โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,285 คำ
สองสัปดาห์ที่ผ่านไปนั้นดูราวกับเป็นนิรันดร์สำหรับอคิณ แม้บาดแผลทางกายจะเริ่มสมานตัวและทุเลาลงจนแพทย์อนุญาตให้เขาลุกเดินได้บ้างแล้ว แต่บาดแผลในใจกลับยังคงกัดกินอย่างไม่ลดละ ทุกย่างก้าวที่เขาฝืนเดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ของห้องพักพิเศษในโรงพยาบาลลับแห่งนั้น ดูราวกับต้องแบกรับภูเขาแห่งความผิดหวังและทรยศหักหลังไว้บนบ่า
สายตาของเขาเหม่อมองออกไปยังสวนหย่อมร่มรื่นเบื้องล่าง ที่ซึ่งแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาอย่างอ่อนโยน ลานนาและเคนจิกำลังนั่งคุยกันอยู่บนม้านั่งหินอ่อน เสียงหัวเราะแผ่วเบาของลานนาลอยขึ้นมาตามสายลม ดูเหมือนเธอจะเริ่มฟื้นตัวจากเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านมาได้ดีกว่าเขามาก ใบหน้าของทั้งสองปราศจากร่องรอยความทุกข์ระทมที่เกาะกินจิตใจอย่างที่เขาเป็น ผ้าพันแผลที่ยังคงพันอยู่บ้างตามร่างกายของทั้งคู่ดูราวกับเป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ที่พวกเขาผ่านมาได้ ไม่ใช่บาดแผลที่ยังคงฉีกกระชากวิญญาณ
อคิณถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไออุ่นของลมหายใจที่กระทบกับกระจกใสสร้างฝ้าบางๆ ราวกับเป็นม่านกั้นระหว่างโลกภายนอกที่ดูสงบสุข กับโลกภายในของเขาที่ยังคงเต็มไปด้วยพายุ เขาจำได้ถึงแววตาของเพื่อนเก่า... แววตาที่ครั้งหนึ่งเคยเปี่ยมไปด้วยความภักดี ความเข้าใจ และมิตรภาพที่แข็งแกร่งราวกับหินผา บัดนี้มันกลับเต็มไปด้วยความมืดมิด ความเย็นชา และความกระหายอำนาจที่ไม่อาจหยั่งถึง ภาพของคมมีดที่กรีดลึกเข้ามาที่สีข้าง ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง และที่เลวร้ายที่สุดคือความเจ็บปวดที่แล่นปราดเข้าสู่หัวใจเมื่อตระหนักว่าคนที่เขาวางใจที่สุดกลับเป็นผู้ทรยศ...
เขาหลับตาลง พยายามขับไล่ภาพเหล่านั้นออกไป แต่เสียงกระซิบของความผิดหวังยังคงดังก้องอยู่ในหัว “ทำไม… ทำไมนายถึงทำแบบนี้” คำถามที่ไม่มีคำตอบวนเวียนอยู่ในความคิด เขาเคยเชื่อมั่นในตัวเพื่อนผู้นั้นยิ่งกว่าสิ่งใด แม้กระทั่งยามที่คนอื่นสงสัย เขาก็ยังคงปกป้อง ทว่าสุดท้ายแล้วความเชื่อมั่นนั้นกลับถูกย่ำยีอย่างไร้เยื่อใย
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดึงอคิณกลับมาจากภวังค์ เขาหันไปมอง เห็นลานนาและเคนจิยืนอยู่ตรงหน้า ประตูถูกเปิดออกช้าๆ ลานนามองเขาด้วยแววตาเป็นห่วง ขณะที่เคนจิยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยตามปกติ แต่ร่องรอยของความอ่อนล้ายังคงปรากฏอยู่ใต้ดวงตา “เป็นไงบ้างอคิณ” ลานนาเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน เธอเดินเข้ามาวางกระเช้าผลไม้ขนาดเล็กบนโต๊ะข้างเตียง อคิณพยักหน้าเล็กน้อย “ดีขึ้น” คำตอบสั้นๆ ไม่ได้สะท้อนถึงความจริงภายในใจเท่าไรนัก “เดินได้แล้วเหรอ” เคนจิถามพลางกวาดสายตาสำรวจอคิณ ก่อนจะหยิบเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียง “หมออนุญาตแล้ว” อคิณตอบ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด “ดีแล้ว” ลานนาพูดพลางยื่นแอปเปิลสีแดงสดให้ “นายต้องพยายามฟื้นตัวให้เร็วที่สุดนะ พวกเราต้องการนาย” อคิณรับแอปเปิลมาถือไว้ในมือ แต่ไม่ได้กิน ดวงตาของเขามองผ่านลานนาไปยังเคนจิ “มีข่าวอะไรคืบหน้าไหม” เคนจิถอนหายใจ “ยังไม่มากนัก องค์กรปริศนานั่นเหมือนจะหายเข้ากลีบเมฆไปเลยหลังจากเหตุการณ์นั้น เราพยายามตามร่องรอยจากข้อมูลที่นายกับลานนาได้มา แต่พวกมันวางแผนมาดีมาก” “แล้วเรื่องของ…” อคิณเว้นจังหวะ “ผู้ทรยศคนนั้นล่ะ” แววตาของเคนจิแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย “เราก็กำลังตามอยู่เช่นกัน เขาทิ้งร่องรอยไว้น้อยมาก เหมือนรู้ทุกขั้นตอนของการสืบสวนของเรา” ลานนามองอคิณด้วยความเข้าใจ เธอรู้ดีว่าคำถามนั้นเจ็บปวดสำหรับเขาเพียงใด “อคิณ นายต้องปล่อยวางบ้างนะ ทุกคนรู้ว่านายพยายามเต็มที่แล้ว” “จะปล่อยวางได้ยังไงลานนา” อคิณเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจปิดบัง “ความผิดพลาดของฉันเกือบทำให้โลกพินาศ ผู้ทรยศคนนั้นคือคนที่ฉันเชื่อใจที่สุด” “นั่นไม่ใช่ความผิดของนาย” ลานนาเดินเข้ามาใกล้ วางมือบนไหล่ของเขาอย่างปลอบโยน “เขาต่างหากที่เป็นคนเลือกเส้นทางนั้น นายไม่มีทางรู้ได้เลย” “แต่ฉันควรจะรู้สิ” อคิณพูดเสียงเรียบ “ฉันเป็นหัวหน้าหน่วย ฉันควรจะประเมินสถานการณ์ได้ดีกว่านี้” “ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอกอคิณ” เคนจิเสริม “ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นตัว และเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะมาถึง” “นายคิดว่ามันจะมีอะไรมาอีกเหรอเคนจิ” ลานนาถามด้วยความกังวล “ฉันไม่แน่ใจ” เคนจิส่ายหน้า “แต่สัญชาตญาณของฉันบอกว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ องค์กรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แค่นี้หรอก” การสนทนาดำเนินไปอีกพักใหญ่ พวกเขาคุยกันถึงแผนการฟื้นฟูหน่วยพยัคฆ์เงาในอนาคต แม้จะยังไม่เป็นทางการ แต่ก็มีการหารือในระดับสูงถึงความจำเป็นในการคงอยู่ของหน่วยพิเศษนี้ อคิณรับฟัง แต่ใจยังคงจมดิ่งกับความมืดมิด
วันเวลาผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ อคิณยังคงอยู่ในโรงพยาบาล แต่สภาพร่างกายของเขาดีขึ้นมากจนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ทว่าการกลับบ้านไม่ได้หมายถึงการกลับสู่ชีวิตปกติ เพราะบ้านของเขาคือฐานลับชั่วคราวที่อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานรัฐบาลลับ อคิณ ลานนา และเคนจิได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในห้องประชุมเล็กๆ ที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเขา
บรรยากาศในห้องค่อนข้างตึงเครียด แฟ้มเอกสารกองสูงอยู่บนโต๊ะ กล่องพัสดุลึกลับวางอยู่ตรงกลาง “ข่าวร้าย” เคนจิเปิดประเด็น “เราถอดรหัสข้อมูลบางส่วนจากฮาร์ดไดรฟ์ที่ยึดมาได้จากฐานทัพขององค์กรปริศนา” อคิณพยักหน้าเป็นเชิงให้พูดต่อ “พวกมันไม่ได้มีแค่อาวุธชีวภาพที่ชื่อ ‘รหัสมรณะ’ เท่านั้น” เคนจิเปิดแฟ้มเอกสาร หน้าจอแสดงผลด้านหลังฉายภาพกราฟิกซับซ้อนขึ้นมา “พวกมันยังมีโครงการลับอีกหลายโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาวุธร้ายแรงรูปแบบอื่น รวมถึงการสร้างเครือข่ายสายลับและผู้ก่อการร้ายทั่วโลก” “หมายความว่าพวกมันกำลังสร้างกองทัพของตัวเองอย่างนั้นเหรอ” ลานนาถามเสียงเครียด “ประมาณนั้น” เคนจิถอนหายใจ “และที่สำคัญที่สุด… เราพบร่องรอยของผู้ทรยศอีกครั้ง” หัวใจของอคิณกระตุกวูบ เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเสียงแหบพร่า “เขาอยู่ที่ไหน” “เรายังไม่รู้แน่ชัด” เคนจิชี้ไปยังแผนที่โลกบนหน้าจอ “แต่ร่องรอยล่าสุดชี้ไปที่… ทวีปแอฟริกา” “แอฟริกา? ทำไมต้องที่นั่น” ลานนาขมวดคิ้ว “เราคิดว่าเขากำลังพยายามหาแหล่งทรัพยากรบางอย่าง ที่สำคัญสำหรับการพัฒนาอาวุธใหม่ของพวกมัน” เคนจิอธิบาย “และสิ่งที่แย่กว่านั้นคือ… เราได้รับสัญญาณเตือนจากหน่วยข่าวกรองในพื้นที่” อคิณจ้องมองไปยังจุดที่ถูกวงกลมไว้บนแผนที่ แอฟริกาเป็นทวีปที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยความไม่สงบ การตามหาใครสักคนที่นั่นก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร “มีอะไรมากกว่านั้นอีกไหมเคนจิ” อคิณถาม น้ำเสียงของเขาเริ่มกลับมาเป็นเสียงของอดีตหัวหน้าหน่วยอีกครั้ง เคนจิหยิบกล่องพัสดุลึกลับที่อยู่กลางโต๊ะขึ้นมา “ใช่ มีพัสดุชิ้นนี้ ถูกส่งมาถึงหน่วยของเราโดยไม่ระบุผู้ส่ง” เขาเปิดกล่องออกช้าๆ ภายในมีกล่องไม้ขนาดเล็กแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง และมีสัญลักษณ์แปลกๆ สลักอยู่บนฝาไม้ “นี่มันอะไร” ลานนาถามด้วยความสงสัย เคนจิค่อยๆ เปิดฝากล่องไม้ออก ข้างในบรรจุวัตถุบางอย่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำอย่างประณีต เขาดึงมันออกมา มันคือจี้เงินรูปหัวเสือที่ถูกออกแบบอย่างประณีต ดวงตาของเสือฝังด้วยอัญมณีสีแดงเข้มที่ดูราวกับกำลังเรืองรองอยู่ในความมืด สัญลักษณ์เดียวกับที่สลักอยู่บนฝากล่อง อคิณเบิกตากว้าง เขารู้สึกคุ้นเคยกับจี้นี้อย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน “สัญลักษณ์นี้…” ลานนาพึมพำ “ฉันเคยเห็นมันในบันทึกเก่าๆ ของหน่วยพยัคฆ์เงา มันคือสัญลักษณ์ของ ‘พยัคฆ์ทมิฬ’ หน่วยพิเศษที่ถูกเชื่อว่าสูญหายไปเมื่อหลายสิบปีก่อน” “พยัคฆ์ทมิฬ?” อคิณทวนคำด้วยความประหลาดใจ เคนจิพยักหน้า “ถูกต้อง พยัคฆ์ทมิฬเป็นหน่วยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแทรกซึมและการจารกรรม เป็นตำนานเล่าขานกันว่าพวกเขาหายสาบสูญไปพร้อมกับภารกิจลับที่ไม่เคยมีใครรู้รายละเอียด” อคิณมองจี้รูปหัวเสือในมือของเคนจิอย่างครุ่นคิด ทำไมจี้นี้ถึงถูกส่งมาถึงพวกเขาตอนนี้ และใครคือผู้ส่ง? เขาเริ่มรู้สึกถึงใยแมงมุมที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าหากัน แต่ปริศนานี้ซับซ้อนกว่าที่คิด ทันใดนั้น เสียงเตือนจากคอมพิวเตอร์ของเคนจิดังขึ้น หน้าจอแสดงข้อมูลบางอย่างที่ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด “แย่แล้ว…” เคนจิพึมพำ “มีสัญญาณเตือนจากแอฟริกา… กลุ่มกองกำลังติดอาวุธขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนพลเข้าสู่เมืองหลวงของประเทศหนึ่งในแอฟริกาตะวันตก และดูเหมือนเป้าหมายของพวกเขาคือ… ศูนย์วิจัยลับของรัฐบาล” “ศูนย์วิจัยอะไร” อคิณถามอย่างรวดเร็ว “มันเป็นศูนย์วิจัยที่ทำการทดลองเกี่ยวกับแร่หายากชนิดหนึ่ง… แร่ที่เชื่อกันว่าสามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างพลังงานรูปแบบใหม่… หรืออาจจะ… อาวุธทำลายล้างรูปแบบใหม่ก็ได้” เคนจิกล่าว ดวงตาของเขาจ้องมองหน้าจอด้วยความตื่นตระหนก “และที่สำคัญที่สุดคือ… หน่วยข่าวกรองของเราเพิ่งยืนยันว่า… ผู้นำของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธนั้นคือ… ผู้ทรยศ” อคิณกำหมัดแน่น ความเจ็บปวดจากการทรยศและความโกรธผุดขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่คาดคิดว่าเพื่อนเก่าจะปรากฏตัวเร็วขนาดนี้ และในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ “เราจะรอช้าไม่ได้แล้ว” ลานนาพูดอย่างเด็ดขาด “ถ้าศูนย์วิจัยนั้นตกไปอยู่ในมือของพวกเขา โลกอาจจะต้องเผชิญหน้ากับหายนะครั้งใหม่” “เตรียมตัว” อคิณลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างกายจะยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จิตวิญญาณของอดีตหัวหน้าหน่วยพยัคฆ์เงากลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง “เราจะหยุดมันให้ได้” เคนจิพยักหน้า ก่อนจะกดปุ่มบนแป้นพิมพ์เพื่อแสดงแผนที่และข้อมูลเพิ่มเติมบนหน้าจอ “แต่มีปัญหาอีกอย่างครับ” เคนจิพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “จากรายงานล่าสุด กองกำลังของ ‘พยัคฆ์ทมิฬ’ ก็กำลังเคลื่อนที่เข้าสู่พื้นที่นั้นด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้หายสาบสูญไปจริงๆ แต่กลับกลายเป็นอีกหนึ่งกลุ่มปริศนาที่กำลังเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์นี้” อคิณมองไปที่จี้รูปหัวเสือในมือของเคนจิอีกครั้ง พยัคฆ์ทมิฬ... หน่วยในตำนานที่หายสาบสูญไปนานหลายสิบปี จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการเคลื่อนไหวของผู้ทรยศและองค์กรปริศนา มันเป็นความบังเอิญ หรือทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดคิด? คำถามมากมายผุดขึ้นในใจของอคิณ แต่ยังไม่ทันจะได้ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน ระบบเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่กลางห้อง พร้อมเสียงไซเรนที่ดังสนั่นหวั่นไหว บ่งบอกถึงการแจ้งเตือนระดับสูงสุด! ข้อความสีแดงกะพริบถี่ๆ แสดงข้อมูลตำแหน่งของเคนจิ ลานนา และอคิณ… และตามด้วยข้อความที่ปรากฏขึ้นมาประโยคหนึ่งที่ทำให้ทั้งสามต้องแข็งค้างไปในทันที
"เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเป้าหมายแล้ว... พบตำแหน่งหน่วยพยัคฆ์เงา… เตรียมดำเนินการขั้นต่อไป"
ใครบางคนกำลังสอดแนมพวกเขา และที่สำคัญกว่านั้นคือ... ผู้ที่สอดแนมอยู่เหนือระดับการป้องกันที่แน่นหนาที่สุดของรัฐบาลลับ! ใครกันที่รู้ถึงตัวตนของพวกเขา และกำลังวางแผนอะไรอยู่? สายตาของอคิณกวาดมองไปทั่วห้อง พยายามค้นหาต้นตอของการโจมตีทางไซเบอร์ที่ไม่คาดฝันนี้ แต่ทุกอย่างก็ดูเป็นปกติ... ยกเว้นข้อความบนหน้าจอที่ยังคงกะพริบอย่างน่าขนลุก!

พยัคฆ์เงา: รหัสมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก