ราชันย์ระบบ

ตอนที่ 10 — ราตรีโลหิต: คลื่นปีศาจโหมกระหน่ำ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

200 ตอน · 1,305 คำ

ยามอัสดงโรยตัวลงสู่เหิงชานอย่างรวดเร็ว แสงสุดท้ายของวันถูกกลืนหายไปในผืนผ้าใบสีดำสนิทของรัตติกาล มีเพียงแสงจากกองไฟริบหรี่ที่ชาวบ้านจุดไว้ และคบเพลิงนับร้อยที่ส่องสว่างอยู่เบื้องล่างเนินเขา เผยให้เห็นเงาดำทะมึนของกองทัพโจรพยัคฆ์ทมิฬที่ราวกับทะเลคลื่นแห่งอสูร เสียงโห่ร้องกึกก้องผสานกับเสียงตีกลองอันดุดันดังขึ้นสนั่นหุบเขา ส่งคลื่นความหวาดกลัวเข้าสั่นคลอนจิตใจของชาวเหิงชานที่ยืนประจำแนวป้องกัน เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงของโจรนับพันคนเหยียบย่ำผืนดินราวกับแผ่นดินจะถล่ม ‌เสียงอาวุธกระทบกันเป็นระลอก แสดงถึงความพร้อมรบของกองกำลังอันมหาศาลที่เตรียมพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้า

บนเชิงกำแพงดินที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ หลี่เฉินยืนตระหง่าน แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนในดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้ภายในใจจะหนักอึ้งด้วยความกังวลถึงชะตากรรมของทุกคนที่ฝากความหวังไว้กับเขา แต่ใบหน้าของเขากลับปราศจากริ้วรอยแห่งความหวาดกลัว เขากวาดสายตามองไปยังชาวบ้านที่ยืนอยู่รายล้อม แต่ละคนกำอาวุธในมือแน่น ​มือสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เขาเพาะบ่มมาตลอดสามวัน ทุกคนรู้ดีว่านี่คือการต่อสู้เพื่อชีวิต เพื่อบ้านเกิด เพื่อครอบครัว และเพื่อความหวังที่จะได้เห็นแสงอรุณรุ่งอีกครั้ง

“จำคำที่ข้าบอกพวกท่านได้หรือไม่!” เสียงของหลี่เฉินดังกังวานไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของกองทัพโจรที่ใกล้เข้ามา “เราอาจจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าพวกมัน ‍แต่เรามีสิ่งที่พวกมันไม่มี นั่นคือหัวใจ! หัวใจที่พร้อมจะปกป้องสิ่งที่เรารัก! ขอให้ทุกท่านจงจำไว้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเรา แต่เพื่ออนาคตของลูกหลานเรา!”

เสียงตอบรับของชาวบ้านไม่ดังเท่าเสียงของโจร แต่ก็หนักแน่นพอจะสั่นสะเทือนบรรยากาศที่ตึงเครียดให้มีความหวังขึ้นมาบ้าง หลายคนพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น ‌บางคนกำอาวุธในมือแน่นขึ้น พลังใจที่หลี่เฉินมอบให้เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วแนวป้องกัน

“พวกมันมาแล้ว!” เสียงตะโกนของอดีตทหารเฒ่าคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อคลื่นของโจรกลุ่มแรกเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่ระยะยิง พวกมันกรูกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่งราวกับหมาป่าหิวโหยที่เห็นเหยื่ออยู่ตรงหน้า ความชะล่าใจและดูถูกชาวบ้านทำให้พวกมันไม่ระวังตัวมากนัก และนั่นคือข้อผิดพลาดที่หลี่เฉินรอคอย

“เป้าหมายแรก! คันธนู! ยิง!” ‍หลี่เฉินออกคำสั่งเสียงกึกก้อง แววตาของเขาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่จ้องมองเหยื่อ

ธนูนับร้อยดอกพุ่งทะยานจากแนวป้องกันดุจฝนห่า สาดเข้าใส่กลุ่มโจรที่วิ่งนำหน้า เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเมื่อลูกธนูเสียบทะลุร่างบางคน โจรกลุ่มแรกที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิตล้มลงระเนระนาด กองทัพโจรที่ตามมาต้องชะงักงันไปชั่วขณะ แต่จำนวนของพวกมันมีมากเกินกว่าจะถูกหยุดได้ง่ายๆ พวกมันยังคงพยายามฝ่าเข้ามาอย่างไม่ลดละ

“ซุ้มลวดหนาม! ​จุดไฟ!”

เสียงคำรามของหลี่เฉินดังขึ้นอีกครั้ง ชาวบ้านที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วโยนคบเพลิงลงไปในซุ้มลวดหนามที่ปกคลุมด้วยน้ำมันทันที เปลวไฟลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว กีดขวางเส้นทางของโจรหลายสิบคนที่กำลังจะพุ่งข้ามลวดหนามนั้นเข้ามา เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของพวกที่ถูกไฟคลอกดังระงม ชั่วขณะหนึ่งกองทัพโจรชะงักงันด้วยความตกตะลึงกับแผนการรับมือที่เหนือความคาดหมายของชาวบ้าน พวกมันไม่เคยคิดว่าชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ จะมีการเตรียมพร้อมได้ถึงเพียงนี้

“ระบบแจ้งเตือน: ​ความภาคภูมิใจของเหิงชานเพิ่มขึ้น +500 หน่วย” “ระบบแจ้งเตือน: ประสบการณ์การต่อสู้เพิ่มขึ้น +100 หน่วย”

หลี่เฉินเหลือบมองข้อความในใจ ระบบยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นพยานให้กับการต่อสู้ครั้งนี้ แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาสนใจมันมากนัก ​เขารู้ดีว่าความสำเร็จในช่วงแรกเป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น การต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

“อย่าให้พวกมันเข้าใกล้กำแพง! ก้อนหิน! ท่อนซุง! ปล่อย!”

ก้อนหินขนาดใหญ่และท่อนซุงที่เตรียมไว้ถูกกลิ้งลงจากกำแพง กระแทกใส่โจรที่พยายามปีนป่ายขึ้นมาด้านบนอย่างบ้าคลั่ง เสียงกระดูกหักและเนื้อฉีกขาดดังสนั่น โจรบางคนกระเด็นตกลงมาคอหักตายทันที แรงป้องกันอันดุดันนี้ทำให้โจรกลุ่มแรกต้องล่าถอยไปอย่างทุลักทุเล แต่แล้วคลื่นลูกที่สองก็ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย พวกมันเรียนรู้จากความผิดพลาดของพวกพ้อง ใช้โล่ป้องกันธนูและพยายามหาทางอ้อมจุดที่มีเปลวไฟที่ยังคงลุกโชน

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า เสียงดาบกระทบกัน เสียงหอกแทงทะลุเนื้อ เสียงร้องของความเจ็บปวดและความเกรี้ยวกราดดังระงมไปทั่วเหิงชาน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในอากาศ ผสมกับกลิ่นควันไฟและดินปืน ชาวบ้านหลายคนได้รับบาดเจ็บ บางคนบาดเจ็บสาหัสและถูกหามออกไปจากแนวหน้า บางคนล้มลงไปอย่างไม่ตื่นขึ้นมาอีก ใบหน้าของทุกคนเปื้อนด้วยคราบเขม่าและเลือด แต่ไม่มีใครยอมถอย แม้แต่สตรีและเด็กที่ได้รับมอบหมายให้ขนย้ายก้อนหินและลูกธนูก็ทำหน้าที่ของตนอย่างไม่หยุดหย่อน ดวงตาของพวกเขาสะท้อนความกลัว แต่ก็มีประกายแห่งความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะสู้จนถึงที่สุด

หลี่เฉินเคลื่อนไหวไปทั่วแนวป้องกัน เขาให้กำลังใจชาวบ้านที่เริ่มอ่อนล้า ชี้จุดอ่อนของโจรและสั่งการปรับเปลี่ยนแผนการรับมืออย่างไม่หยุดหย่อน ดาบในมือของเขาถูกยกขึ้นปัดป้องและฟาดฟันเมื่อโจรบางคนสามารถพุ่งทะลุเข้ามาใกล้เกินไป การต่อสู้ระยะประชิดเกิดขึ้นประปราย ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความเหนื่อยล้าที่เริ่มคืบคลานเข้าสู่ร่างกาย แต่จิตใจของเขากลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้น เขาคือความหวังเดียวของพวกเขา เขาจะยอมแพ้ไม่ได้

“ฝ่าบาท! ทางด้านตะวันออก กำแพงกำลังจะพัง!” อดีตทหารเฒ่าตะโกนบอกด้วยเสียงที่แหบแห้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล

หลี่เฉินหันไปมอง เห็นโจรกลุ่มใหญ่กำลังระดมกำลังฟันและทุบเข้าที่กำแพงดินอย่างไม่ลดละ กำแพงเริ่มร้าวและมีรอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ดินและหินร่วงหล่นลงมาเป็นระยะๆ

“ส่งกำลังเสริมไปทางนั้น! เอาท่อนไม้ค้ำยันไว้! อย่าให้พวกมันเข้ามา!” หลี่เฉินสั่งการทันที เขาหยิบธนูขึ้นคัน ยิงเข้าใส่โจรที่นำทีมทุบกำแพงอย่างแม่นยำ ลูกธนูพุ่งตรงเข้าเสียบกลางลำคอของหัวหน้าโจรกลุ่มนั้น หนึ่งในนั้นล้มลงไป แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยคนใหม่ทันที โจรกลุ่มนี้ดูเหมือนจะได้รับคำสั่งพิเศษให้เจาะทะลวงกำแพงให้ได้

สถานการณ์เริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆ กำแพงดินที่สร้างขึ้นอย่างเร่งรีบไม่สามารถทนทานต่อการโจมตีอย่างต่อเนื่องได้ โจรบางส่วนเริ่มหาทางปีนข้ามกำแพงเข้ามาได้สำเร็จ การต่อสู้ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เสียงกรีดร้องของชาวบ้านที่ถูกโจมตีเริ่มดังขึ้นใกล้ตัวหลี่เฉิน

“ระบบแจ้งเตือน: ภารกิจเร่งด่วน ‘ป้องกันเหิงชาน’ กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤต! ความล้มเหลวจะส่งผลให้ถูกขับไล่และระบบจะยุติการทำงาน!”

ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นในความคิดของหลี่เฉินอย่างชัดเจน ราวกับตอกย้ำถึงชะตากรรมที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย หากเขาพ่ายแพ้ ไม่ใช่แค่ชีวิตของเขาและชาวบ้านที่จะจบลง แต่ความหวังเดียวของเขาในการกอบกู้อาณาจักรก็จะต้องดับสลายไปด้วย ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่เขา

ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครม มีร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางสนามรบ มันเป็นบุรุษรูปร่างกำยำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง หนวดเคราเฟิ้ม ดวงตาสีอำพันดุร้ายราวกับสัตว์ป่า มือขวาถือขวานยักษ์ที่เงาวับด้วยแสงจันทร์ ผู้ที่มาถึงผู้นี้ไม่เป็นใครอื่นนอกจาก ‘พยัคฆ์ทมิฬ’ หัวหน้าโจรด้วยตัวเอง! การปรากฏตัวของเขาทำให้โจรที่อ่อนล้ากลับมามีกำลังใจอีกครั้ง เสียงโห่ร้องต้อนรับเขาดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคลื่นทะเลที่ซัดสาด

พยัคฆ์ทมิฬก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ดุดัน ทุกย่างก้าวของเขาสั่นสะเทือนพื้นดิน เขาไม่สนใจแนวป้องกันที่กำลังแตกพ่ายไปทีละน้อย แต่กลับพุ่งตรงเข้ามายังจุดที่หลี่เฉินยืนอยู่ ราวกับดวงตาของเขามองเห็นเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้น

“เจ้าเด็กน้อย! กล้าดียังไงถึงได้ขัดขวางข้า!” เสียงคำรามของพยัคฆ์ทมิฬดังลั่น สะเทือนไปทั่วบริเวณ ขณะที่ขวานยักษ์ในมือของเขากวัดแกว่ง ส่งเสียงหวีดหวิวคุกคามราวกับเสียงมัจจุราช

หลี่เฉินยืนหยัดเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ทมิฬ แม้ภายในใจจะตื่นตระหนกกับพลังกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย แต่เขาก็ยังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ได้ เขากำดาบในมือแน่น เหงื่อเย็นเยียบผุดขึ้นตามแผ่นหลัง เขาไม่เคยต่อสู้กับยอดฝีมือระดับนี้มาก่อน แต่เขาก็รู้ว่านี่คือการต่อสู้ครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต หากเขาต้องล้มลงที่นี่ ทุกอย่างก็จบสิ้น

พยัคฆ์ทมิฬยกขวานยักษ์ขึ้นสูง เงาของมันทาบทับหลี่เฉินราวกับเงาแห่งความตาย ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงพากันถอยร่นด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ พยัคฆ์ทมิฬฟันขวานลงมาอย่างสุดแรงเกิด หมายจะผ่าร่างของหลี่เฉินออกเป็นสองซีก หลี่เฉินหลบหลีกได้ทันท่วงที แต่แรงปะทะของขวานที่กระทบกับพื้นดินทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ และสะเก็ดดินหินกระเด็นเข้าใส่เขาจนรู้สึกชาไปทั้งตัว เขาสัมผัสได้ถึงแรงลมจากการฟาดฟันที่เฉียดผ่านใบหน้าไปเพียงไม่กี่นิ้ว

“ตายซะ!” พยัคฆ์ทมิฬคำราม ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความกระหายเลือด เขาระดมโจมตีหลี่เฉินอย่างต่อเนื่อง ดาบของหลี่เฉินปัดป้องการโจมตีอันรุนแรงได้อย่างยากลำบาก แรงปะทะทำให้แขนของเขาชาไปหมดทุกครั้งที่ขวานยักษ์กระทบกับดาบของเขา เขารู้สึกได้ถึงพลังที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด พยัคฆ์ทมิฬแข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดไว้มาก

ในขณะเดียวกัน ทางด้านตะวันออก กำแพงดินก็ได้พังทลายลงในที่สุด โจรนับร้อยกรูกันเข้ามาภายในแนวป้องกันอย่างไม่หยุดยั้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว สถานการณ์ภายในเหิงชานตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน แสงไฟจากคบเพลิงส่องให้เห็นเงาของผู้คนที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชนจากบ้านเรือนบางหลังที่ถูกเผาแล้ว ควันไฟและเถ้าถ่านลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

หลี่เฉินเหลือบมองสถานการณ์ที่กำลังเข้าขั้นวิกฤต หัวใจของเขาบีบรัดด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง เขามองเห็นชาวบ้านที่สู้ตายอย่างกล้าหาญกำลังถูกรุมโจมตีจนล้มลงไปทีละคน เลือดของพวกเขาไหลรินอาบพื้นดิน ทว่าก่อนที่เขาจะได้คิดแผนการใดๆ ขวานยักษ์ของพยัคฆ์ทมิฬก็ฟาดลงมาอีกครั้ง และคราวนี้มันไม่ใช่การโจมตีที่หลบง่ายๆ อีกต่อไป

พยัคฆ์ทมิฬใช้พลังทั้งหมดที่มี ฟาดขวานเข้าใส่หลี่เฉินด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ หมายจะยุติการต่อสู้ในครั้งนี้ให้ได้ หลี่เฉินยกดาบขึ้นป้องกันด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย แต่ดาบของเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเมื่อมันปะทะเข้ากับขวานยักษ์ เขาได้ยินเสียงแครกเบาๆ ราวกับเหล็กกำลังจะหักสะบั้น แรงปะทะมหาศาลผลักร่างของเขาจนกระเด็นไปชนกำแพงที่อยู่ด้านหลัง เสียงกระอักเลือดดังออกมาจากลำคอของหลี่เฉิน ขณะที่เขาล้มลงไปกองกับพื้น ดาบในมือหลุดกระเด็นไปไกล ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างจนแทบจะขยับไม่ได้

พยัคฆ์ทมิฬหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาก้าวเข้ามาหาหลี่เฉินที่นอนจมกองเลือด กำลังจะยกขวานขึ้นมาฟาดซ้ำเพื่อปิดฉากชีวิตของเจ้าชายตกอับผู้นี้ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสะใจและอำมหิต ทว่าในห้วงสุดท้ายแห่งความมืดมิด เสียงหนึ่งกลับดังก้องขึ้นในหัวของหลี่เฉิน และแสงสีทองสว่างวาบขึ้นรอบกายของเขาอย่างไม่คาดฝัน ราวกับเทพเจ้ากำลังจะยื่นมือเข้ามาช่วยในวินาทีสุดท้าย...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ราชันย์ระบบ

ราชันย์ระบบ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!