พยัคฆ์เงา: รหัสมรณะ

ตอนที่ 17 — ก้าวเดินบนบาดแผล

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,234 คำ

สองสัปดาห์ที่ผ่านพ้นไปนั้นหาได้นำพาความสงบสุขที่แท้จริงมาสู่อคิณไม่ แม้ร่างกายของเขาจะได้รับการเยียวยาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจนบาดแผลบริเวณสีข้างสมานตัวและทุเลาลงไปมากแล้ว จนกระทั่งแพทย์อนุญาตให้เขาเริ่มการทำกายภาพบำบัดเบาๆ ได้ แต่บาดแผลภายในจิตใจที่เกิดจากการถูกหักหลังกลับยังคงกรีดแทงอย่างไม่ลดละ ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินไปบนลู่วิ่งไฟฟ้าในห้องกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลลับแห่งนั้น ดูราวกับว่าเขาต้องแบกรับภูเขาแห่งความผิดหวังและทรยศหักหลังเอาไว้บนบ่า บ่าที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคง ‌บัดนี้กลับรู้สึกราวกำลังจะพังทลายลงจากภาระที่มองไม่เห็น

เหงื่อหยาดเกาะพราวบนหน้าผากของอคิณ แม้ความเร็วของลู่วิ่งไฟฟ้าจะถูกตั้งไว้เพียงระดับเบา แต่ทุกย่างก้าวกลับหนักอึ้งราวกับเขากำลังต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกและแรงกดดันจากภายในจิตใจ แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าสะท้อนกับพื้นผิวโลหะของเครื่องออกกำลังกาย ก่อให้เกิดภาพสะท้อนพร่ามัวของชายผู้เคยเป็นดั่งพยัคฆ์เหยียบเมฆา บัดนี้กลับเป็นเพียงชายผู้แบกรับความเจ็บปวดไว้เต็มสองบ่า

เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอบนลู่วิ่งกลายเป็นจังหวะเดียวกับเสียงเต้นของหัวใจที่ยังคงเจ็บปวด ภาพใบหน้าของบุคคลที่เคยไว้วางใจปรากฏขึ้นในมโนสำนึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกรอยยิ้ม ​ทุกคำมั่นสัญญา ถูกบิดเบือนเป็นคมมีดที่กรีดลึกเข้ามาในความรู้สึก เขาหลับตาลงชั่วขณะ พยายามปัดเป่าภาพเหล่านั้น แต่พวกมันกลับยิ่งชัดเจนขึ้น ราวกับตอกย้ำถึงความเปราะบางของความเชื่อใจที่ถูกทำลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี

“อคิณ... พักก่อนไหมครับ” เสียงนุ่มนวลของนายแพทย์ธนิน ‍เอ่ยขึ้นเบาๆ มือเรียวของผู้เป็นแพทย์หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างลู่วิ่ง ยื่นส่งให้ อคิณลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น บัดนี้กลับฉาบทาไปด้วยความอ่อนล้าและมืดมน

“ผมยังไหวครับหมอ” อคิณตอบเสียงห้าว แต่ลมหายใจกลับหอบเล็กน้อย ‌เขากดปุ่มลดความเร็วของลู่วิ่งลงจนหยุดสนิท รับผ้าขนหนูมาซับเหงื่อบนใบหน้า แล้วเดินลงจากเครื่อง ก้าวขาที่ยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อยนักลงบนพื้นห้องเย็นเฉียบ

นายแพทย์ธนินมองอคิณด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ หมอหนุ่มวัยสามสิบปลายๆ ผู้นี้เคยเป็นแพทย์ประจำหน่วยพยัคฆ์เงามาก่อน จึงเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของหน่วยนี้ดีพอๆ กับความเจ็บปวดที่อคิณกำลังเผชิญ ‍“ร่างกายคุณฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้มากเลยนะครับ แต่ผมเป็นห่วงสภาพจิตใจของคุณมากกว่า”

อคิณไม่ตอบ เพียงทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ที่เผยให้เห็นวิวสวนหย่อมเล็กๆ ภายในพื้นที่โรงพยาบาลลับแห่งนี้ ต้นไม้สีเขียวขจีดูสงบงำ ผิดกับพายุในใจของเขา “การหักหลัง... ​มันยากที่จะทำใจยอมรับจริงๆ ครับหมอ”

“ผมเข้าใจครับ” นายแพทย์ธนินเดินไปหยิบแก้วน้ำมาส่งให้ อคิณรับมาดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว “แต่คุณต้องจำไว้ว่า คุณไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีพวกเราที่เชื่อมั่นในตัวคุณเสมอ”

“ความเชื่อใจนั่นแหละครับ ที่ทำให้ผมต้องมาอยู่ในสภาพนี้” ​อคิณเปรยเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง ความขมขื่นแล่นขึ้นมาในลำคอ เขาสัมผัสได้ถึงแผลเป็นจางๆ บริเวณสีข้างที่หมอธนินเพิ่งเอ่ยถึง แม้ร่างกายจะสมานตัว แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยรอยแผลที่ไม่มีวันจาง

“คุณอคิณครับ” เสียงของหมอธนินจริงจังขึ้น ​“เรื่องภารกิจ... ทางผู้บัญชาการอยากให้คุณรับทราบความคืบหน้า”

คำว่า ‘ภารกิจ’ ทำให้ร่างของอคิณชะงักงัน แววตาที่เคยหม่นหมองกลับมาวาวโรจน์ขึ้นอีกครั้ง “เกิดอะไรขึ้น”

“กลุ่ม ‘วายุทมิฬ’ เริ่มเคลื่อนไหวถี่ขึ้นครับ” นายแพทย์ธนินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เมื่อคืนนี้ มีรายงานการโจมตีคลังเก็บอาวุธเคมีลับในทวีปแอฟริกา สารพิษหลายชนิดถูกขโมยไป แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือ... พวกเขาใช้วิธีการที่คล้ายคลึงกับการโจมตีห้องแล็บในตอนแรกที่รหัสมรณะถูกขโมยไป”

อคิณกำหมัดแน่น ข้อมูลใหม่นี้จุดไฟแห่งความโกรธแค้นและความมุ่งมั่นในตัวเขาอีกครั้ง “พวกมันต้องการสร้างอาวุธชีวภาพผสมผสานรึไง”

“นั่นคือสิ่งที่เรากลัวที่สุดครับคุณอคิณ” นายแพทย์ธนินพยักหน้า “ถ้าพวกมันสามารถรวม ‘รหัสมรณะ’ เข้ากับสารเคมีพิษอื่นๆ ได้สำเร็จ อำนาจทำลายล้างจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ และอาจกลายเป็นการระบาดที่ควบคุมไม่ได้”

“ทีมอื่นว่าไงบ้าง” อคิณถามถึงพยัคฆ์เงาคนอื่นๆ ที่ถูกเรียกกลับมารวมตัวกัน

“รายากำลังแกะรอยข้อมูลการซื้อขายสารเคมีผิดกฎหมายในตลาดมืดครับ ส่วนภาคี... เขากำลังติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านชีวเคมีที่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้าย” นายแพทย์ธนินรายงาน “แต่สิ่งที่เราขาดไปตอนนี้คือผู้นำ... ผู้นำที่เด็ดขาดและรู้จักศัตรูดีที่สุดอย่างคุณ”

คำพูดของหมอธนินเป็นเหมือนแรงกระตุ้น อคิณหลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้เพื่อปัดเป่าภาพอดีต แต่เพื่อรวบรวมสมาธิ เขาสัมผัสได้ถึงแรงกระตุ้นจากภายในที่เรียกร้องให้เขากลับไปสู่สนามรบอีกครั้ง แม้บาดแผลภายในใจจะยังคงเรื้อรัง แต่หน้าที่และความรับผิดชอบต่อโลกกลับสำคัญยิ่งกว่าความเจ็บปวดส่วนตัว

“ผมพร้อมแล้วหมอ” อคิณเอ่ยเสียงหนักแน่น แววตาคมกริบกลับมาเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นอีกครั้ง “เตรียมเอกสารการกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ให้ผมด้วย”

นายแพทย์ธนินยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เขารู้ดีว่าอคิณคือความหวังเดียวของภารกิจนี้ “ยินดีครับคุณอคิณ ผมจะแจ้งผู้พันเมฆาให้ทราบทันที”

ไม่นานหลังจากนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ผู้พันเมฆาปรากฏตัวพร้อมกับใบหน้าที่เคร่งขรึมและแฟ้มเอกสารหนาปึก นายทหารร่างใหญ่ในเครื่องแบบเต็มยศเดินเข้ามาในห้องกายภาพบำบัดด้วยท่าทีเร่งรีบ ทันทีที่เห็นอคิณ เขาก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“อคิณ... ดีใจที่เห็นนายดีขึ้น” ผู้พันเมฆาเอ่ยทักทาย น้ำเสียงแสดงความโล่งใจเล็กน้อย “ทางเราเพิ่งได้รับข้อมูลด่วนที่สุดมา และฉันคิดว่านายควรจะเป็นคนแรกที่ได้รู้”

ผู้พันเมฆายื่นแท็บเล็ตขนาดเล็กให้อคิณ หน้าจอแสดงภาพกราฟิกแผนที่โลกที่มีจุดสีแดงกะพริบอยู่หลายแห่ง “กลุ่มวายุทมิฬไม่ได้เคลื่อนไหวแค่ในแอฟริกาอีกแล้ว พวกมันกระจายกำลังไปยังหลายทวีปในเวลาเดียวกัน การโจมตีคลังเก็บสารเคมีเป็นเพียงการเบี่ยงเบนความสนใจ”

อคิณรับแท็บเล็ตมาดู ภาพแผนที่โลกที่เต็มไปด้วยจุดสีแดงทำให้เขารู้สึกหนาวสะท้านถึงสันหลัง “แล้วเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร”

“เราไม่แน่ใจ” ผู้พันเมฆาถอนหายใจ “แต่ข้อมูลที่รายาเพิ่งถอดรหัสได้จากเครือข่ายใต้ดินชี้ให้เห็นว่า กลุ่มวายุทมิฬกำลังพยายามสร้าง ‘ศูนย์กลางการวิจัย’ แห่งใหม่ ซึ่งอาจเป็นที่ที่พวกมันจะนำ ‘รหัสมรณะ’ กับสารเคมีที่ขโมยมาไปรวมกัน”

“ศูนย์กลางการวิจัย?” อคิณขมวดคิ้ว “ที่ไหน”

“เราไม่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัด แต่รายาพบร่องรอยการติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการเข้ารหัสซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยเจอมา เป็นรหัสที่มาจากแหล่งที่ไม่รู้จัก และ... มันใช้โปรโตคอลการเข้ารหัสที่ถูกพัฒนาโดยหน่วยของเราเอง” ผู้พันเมฆาเว้นจังหวะ “โปรโตคอลที่เราเคยใช้ในการสื่อสารระหว่างสมาชิกหลักของพยัคฆ์เงาเท่านั้น”

คำพูดของผู้พันเมฆาทำให้หัวใจของอคิณกระตุกอย่างรุนแรง เขานิ่งไปชั่วขณะ จ้องมองแท็บเล็ตในมือราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน โปรโตคอลการเข้ารหัสลับที่หน่วยพยัคฆ์เงาเท่านั้นที่รู้ มันเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่ว่า...

“มันเป็นไปไม่ได้” อคิณเอ่ยเสียงพร่า “นอกจาก...”

“นอกจากจะมีคนวงใน ที่เป็นสมาชิกพยัคฆ์เงาของเราเอง” ผู้พันเมฆากล่าวต่อประโยคของอคิณด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก “หรืออย่างน้อยก็เป็นคนที่เข้าถึงข้อมูลลับสุดยอดของเรา”

อคิณเงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ต ดวงตาคู่คมจ้องมองผู้พันเมฆานิ่ง ความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังกลับมาแล่นพล่านในกายอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ แต่เป็นความตกตะลึงที่พบว่าศัตรูอาจไม่ใช่แค่คนนอก แต่เป็นคนที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเขา

“ใคร?” อคิณถามเสียงต่ำจนแทบจะเป็นกระซิบ แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและอันตรายแฝงอยู่ “ใครเป็นคนทรยศเรา”

ผู้พันเมฆาส่ายหน้าช้าๆ “เรายังไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่รายากำลังพยายามถอดรหัสต้นทางของสัญญาณนั้นอยู่ เธอคิดว่าถ้าเธอสามารถเจาะระบบการสื่อสารนั้นได้สำเร็จ เราอาจจะได้รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังทั้งหมด”

ขณะที่ผู้พันเมฆากำลังพูด จู่ๆ แท็บเล็ตในมือของอคิณก็สั่นสะเทือน หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน มีข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินปรากฏขึ้นพร้อมกับไอคอนรูปกะโหลกไขว้ขนาดใหญ่ ข้อความระบุว่า:

"การเข้ารหัสถูกเจาะ! สถานที่ของ 'รหัสมรณะ' ถูกเปิดเผย! เป้าหมายต่อไป: กรุงเทพมหานคร!"

อคิณเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระส่ำ ภาพของกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศ บ้านเกิดของเขา ผุดขึ้นมาในหัวพร้อมกับความรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“กรุงเทพฯ งั้นหรือ!” อคิณคำราม มือบีบแท็บเล็ตแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน แผนการของกลุ่มวายุทมิฬชัดเจนยิ่งกว่าที่เคย พวกมันไม่ได้แค่ต้องการสร้างอาวุธ แต่ต้องการใช้มันในที่ๆ จะสร้างความเสียหายและหวาดกลัวได้มากที่สุด

“ไม่จริงน่า!” ผู้พันเมฆาอุทาน สีหน้าซีดเผือด “รายา! เกิดอะไรขึ้น! รายา!”

ผู้พันเมฆารีบหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร เสียงของรายาก็แทรกเข้ามาในช่องสัญญาณ เสียงของเธอขาดๆ หายๆ เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเจือด้วยเสียงปืนที่ดังรัวอยู่เบื้องหลัง

“ท่านผู้พัน! พวกมันรู้ตัว! พวกมันโจมตีฐานข้อมูลลับที่เราใช้ถอดรหัส! มีคน... มีคนอยู่ในระบบ! มันคือ...”

เสียงของรายาขาดหายไปในทันที เหลือเพียงเสียงคลื่นสัญญาณรบกวนที่ดังซ่า และเสียงปืนที่ดังไกลออกไป อคิณและผู้พันเมฆามองหน้ากันด้วยความตกใจอย่างที่สุด

“รายา! ตอบด้วย! รายา!” ผู้พันเมฆาตะโกนเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ

อคิณกำหมัดแน่นยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่รหัสมรณะที่ใกล้จะถูกนำมาใช้ แต่สมาชิกในทีมของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย และที่สำคัญที่สุด... ใครบางคนจากภายในกำลังทรยศพวกเขา และดูเหมือนคนทรยศผู้นั้นกำลังจะถูกเปิดเผยตัวตนแล้ว

“หมอธนิน!” อคิณหันไปหานายแพทย์ธนินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “เตรียมเครื่องมือให้พร้อม ผมต้องกลับไปรบเดี๋ยวนี้!”

แต่ก่อนที่นายแพทย์ธนินจะได้ตอบอะไร จู่ๆ ประตูห้องกายภาพบำบัดก็เปิดผางออก เสียงเปิดประตูดังสนั่น กลิ่นดินปืนบางเบาลอยเข้ามา พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในห้อง แสงไฟสลัวจากภายนอกสาดส่องกระทบใบหน้าของเขาเล็กน้อยเผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ดวงตาของอคิณเบิกกว้างด้วยความตกใจและไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น

ชายผู้นั้นไม่ใช่ศัตรูที่ไม่รู้จัก แต่เป็น...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์เงา: รหัสมรณะ

พยัคฆ์เงา: รหัสมรณะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!