ตะวันสาดแสงกลางเมฆมืด

ตอนที่ 22 — ก้าวแรกบนเส้นทางใหม่

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,274 คำ

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอนเล็กๆ ของไหม ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสดชื่นและกระตือรือร้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อวานนี้เธอได้ให้คำตอบกับพี่บดินทร์ไปแล้วว่า "เธอพร้อมที่จะรับโอกาสนี้" แม้จะยังมีความกังวลอยู่บ้าง แต่ความมุ่งมั่นที่จะเห็นแม่มีชีวิตที่ดีขึ้นนั้นมีพลังมากพอที่จะผลักดันให้เธอก้าวข้ามความกลัวทั้งหมดไปได้

ไหมจัดเตรียมเสื้อผ้าที่ดูเป็นทางการกว่าปกติเล็กน้อย วันนี้เธอจะต้องเข้าพบผู้บริหารระดับสูงเพื่อรับฟังรายละเอียดของโปรเจกต์อย่างเป็นทางการ ‌เธอตั้งใจว่าจะแต่งกายให้ดูน่าเชื่อถือและมั่นใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอมองตัวเองในกระจกบานเล็กๆ พลางรวบผมยาวสลวยขึ้นเป็นหางม้าเรียบร้อย ใบหน้าของเธอแม้จะยังคงมีแววอ่อนเพลียจากการทำงานหนักและพักผ่อนน้อย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นและไฟแห่งความหวัง

ก่อนออกจากห้อง เธอไม่ลืมที่จะโทรศัพท์หาแม่เพื่อสอบถามอาการและบอกข่าวดีเกี่ยวกับโอกาสใหม่ที่ได้รับ "แม่คะ วันนี้ไหมมีเรื่องดีๆ ​มาเล่าให้ฟังค่ะ" ไหมบอกแม่ด้วยน้ำเสียงร่าเริง "ไหมได้รับโอกาสให้ดูแลโปรเจกต์ใหม่ของบริษัทค่ะ เป็นงานที่ท้าทายมากๆ แต่ถ้าทำสำเร็จ เงินเดือนก็จะเพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ"

เสียงแม่ตอบกลับมาด้วยความดีใจและภูมิใจในตัวลูกสาว "จริงเหรอลูก! ดีใจด้วยนะไหม ‍แม่รู้ว่าลูกเก่งอยู่แล้ว ลูกทำได้แน่นอน" น้ำเสียงของแม่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น ทำให้ไหมรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอีกหลายเท่า

"แต่โปรเจกต์นี้อาจจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ้างนะคะแม่ ไหมก็เลยอยากจะรบกวนพี่สายให้ช่วยมาดูแลแม่ในช่วงที่ไหมไม่อยู่ได้ไหมคะ" ไหมเอ่ยถามอย่างเกรงใจ

"ได้สิลูก ไม่เป็นไรหรอก แม่เข้าใจ ‌ลูกไปทำงานให้เต็มที่เลยนะ ไม่ต้องห่วงแม่" แม่ตอบกลับมาทันทีด้วยความเข้าใจ ทำให้ไหมรู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง

เมื่อมาถึงบริษัท ไหมตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ที่อยู่ชั้นบนสุดของอาคาร หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและประหม่าเล็กน้อย เมื่อประตูห้องประชุมเปิดออก เธอเห็นโต๊ะประชุมยาวที่รายล้อมไปด้วยผู้บริหารระดับสูงหลายท่าน ‍รวมถึงพี่บดินทร์ที่ส่งยิ้มให้กำลังใจเธอ

“สวัสดีครับคุณไหม เชิญครับ” เสียงทุ้มหนักแน่นของท่านประธานดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ช่วยลดความประหม่าของไหมลงไปได้มาก

การประชุมดำเนินไปอย่างเข้มข้น ท่านประธานและผู้บริหารท่านอื่นๆ อธิบายถึงความสำคัญของโปรเจกต์นี้ ซึ่งเป็นการวางรากฐานระบบบัญชีและการเงินให้กับบริษัทคู่ค้าที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ โปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่การทำงานบัญชีธรรมดา ​แต่เป็นการวางแผนกลยุทธ์ทางการเงินที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

ไหมตั้งใจฟังทุกคำพูดอย่างละเอียด เธอจดบันทึกประเด็นสำคัญต่างๆ ลงในสมุดเล่มเล็กอย่างถี่ถ้วน พยายามทำความเข้าใจทุกรายละเอียดและซักถามในประเด็นที่ไม่เข้าใจ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะสามารถทำความเข้าใจภาพรวมของงานทั้งหมดได้อย่างถ่องแท้

“คุณไหมมีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ” ​ท่านประธานเอ่ยถามเมื่อการนำเสนอจบลง

ไหมเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึก “ดิฉันขออนุญาตสอบถามเกี่ยวกับทีมงานที่จะเข้ามาช่วยงานในโปรเจกต์นี้ค่ะ และระยะเวลาที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ”

ผู้บริหารอธิบายว่าเธอจะได้พนักงานใหม่สองคนเป็นลูกทีม ซึ่งเพิ่งจบการศึกษาและยังขาดประสบการณ์ แต่ทางบริษัทจะจัดอบรมให้ก่อนเริ่มงานจริง ส่วนระยะเวลาของโปรเจกต์นั้นค่อนข้างกระชั้นชิด พวกเขาคาดหวังให้แล้วเสร็จภายในหกเดือน ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานที่เร่งรีบและท้าทายมาก

เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ​ไหมรู้สึกเหมือนแบกรับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงไว้บนบ่า แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกตื่นเต้นและมีพลังที่จะเริ่มต้นงานนี้อย่างเต็มที่

หลังจากนั้นไม่นาน ไหมก็ได้พบกับลูกทีมทั้งสองคนของเธอ คนแรกคือ 'น้ำหวาน' สาวน้อยหน้าตาน่ารักที่เพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ เธอมีท่าทางกระตือรือร้นและอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อีกคนคือ 'ต้น' ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ดูสุภาพเรียบร้อย แต่แววตาฉายชัดถึงความตั้งใจ

“สวัสดีค่ะพี่ไหม” น้ำหวานเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มสดใส “หนูชื่อน้ำหวานค่ะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับพี่นะคะ”

“สวัสดีครับพี่ไหม ผมชื่อต้นครับ” ต้นกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ไหมส่งยิ้มตอบกลับไป “ยินดีที่ได้ร่วมงานกับทุกคนนะคะ พี่ไหมรู้ว่าทุกคนอาจจะยังใหม่กับงานนี้ แต่พี่เชื่อว่าถ้าเราช่วยกัน เราจะทำโปรเจกต์นี้ให้สำเร็จได้แน่นอนค่ะ”

เธอใช้เวลาในช่วงบ่ายพูดคุยกับลูกทีมทั้งสองคน อธิบายถึงภาพรวมของโปรเจกต์ และแบ่งงานเบื้องต้นให้แต่ละคนรับผิดชอบ เธอพยายามสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและอบอุ่น เพื่อให้ลูกทีมรู้สึกผ่อนคลายและกล้าที่จะสอบถามหรือแสดงความคิดเห็น

ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น และปรากฏร่างของ 'คุณวิชัย' หัวหน้าแผนกการเงินของบริษัทคู่ค้า ซึ่งเป็นผู้ที่ไหมจะต้องติดต่อประสานงานด้วยเป็นหลัก คุณวิชัยเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างสันทัด ใบหน้าดูเคร่งขรึมและแววตาคมกริบ

“สวัสดีครับคุณไหม ผมวิชัยครับ หัวหน้าฝ่ายการเงินของบริษัทแสงอรุณ” คุณวิชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกไม่เป็นมิตรเล็กน้อย “ผมมาดูความพร้อมของทีมงานที่จะมาดูแลระบบของบริษัทผม”

ไหมรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวคุณวิชัย เธอลุกขึ้นยืนและแนะนำลูกทีมของเธออย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะคุณวิชัย นี่น้ำหวานกับต้น ลูกทีมของดิฉันค่ะ”

คุณวิชัยกวาดสายตามองน้ำหวานและต้นอย่างพิจารณา ก่อนจะหันกลับมาที่ไหม “ดูเหมือนทีมงานของคุณยังค่อนข้างอ่อนประสบการณ์นะครับคุณไหม ผมไม่แน่ใจว่าโปรเจกต์สำคัญขนาดนี้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีหรือไม่”

คำพูดของคุณวิชัยทำให้ไหมรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย แต่เธอก็พยายามเก็บสีหน้าไว้ “ดิฉันเข้าใจข้อกังวลของคุณวิชัยค่ะ แต่ดิฉันขอรับรองว่าพวกเราจะทำงานอย่างเต็มที่ และดิฉันจะดูแลควบคุมทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิดค่ะ”

“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ เพราะถ้าโปรเจกต์นี้มีปัญหา ทางบริษัทของคุณคงจะต้องรับผิดชอบ” คุณวิชัยกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้ไหมและลูกทีมอยู่ในความเงียบงัน

น้ำหวานและต้นมองหน้ากันด้วยความไม่สบายใจ ไหมรู้ดีว่าลูกทีมของเธอกำลังรู้สึกกดดัน เธอจึงหันไปยิ้มให้พวกเขาอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไรนะทุกคน นี่แหละคือความท้าทายที่เราจะต้องเจอ เราต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราทำได้”

เธอบอกกับตัวเองว่านี่คือบททดสอบแรกที่เธอจะต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะต้องแสดงให้คุณวิชัยเห็นว่าการตัดสินใจเลือกเธอมาดูแลโปรเจกต์นี้ไม่ใช่ความผิดพลาด และเธอจะไม่ยอมให้คำดูถูกเหล่านั้นมาบั่นทอนกำลังใจของเธอและทีมงานได้

ตลอดทั้งสัปดาห์ ไหมทุ่มเทเวลาให้กับการศึกษาข้อมูลของบริษัทแสงอรุณอย่างละเอียด เธออ่านรายงานทางการเงินย้อนหลัง งบดุล งบกำไรขาดทุน และข้อมูลทางธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เธอพยายามทำความเข้าใจโครงสร้างองค์กร วัฒนธรรมองค์กร และลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัทคู่ค้า เพื่อให้สามารถวางแผนการทำงานได้อย่างเหมาะสม

เธอจัดตารางการประชุมกับลูกทีมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับพวกเขา สอนวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจสอบบัญชี และการจัดทำรายงานต่างๆ เธอไม่ได้แค่สั่งงาน แต่เธอลงมือทำไปพร้อมกับลูกทีมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้พวกเขามีความเข้าใจที่ถูกต้องและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในบางครั้ง ลูกทีมก็มีคำถามที่ไม่สามารถตอบได้ หรือเกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน ไหมก็ไม่เคยตำหนิหรือแสดงความไม่พอใจ เธอจะอธิบายข้อผิดพลาดเหล่านั้นด้วยเหตุผลและแนะนำวิธีการแก้ไขอย่างใจเย็น เธอเชื่อว่าการสอนด้วยความเข้าใจและให้กำลังใจจะทำให้ลูกทีมเติบโตและพัฒนาได้ดีกว่าการตำหนิติเตียน

ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ไหมก็ยังคงทำหน้าที่ลูกที่ดี เธอจะแวะไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลทุกวัน เพื่อพูดคุย ให้กำลังใจ และตรวจสอบอาการของแม่ด้วยตัวเอง เธอเล่าเรื่องราวที่เจอมาในแต่ละวันที่ทำงานให้แม่ฟัง แม่ของเธอมักจะรับฟังด้วยความตั้งใจและให้คำแนะนำที่ดีเสมอ

“ลูกต้องอดทนนะไหม คนเราจะเก่งขึ้นได้ก็ต้องผ่านอุปสรรคมาบ้าง” แม่เคยบอกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แม่ภูมิใจในตัวลูกนะ”

คำพูดของแม่เป็นเหมือนพลังวิเศษที่ช่วยเติมเต็มกำลังใจให้ไหมได้เสมอ ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ก็ยังมีคนที่รักและคอยเป็นกำลังใจให้เธออยู่เสมอ

ในวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอใช้เวลาทั้งหมดอยู่ที่โรงพยาบาล ดูแลแม่ไม่ห่าง และยังคงรับงานเสริมเล็กๆ น้อยๆ มาทำเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เธอรู้ดีว่าการทำงานหนักเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากจะต้องพยายามให้ถึงที่สุด

“พี่สายคะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยดูแลแม่ให้ไหมในช่วงที่ไหมไม่อยู่” ไหมกล่าวขอบคุณพี่สายที่มาช่วยดูแลแม่ให้ในช่วงที่เธอต้องไปประชุมนอกสถานที่

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะคุณไหม คุณแม่น่ารักจะตาย พูดคุยสนุกสนาน พี่เองก็ไม่เหงาด้วยซ้ำไป” พี่สายตอบด้วยรอยยิ้ม

ไหมรู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของพี่สายมาก การที่มีคนมาช่วยดูแลแม่ทำให้เธอคลายความกังวลไปได้มาก และทำให้เธอสามารถทุ่มเทให้กับงานได้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทุกอย่างจะดูเหมือนกำลังไปได้ด้วยดี แต่ไหมก็ยังคงรู้สึกได้ถึงเงาของความกดดันที่คืบคลานเข้ามา คุณวิชัยยังคงจับตามองการทำงานของเธอและทีมงานอยู่เสมอ และมักจะส่งอีเมลหรือโทรศัพท์มาสอบถามความคืบหน้าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกว่าต้องทำงานภายใต้ความกดดันที่หนักหน่วงตลอดเวลา

นอกจากนี้ เรื่องหนี้สินที่บ้านเกิดก็ยังคงเป็นเหมือนภูเขาลูกใหญ่ที่กดทับอยู่ในใจ เธอได้รับโทรศัพท์จากญาติที่บ้านเกิดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แจ้งว่ามีคนแปลกหน้ามาวนเวียนสอบถามเรื่องของเธอและครอบครัว ซึ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เธอรู้ดีว่าเจ้าหนี้นอกระบบเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน และพวกเขากำลังรอคอยโอกาสที่จะเข้ามาทวงหนี้ของเธออยู่เสมอ

ไหมนั่งมองแผนผังโครงสร้างของบริษัทแสงอรุณที่เธอวาดไว้บนกระดานไวท์บอร์ดภายในห้องทำงานของเธอ เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรก็ตาม

นี่คือก้าวแรกบนเส้นทางใหม่ที่เธอเลือกเดิน มันอาจจะเต็มไปด้วยความยากลำบากและความท้าทาย แต่เธอก็เชื่อว่าปลายทางของเส้นทางนี้คือแสงสว่างที่เธอเฝ้ารอคอยมาตลอด เธอจะไม่มีวันยอมแพ้ เธอจะสู้จนกว่าจะถึงวันที่แม่ของเธอและครอบครัวจะได้หลุดพ้นจากความทุกข์ยาก และได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเสียที

เธอหยิบปากกาขึ้นมาเขียนประโยคหนึ่งลงบนสมุดบันทึกของเธอ "แสงตะวันจะสาดส่องได้ ก็ต้องผ่านเมฆมืดครึ้มไปให้ได้ก่อน" ประโยคนี้ยังคงเป็นเหมือนพลังใจที่คอยขับเคลื่อนเธอให้ก้าวเดินไปข้างหน้าเสมอ ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ตะวันสาดแสงกลางเมฆมืด

ตะวันสาดแสงกลางเมฆมืด

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!