ตะวันสาดแสงกลางเมฆมืด

ตอนที่ 24 — ทางออกที่เดิมพันด้วยใจ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,073 คำ

เช้าวันถัดมา ไหมตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งในอก เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน ความคิดเรื่องหนี้สินวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อน สิ้นเดือนนี้คือเส้นตาย หากเธอไม่สามารถหาเงินก้อนโตมาจ่ายได้ ชีวิตของเธอและแม่จะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน

เธอพยายามรวบรวมสติ หายใจเข้าลึกๆ ‌และคิดทบทวนทางเลือกทั้งหมดที่มีในตอนนี้ เงินเก็บของเธอมีไม่พออย่างแน่นอน การกู้ยืมจากธนาคารก็เป็นไปได้ยากเพราะเธอมีหนี้อื่นอยู่แล้ว และการจะไปหยิบยืมจากเพื่อนร่วมงานหรือญาติๆ ก็เป็นเรื่องที่ลำบากใจอย่างยิ่ง เพราะทุกคนก็มีภาระของตัวเอง

ในระหว่างที่เธอกำลังนั่งคิดอย่างสิ้นหวัง สายตาของเธอก็พลันไปเห็นประกาศรับสมัครงานพิเศษบนบอร์ดประชาสัมพันธ์ของบริษัท เป็นงานที่ค่อนข้างเฉพาะทางและต้องการผู้มีประสบการณ์สูงในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดและการเงิน ​ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนที่สูงมากหากสามารถทำโปรเจกต์ให้สำเร็จได้ตามเป้าหมาย

โปรเจกต์นี้เป็นของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งที่กำลังต้องการการปรับโครงสร้างธุรกิจและหาแหล่งเงินทุนใหม่เพื่อขยายกิจการ มันเป็นงานที่ท้าทายและมีความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนก็สูงมากเช่นกัน สูงพอที่จะช่วยปลดหนี้ก้อนโตของเธอได้

หัวใจของไหมเต้นระรัว นี่อาจจะเป็นทางออกเดียวที่เธอมีในตอนนี้ เธอรู้ดีว่าการรับงานนี้ในขณะที่เธอกำลังดูแลโปรเจกต์ของบริษัทแสงอรุณอยู่แล้วนั้นเป็นการกระทำที่เสี่ยงและผิดจรรยาบรรณอย่างยิ่ง แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้ว

เธอจะต้องทำมันอย่างลับๆ และจะต้องทำให้สำเร็จโดยไม่มีใครจับได้ ‍เธอจะต้องบริหารจัดการเวลาและพลังงานทั้งหมดที่มีให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ทั้งสองโปรเจกต์ดำเนินไปพร้อมกันอย่างราบรื่น

ไหมตัดสินใจที่จะลองเสี่ยง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ที่ปรากฏบนประกาศ เมื่อปลายสายรับ เธอพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดและแนะนำตัวเอง

“สวัสดีค่ะ ดิฉันไหมค่ะ เห็นประกาศรับสมัครงานพิเศษของบริษัท…” เธอเว้นวรรคเล็กน้อย ‌“ดิฉันสนใจที่จะสมัครค่ะ”

ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงที่ฟังดูสุภาพ เธออธิบายรายละเอียดของงานและนัดหมายให้ไหมเข้ามาสัมภาษณ์ในวันพรุ่งนี้

เมื่อวางสายแล้ว ไหมรู้สึกเหมือนมีก้อนหินขนาดใหญ่มาทับอยู่ในอก เธอรู้ดีว่าเธอได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางที่อันตรายและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนอีกครั้ง แต่เธอก็เชื่อว่าเธอจะต้องผ่านมันไปให้ได้ เพื่อแม่ เพื่ออนาคตของครอบครัว

คืนนั้น ไหมกลับมาที่ห้องเช่าด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปกันไปหมด ‍เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ ดวงดาวบนฟากฟ้าดูพร่างพราย แต่ในใจของเธอนั้นกลับมืดมิด

“ฉันจะทำมันได้ไหม” เธอพึมพำกับตัวเอง

เธอคิดถึงคำพูดของแม่ที่บอกว่า "แม่จะอยู่ข้างลูกเสมอ" คำพูดนั้นเป็นเหมือนพลังวิเศษที่ช่วยปลุกความมุ่งมั่นในหัวใจของเธอให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เธอจะต้องเข้มแข็ง ​เธอจะต้องอดทน และเธอจะต้องไม่ยอมแพ้

วันรุ่งขึ้น ไหมเดินทางไปยังสถานที่นัดหมายเพื่อสัมภาษณ์งานพิเศษแห่งนี้ เมื่อไปถึง เธอก็พบว่าบริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการธุรกิจ

ผู้สัมภาษณ์คือ 'คุณอัครเดช' ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าฉายแววเฉลียวฉลาดและมีอำนาจ ​คุณอัครเดชเป็นคนตรงไปตรงมาและซักถามคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์และความสามารถของไหมอย่างละเอียด

ไหมพยายามตอบคำถามทุกข้ออย่างมั่นใจ เธออธิบายถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็พยายามไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับโปรเจกต์ของบริษัทแสงอรุณมากเกินไป

“คุณไหมดูมีความรู้ความสามารถดีนะครับ แต่ผมก็ต้องบอกว่างานนี้เป็นงานที่หนักมาก และต้องการคนที่ทุ่มเทอย่างเต็มที่จริงๆ” คุณอัครเดชกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณแน่ใจหรือว่าจะสามารถรับผิดชอบงานนี้ได้ในขณะที่ยังทำงานประจำอยู่”

หัวใจของไหมเต้นระรัว เธอรู้ว่านี่คือจุดที่สำคัญที่สุดในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ​“ดิฉันเข้าใจค่ะคุณอัครเดช ดิฉันมั่นใจว่าดิฉันจะสามารถบริหารจัดการเวลาและทำทั้งสองงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้ค่ะ ดิฉันเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง และจะไม่ยอมให้งานไหนเสียหายเด็ดขาดค่ะ”

คุณอัครเดชมองไหมด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง พยายามค้นหาความจริงในคำพูดของเธอ “ถ้าอย่างนั้น ผมจะให้โอกาสคุณไหมได้ลองพิสูจน์ตัวเองนะครับ เราจะให้คุณทำโปรเจกต์นี้ในฐานะที่ปรึกษาอิสระ โดยมีสัญญาจ้างเป็นรายโปรเจกต์ และผลตอบแทนจะแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนที่เป็นค่าที่ปรึกษา และส่วนที่เป็นโบนัสเมื่อโปรเจกต์สำเร็จตามเป้าหมาย”

ไหมรู้สึกดีใจจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ “ขอบคุณมากค่ะคุณอัครเดช ดิฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนค่ะ”

“อีกเรื่องหนึ่ง” คุณอัครเดชกล่าวเสริม “โปรเจกต์นี้เป็นความลับทางธุรกิจนะครับ ห้ามเปิดเผยข้อมูลใดๆ ให้กับบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด”

“ดิฉันเข้าใจค่ะคุณอัครเดช ดิฉันจะเก็บเป็นความลับอย่างดีที่สุดค่ะ” ไหมรับคำอย่างหนักแน่น

หลังจากเซ็นสัญญาและรับฟังรายละเอียดเบื้องต้นของงานแล้ว ไหมก็กลับมาที่บริษัทด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันไปหมด ทั้งดีใจที่ได้โอกาส แต่ก็รู้สึกกังวลและกดดันอย่างหนัก เธอรู้ดีว่าเธอได้เดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างไว้กับงานนี้

เธอจะต้องแบ่งเวลาทำงานประจำให้ดีที่สุด และจะต้องหาเวลาว่างเพื่อทำงานพิเศษนี้อย่างลับๆ เธอจะต้องระมัดระวังไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะคุณวิชัยและพี่บดินทร์

ในช่วงสองสัปดาห์ที่เหลือของเดือน ไหมใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่าที่สุด เธอทำงานประจำอย่างเต็มที่ และเมื่อเลิกงาน เธอก็จะตรงไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูแลแม่ จากนั้นเมื่อกลับมาถึงห้องเช่า เธอก็จะเริ่มต้นทำงานพิเศษทันที เธอต้องอดหลับอดนอนหลายคืน เพื่อศึกษาข้อมูลและวางแผนการตลาดและการเงินให้กับบริษัทใหม่นี้

เธอพยายามเรียนรู้และทำความเข้าใจธุรกิจของบริษัทใหม่นี้อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธออ่านหนังสือเกี่ยวกับการตลาด การเงิน และการบริหารธุรกิจต่างๆ มากมาย เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะของตัวเองให้พร้อมสำหรับงานนี้

ในบางครั้ง เธอก็รู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบจะหมดแรง แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของแม่และคำข่มขู่ของเฮียเมฆ เธอก็จะมีแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากจะต้องสู้จนกว่าจะถึงที่สุด

“พี่ไหมคะ พี่ดูหน้าซีดๆ นะคะ พักผ่อนบ้างนะคะ” น้ำหวานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสภาพของไหมที่ดูอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พี่แค่พักผ่อนน้อยไปหน่อย” ไหมตอบพร้อมรอยยิ้มจางๆ พยายามซ่อนความเหนื่อยล้าและความกังวลไว้ภายใต้รอยยิ้มนั้น

ต้นเองก็เริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของไหม เขามักจะเห็นไหมทำงานจนดึกดื่น และบางครั้งก็เห็นเธอคุยโทรศัพท์อย่างลับๆ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถาม เพราะเห็นว่าไหมดูมีเรื่องไม่สบายใจอยู่แล้ว

ในที่สุด วันสุดท้ายของเดือนก็มาถึง ไหมรู้สึกเหมือนมีก้อนหินขนาดใหญ่มาทับอยู่ในอก เธอจะต้องหาเงินก้อนโตนั้นมาจ่ายให้เฮียเมฆในวันนี้ให้ได้

เธอติดต่อกับคุณอัครเดชและแจ้งความคืบหน้าของงานให้เขาทราบ คุณอัครเดชดูพอใจกับการทำงานของไหม และได้โอนเงินค่าที่ปรึกษามาให้เธอตามที่ตกลงกันไว้

เมื่อเห็นตัวเลขเงินที่โอนเข้ามาในบัญชี หัวใจของไหมก็เต้นระรัวด้วยความดีใจและโล่งอก เงินก้อนนี้มากพอที่จะช่วยปลดหนี้ก้อนโตของเธอได้แล้ว

เธอรีบโทรศัพท์ติดต่อกลับไปหาเบอร์ของลูกน้องเฮียเมฆ และนัดหมายสถานที่เพื่อชำระหนี้ทั้งหมด

ในตอนเย็นหลังเลิกงาน ไหมเดินทางไปยังสถานที่นัดหมายตามลำพัง เธอพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ในใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความกังวล เธอรู้ดีว่าการมาเจอกับคนเหล่านี้เพียงลำพังนั้นไม่ใช่เรื่องปลอดภัย

เมื่อมาถึง เธอก็พบกับชายฉกรรจ์สองคนยืนรอเธออยู่ เฮียเมฆไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่ลูกน้องของเขาก็ยังคงดูน่ากลัวอยู่ดี

“เงินล่ะ” หนึ่งในชายฉกรรจ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้าว

ไหมหยิบซองเอกสารที่บรรจุเงินสดจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า เธอวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าชายฉกรรจ์อย่างระมัดระวัง

ชายฉกรรจ์เปิดซองออกนับเงินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องอีกคนหนึ่ง

“นี่คือทั้งหมดที่ค้างไว้ใช่ไหม” ไหมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“ใช่” ชายฉกรรจ์ตอบ “แต่จำไว้นะ อย่าให้มีครั้งหน้าอีก”

ไหมถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เธอพยักหน้ารับคำ และรีบเดินออกมาจากสถานที่นั้นทันที เธอรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เธอปลดหนี้ก้อนโตนั้นได้แล้ว

แม้จะรู้สึกโล่งใจ แต่ในใจของไหมก็ยังคงมีความกังวลอยู่ เธอรู้ดีว่าการที่เธอต้องทำงานพิเศษอย่างลับๆ เพื่อหาเงินมาปลดหนี้ในครั้งนี้เป็นการกระทำที่เสี่ยง และอาจจะนำปัญหามาให้เธอในอนาคตได้

แต่ในตอนนี้ เธอขอแค่ได้พักหายใจ และได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปก่อน เธอจะยังคงทำงานพิเศษนี้ต่อไปอย่างลับๆ เพื่อเก็บเงินไว้เป็นทุนสำรอง และเพื่ออนาคตของแม่และครอบครัว

เธอเดินไปที่โรงพยาบาลเพื่อบอกข่าวดีกับแม่ เมื่อเห็นรอยยิ้มที่สดใสของแม่ และแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข ไหมก็รู้สึกว่าทุกสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นคุ้มค่าแล้ว

แม้จะต้องเดิมพันด้วยใจ และก้าวเข้าสู่เส้นทางที่อันตราย แต่เธอก็เชื่อว่าเธอได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อคนที่เธอรัก

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ตะวันสาดแสงกลางเมฆมืด

ตะวันสาดแสงกลางเมฆมืด

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!