 แต้ม ‘แก่นราชันย์’ จะลด ‘แก่นราชันย์’ ปัจจุบันลง 30%”

หลี่เฉินไม่ลังเลที่จะตอบรับแม้จะยังไม่เข้าใจรายละเอียดทั้งหมด “ยืนยัน! ใช้ [เกาทัณฑ์โลหิตแห่งราชันย์]!” เสียงของเขาหนักแน่นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้

ทันทีที่คำสั่งถูกยืนยัน แสงสีแดงจางๆ ก็เริ่มแผ่ออกมาจากหอสังเกตการณ์ไม้ธรรมดาๆ ที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างเร่งรีบ พื้นผิวไม้ที่เคยดูหยาบกร้านเริ่มเรืองรองด้วยลวดลายประหลาดที่ราวกับอักษรรูนโบราณที่ส่องประกายเรืองรอง ก่อนที่ส่วนประกอบบางอย่างของหอคอยจะเลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นช่องยิงธนูที่ซ่อนอยู่จำนวนมาก ภายในช่องเหล่านั้น ปรากฏหน้าไม้ขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ หัวลูกธนูแต่ละดอกเปล่งประกายสีแดงอ่อนๆ ราวกับถูกอาบด้วยโลหิตสดๆ ที่พร้อมจะพุ่งทะลวงทุกสิ่ง

“โครม!”

หน้าไม้เหล่านั้นเริ่มยิงออกไปพร้อมกันด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ เสียงหวีดหวิวของลูกธนูจำนวนมหาศาลดังลั่นไปทั่วผืนฟ้า ราวกับเสียงกรีดร้องของพญามัจจุราชที่กำลังออกล่า ลูกธนูสีแดงเพลิงพุ่งลงไปกลางวงล้อมของกองโจรที่กำลังกระหน่ำโจมตีเบื้องล่างอย่างไม่ลดละ ลูกธนูบางดอกเมื่อปักลงพื้นก็เกิดระเบิดออกเป็นประกายไฟสีแดงก่ำ สาดกระเซ็นใส่กองโจรที่ยืนอยู่ใกล้ๆ สร้างความตื่นตระหนกและบาดแผล บางดอกพุ่งปักเข้าใส่ตัวของกองโจรโดยตรง ทะลุทะลวงเกราะป้องกันอย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงกระดาษ

“อ๊ากกกก!”

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและตกใจดังระงมไปทั่วสนามรบ ความโกลาหลเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน กองโจรที่กำลังฮึกเหิมถึงกับชะงักงัน หลายคนล้มลงด้วยคมธนูที่มองไม่เห็นที่มา บ้างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสและดิ้นรนอยู่บนพื้นดินที่เปรอะเปื้อนเลือด หลายคนพยายามจะหลบหนี แต่ห่าฝนลูกธนูก็ร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ขาดสาย ราวกับว่าหอสังเกตการณ์แห่งนี้ได้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารขนาดมหึมาที่กำลังบดขยี้ศัตรูอย่างไม่ปรานี

โหยวหู่ที่กำลังนำทัพอยู่นั้นถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนจากความฮึกเหิมเป็นความประหลาดใจระคนหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด “อะไรกันนี่?! เวทมนตร์รึ!?”

เขาเคยเห็นผู้วิเศษร่ายคาถา แต่ไม่เคยเห็นการระดมยิงธนูด้วยพลังอาคมในรูปแบบนี้มาก่อน มันไม่ใช่การยิงธนูธรรมดาๆ แต่มันคือการโจมตีที่รุนแรงและมีประสิทธิภาพอย่างคาดไม่ถึง ลูกธนูที่ยิงออกมาดูเหมือนจะฉลาดกว่าธนูทั่วไป มันพุ่งเข้าใส่จุดอ่อนของกองโจรได้อย่างแม่นยำ และยังมีความเร็วที่น่าเหลือเชื่อเกินกว่าที่มนุษย์จะยิงได้

เบื้องล่าง ฟงหลุนและเทียนเหอที่กำลังใกล้จะหมดแรงก็ถึงกับอ้าปากค้าง พวกเขามองขึ้นไปยังหอสังเกตการณ์ที่กำลังสาดกระสุนธนูสีแดงเพลิงลงมาอย่างไม่เชื่อสายตา นี่คือพลังของเจ้าชายผู้ถูกเนรเทศหรือ? มันเหนือกว่าที่พวกเขาเคยจินตนาการไว้มากนัก ราวกับเทพเจ้าลงมาโปรด

“ทะ… ท่านเจ้าชายทรงฤทธิ์!” ฟงหลุนตะโกนออกมาด้วยความชื่นชมและหวาดกลัวในคราวเดียวกัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังที่จุดขึ้นมาอีกครั้ง

“เราต้องสู้! เราต้องไม่ยอมแพ้!” เทียนเหอกล่าวเสียงดัง แม้จะยังคงตะลึงงัน แต่ก็เป็นความตะลึงที่มาพร้อมกับความหวังและกำลังใจที่กลับคืนมา พวกเขารู้สึกเหมือนได้รับพลังใหม่ที่จะยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างเจ้าชายของพวกเขา

ในขณะที่ห่าฝนลูกธนูกำลังสาดกระหน่ำ หลี่เฉินรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงกับหอสังเกตการณ์ ราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา เขาสามารถมองเห็นภาพรวมของสนามรบได้อย่างชัดเจนผ่านอินเทอร์เฟซของระบบ และสามารถสั่งการให้ลูกธนูพุ่งเป้าไปยังจุดที่มีการรวมตัวกันของกองโจรมากที่สุดได้อย่างแม่นยำและไร้ความผิดพลาด

จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการควบคุมอย่างเต็มที่ ไม่มีความลังเล ไม่มีความหวาดกลัวอีกต่อไป มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องหมู่บ้านและผู้คนที่เขาเลือกที่จะช่วยเหลือด้วยชีวิต

หนึ่งนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับพริบตา แสงสีแดงที่หอสังเกตการณ์เริ่มจางหายไปอย่างช้าๆ ช่องยิงธนูปิดลงอย่างเงียบเชียบ หน้าไม้ที่เคยยิงรัวเร็วดุจพายุหยุดทำงาน เสียงหวีดหวิวของลูกธนูเงียบงันลง เหลือเพียงเสียงครวญครางของกองโจรที่บาดเจ็บ

สนามรบเบื้องล่างอยู่ในสภาพโกลาหล กองโจรจำนวนมากนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น บ้างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสและกำลังดิ้นรนด้วยความทรมาน หลายคนวิ่งหนีกลับไปรวมกลุ่มกับพวกพ้องที่อยู่ห่างออกไป ใบหน้าของพวกเขามีแต่ความหวาดกลัวและสับสนอย่างถึงที่สุด

โหยวหู่มองภาพนั้นด้วยความโกรธแค้น ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับเพลิงที่กำลังเผาไหม้ ลูกน้องของเขาที่เหลืออยู่ราวครึ่งหนึ่งได้แต่ยืนตัวสั่น ไม่กล้าที่จะบุกโจมตีอีกครั้ง “เจ้า... เจ้าทำอะไรลงไป!” เขาตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

หลี่เฉินยืนหอบ หายใจติดขัด หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก เขารู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง พลังงานในร่างกายแทบจะหมดสิ้นไปพร้อมกับการใช้งาน [เกาทัณฑ์โลหิตแห่งราชันย์] แต่ในความเหนื่อยล้านั้น เขากลับรู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาสามารถพลิกสถานการณ์ได้ เขาสามารถปกป้องทุกคนได้ ความรู้สึกนี้มันช่างหอมหวานเหลือเกิน

“รายงานสถานะ: พิธีสารฉุกเฉินสำเร็จ! กองกำลังศัตรูถูกขับไล่! ‘แก่นราชันย์’ คงเหลือ 70 แต้ม”

เสียงของระบบยังคงดำเนินต่อไป “ภารกิจใหม่: ‘รักษาการฐานที่มั่น’ รางวัล: [พิมพ์เขียวค่ายทหารเบื้องต้น], 200 ‘แก่นราชันย์’, 1 ‘โทเคนคัดเลือกวีรชน’”

หลี่เฉินมองไปยังกองโจรที่กำลังรวมตัวกันอีกครั้ง ใบหน้าของโหยวหู่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง เขารู้ว่านี่เป็นเพียงการชะลอเวลาเท่านั้น การต่อสู้ยังไม่จบลง และเขาก็รู้สึกว่าพลังงานของเขาถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว

“ไอ้ลูกทรพี!” โหยวหู่กัดฟันกรอด เขากวาดตามองไปยังลูกน้องที่หวาดกลัว “พวกเจ้ากลัวอะไรกัน! นั่นมันแค่กลอุบาย! ดูเหมือนว่าพลังเวทมนตร์ของเจ้าชายผู้นี้จะใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น! เห็นไหมว่าหอสังเกตการณ์นั่นกลับมาเป็นปกติแล้ว!”

กองโจรที่เหลือเริ่มกลับมามีความฮึกเหิมอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้า พวกเขามองไปยังหอสังเกตการณ์ที่ดูเหมือนหอคอยไม้ธรรมดาๆ อีกครั้ง แล้วความหวาดกลัวก็เริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นและความละอายที่ถูกทำให้แตกพ่าย

“โจมตีอีกครั้ง! คราวนี้อย่าได้ผ่อนแรง! ใครที่ปีนขึ้นไปถึงหอสังเกตการณ์ได้ก่อน ข้าจะให้รางวัลเป็นทรัพย์สินทั้งหมดของเจ้าชาย!” โหยวหู่ประกาศกร้าว เขากวาดตามองไปยังหลี่เฉินที่ยืนอยู่บนหอคอยด้วยแววตาอาฆาตแค้น “และนี่คือของขวัญพิเศษสำหรับเจ้าชาย! ฮ่าๆๆ!”

โหยวหู่โบกมือให้ลูกน้องกลุ่มหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่ด้านหลังพุ่มไม้ขนาดใหญ่ ชั่วพริบตา กลุ่มกองโจรอีกกลุ่มก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาไม่ได้มามือเปล่า แต่กำลังเข็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้และเหล็กมาด้วย มันคือ ‘เครื่องกระทุ้งประตู’ และ ‘เครื่องยิงหิน’ ขนาดเล็กที่ดูแข็งแกร่งและพร้อมที่จะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล

หลี่เฉินมองภาพนั้นด้วยความตกใจ อุปกรณ์เหล่านั้นจะสร้างความเสียหายให้กับหอสังเกตการณ์และหมู่บ้านได้อย่างมหาศาล เขาเหลือบมองไปยังแถบ ‘แก่นราชันย์’ ที่แสดงผลในอินเทอร์เฟซของระบบ มันยังคงอยู่ที่ 70 แต้ม และไม่มีพิธีสารฉุกเฉินใดๆ แสดงขึ้นมาอีก เขาเพิ่งใช้มันไป และดูเหมือนว่ามันต้องการเวลาฟื้นฟู หรือไม่ก็ต้องการทรัพยากรที่เขาไม่มี

เขาเพิ่งรอดพ้นจากความตายได้เพียงครู่เดียว แต่ตอนนี้กองกำลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิมพร้อมอุปกรณ์ที่ร้ายกาจกว่าเดิมกำลังจะพุ่งเข้ามา หลี่เฉินกำมือแน่น เขากำลังจะรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้เขากลับมาอยู่ในสภาพที่ไร้อาวุธลับอีกครั้ง...

“ระบบ…” หลี่เฉินกระซิบเบาๆ ด้วยความรู้สึกกดดันอย่างหนักหน่วง “ข้าควรทำอย่างไร?” แต่ระบบกลับเงียบงัน ไม่ตอบสนองใดๆ ราวกับจะบอกเขาว่า ครั้งนี้เขาต้องหาวิธีด้วยตัวเอง ต้องใช้สติปัญญาและไหวพริบของเขาเอง

เสียงกลองศึกดังขึ้นอีกครั้ง กองโจรหมาป่าทมิฬที่เพิ่มกำลังขึ้นมาพร้อมกับอาวุธร้ายแรงกำลังเคลื่อนพลเข้ามาอย่างช้าๆ ดุจคลื่นความตายที่คืบคลานเข้าสู่ฝั่ง หลี่เฉินยืนอยู่บนหอคอยลำพัง ท่ามกลางลมหนาวที่พัดโชย ราวกับเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานหมากรุกแห่งโชคชะตาที่ใกล้จะถึงจุดจบ แต่ในแววตาของเขากลับมีประกายแห่งความมุ่งมั่นที่ยังไม่ดับลง

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!