ราชันย์ระบบ

ตอนที่ 8 — กลยุทธ์ราชันย์: การตั้งรับเหิงชาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

200 ตอน · 1,325 คำ

ข่าวร้ายแพร่สะพัดไปทั่วเหิงชานราวกับไฟป่าที่โหมกระหน่ำ บดขยี้ความหวังอันเปราะบางที่เพิ่งเริ่มผลิบานให้มอดไหม้ลงในชั่วพริบตา แสงตะวันยามบ่ายคล้อยที่เคยสาดส่องอบอุ่น บัดนี้กลับดูหม่นหมองลงในสายตาของชาวบ้านที่มารวมตัวกันอย่างหนาแน่นกลางจัตุรัสหมู่บ้าน หลี่เฉินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าพวกเขา แววตาคมกริบกวาดมองใบหน้าซีดเผือดที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง ข่าวการมาถึงของโจรพยัคฆ์ทมิฬภายในสามวัน ได้เปลี่ยนบรรยากาศจากความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ให้กลายเป็นความหวาดกลัวที่กัดกินจิตใจ

“ท่านเจ้าชาย! ‌พวกมัน...พวกมันจะมาจริงหรือ?” เสียงหนึ่งตะโกนถาม สั่นเครือไปด้วยความหวาดหวั่นปนความไม่เชื่อ ราวกับต้องการให้หลี่เฉินปฏิเสธและบอกว่าทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น

หลี่เฉินหลับตาลงชั่วครู่ ลมหายใจลึกๆ ช่วยให้จิตใจที่กำลังปั่นป่วนสงบลง เขารู้ดีว่าในยามนี้ เขาคือเสาหลักเดียวที่พวกเขายึดเหนี่ยวได้ ​ระบบที่หลับใหลไปชั่วขณะได้ปรากฏข้อความเร่งด่วนขึ้นตรงหน้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ราวกับต้องการตอกย้ำถึงสถานการณ์อันเลวร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

[ติ๊ง! ภารกิจเร่งด่วน: ปกป้องเหิงชานจากการโจมตีของโจรพยัคฆ์ทมิฬ!] [รายละเอียด: โจรพยัคฆ์ทมิฬเป็นกลุ่มโจรป่าที่โหดเหี้ยม มีจำนวนประมาณ 200-300 คน ‍มีความชำนาญในการต่อสู้และปล้นสะดม พวกมันมุ่งหน้ามายังเหิงชานเพื่อกวาดต้อนทรัพยากรและผู้คน] [เงื่อนไขภารกิจ: ยืนหยัดป้องกันเหิงชานจากการโจมตีของโจรพยัคฆ์ทมิฬ] [รางวัลความสำเร็จ: 500 คะแนนปกครอง, แผนผังการสร้างป้อมปราการขั้นต้น, ทักษะ ‘ผู้นำกองทัพ ‌(ระดับเริ่มต้น)’] [บทลงโทษความล้มเหลว: ดินแดนเหิงชานพินาศ, หลี่เฉินเสียชีวิต, จบเกม] [เวลาที่เหลือ: 3 วัน 0 ชั่วโมง ‍0 นาที]

สามวัน… มันเป็นไปได้หรือที่จะเปลี่ยนหมู่บ้านเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัวแห่งนี้ ให้กลายเป็นป้อมปราการที่สามารถต้านทานโจรป่าผู้ช่ำชองนับร้อยได้? คำถามนี้ผุดขึ้นในใจของหลี่เฉินซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา: นี่คือการทดสอบขั้นสุดยอดของระบบ ​และเป็นบทพิสูจน์ถึงคุณค่าของเขาในฐานะผู้สร้างอาณาจักร เขาจะยอมแพ้ไม่ได้ เขาต้องยืนหยัดเพื่อพวกเขา เพื่อเหิงชาน และเพื่ออนาคตที่เขากำลังสร้าง

เขาเปิดตาขึ้น มองใบหน้าผู้คนที่เต็มไปด้วยความกังวลทีละคน บางคนก้มหน้า บางคนเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความหวังอันริบหรี่ ​หลี่เฉินสูดหายใจลึกอีกครั้ง ก่อนจะเปล่งเสียงออกมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว แต่แฝงด้วยความเมตตาและหนักแน่น “ชาวเหิงชานทุกคน ข้ารู้ว่าพวกท่านหวาดกลัว และข้าเองก็ตระหนักถึงความยากลำบากที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ โจรพยัคฆ์ทมิฬนั้นแข็งแกร่งและโหดเหี้ยมจริง แต่พวกเราก็มีสิ่งที่เราจะสู้เพื่อมัน ​นั่นคือบ้านของเรา ครอบครัวของเรา อนาคตที่เราเพิ่งเริ่มสร้างขึ้นมานี้!”

เขาหยุดพัก ให้คำพูดของเขาซึมซับเข้าไปในใจของผู้ฟัง ดวงตาของหลี่เฉินกวาดมองไปทั่วใบหน้าของชาวบ้านแต่ละคน ราวกับต้องการส่งผ่านความมุ่งมั่นของเขาไปให้ถึงทุกคน “เราไม่มีกองทัพ ไม่มีอาวุธชั้นเยี่ยม แต่เรามีสิ่งที่มีค่ากว่านั้น คือความสามัคคี ความมุ่งมั่น และความรักในผืนดินแห่งนี้” เขาชี้ไปยังทิศทางต่างๆ ของหมู่บ้านที่พวกเขาช่วยกันบูรณะขึ้นมา “สามวันนี้จะเป็นสามวันที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตพวกเรา แต่ถ้าเราทุกคนร่วมมือกัน ถ้าเราเชื่อในตัวข้า เชื่อในตัวพวกท่านเอง เราจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้! จงบอกข้า! พวกท่านจะสู้ไปกับข้าหรือไม่?!”

สิ้นเสียงของหลี่เฉิน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นความเงียบที่หนักอึ้ง แต่แล้วเสียงตะโกน “สู้!” ก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากกลุ่มชายชราที่ยืนอยู่ด้านหน้า ตามมาด้วยเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จากหนุ่มสาวที่เริ่มฟื้นกำลังใจ จนกลายเป็นเสียงกึกก้องที่สะท้อนไปทั่วหุบเขา “สู้! สู้! สู้!” ความหวังอันริบหรี่ได้ถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้งด้วยถ้อยคำอันทรงพลังของเจ้าชายผู้ถูกเนรเทศ ดวงตาของหลี่เฉินฉายแววความพึงพอใจและกำลังใจ เขารู้แล้วว่าเขามีสิ่งที่จะสู้เพื่อมัน และมีผู้คนที่จะสู้เคียงข้างเขา

หลี่เฉินไม่รอช้า เขากวาดสายตามองหาบุคคลสำคัญที่เขาจะต้องพึ่งพาในยามนี้ เขาเรียกท่านผู้เฒ่าหวัง ผู้เป็นที่เคารพของชาวบ้าน และอาคัง หนุ่มฉกรรจ์ที่แข็งแรงที่สุดในหมู่บ้าน ให้มาหารือเป็นการด่วน ทั้งสองเดินเข้ามาหาหลี่เฉินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้จะยังคงมีความกังวลฉายอยู่

“ท่านผู้เฒ่าหวัง อาคัง นี่คือแผนการของเรา” หลี่เฉินกางแผนที่หยาบๆ ของเหิงชานที่เขาวาดขึ้นบนพื้นดินด้วยกิ่งไม้ “เหิงชานตั้งอยู่ในหุบเขา มีทางเข้าออกหลักเพียงสองทางคือทางเหนือและทางใต้ เราจะใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศนี้ให้มากที่สุด” เขาเริ่มอธิบายแผนการอย่างรวดเร็วและชัดเจน

“หนึ่ง เราจะเสริมความแข็งแกร่งของรั้วไม้รอบหมู่บ้านให้หนาแน่นและสูงขึ้น” เขาชี้ไปที่แนวรั้วที่เพิ่งสร้างเสร็จไปไม่นาน “ขุดคูน้ำและหลุมพรางดักสัตว์ลึกๆ ไว้ด้านหน้าและรอบๆ รั้ว โดยเฉพาะตามเส้นทางที่คาดว่าโจรจะใช้เดินทัพผ่าน”

“สอง เราจะสร้างหอสังเกตการณ์ชั่วคราวบนเนินเขาสูงทั้งสองด้านของทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อให้มองเห็นการเคลื่อนไหวของศัตรูได้แต่ไกล และเตรียมหิน ดิน หรือแม้แต่น้ำร้อนไว้สำหรับสาดใส่”

“สาม เราจะจัดตั้งกองกำลังป้องกันหมู่บ้านชั่วคราว” หลี่เฉินมองอาคังด้วยสายตาที่เชื่อมั่น “อาคัง เจ้าจะเป็นหัวหน้ากองกำลังนี้ รวบรวมชายฉกรรจ์ที่แข็งแรงทุกคน ปล่อยคนแก่ เด็ก และผู้หญิงไปรวมกันที่ใจกลางหมู่บ้าน ที่ปลอดภัยที่สุด”

“อาวุธ...” อาคังพูดด้วยน้ำเสียงลังเล “เราไม่มีอาวุธมากนัก” ความจริงที่ทุกคนรู้ดี

“เราจะใช้สิ่งที่เรามี” หลี่เฉินตอบอย่างหนักแน่น “จอบ เสียม คราด พร้า แม้แต่ไม้ไผ่ที่เหลาปลายแหลม ทุกอย่างที่มีคมหรือแหลมคมสามารถเป็นอาวุธได้ และที่สำคัญที่สุดคือความกล้าหาญและสติปัญญาของเรา”

“เมยฮวา” หลี่เฉินหันไปเรียกหญิงสาวผู้มีความคล่องแคล่วและจัดเจนในการจัดหาสิ่งของ ผู้ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล “เจ้าจงรวบรวมเสบียงอาหารและน้ำดื่มให้เพียงพอสำหรับสามวัน และจัดเตรียมผ้าพันแผลสมุนไพรสำหรับผู้บาดเจ็บ”

แผนการถูกกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านเหิงชานทุกคนไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ หญิงหรือชาย ต่างร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยภายใต้การนำของหลี่เฉิน วันแรกของการเตรียมการผ่านไปในพริบตา เสียงขุดดิน เสียงสับไม้ เสียงค้อนกระทบไม้ ดังกึกก้องไปทั่วหุบเขาตลอดทั้งวัน ผู้ชายช่วยกันขุดคู ยกท่อนซุงเสริมรั้ว ผู้หญิงและเด็กช่วยกันขนหิน หาน้ำ และจัดเตรียมอาหาร แม้ใบหน้าจะเปื้อนดินและเหงื่อไหลไคลย้อย แต่แววตาของพวกเขาก็ฉายแววความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน หลี่เฉินเองก็ไม่เคยหยุดพัก เขาลงมือช่วยชาวบ้านทำงานอย่างเต็มกำลัง แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและไม่ถือตัว ทำให้ชาวบ้านยิ่งเชื่อมั่นและพร้อมจะสู้เคียงข้างเขา

วันที่สองมาถึงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่เริ่มสะสม แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมายังหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินและร่องรอยของการทำงานอย่างหนัก ชาวบ้านหลายคนเริ่มมีอาการปวดเมื่อยไปทั้งตัว แต่เมื่อเห็นหลี่เฉินยังคงทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน ใบหน้าของเขาแม้จะดูอ่อนล้า แต่แววตากลับเต็มไปด้วยพลัง พวกเขาก็ได้รับแรงกระตุ้นให้ก้าวต่อไป คูน้ำลึกขึ้นเรื่อยๆ รั้วไม้แข็งแกร่งขึ้น หอสังเกตการณ์สองแห่งเริ่มเป็นรูปเป็นร่างบนเนินเขา พลธนูฉุกเฉิน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักล่าที่มีประสบการณ์) ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ พวกเขาเหลาปลายลูกธนูจากกิ่งไม้ที่แข็งแรง และผูกเชือกสำหรับดึงคันธนูด้วยหนังสัตว์ที่หาได้

หลี่เฉินใช้ความสามารถที่ได้จากระบบเพื่อจัดการทรัพยากรและแรงงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เขาจัดเวรยามเพื่อเฝ้าระวังทั้งกลางวันและกลางคืน และสอนชาวบ้านถึงการใช้สัญญาณควันและเสียงระฆังเพื่อแจ้งเตือนอันตราย “เราอาจไม่ใช่นักรบมืออาชีพ แต่เราคือผู้พิทักษ์บ้านเกิดของเรา” เขาพูดย้ำกับทุกคนเสมอ เสียงของเขาสร้างขวัญกำลังใจให้ทุกคนที่ได้ยิน

คืนวันที่สองใต้แสงจันทร์ ชาวบ้านหลายคนหลับไปข้างกองไฟด้วยความอ่อนเพลีย ร่างกายของพวกเขาต้องการการพักผ่อนอย่างยิ่งยวด หลี่เฉินยืนอยู่บนยอดหอสังเกตการณ์ที่เพิ่งสร้างเสร็จ เขามองไปรอบๆ หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้กับเวลา กำแพงไม้ที่สูงตระหง่านและคูน้ำที่ลึกกว้างดูน่าเกรงขามขึ้นกว่าเมื่อสามวันก่อนมาก แต่กระนั้น ความกังวลก็ยังคงกัดกินจิตใจของเขา โจรพยัคฆ์ทมิฬมีจำนวนมาก และคงมีประสบการณ์ในการบุกโจมตีมานับไม่ถ้วน พวกเขายังคงขาดแคลนอาวุธและการฝึกฝน แต่เขาก็ได้ทำทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้แล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือการเผชิญหน้ากับชะตากรรม

เช้าวันที่สาม รุ่งอรุณมาพร้อมกับความตึงเครียดที่แทบจะสัมผัสได้ ทุกคนในเหิงชานตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเดียวกัน นั่นคือ ‘วันนี้’ การเตรียมการสุดท้ายถูกเร่งให้เสร็จสิ้น ไม้แหลมถูกซ่อนไว้ในหลุมพราง หม้อน้ำขนาดใหญ่ถูกตั้งไฟบนกำแพงไม้เพื่อเตรียมสาดน้ำร้อนใส่ศัตรู ก้อนหินถูกกองพะเนินบนหอสังเกตการณ์ อาวุธที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างหยาบๆ ถูกแจกจ่ายให้กับชายฉกรรจ์ทุกคน ทุกคนอยู่ในตำแหน่งของตัวเอง จ้องมองไปยังเส้นขอบฟ้าด้วยใจที่เต้นระรัว เสียงกระซิบกระซาบของความกังวลดังแผ่วเบา แต่ก็ถูกกลบด้วยเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของทุกคน

ความเงียบเข้าปกคลุมเหิงชานในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันที่สาม เป็นความเงียบที่น่ากลัวกว่าเสียงอึกทึกครึกโครม หลี่เฉินยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์ทางทิศเหนือ มองไปยังทางเข้าหุบเขาด้วยสายตาที่เฉียบคม มือของเขากำดาบที่ระบบมอบให้แน่น แม้จะเป็นเพียงดาบธรรมดา แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความพร้อมที่จะต่อสู้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสมาธิให้มากที่สุด

“ท่านเจ้าชาย!” เสียงของทหารยามบนหอสังเกตการณ์อีกด้านหนึ่งตะโกนขึ้นสุดเสียง ทำลายความเงียบสงัดที่กดดัน “ท่านเจ้าชาย! พวกมัน...พวกมันมาแล้ว!” เสียงนั้นสั่นเครือไปด้วยความตื่นตระหนก แต่ก็เต็มไปด้วยความเร่งรีบ

หัวใจของทุกคนในเหิงชานเต้นระรัว หลี่เฉินหันขวับไปทางเสียง พลันสายตาของเขาก็เบิกกว้าง

บนเส้นขอบฟ้าที่ห่างออกไปไม่ไกล เงาดำทะมึนขนาดใหญ่เริ่มปรากฏขึ้น พัดพาเอาฝุ่นควันและเสียงโห่ร้องกึกก้องมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าม้าที่ดังสนั่นหวั่นไหว มันไม่เหมือนกองทัพโจรธรรมดา แต่เป็นคลื่นมนุษย์ที่ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง จำนวนของพวกมันมากกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ดูราวกับมวลเมฆดำที่กำลังกลืนกินทุกสิ่งบนเส้นทาง และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือพวกมันมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้เกือบครึ่งวัน!

ดวงตะวันกำลังลับขอบฟ้า สาดแสงสีส้มแดงฉาบไล้ทิวทัศน์เบื้องหน้า หลี่เฉินมองเห็นธงของโจรพยัคฆ์ทมิฬที่โบกสะบัดอย่างน่าเกรงขามอยู่บนยอดเนิน พวกมันมาแล้ว… และมาถึงในยามอัสดง ราวกับจะนำพาความมืดมิดมาสู่เหิงชาน พร้อมกับเสียงแตรศึกที่ดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหว ดุจเสียงประกาศความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ เสียงแตรศึกนั้นบาดลึกเข้าไปในจิตใจของชาวเหิงชาน ก่อร่างสร้างความหวาดกลัวที่พร้อมจะระเบิดออกมา แต่ในขณะเดียวกัน มันก็จุดประกายความโกรธแค้นและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องบ้านเกิดให้ลุกโชนขึ้น

หลี่เฉินกัดฟันแน่น เขากำลังจะได้เผชิญหน้ากับบททดสอบแรกของการสร้างอาณาจักรของเขาอย่างแท้จริง และเขาจะไม่ยอมให้เหิงชานต้องพินาศไปต่อหน้าต่อตาเขา!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ราชันย์ระบบ

ราชันย์ระบบ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!