พยัคฆ์เงา: รหัสมรณะ

ตอนที่ 13 — บาดแผลกายสมาน แต่ใจยังคงกรีดแทง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,828 คำ

สองสัปดาห์ที่ผ่านพ้นไปนั้นหาได้นำพาความสงบสุขที่แท้จริงมาสู่อคิณไม่ แม้ร่างกายของเขาจะได้รับการเยียวยาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจนบาดแผลบริเวณสีข้างสมานตัวและทุเลาลงไปมากแล้ว จนกระทั่งแพทย์อนุญาตให้เขาเริ่มการทำกายภาพบำบัดเบาๆ ได้ แต่บาดแผลภายในจิตใจที่เกิดจากการถูกหักหลังกลับยังคงกรีดแทงอย่างไม่ลดละ ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินไปบนลู่วิ่งไฟฟ้าในห้องกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลลับแห่งนั้น ดูราวกับว่าเขาต้องแบกรับภูเขาแห่งความผิดหวังและทรยศหักหลังเอาไว้บนบ่า บ่าที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคง ‌บัดนี้กลับรู้สึกราวกับแบกรับน้ำหนักของโลกทั้งใบ

สายตาของเขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ของห้องพักพิเศษ ที่ซึ่งแสงแดดยามบ่ายยังคงสาดส่องลงมาอย่างอ่อนโยนไปยังสวนหย่อมร่มรื่นเบื้องล่าง ลานนาและเคนจิยังคงนั่งคุยกันอยู่บนม้านั่งหินอ่อน เสียงหัวเราะแผ่วเบาของลานนาลอยขึ้นมาตามสายลมปะทะกับกระจกห้องที่ปิดสนิท อคิณลอบถอนหายใจ เขารับรู้ได้ว่าทั้งสองคนเองก็ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาไม่ต่างจากเขา แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาสามารถฟื้นฟูจิตใจได้เร็วกว่า อคิณรู้สึกผิดหวังในตัวเองที่ไม่อาจสลัดความรู้สึกขมขื่นออกจากใจได้ง่ายดายเช่นนั้น ​ความเชื่อใจที่เคยมีให้เพื่อนเก่าถูกย่ำยีจนแหลกละเอียด เหลือทิ้งไว้เพียงเถ้าธุลีแห่งความสงสัยที่คอยกัดกิน

“เดินอีกหน่อยครับคุณอคิณ” เสียงนุ่มนวลของพยาบาลสาวดังขึ้น เธอคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิดตลอดการบำบัด “อีกสองสามนาทีก็ได้พักแล้วค่ะ”

อคิณพยักหน้าเล็กน้อย พยายามรวบรวมสมาธิให้กับการก้าวเดิน ก้าวแล้วก้าวเล่า เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากบาดแผล ‍แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือภาพของใบหน้าคนที่เคยเรียกว่าสหาย ภาพของรอยยิ้มที่เคยจริงใจ แต่กลับกลายเป็นหน้ากากที่ซ่อนเร้นความชั่วร้ายเอาไว้ อคิณหลับตาลงชั่วครู่ พยายามผลักไสความทรงจำเหล่านั้นออกไป แต่ก็ไร้ผล ราวกับมันถูกสลักลึกเข้าไปในทุกอณูของจิตวิญญาณ

เย็นวันนั้น หลังจากเสร็จสิ้นการบำบัด ‌อคิณนั่งพิงหมอนอยู่บนเตียง เขากำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การรบเล่มเก่าที่เขาเคยชื่นชอบ แต่ใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เสียงเคาะประตูทำให้เขาเงยหน้าขึ้น ลานนาและเคนจิเดินเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มที่พยายามฉายแววสดใส

“วันนี้อาการเป็นไงบ้างหัวหน้า?” เคนจิถามพลางวางถุงผลไม้ลงบนโต๊ะข้างเตียง “หมอบอกว่านายฟื้นตัวเร็วมากเลยนะ”

“ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ” อคิณตอบเสียงเรียบ ‍พยายามไม่ให้ความรู้สึกภายในเผยออกมา “พวกนายล่ะ เป็นยังไงบ้าง”

“ผมก็โอเคครับ” เคนจินั่งลงบนเก้าอี้พลางฉีกยิ้มกว้าง “แข็งแรงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือแผลเป็นเท่ๆ”

ลานนาส่งค้อนให้เคนจิเบาๆ ก่อนจะหันมามองอคิณด้วยแววตาเป็นห่วง “เคนจิก็พูดไปเรื่อยค่ะพี่อคิณ ​แต่เราก็ดีขึ้นมากจริงๆ นั่นแหละค่ะ คุณหมออนุญาตให้เราเริ่มฝึกซ้อมเบาๆ ได้แล้ว”

“ดีแล้วล่ะ” อคิณพยักหน้าช้าๆ “จะได้กลับไปเป็นปกติเร็วๆ”

“แล้วพี่อคิณล่ะคะ” ลานนาถามเสียงอ่อนโยน “ดูเหมือนพี่อคิณยังไม่ค่อยได้พักผ่อนเท่าไหร่เลย”

“ฉันแค่นอนไม่ค่อยหลับ” ​อคิณโกหก ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แค่การนอนไม่หลับ แต่มันคือการไม่สามารถหลับลงได้อย่างสนิทใจ ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านั้นก็ย้อนกลับมาหลอกหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า “สมองมันคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อย”

“พี่อคิณต้องปล่อยวางบ้างนะคะ” ลานนาเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงของเขา “เรื่องที่มันเกิดขึ้น ​เราทุกคนต่างก็เสียใจและเจ็บปวดกันหมด แต่เราต้องเดินหน้าต่อไปค่ะ พี่อคิณยังคงเป็นที่พึ่งของพวกเราเสมอ”

คำพูดของลานนาทำให้ใจของอคิณอ่อนลงเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองดวงตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของลานนา เขาเห็นความจริงใจที่นั่น และมันทำให้เขารู้สึกผิดที่กำลังจมปลักอยู่กับความรู้สึกด้านลบ

“ฉันรู้” อคิณตอบ “ฉันแค่… ต้องการเวลา”

“เวลาเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องให้ตัวเองค่ะ” ลานนาพูดต่อ “แต่โลกภายนอกไม่เคยรอเราเลยนะคะ”

เคนจิพยักหน้าเห็นด้วย “จริงครับหัวหน้า หน่วยพยัคฆ์เงาถูกโลกคิดว่ายุบไปแล้วก็จริง แต่ภัยคุกคามมันไม่ได้ยุบตามไปด้วยหรอกครับ”

คำพูดของเคนจิทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป อคิณรู้ดีว่าสิ่งที่เคนจิพูดคือความจริง แม้รหัสมรณะจะถูกยึดคืนมาได้ แต่องค์กรก่อการร้ายปริศนาที่พวกเขาเรียกว่า "หัตถ์ทมิฬ" ยังคงเป็นเงาตามหลอกหลอนอยู่ในความมืดมิด พวกเขายังไม่สามารถสาวไปถึงตัวบงการที่แท้จริงได้ และที่สำคัญที่สุด… คนทรยศที่แทงข้างหลังเขา ผู้นำทางไปสู่แผนการอันชั่วร้ายนั้น ก็ยังคงลอยนวล

“ฉันรู้ว่าพวกนายหมายถึงอะไร” อคิณกล่าวเสียงเคร่งขรึมขึ้น “แต่ฉัน… ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะสามารถเป็นผู้นำที่ดีได้อีกครั้งหลังจากเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น” เขาไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกอ่อนแอเช่นนี้ให้ใครได้ยินมาก่อน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจในตัวเองที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต

ลานนาเอื้อมมือมาจับมือของเขาเบาๆ “พี่อคิณคะ เราทุกคนต่างก็ทำผิดพลาดได้ค่ะ การที่พี่อคิณรู้สึกแบบนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แต่พวกเราอยู่ตรงนี้กับพี่อคิณเสมอ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”

เคนจิเสริมอย่างจริงจัง “ใช่ครับหัวหน้า พวกเราเชื่อในตัวหัวหน้าเสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราคือพยัคฆ์เงา เราคือทีม”

คำพูดจากใจของเพื่อนร่วมทีมทำให้กำแพงน้ำแข็งที่ปิดกั้นหัวใจของอคิณเริ่มละลายลงทีละน้อย เขามองหน้าเพื่อนทั้งสอง เขาเห็นความมุ่งมั่นและศรัทธาในดวงตาของพวกเขา อคิณกัดฟัน เขารู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น โลกยังคงต้องการพวกเขา และเขาก็ไม่สามารถทอดทิ้งทีมของเขาได้

เช้าวันรุ่งขึ้น อคิณตัดสินใจกลับมาเข้าสู่โหมดการฝึกอย่างเต็มตัว แม้จะยังไม่เต็มร้อย แต่เขาก็พยายามฝืนตัวเองให้มากกว่าเดิม วิ่งในลู่วิ่งไฟฟ้าด้วยความเร็วที่มากขึ้น ยกน้ำหนักที่หนักขึ้น และฝึกศิลปะการต่อสู้กับครูฝึกที่เข้ามาประจำตัว การขยับร่างกายอย่างหนักหน่วงช่วยให้เขาสามารถระบายความคับแค้นและความเจ็บปวดบางส่วนออกไปได้บ้าง

ไม่กี่วันต่อมา พลเอกทวิน ผู้บัญชาการหน่วยสูงสุดของหน่วยงานลับที่ดูแลพยัคฆ์เงา ก็เดินทางมายังโรงพยาบาลลับแห่งนี้ด้วยตัวเอง สีหน้าของท่านนายพลดูเคร่งเครียดกว่าปกติ ซึ่งบอกเป็นนัยถึงข่าวสารที่ไม่สู้ดีนัก

“อคิณ, ลานนา, เคนจิ” พลเอกทวินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ฉันรู้ว่าพวกนายทุกคนยังอยู่ในช่วงพักฟื้น แต่สถานการณ์มันรอไม่ได้แล้ว”

ทั้งสามคนนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานชั่วคราวของท่านนายพล ใบหน้าของพวกเขาจริงจังขึ้นทันที

“เกิดอะไรขึ้นครับท่าน?” อคิณถาม

พลเอกทวินกดปุ่มบนแท็บเล็ต รูปภาพและแผนที่ต่างๆ ปรากฏขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดเล็กที่ฉายขึ้นบนผนัง “หลังจากที่เรายึดรหัสมรณะกลับมาได้ เราได้ตรวจสอบข้อมูลที่ได้จากฐานลับของพวกหัตถ์ทมิฬอย่างละเอียด เราพบว่าการโจมตีรหัสมรณะเป็นเพียงแค่ ‘การเบี่ยงเบนความสนใจ’ เท่านั้น”

“เบี่ยงเบนความสนใจ?” ลานนาทวนคำอย่างไม่เข้าใจ

“ใช่” พลเอกทวินพยักหน้า “เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคือการสร้าง ‘ความวุ่นวายระดับโลก’ เพื่อเปิดช่องให้พวกมันสามารถเข้าไปควบคุม ‘ระบบโครงข่ายข้อมูลอัจฉริยะ’ ที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าไว้ด้วยกัน”

เคนจิขมวดคิ้ว “ระบบโครงข่ายข้อมูลอัจฉริยะ? หมายถึง ‘ไซเบอร์ฮับ’ ที่ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกน่ะเหรอครับ?”

“ถูกต้อง” พลเอกทวินตอบ “ไซเบอร์ฮับเป็นศูนย์กลางการควบคุมทุกอย่าง ตั้งแต่ระบบการเงิน, พลังงาน, การคมนาคม ไปจนถึงระบบป้องกันประเทศของทุกชาติ หากพวกมันสามารถควบคุมไซเบอร์ฮับได้ ก็เท่ากับว่าพวกมันสามารถควบคุมโลกได้ทั้งใบ”

“แต่ทำไมต้องใช้รหัสมรณะเบี่ยงเบนความสนใจด้วยครับ ในเมื่อพวกมันมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น” อคิณตั้งข้อสังเกต

“นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราสับสน” พลเอกทวินกล่าว “เว้นเสียแต่ว่า… การที่รหัสมรณะถูกเปิดใช้งานและเกือบจะสร้างหายนะขึ้นจริงนั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์แค่การเบี่ยงเบนความสนใจเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะเป็น ‘การทดสอบ’ หรือ ‘การข่มขู่’ ก็เป็นได้ ว่าพวกมันสามารถทำอะไรได้บ้าง”

“แล้วตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้างครับ” ลานนาถาม

“เราได้รับรายงานจากหน่วยข่าวกรองว่ามีการเคลื่อนไหวผิดปกติของเครือข่ายหัตถ์ทมิฬในหลายจุดทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง เราเชื่อว่าพวกมันกำลังเตรียมพร้อมที่จะ ‘เปิดฉากเฟสสอง’ ของแผนการ” พลเอกทวินหยุดพูดชั่วครู่ ดวงตาของท่านกวาดมองใบหน้าของทั้งสามคน “และที่สำคัญที่สุด… เราได้รับข้อมูลยืนยันจากแหล่งข่าววงในว่า อดีตสหายของพวกนาย… ‘พยัคฆ์ฟ้า’ กำลังมีบทบาทสำคัญในแผนการนี้”

อคิณกำมือแน่น เขารู้สึกเหมือนถูกกระชากกลับไปสู่ห้วงแห่งความเจ็บปวดอีกครั้ง พยัคฆ์ฟ้า อดีตเพื่อนรักที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา บัดนี้กลายเป็นศัตรูที่อันตรายที่สุด

“ข้อมูลบอกว่าพยัคฆ์ฟ้าไม่ได้เป็นแค่ตัวหมากตัวหนึ่งอย่างที่เราเคยคิดไว้ในตอนแรก” พลเอกทวินกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลง “หลักฐานทั้งหมดชี้ชัดว่าเขาคือ… ‘ผู้บงการหลัก’ ในปฏิบัติการครั้งนี้ เขาคือผู้วางแผนทั้งหมด ตั้งแต่การขโมยรหัสมรณะ ไปจนถึงการเข้าควบคุมไซเบอร์ฮับ”

คำพูดของพลเอกทวินดังก้องอยู่ในโสตประสาทของอคิณ ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ ความเจ็บปวดและความไม่เชื่อที่เคยมี บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ลุกโชน อคิณไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

“ภารกิจของพวกนายคือการหยุดยั้งแผนการเฟสสองของหัตถ์ทมิฬ และจับตัวพยัคฆ์ฟ้าให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม” พลเอกทวินสั่งเสียงหนักแน่น “นี่ไม่ใช่แค่ภารกิจกอบกู้โลก แต่มันคือภารกิจแห่งความยุติธรรม สำหรับทุกสิ่งที่เขาทำลงไป”

อคิณพยักหน้าช้าๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่กลับมาอีกครั้ง แต่แววตาของเขากลับฉายความมืดมิดที่น่ากลัวออกมา เขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับอดีตเพื่อนรัก และหยุดยั้งหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น

“พวกเราพร้อมครับท่าน” อคิณตอบเสียงเฉียบขาด “ขอทราบรายละเอียดภารกิจต่อไปได้เลยครับ”

พลเอกทวินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะกดปุ่มบนแท็บเล็ตอีกครั้ง ภาพแผนที่ขนาดใหญ่ของเมืองหลวงแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับข้อมูลลับมากมาย

“ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าพยัคฆ์ฟ้าได้จัดตั้งฐานปฏิบัติการลับแห่งใหม่ขึ้นมา” พลเอกทวินกล่าวชี้ไปที่จุดแดงบนแผนที่ “เป็นโครงสร้างใต้ดินที่ซับซ้อนภายใต้ศูนย์กลางการสื่อสารเก่าของเมือง จุดนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงไซเบอร์ฮับ และเขาเพิ่งได้รวบรวมทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์จำนวนมากเข้าไปในพื้นที่เมื่อคืนนี้ เราคาดการณ์ว่าเขาใกล้จะสำเร็จแผนการของเขาเต็มทีแล้ว”

อคิณกวาดสายตาอ่านข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจออย่างรวดเร็ว ข้อมูลระบุถึงความแข็งแกร่งของฐานทัพ ระบบป้องกันอันแน่นหนา และจำนวนของกำลังพลที่ประจำการอยู่ที่นั่น มันเป็นภารกิจที่อันตรายอย่างยิ่ง

“พวกเราจะเดินทางไปที่นั่นทันทีครับ” อคิณกล่าวอย่างไม่ลังเล “เราจะไปหยุดเขา”

พลเอกทวินมองอคิณด้วยแววตาเห็นใจ “อคิณ… ฉันรู้ว่ามันยากสำหรับนาย แต่นายต้องจำไว้ว่านี่คือสงคราม และในสงคราม เราไม่สามารถปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลได้”

อคิณกำหมัดแน่นอีกครั้ง “ผมทราบดีครับท่าน”

“เยี่ยม” พลเอกทวินลุกขึ้นยืน “เครื่องบินขนส่ง C-130 พร้อมแล้วที่จะพาทุกคนไปส่งยังจุดปฏิบัติการ พวกนายมีเวลาสองชั่วโมงในการเตรียมตัว และอย่าลืมว่านี่คือโอกาสสุดท้ายของเรา”

เมื่อพลเอกทวินจากไป บรรยากาศในห้องก็หนักอึ้งขึ้นมาทันที อคิณยืนขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของเขาฉายแววมุ่งมั่นอันแรงกล้า แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดที่ยังคงกัดกิน

“พี่อคิณคะ…” ลานนาเดินเข้ามาหา “พี่แน่ใจนะคะว่าจะไหว”

อคิณหันกลับมามองลานนาและเคนจิ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ฉันแน่ใจยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา” เขากล่าว “พยัคฆ์ฟ้าจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เขาทำลงไป และฉัน… จะเป็นคนจัดการเขาเอง”

เสียงของอคิณเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอันตรายที่แฝงอยู่เบื้องหลังความสงบ เขาไม่ต้องการเพียงแค่หยุดยั้งแผนการ แต่เขายังต้องการเผชิญหน้ากับคนที่เคยเป็นเพื่อนรัก ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความโกรธ ความเจ็บปวด และความจำเป็นในการทำหน้าที่

เวลาสองชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสามคนพร้อมด้วยอุปกรณ์ครบมือก็ขึ้นเครื่องบินขนส่ง C-130 ที่จอดรออยู่ในรันเวย์ลับของโรงพยาบาล ความมืดมิดของยามค่ำคืนปกคลุมผืนฟ้า เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าสู่ภารกิจที่อันตรายที่สุด

อคิณนั่งเงียบๆ ในที่นั่งของเขา สวมอุปกรณ์สื่อสารและตรวจสอบอาวุธคู่กายของเขาอีกครั้ง ภาพใบหน้าของพยัคฆ์ฟ้าวนเวียนอยู่ในหัว เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ทั้งหมดเอาไว้ เขารู้ดีว่าภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้กับองค์กรก่อการร้าย แต่มันคือการต่อสู้กับเงาในอดีตของเขาเอง

เครื่องบินบินผ่านเมฆหมอกอย่างรวดเร็ว กัปตันประกาศผ่านลำโพงว่ากำลังเข้าสู่เขตประเทศเป้าหมาย และจะเริ่มลดระดับเพดานบินเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกระโดดร่ม

อคิณลุกขึ้นยืน พร้อมกับลานนาและเคนจิที่ตามมาติดๆ ลมหายใจของเขาหนักหน่วง แต่จิตใจกลับสงบอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าเขาได้ข้ามผ่านความเจ็บปวดไปสู่จุดที่ไร้ความรู้สึกใดๆ เว้นแต่ความต้องการที่จะจบเรื่องนี้ให้สิ้นซาก

“จำแผนการได้นะ” อคิณกล่าวเสียงเรียบ “เราจะแทรกซึมเข้าไปทางช่องระบายอากาศเก่า หาทางเข้าสู่ศูนย์บัญชาการของพยัคฆ์ฟ้า และหยุดยั้งการเชื่อมต่อไซเบอร์ฮับ”

“ครับ/ค่ะหัวหน้า!” ลานนาและเคนจิรับคำอย่างแข็งขัน

ประตูท้ายเครื่องบินเริ่มเปิดออก ลมหนาวปะทะเข้ามาในตัวเครื่องอย่างรุนแรง เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ที่ดูเงียบสงบในยามค่ำคืน แต่ภายใต้ความเงียบสงบนั้น กลับซ่อนเร้นแผนการทำลายล้างโลกเอาไว้

อคิณก้าวไปที่ขอบประตู มองลงไปเบื้องล่างด้วยสายตาที่เฉียบคม เขารู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ บางอย่างที่หนักอึ้งในอากาศ

“รอก่อน!” เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่ควบคุมการบินดังขึ้น “เราได้รับสัญญาณเตือน! มีอะไรบางอย่างเคลื่อนที่อยู่ใต้เรา!”

ก่อนที่ใครจะได้ทำอะไรเพิ่มเติม แสงสีแดงเจิดจ้าก็พุ่งทะลุเมฆขึ้นมาจากเบื้องล่าง แหวกผ่านความมืดมิดตรงเข้าชนปีกเครื่องบินอย่างจัง เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งลำตัวเครื่อง แรงกระแทกอันมหาศาลทำให้ทุกคนเซถลาไปตามแรงเหวี่ยง ไฟฟ้าดับพรึ่บทั้งลำ เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงริบหรี่

“เกิดอะไรขึ้น!” เคนจิร้องถาม ขณะที่พยายามทรงตัว

“ถูกโจมตี!” กัปตันตะโกนกลับมา เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ระบบควบคุมเสียหาย เครื่องยนต์กำลังจะดับ!”

เครื่องบินเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและเอียงวูบไปข้างหนึ่ง อคิณรีบหันไปมองออกนอกประตูที่ยังคงเปิดอยู่ เขาเห็นประกายไฟลุกไหม้ที่ปีกเครื่องบิน และเบื้องล่างนั้น ไม่ใช่แค่แสงไฟของเมือง แต่ยังมีลำแสงสีแดงอีกหลายลำที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นมาสู่ท้องฟ้ามุ่งตรงมาที่พวกเขา

และในวินาทีนั้นเอง ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของอคิณแทบหยุดเต้น เบื้องล่างของเมืองใหญ่ที่พวกเขาตั้งใจจะแทรกซึมเข้าไปนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่แสงไฟปกติ แต่กลับมีโดมพลังงานสีดำทมึนขนาดมหึมากำลังค่อยๆ แผ่ขยายตัวออกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณศูนย์กลางของเมือง ราวกับม่านมรณะที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง

“ไม่จริงน่า…” อคิณพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าของเขาซีดเผือด “มันไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อไซเบอร์ฮับ… มันคือกับดัก!”

เครื่องบินเริ่มดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เสียงเตือนภัยดังลั่น อคิณรู้ทันทีว่าพวกเขาถูกล่อเข้ามาในเขตอันตราย และพยัคฆ์ฟ้าก็รู้ว่าพวกเขากำลังจะมาถึง

ในขณะที่เครื่องบินกำลังดิ่งพสุธาลงสู่เมืองที่ถูกปกคลุมด้วยโดมพลังงานลึกลับ อคิณรับรู้ได้ถึงสายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องมองมาที่พวกเขาจากเบื้องล่าง ราวกับกำลังยิ้มเยาะให้กับความพยายามอันไร้ผลของเขา

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์เงา: รหัสมรณะ

พยัคฆ์เงา: รหัสมรณะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!