จารึกเลือด

ตอนที่ 2 — จุดเริ่มต้นของปริศนา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 904 คำ

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งของห้องทำงานนักสืบรามิน ภายในกองบังคับการตำรวจนครบาล แต่กลับไม่สามารถสลายความอึมครึมที่เกาะกินอยู่ภายในจิตใจของนักสืบหนุ่มได้ รามินในวัยสามสิบต้น ๆ มีดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายความคิด ผมสีดำขลับที่มักจะยุ่งเหยิงเล็กน้อยบ่งบอกถึงนิสัยที่ไม่ติดกรอบ เขาไม่ชอบทำตามขั้นตอนเป๊ะ ‌ๆ แต่กลับไว้วางใจสัญชาตญาณของตัวเองมากกว่าสิ่งใด และหลายครั้งที่สัญชาตญาณอันเฉียบแหลมนี้เองที่นำพาเขาไปสู่การไขคดีที่ยากจะแก้ไข

แฟ้มคดีที่วางอยู่ตรงหน้าเขาบัดนี้เป็นคดีของศาสตราจารย์วิชญ์ ธาดา ซึ่งถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ภาพถ่ายที่แนบมาทำให้รามินขมวดคิ้ว เขาเห็นความโหดร้ายในดวงตาของศาสตราจารย์ที่เบิกค้าง แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขามากที่สุดคือภาพถ่ายของรอยจารึกบนผนังห้องทำงาน

“นี่มันอะไรกันเนี่ย?” ​รามินพึมพำกับตัวเอง ขณะพลิกดูรูปถ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ไม่ใช่ภาษาที่เราเคยเห็น”

พ.ต.ท. อุดม รัตนรักษ์ นายตำรวจผู้เป็นหัวหน้าทีมสืบสวนคดีนี้ เดินเข้ามาในห้องทำงานของรามินพร้อมกาแฟสองแก้ว วางลงบนโต๊ะข้างแฟ้มคดี ‍“ไงรามิน เห็นแล้วใช่ไหม คดีนี้มันไม่ใช่หมู ๆ เลย”

รามินรับกาแฟมาจิบเล็กน้อย ความขมของกาแฟเข้มช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว “ครับสารวัตร ผมกำลังดูไอ้รอยจารึกนี่อยู่ ‌มันดูประหลาดมาก”

“ประหลาดสิ” พ.ต.ท. อุดมถอนหายใจ “เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไม่พบอาวุธ ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีลายนิ้วมือคนร้ายชัดเจน แม้กระทั่งกล้องวงจรปิดรอบ ๆ ‍บ้านก็เสียทั้งหมดในคืนเกิดเหตุ”

“บังเอิญเกินไปครับ” รามินพูดพลางกวาดสายตาอ่านรายงาน “แสดงว่าฆาตกรวางแผนมาอย่างดี หรือไม่ก็เป็นคนที่รู้จักศาสตราจารย์วิชญ์ดีพอสมควร ถึงรู้ว่ากล้องเสีย”

“นั่นคือสิ่งที่เรากำลังคิด” สารวัตรอุดมกล่าว “และที่แปลกไปกว่านั้นคือวัตถุโบราณจำนวนมากในห้องของศาสตราจารย์ ไม่มีอะไรหายไปเลยเท่าที่เราตรวจสอบได้ในเบื้องต้น”

“ไม่มีอะไรหายไป?” ​รามินเลิกคิ้ว “ฆาตกรบุกเข้าไปถึงในห้อง ลงมือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม แต่ไม่เอาอะไรไปเลย? แบบนั้นก็แปลว่าไม่ใช่การฆาตกรรมชิงทรัพย์”

“ถูกต้อง และนี่คือปัญหาของเรา” สารวัตรอุดมพูดเสียงอ่อย “แรงจูงใจคืออะไร? ​แค้นส่วนตัว? หรือเกี่ยวข้องกับงานวิจัยของศาสตราจารย์?”

รามินจ้องมองภาพรอยจารึกอีกครั้ง สัญชาตญาณของเขากระซิบว่านี่คือหัวใจสำคัญของคดีนี้ “แล้วไอ้รอยจารึกนี่ล่ะครับ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานบอกว่าไงบ้าง”

“ตรวจสอบแล้วครับ ไม่ใช่เลือด ไม่ใช่สีพ่น เป็นรอยสลักลงไปบนปูนผนังด้วยของมีคม ​แต่ไม่ใช่มีดธรรมดา ลักษณะเหมือนเครื่องมือช่างเฉพาะทาง” สารวัตรอุดมเปิดรายงานส่วนนั้นให้รามินดู “และก็...อย่างที่เห็นครับ ไม่มีใครอ่านออก”

รามินเอื้อมมือไปหยิบแว่นขยายบนโต๊ะมาส่องดูภาพรอยจารึกอย่างละเอียด เขาพยายามมองหารูปแบบ หรือสัญลักษณ์ที่ซ้ำกัน เขาพลิกภาพไปมา ลองมองจากมุมที่แตกต่างกัน ความคิดของเขาวิ่งพล่านไปทั่ว

“ศาสตราจารย์วิชญ์เป็นนักโบราณคดีชื่อดัง ใช่ไหมครับ” รามินถาม “เคยมีงานวิจัยเกี่ยวกับภาษาโบราณบ้างไหม”

“แน่นอนครับ ศาสตราจารย์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอารยธรรมโบราณหลายแขนง โดยเฉพาะอารยธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” สารวัตรอุดมตอบ “แต่เท่าที่เราสอบถามจากเพื่อนร่วมงาน ก็ไม่เคยมีใครเคยเห็นภาษาหรือสัญลักษณ์แบบนี้มาก่อนเลย”

“นี่มันยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่” รามินพึมพำ “ฆาตกรจงใจทิ้งข้อความที่เหยื่อและเพื่อนร่วมงานของเหยื่อไม่มีใครเข้าใจ งั้นข้อความนี้มีไว้ให้ใครกันแน่? หรือมันเป็นรหัสลับที่ต้องใช้กุญแจพิเศษในการถอด”

รามินลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินไปหยุดที่หน้าต่าง มองออกไปนอกอาคาร ภาพความวุ่นวายของเมืองหลวงไม่ได้ช่วยให้เขาสงบลงได้เลย หัวของเขายังคงเต็มไปด้วยภาพของรอยจารึกนั้น รอยจารึกที่เหมือนกับว่ามันกำลังเยาะเย้ยความสามารถของมนุษย์ที่พยายามจะเข้าใจมัน

“สภาพศพเป็นยังไงบ้างครับสารวัตร” รามินเปลี่ยนมาถามเรื่องการตรวจชันสูตรศพ “บาดแผล ลักษณะการตาย”

“ถูกแทงด้วยของมีคมปลายแหลมหลายแผล บริเวณหน้าอกและช่องท้อง” สารวัตรอุดมตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “คาดว่าน่าจะเป็นมีดขนาดเล็กแต่แหลมคม แรงจูงใจในการสังหารดูโหดเหี้ยมมาก”

“แล้วมีอะไรผิดปกติอื่น ๆ อีกไหมครับ”

สารวัตรอุดมเปิดหน้าสุดท้ายของรายงาน “มีรอยขูดขีดบาง ๆ รอบ ๆ บาดแผลบางจุดครับ แต่ไม่ชัดเจนนัก คล้ายกับรอยสัก หรือรอยไหม้จาง ๆ แพทย์บอกว่าอาจเกิดจากการที่คนร้ายใช้ปลายมีดกรีดก่อนจะแทง หรืออาจจะเป็นสัญลักษณ์ที่ทำไว้บนร่างกายเหยื่อก่อนตาย”

รามินเดินกลับมาที่โต๊ะทันที สัญชาตญาณของเขากำลังส่งสัญญาณ “รอยขูดขีด? สัญลักษณ์?” เขาหยิบแฟ้มคดีขึ้นมาดูรูปถ่ายบาดแผลอย่างละเอียดอีกครั้ง พยายามซูมภาพเข้าไปใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเห็นรอยจาง ๆ จริง ๆ ดูเหมือนเป็นเส้นโค้งที่เรียงตัวกันอย่างมีรูปแบบ แต่เล็กและเลือนลางเกินกว่าจะระบุได้ว่าเป็นอะไร

“นี่แหละครับสารวัตร นี่คือความผิดปกติ” รามินชี้ไปที่รูป “มันไม่ใช่แค่การแทงเฉย ๆ แต่มีอะไรบางอย่างที่จงใจทำลงไปบนตัวเหยื่อ และมันน่าจะเชื่อมโยงกับรอยจารึกบนผนัง”

พ.ต.ท. อุดมพยักหน้าอย่างช้า ๆ “เป็นไปได้ แต่ถ้าเราอ่านรอยจารึกนั่นไม่ออก เราก็ไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร”

ความรู้สึกอัดอั้นผุดขึ้นมาในใจของรามิน คดีนี้เหมือนถูกผนึกไว้ด้วยภาษาโบราณที่ไม่มีใครเข้าใจ เขานึกถึงคำพูดที่ว่า "ความจริงมักจะซ่อนอยู่ในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด" และในกรณีนี้ ความจริงถูกซ่อนอยู่ในภาษาที่สาบสูญ

“เราต้องหาผู้เชี่ยวชาญครับสารวัตร” รามินพูดอย่างหนักแน่น “ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถอ่านภาษานี้ออกได้”

สารวัตรอุดมส่ายหน้า “เราลองติดต่อมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ แล้วครับ อาจารย์หลายคนบอกว่าไม่เคยเห็นภาษาแบบนี้ แต่จะลองสืบหาให้”

“ไม่ครับ เราต้องหาให้เจอให้ได้” รามินยืนกราน “ผมเชื่อว่ารอยจารึกนี้ไม่ใช่แค่การตกแต่ง แต่มันคือเบาะแส มันคือข้อความที่ฆาตกรต้องการสื่อสาร อาจจะถึงศาสตราจารย์วิชญ์โดยตรง หรืออาจจะถึงใครบางคนในวงการโบราณคดีที่รู้จักภาษานี้”

เขานั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง ดวงตาจับจ้องไปที่แฟ้มคดีราวกับจะเจาะทะลุผ่านกระดาษไปถึงความจริงที่อยู่เบื้องหลัง ความคิดต่างๆ ผุดขึ้นมาในหัวของเขาราวกับน้ำพุ สัญชาตญาณของเขากำลังเต้นเร่า บอกให้เขารู้ว่าคดีนี้มีบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าที่ตาเห็น

“สารวัตรครับ” รามินเรียก “รอยสักบนข้อมือของศาสตราจารย์วิชญ์... ในรายงานไม่ได้บอกว่าเป็นรูปอะไรใช่ไหมครับ”

“อืม... รูปอะไรนั่นไม่ชัดเจนนัก และเราไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวข้อง” สารวัตรอุดมตอบพลางเปิดรายงานส่วนนั้น

“แต่ผมว่ามันอาจจะเกี่ยวข้อง” รามินพูด “บางทีรอยสักนั่นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของภาษา หรือสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับรอยจารึกบนผนัง”

พ.ต.ท. อุดมมองรามินด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความทึ่งและความไม่แน่ใจ รามินเป็นนักสืบที่ฉลาด แต่บางครั้งความคิดของเขาก็ล้ำหน้าเกินกว่าที่คนทั่วไปจะตามทัน

“โอเค รามิน” สารวัตรอุดมกล่าว “ถ้าคุณคิดว่ามันสำคัญ เราจะลองหาผู้เชี่ยวชาญที่เก่งจริง ๆ มาดูรอยจารึกนี้ให้ได้”

รามินพยักหน้า ดวงตาของเขามีความมุ่งมั่นเปี่ยมล้น เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดของปริศนาที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ปริศนาที่ถูกถักทอจากอดีตกาลอันมืดมิด และเขาจะต้องเป็นคนคลี่คลายมันให้ได้ ไม่ว่ามันจะนำพาเขาไปสู่ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใดก็ตาม

ขณะที่พระอาทิตย์เริ่มทอแสงอ่อนลงยามบ่าย รามินยังคงนั่งอยู่หน้าแฟ้มคดี รอยจารึกปริศนายังคงจ้องมองตอบกลับมา ความเงียบในห้องทำงานของเขากำลังกลายเป็นเสียงกระซิบจากอดีต ที่รอคอยผู้ที่จะเข้ามาทำความเข้าใจ และเขา นักสืบรามิน กำลังจะก้าวเข้าไปสู่โลกแห่งความลึกลับนั้นอย่างเต็มตัว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จารึกเลือด

จารึกเลือด

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!