สองสัปดาห์ที่ผ่านพ้นไปนั้นหาได้นำพาความสงบสุขที่แท้จริงมาสู่อคิณไม่ แม้ร่างกายของเขาจะได้รับการเยียวยาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจนบาดแผลบริเวณสีข้างสมานตัวและทุเลาลงไปมากแล้ว จนกระทั่งแพทย์อนุญาตให้เขาเริ่มการทำกายภาพบำบัดเบาๆ ได้ แต่บาดแผลภายในจิตใจที่เกิดจากการถูกหักหลังกลับยังคงกรีดแทงอย่างไม่ลดละ ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินไปบนลู่วิ่งไฟฟ้าในห้องกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลลับแห่งนั้น ดูราวกับว่าเขาต้องแบกรับภูเขาแห่งความผิดหวังและทรยศหักหลังเอาไว้บนบ่า บ่าที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคง บัดนี้กลับรู้สึกราวกับแบกรับความหนักอึ้งของโลกทั้งใบเอาไว้
เสียงเครื่องจักรทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ก้าวเท้าของอคิณก็เช่นกัน ไม่เร็ว ไม่ช้า แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง แต่สมองของเขากลับทำงานเร็วกว่านั้นหลายเท่า ภาพใบหน้าของบุคคลที่เขาเคยเชื่อใจที่สุดฉายซ้ำไปมาในห้วงความคิด ใครกันแน่ที่ทรยศ? ใครกันแน่ที่กล้าแทงข้างหลัง ‘พยัคฆ์เงา’ หน่วยที่เคยแข็งแกร่งราวกับหินผา บัดนี้กลับมีรอยร้าวที่ยากจะประสาน
“ก้าวดีขึ้นมากนะครับคุณอคิณ” เสียงนุ่มนวลของพยาบาลสาวที่คอยดูแลเขาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางเบา “อีกไม่นานก็กลับไปวิ่งได้เหมือนเดิมแล้วค่ะ”
อคิณพยักหน้าเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบอะไร ดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องไปที่ผนังเบื้องหน้าซึ่งประดับด้วยภาพทิวทัศน์ธรรมชาติอันสงบงาม แต่ในใจของเขาพายุยังคงโหมกระหน่ำไม่หยุดหย่อน เขายังคงจำความรู้สึกของคมมีดที่กรีดลึกเข้ามาได้ดี จำความตกใจที่มันไม่ใช่ศัตรูภายนอก แต่เป็นเงาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน จำความเจ็บปวดที่ไม่ได้มาจากบาดแผลทางกาย แต่มาจากรอยแผลที่ลึกลงไปในจิตวิญญาณ ความรู้สึกว่าถูกทรยศกัดกินเขาจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ความรู้สึกอื่นใด เว้นแต่ความแค้นที่คุกรุ่นอย่างเงียบเชียบรอวันปะทุ
ในที่สุด ชั่วโมงกายภาพบำบัดก็สิ้นสุดลง เขาก้าวลงจากลู่วิ่ง เหงื่อซึมทั่วแผ่นหลังแต่ร่างกายกลับรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นเล็กน้อย พยาบาลนำเสื้อคลุมมาให้ เขาสวมมันอย่างเชื่องช้า พลางนึกถึงวันเวลาที่ผ่านมาที่นี่ โรงพยาบาลลับแห่งนี้เป็นเหมือนกรงทอง ที่ช่วยเยียวยาบาดแผลแต่ก็กักขังเขาไว้จากโลกภายนอก โลกที่ 'รหัสมรณะ' กำลังคุกคาม โลกที่เขาต้องออกไปกอบกู้
ในขณะที่เขากำลังจะเดินออกจากห้อง ประตูห้องพักของเขาก็ถูกเปิดออกอย่างเบามือ เคนจิยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงโปร่งในชุดลำลองสีเข้ม ดวงตาฉายแววห่วงใยแต่ก็มีความมุ่งมั่นบางอย่างซ่อนอยู่
“ท่านนายพลเรียกพบ” เคนจิเอ่ยสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจริงจังผิดปกติ
อคิณขมวดคิ้วเล็กน้อย นายพลคงจะไม่เรียกเขาพบถ้าไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ เขาพยักหน้าให้เคนจิเป็นเชิงตอบรับ พลางปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเดินนำเคนจิไปตามทางเดินที่เงียบสงัดของโรงพยาบาล มุ่งหน้าสู่ห้องทำงานของท่านนายพลประชารัชต์ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองสูงสุดที่ดูแลโครงการพยัคฆ์เงามาตั้งแต่ต้น
เมื่อมาถึงห้องทำงานของท่านนายพล ประตูไม้โอ๊คหนาหนักก็เปิดออก ลานนากำลังยืนอยู่ภายในห้องแล้ว เธอหันมามองอคิณด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความห่วงใยและบางสิ่งคล้ายความอึดอัดใจ อคิณเหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาไปยังร่างของนายพลประชารัชต์ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ใบหน้าของท่านนายพลดูเคร่งเครียดกว่าปกติ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งความเฉลียวฉลาด บัดนี้กลับฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“นั่งลงก่อนสิอคิณ” ท่านนายพลประชารัชต์ผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ อคิณนั่งลง เคนจิและลานนาก็เลือกที่นั่งข้างๆ เขา บรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน
“ฉันรู้ว่านายยังไม่พร้อมเต็มร้อย ทั้งร่างกายและจิตใจ” ท่านนายพลเริ่มขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “แต่สถานการณ์มันไม่รอเราแล้ว”
อคิณกำหมัดแน่นบนตัก “เกิดอะไรขึ้นครับ”
“รหัสมรณะ... หรือที่ตอนนี้เรารู้ชื่อรหัสลับว่า ‘รัตตัส-อัลฟ่า’ มันถูกดัดแปลงไปแล้ว” ท่านนายพลประชารัชต์พูดเสียงเครียด “จากที่เคยเป็นเพียงเชื้อโรคที่ทำลายระบบประสาท มันถูกพัฒนาให้แพร่กระจายทางอากาศได้รวดเร็วขึ้นหลายร้อยเท่า และที่สำคัญ... มันสามารถกลายพันธุ์เพื่อต้านทานยาต้านไวรัสที่เรามีอยู่ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง”
คำพูดของท่านนายพลทำให้เลือดในกายของอคิณเย็นเฉียบ รัตตัส-อัลฟ่าที่กลายพันธุ์ได้ นั่นหมายถึงหายนะที่แท้จริง ไม่มีทางหยุดยั้งได้หากมันถูกปล่อยออกไป
“องค์กรเซอร์เบอรัส” ลานนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เราได้ข้อมูลยืนยันจากแหล่งข่าวภายในว่า พวกมันมีแผนจะทดลองปล่อยรัตตัส-อัลฟ่าในพื้นที่เล็กๆ เพื่อประเมินผลกระทบและประสิทธิภาพของเชื้อ”
“ที่ไหน” อคิณถามเสียงดุดัน
“นั่นแหละปัญหา” เคนจิเสริม “เรายังไม่รู้แน่ชัด แต่ดูเหมือนพวกมันกำลังเตรียมการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีนายหน้าค้าอาวุธเถื่อนรายใหญ่ที่มีฉายาว่า ‘กิ้งก่า’ เป็นคนจัดหาเส้นทางและอำนวยความสะดวกในการขนส่ง”
“กิ้งก่า?” อคิณเลิกคิ้ว “รายนั้นมันเคยหายหน้าไปนานแล้วนี่”
“ใช่” ท่านนายพลพยักหน้า “แต่ตอนนี้มันกลับมาผงาดอีกครั้ง และดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงกับเซอร์เบอรัสอย่างลึกซึ้งกว่าที่เราคิด เรามีข้อมูลว่ากิ้งก่ากำลังจะมีการนัดพบครั้งสำคัญกับตัวแทนของเซอร์เบอรัสในกรุงเทพฯ คาดว่าเป็นการส่งมอบข้อมูลหรือสิ่งของบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับรัตตัส-อัลฟ่า”
ท่านนายพลประชารัชต์เงยหน้าขึ้นมองอคิณ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวังและแรงกดดัน “ฉันต้องการให้นายกลับมานำทีมอคิณ ฉันรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเลวร้าย แต่มีเพียงนายเท่านั้นที่สามารถรวบรวมพยัคฆ์เงาให้กลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง เพื่อหยุดยั้งหายนะนี้”
อคิณเงียบงัน เขากวาดสายตาไปยังลานนาและเคนจิ ทั้งสองมองตอบเขานิ่งๆ สายตาของเคนจิเต็มไปด้วยความภักดี ส่วนลานนานั้นยากจะอ่านออก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความพร้อมที่จะทำตามคำสั่ง
ความรู้สึกถูกทรยศยังคงเป็นหนามทิ่มแทงในใจ แต่ภาพของรัตตัส-อัลฟ่าที่กลายพันธุ์ได้ผุดขึ้นมาในความคิด มันน่ากลัวเกินกว่าจะปล่อยให้ความเจ็บปวดส่วนตัวมาบดบังหน้าที่ เขาคือหัวหน้าพยัคฆ์เงา และนี่คือความรับผิดชอบของเขา
“ใครคือคนทรยศครับท่านนายพล” อคิณถามเสียงเรียบแต่หนักแน่น “ผมต้องการรู้”
ท่านนายพลประชารัชต์ถอนหายใจ “เรายังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจน แต่เบาะแสทั้งหมดชี้ไปที่คนภายในหน่วยของเราเอง”
คำตอบนั้นไม่ได้ช่วยให้อคิณสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังทำให้ความไม่ไว้วางใจในใจเขาเพิ่มสูงขึ้นอีก คนในหน่วยงั้นหรือ? เขาจะเชื่อใจใครได้อีก?
“ผมจะกลับไปนำทีม” อคิณตัดสินใจในที่สุด “แต่ผมขอให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเข้มงวด และผมจะเลือกสมาชิกทีมของผมเอง”
“แน่นอน” ท่านนายพลประชารัชต์พยักหน้าอย่างโล่งใจ “ฉันจะให้การสนับสนุนนายอย่างเต็มที่ ข้อมูลทั้งหมดที่เรารวบรวมได้จะถูกส่งให้นายภายในชั่วโมงนี้”
การประชุมสิ้นสุดลง อคิณเดินออกมาจากห้องทำงานของท่านนายพลพร้อมกับเคนจิและลานนา บรรยากาศภายนอกห้องดูราวกับมีเมฆหมอกปกคลุม แสงแดดยามบ่ายที่เคยอ่อนโยนดูมืดมิดลงในสายตาของเขา
“นายยังโอเคไหม” ลานนาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เธอสังเกตเห็นความกังวลในดวงตาของอคิณ
“ก็คงต้องโอเค” อคิณตอบสั้นๆ “หน้าที่ของเรามันรอไม่ได้”
เคนจิเดินมาตบไหล่อคิณเบาๆ “พวกเราจะอยู่ข้างนายเสมอหัวหน้า”
อคิณพยักหน้า แต่ในใจเขากลับเต็มไปด้วยความสับสนและความหวาดระแวง จะอยู่ข้างเขาเสมอจริงหรือ? จะเชื่อใจใครได้อีก?
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา อคิณนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานชั่วคราวในห้องประชุมลับอีกห้องหนึ่ง คอมพิวเตอร์ตรงหน้าแสดงข้อมูลมากมายเกี่ยวกับกิ้งก่าและองค์กรเซอร์เบอรัส แผนที่กรุงเทพฯ สว่างวาบขึ้นมาบนจอ แสดงตำแหน่งของโกดังร้างแห่งหนึ่งที่สันนิษฐานว่าเป็นจุดนัดพบ
“เรามีเวลาเตรียมตัวไม่มาก” อคิณพูดกับลานนาและเคนจิที่นั่งอยู่ตรงข้าม “จากข้อมูลล่าสุด กิ้งก่าจะนัดพบกับตัวแทนของเซอร์เบอรัสที่โกดังร้างหมายเลข 7 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คืนพรุ่งนี้เวลา 02:00 น.”
“โกดังหมายเลข 7 เหรอครับ” เคนจิขมวดคิ้ว “ผมจำได้ว่าแถวนั้นเป็นเขตอุตสาหกรรมเก่า มีทางเข้าออกหลายทาง การรักษาความปลอดภัยน่าจะสูงมาก”
“ถูกต้อง” อคิณชี้ไปที่แผนที่ “เราจะแบ่งทีมเป็นสองชุด ชุดแรกคือทีมจู่โจม นำโดยฉันกับเคนจิ เราจะเข้าทางด้านหลังโกดังผ่านทางน้ำ อีกชุดคือทีมสนับสนุน นำโดยลานนา จะเข้าทางบก และเตรียมพร้อมสำหรับการซุ่มยิงและการแทรกซึมหากจำเป็น”
ลานนาพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ”
พวกเขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการวางแผนอย่างละเอียด ตรวจสอบทุกเส้นทาง ทุกมุมอับ ทุกจุดอ่อนและจุดแข็งของเป้าหมาย อคิณกลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง แม้ภายในใจจะยังคงร้าวราน แต่ภายนอกเขากลับแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพและความเด็ดขาดที่ทุกคนคุ้นเคย
วันรุ่งขึ้นผ่านไปอย่างเชื่องช้าสำหรับอคิณ เขาพยายามทำจิตใจให้สงบ เตรียมพร้อมสำหรับภารกิจแรกหลังจากการบาดเจ็บและถูกทรยศ เขาตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้นด้วยตัวเอง ตั้งแต่ปืนพกคู่ใจไปจนถึงมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในรองเท้า ความตึงเครียดค่อยๆ ก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ คล้ายกระแสไฟฟ้าที่ไหลวนอยู่ในทุกอณูของร่างกาย
เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ทีมพยัคฆ์เงาก็รวมตัวกัน พวกเขาสวมชุดปฏิบัติการสีดำสนิท ใบหน้าถูกพรางด้วยสีดำมืด มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ส่องประกายแห่งความมุ่งมั่น
“จำไว้” อคิณพูดเสียงหนักแน่นขณะมองหน้าลูกทีมทีละคน “ภารกิจของเราคือหยุดยั้งรัตตัส-อัลฟ่าให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ไม่มีข้อผิดพลาด”
ทุกคนพยักหน้าตอบรับด้วยความพร้อมเพรียง
ทีมจู่โจมของอคิณและเคนจิเคลื่อนที่ด้วยเรือยางขนาดเล็กไร้เสียงไปตามลำน้ำเจ้าพระยาในความมืดมิดของยามค่ำคืน เสียงน้ำที่กระทบกับท้องเรือเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของอคิณที่เต้นรัว เขาจับปืนไรเฟิลจู่โจมในมือแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ คอยระวังภัยที่อาจแฝงตัวอยู่ในความมืด
ไม่นานนัก เรือก็จอดเทียบท่าอย่างเงียบเชียบหลังโกดังร้างตามแผน พวกเขากระโดดขึ้นฝั่งอย่างแผ่วเบา เคลื่อนที่เข้าใกล้ตัวโกดังราวกับเงาที่กลืนหายไปกับรัตติกาล สัญญาณจากลานนาแจ้งว่าทีมสนับสนุนเข้าประจำที่เรียบร้อยแล้ว
“เข้าสู่ประตูระบายอากาศด้านบน” อคิณออกคำสั่งเสียงกระซิบผ่านวิทยุสื่อสาร
เคนจิใช้เครื่องมือพิเศษเปิดช่องระบายอากาศได้อย่างรวดเร็ว อคิณแทรกตัวเข้าไปก่อน ตามด้วยเคนจิ ภายในโกดังมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่ส่องลอดผ่านช่องว่างเข้ามาบางส่วน พวกเขาเคลื่อนที่อย่างระมัดระวัง ใช้กล้องอินฟราเรดสอดส่องไปรอบๆ
ภาพที่ปรากฏบนจออินฟราเรดทำให้หัวใจของอคิณแทบหยุดเต้น
ไม่ใช่แค่กิ้งก่าและตัวแทนของเซอร์เบอรัสเท่านั้น แต่มีชายฉกรรจ์ชุดดำติดอาวุธหนักจำนวนมากยืนคุมเชิงอยู่รอบๆ กลางโกดังมีโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ด้านบนมีภาชนะแก้วใสบรรจุของเหลวสีแดงเรื่อๆ วางอยู่หลายขวด ซึ่งอคิณจำได้ทันทีว่ามันคือ ‘รัตตัส-อัลฟ่า’ ที่ถูกดัดแปลงแล้ว! แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะกำลังพูดคุยกับกิ้งก่า ใบหน้าของเขาแม้จะอยู่ในเงามืด แต่สัญลักษณ์ที่ปรากฏบนเสื้อเกราะกันกระสุนของเขาเป็นรูปดาวห้าแฉกซ้อนทับกัน ที่สำคัญ... เป็นสัญลักษณ์เดียวกันกับที่เขาพบในสถานที่เกิดเหตุที่เขาถูกแทง!
อคิณกำปืนแน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน ชายคนนั้นคือหนึ่งในผู้ทรยศ และเขากำลังยืนอยู่ตรงนั้น... ต่อหน้าต่อตาอคิณ! ก่อนที่อคิณจะทันได้สั่งการใดๆ จู่ๆ แสงไฟในโกดังก็สว่างจ้าขึ้นมาทันที ราวกับจงใจเปิดเผยตัวตนของทุกคน!
ชายในชุดเกราะที่สวมสัญลักษณ์ดาวห้าแฉกเงยหน้าขึ้นมองตรงมายังที่ซ่อนของอคิณพร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือก ราวกับรู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเขาอยู่ตรงนั้น!
“ยินดีต้อนรับสู่กับดัก พยัคฆ์เงา” ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย น้ำเสียงที่อคิณเคยเชื่อใจมากที่สุดในชีวิต… น้ำเสียงของ ‘ภาคภูมิ’!
และเมื่อนั้น อคิณก็รู้ว่านี่ไม่ใช่แค่การตามล่าอาวุธชีวภาพ แต่เป็นเกมแห่งการหักหลังที่ภาคภูมิ อดีตมือขวาผู้ภักดีของเขา วางแผนเอาไว้ทั้งหมด!

พยัคฆ์เงา: รหัสมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก