โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,414 คำ
สองสัปดาห์ที่ผ่านพ้นไปนั้นหาได้นำพาความสงบสุขที่แท้จริงมาสู่อคิณไม่ แม้ร่างกายของเขาจะได้รับการเยียวยาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจนบาดแผลบริเวณสีข้างสมานตัวและทุเลาลงไปมากแล้ว จนกระทั่งแพทย์อนุญาตให้เขาเริ่มการทำกายภาพบำบัดเบาๆ ได้ แต่บาดแผลภายในจิตใจที่เกิดจากการถูกหักหลังกลับยังคงกรีดแทงอย่างไม่ลดละ ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินไปบนลู่วิ่งไฟฟ้าในห้องกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลลับแห่งนั้น ดูราวกับว่าเขาต้องแบกรับภูเขาแห่งความผิดหวังและทรยศหักหลังเอาไว้บนบ่า บ่าที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคง บัดนี้กลับรู้สึกราวกำลังจะพังทลายลงมาใต้แรงกดดันที่มองไม่เห็น
เหงื่อกาฬไหลซึมไปทั่วแผ่นหลัง เขาเพ่งมองตัวเลขบนหน้าจอแสดงผลของเครื่องลู่วิ่งที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น ความเร็วที่ตั้งไว้ยังคงต่ำ แต่หัวใจของเขากลับเต้นระรัวราวกับกำลังวิ่งสุดฝีเท้าไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าทางกาย แต่เป็นความตึงเครียดที่กัดกินจากภายใน ภาพใบหน้าของผู้ที่เขาเคยไว้วางใจที่สุดฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิด ใบหน้าที่เคยปรากฏรอยยิ้มอย่างจริงใจ บัดนี้กลับบิดเบี้ยวกลายเป็นหน้ากากแห่งการหลอกลวง ความรู้สึกขมขื่นแผ่ซ่านไปทั่วช่องอก ดุจดั่งยาพิษที่ค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสเลือด เขาเคยคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูทุกรูปแบบ แต่กลับอ่อนแอจนมองไม่เห็นคมมีดที่แทงจากข้างหลัง มิหนำซ้ำยังเป็นมีดที่มาจากมือที่เขาเคยปกป้อง
“อย่าเพิ่งหักโหมนักสิอคิณ แผลยังไม่หายสนิทดี” เสียงทุ้มนุ่มนวลดังขึ้นจากด้านหลัง เขาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร
รยา ก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างลู่วิ่ง ใบหน้าของเธอยังคงเปื้อนรอยยิ้มบางๆ แต่แววตาฉายชัดถึงความกังวล เธอหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กส่งให้เขาอย่างรู้ใจ อคิณรับมาเช็ดเหงื่อโดยไม่พูดอะไร เขาหันเครื่องลู่วิ่งให้ช้าลงจนหยุดสนิท พยุงตัวลงจากเครื่องแล้วทรุดนั่งลงบนม้านั่งยาวที่อยู่ข้างๆ
“ฉันไม่ได้หักโหม แค่พยายามจะทำให้ตัวเองรู้สึกเหมือนเดิม” อคิณตอบเสียงเรียบ แววตาว่างเปล่า จ้องมองไปยังกำแพงสีขาวเบื้องหน้า “แต่ดูเหมือนยิ่งพยายามเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่มีวันเป็นเหมือนเดิม”
รยาถอนหายใจ เธอทรุดตัวลงนั่งข้างๆ อคิณ ไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนที่ฟังดูซ้ำซาก แต่เลือกที่จะส่งสายตาเห็นใจไปให้แทน “ฉันเข้าใจนายนะอคิณ แต่มันไม่ใช่ความผิดนายหรอก”
“ไม่ผิดงั้นหรือรยา?” อคิณหันมาสบตาเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ฉันคือหัวหน้าหน่วย ฉันคือคนที่ต้องรับผิดชอบชีวิตลูกน้องทุกคน ฉันคือคนที่เคยให้คำมั่นว่าจะปกป้องพวกเขาจากทุกสิ่ง แต่กลับปล่อยให้คนที่เราเชื่อใจที่สุดเข้ามาทำลายทุกอย่างจากภายใน”
“บางครั้งการหักหลังก็เกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่อาจคาดเดาได้เลย ไม่ว่าเราจะระมัดระวังแค่ไหนก็ตาม” รยาพูดอย่างอ่อนโยน เธอวางมือลงบนต้นแขนของอคิณอย่างแผ่วเบา “สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือเราต้องเดินหน้าต่อ ‘รหัสมรณะ’ ยังคงเป็นภัยคุกคาม และเราจำเป็นต้องมีนาย”
ชื่อของอาวุธชีวภาพร้ายแรงทำให้แววตาของอคิณเปลี่ยนไปจากความว่างเปล่าเป็นความมุ่งมั่น เขาเงยหน้าขึ้นมองรยา ราวกับเพิ่งตระหนักถึงภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้น “มีอะไรคืบหน้าบ้างรยา?”
รยาปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นทันที “ใช่ มีเรื่องด่วนมากที่นายต้องรู้ ผู้บัญชาการสินธูรออยู่ที่ห้องบัญชาการหลัก ท่านต้องการให้นายเข้าร่วมประชุมทันที”
“เกิดอะไรขึ้น?” อคิณลุกขึ้นยืน พยุงตัวจับราวเหล็กเพื่อทรงตัว ร่างกายเขายังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จิตใจของเขาเริ่มกลับมาโฟกัสที่ภารกิจอีกครั้ง
“เราได้ข้อมูลจากสายข่าวของเราในเครือข่ายใต้ดินว่า ‘องค์กรแห่งความมืด’ ได้ทำการทดสอบบางอย่างกับ ‘รหัสมรณะ’ แล้ว” รยาตอบเสียงเคร่งเครียด “ไม่ใช่การทดสอบขนาดใหญ่ แต่เป็น ‘การทดสอบแบบจำลองสถานการณ์’ ในพื้นที่ห่างไกลที่ปกปิดอย่างมิดชิด ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นชี้ว่ามันประสบความสำเร็จเกินคาด และที่น่ากังวลที่สุดคือ...พวกเขาดูเหมือนจะรู้ว่าเรากำลังจับตาดูอยู่”
คำว่า “รู้ว่าเรากำลังจับตาดูอยู่” เหมือนมีดอีกเล่มมาแทงซ้ำ การหักหลังยังคงส่งผลกระทบต่อทุกการเคลื่อนไหวของหน่วยพยัคฆ์เงา อคิณกัดฟันกรอด ความรู้สึกผิดผสมปนเปกับความโกรธแค้น เขาเร่งก้าวเดินตามรยาไปตามทางเดินลับของโรงพยาบาล มุ่งหน้าสู่ห้องบัญชาการหลัก
ห้องบัญชาการหลักของหน่วยพยัคฆ์เงาตั้งอยู่ในระดับใต้ดินที่ลึกที่สุดของโรงพยาบาลลับแห่งนี้ มันเป็นศูนย์กลางประสาทของการปฏิบัติงานทั้งหมด เมื่อประตูเหล็กหนาหนักเปิดออก อคิณก้าวเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยแสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ฉายข้อมูลและแผนที่ต่างๆ ผู้บัญชาการสินธู ยืนอยู่หน้าจอภาพโฮโลแกรมสามมิติที่แสดงถึงโครงสร้างโมเลกุลที่ซับซ้อนอย่างน่าสะพรึงกลัว นั่นคือ ‘รหัสมรณะ’
“อคิณ มาถึงแล้วหรือ” ผู้บัญชาการสินธูหันมา ใบหน้าของท่านเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ปกปิดไม่มิด แม้จะพยายามรักษาสีหน้าให้ดูสงบ “อาการเป็นอย่างไรบ้าง?”
“พร้อมสำหรับภารกิจครับท่าน” อคิณตอบเสียงหนักแน่น เขายืนตัวตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะรู้สึกเจ็บแปลบที่สีข้าง แต่ก็ไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา
“ดี” ผู้บัญชาการสินธูพยักหน้าเล็กน้อย “ฉันรู้ว่านายยังไม่พร้อมเต็มร้อยทั้งกายและใจ แต่อสถานการณ์ตอนนี้มันไม่อนุญาตให้เรามีทางเลือกมากนัก” ท่านหันกลับไปที่หน้าจอโฮโลแกรม “ตามที่รยาแจ้งไป ‘องค์กรแห่งความมืด’ ได้ทำการทดสอบแบบจำลองสถานการณ์เมื่อสามวันก่อน โดยใช้ตัวอย่างเชื้อที่เล็ดลอดออกไปจากการโจมตีศูนย์วิจัยในตอนแรก”
เตชินท์ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคและข้อมูลของหน่วยพยัคฆ์เงา ชายหนุ่มร่างผอมแว่นหนา กำลังพิมพ์ข้อมูลบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ภาพบนจอโฮโลแกรมเปลี่ยนไป แสดงถึงแผนที่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีจุดสีแดงขนาดเล็กปรากฏขึ้นในพื้นที่ห่างไกลทางตอนเหนือของประเทศพม่า ติดกับชายแดนไทย
“จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่ได้มาพร้อมกับการวิเคราะห์ข้อมูลจากสายลับของเรา เตชินท์พบหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการระบาดของโรคที่ผิดปกติในหมู่สัตว์ป่าในรัศมีประมาณ 5 ตารางกิโลเมตรจากจุดทดสอบนั้น” ผู้บัญชาการสินธูอธิบาย “สัตว์ที่ได้รับเชื้อแสดงอาการของไข้สูง หายใจลำบาก และเกิดภาวะเลือดออกภายในอย่างรุนแรงก่อนที่จะเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง ตัวอย่างเนื้อเยื่อจากซากสัตว์ที่ทีมสอดแนมของเราเก็บมาได้ยืนยันว่าตรงกับโครงสร้างทางชีวภาพของ ‘รหัสมรณะ’ ทุกประการ”
อคิณมองภาพบนจอด้วยความรู้สึกเย็นวาบ นี่เป็นเพียงการทดสอบกับสัตว์ป่า แต่ผลลัพธ์กลับน่าสะพรึงกลัวเพียงนี้ หากเชื้อร้ายนี้ถูกปล่อยออกมาในเขตชุมชน...
“สิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคือ” เตชินท์พูดเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เราพบร่องรอยของการพยายาม ‘ปิดบัง’ และ ‘บิดเบือน’ ข้อมูลอย่างเป็นระบบในพื้นที่นั้น การสื่อสารทั้งหมดถูกดักฟังและปรับเปลี่ยน ไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลออกไปสู่โลกภายนอก ราวกับว่าพวกเขากำลังซ้อมรับมือกับการสอบสวนระหว่างประเทศ”
“และที่สำคัญที่สุด” ผู้บัญชาการสินธูเน้นเสียง “เราได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวลับสุดยอดว่า ‘องค์กรแห่งความมืด’ กำลังเตรียมการสำหรับ ‘การส่งมอบครั้งใหญ่’ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
“ส่งมอบอะไรครับท่าน?” ภูผา ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธและยุทธวิธี ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาของเขาฉายแววเป็นกังวล
“ตัวอย่างเชื้อ ‘รหัสมรณะ’ ที่สมบูรณ์แบบพร้อมสำหรับการใช้งานจริง” ผู้บัญชาการสินธูตอบ “จุดนัดพบคือเมืองท่าโบราณแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม ห่างจากชายแดนกัมพูชาประมาณ 200 กิโลเมตร เราเชื่อว่าพวกเขาจะนำมันขึ้นเรือขนส่งสินค้าเพื่อส่งต่อไปยังผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของพวกเขา ซึ่งเรายังไม่ทราบตัวตนที่แท้จริง”
“ถ้ามันถึงมือผู้ซื้อจริงๆ เราจะไม่มีทางหยุดยั้งมันได้อีกเลย” อคิณพูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด เขารู้ดีถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา “เราต้องหยุดยั้งการส่งมอบนี้ให้ได้”
“นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องการนาย อคิณ” ผู้บัญชาการสินธูหันมาสบตาอคิณ “หน่วยพยัคฆ์เงาจะต้องเป็นหน่วยแรกที่เข้าแทรกแซงภารกิจนี้ และนายคือผู้นำเพียงคนเดียวที่พวกเขาวางใจและพร้อมจะติดตาม”
อคิณหรี่ตาลง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องบัญชาการ มองไปยังใบหน้าของลูกทีมทุกคน รยา, เตชินท์, ภูผา ทุกคนต่างส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความเชื่อมั่นมาให้เขา ไม่ว่าเขาจะเจ็บปวดจากการถูกหักหลังมากเพียงใด ความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้และต่อชีวิตของคนบริสุทธิ์นับล้านก็ยังคงหนักอึ้งอยู่บนบ่าของเขา
“แผนคืออะไรครับท่าน?” อคิณถาม น้ำเสียงของเขากลับมาหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยอำนาจอีกครั้ง แววตาที่เคยว่างเปล่าบัดนี้เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่น
ผู้บัญชาการสินธูหันกลับไปที่หน้าจอโฮโลแกรม ซึ่งบัดนี้แสดงแผนที่ของเมืองท่าในเวียดนาม “เราได้ระบุตัวตนของบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบครั้งนี้ เขาคือ ‘วิคเตอร์ คอร์ซูโนฟ’ อดีตนักวิทยาศาสตร์ด้านอาวุธชีวภาพของรัสเซียที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เราเชื่อว่าเขาคือผู้พัฒนาและผู้ควบคุม ‘รหัสมรณะ’ ตัวจริง”
“เราจะแทรกซึมเข้าไปในเมืองท่า” อคิณพูดสรุป “ค้นหาคอร์ซูโนฟ และหยุดยั้งการส่งมอบ”
“ถูกต้อง” ผู้บัญชาการสินธูพยักหน้า “แต่ภารกิจนี้มีความซับซ้อนกว่าที่คิด เพราะการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดของเราชี้ว่า การที่ ‘องค์กรแห่งความมืด’ เลือกเมืองท่าแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
ภาพบนจอโฮโลแกรมซูมเข้าไปในรายละเอียดของเมืองท่า แสดงให้เห็นถึงเส้นทางเข้าออกที่ซับซ้อน อาคารโกดังเก่าแก่ที่ปกปิดอย่างมิดชิด และเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่จอดเทียบท่าอยู่
“เมืองท่าแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการลับแห่งหนึ่งของ ‘องค์กรแห่งความมืด’ มานานหลายปี” ผู้บัญชาการสินธูอธิบาย “และสิ่งที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีกคือ...สายข่าวของเราเพิ่งส่งข้อมูลลับสุดยอดมาถึงเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา”
เตชินท์รีบกดแป้นพิมพ์ ภาพบนจอเปลี่ยนเป็นไฟล์วิดีโอคุณภาพต่ำที่ถ่ายจากมุมสูง เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธครบมือกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณท่าเรือ พวกเขาสวมชุดดำ ปิดบังใบหน้า และดูเหมือนกำลังจัดเตรียมกำลังพลจำนวนมากอย่างเป็นระบบ
“พวกเขาเพิ่งได้รับ ‘กำลังเสริม’ ที่ไม่คาดคิด” ผู้บัญชาการสินธูพูดเสียงเข้ม “และจากวิเคราะห์ใบหน้าของผู้นำกลุ่มที่เพิ่งเข้ามาใหม่...เราพบว่าเขาคือ ‘พยัคฆ์ดำ’ อดีตสมาชิกคนสำคัญของหน่วยพยัคฆ์เงาของเราเอง”
อคิณตัวชาวาบ ราวกับถูกกระแสน้ำแข็งสาดเข้าใส่ ใบหน้าของชายในวิดีโอที่เตชินท์ซูมให้ชัดขึ้น ทำให้หัวใจของเขาบีบรัดอย่างแรง ภาพนั้นคือใบหน้าของ ‘ทินกร’ อดีตมือขวาของเขา อดีตเพื่อนร่วมรบ อดีตคนที่เขาเชื่อใจที่สุด...คนที่หักหลังเขา และบัดนี้เขากลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในฐานะผู้นำกองกำลังของศัตรู
“ทินกรเป็นคนวางแผนการป้องกันทั้งหมด” ผู้บัญชาการสินธูกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เขารู้ทุกจุดอ่อน จุดแข็ง และยุทธวิธีของหน่วยพยัคฆ์เงาดีที่สุด เขารู้จักพวกนายทุกคน และนั่นหมายความว่า การโจมตีครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การหยุดยั้ง ‘รหัสมรณะ’ แต่มันจะเป็นการเผชิญหน้ากับ ‘เงาของพวกนายเอง’ ที่รอคอยอยู่”
อคิณกำหมัดแน่น จนเล็บจิกเข้าเนื้อ เขามองไปยังภาพใบหน้าของทินกรบนจอ ซึ่งบัดนี้กำลังยิ้มเยาะอย่างชั่วร้ายราวกับรู้ว่าอคิณกำลังมองอยู่ ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังผสมปนเปกับความโกรธแค้นจนแทบจะระเบิดออกมา
“และนั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด” เตชินท์พูดเสริมด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “ข้อมูลล่าสุดที่เพิ่งถอดรหัสได้จากเครือข่ายของ ‘องค์กรแห่งความมืด’ ชี้ว่า...การส่งมอบ ‘รหัสมรณะ’ ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของพวกเขา”
ทุกคนในห้องหันไปมองเตชินท์อย่างพร้อมเพรียง อคิณรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
“แล้วเป้าหมายสุดท้ายคืออะไร?” อคิณถามเสียงเครียด
เตชินท์เลื่อนนิ้วบนหน้าจอ ทันใดนั้น ภาพแผนที่โลกขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนจอโฮโลแกรม โดยมีวงกลมสีแดงสว่างวาบขึ้นมาในหลายจุด ทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะในเมืองหลวงสำคัญและศูนย์กลางประชากรหนาแน่น
“พวกเขาไม่ได้วางแผนจะส่งมอบ ‘รหัสมรณะ’ เพียงแค่ที่เดียว” เตชินท์ตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “แผนการที่แท้จริงคือ...การแพร่กระจายมันไปพร้อมกันทั่วโลกในอีก 48 ชั่วโมงข้างหน้า!”

พยัคฆ์เงา: รหัสมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก