ณ ใจกลางของฐานปฏิบัติการลับใต้ดิน ที่ถูกเรียกว่า ‘รังพยัคฆ์’ แม้จะถูกตั้งชื่อด้วยความภาคภูมิใจในอดีต แต่บัดนี้มันกลับเป็นเพียงห้องบัญชาการชั่วคราวที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทันสมัย ที่เชื่อมต่อกันอย่างซับซ้อน เพื่อให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของศัตรูได้ทั่วโลก
อคิณยืนอยู่หน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ ที่ฉายแผนผังฐานปฏิบัติการลับขององค์กรฟีนิกซ์ที่เรย์เพิ่งดึงข้อมูลมาได้ รายละเอียดทุกซอกทุกมุมของฐานทัพใต้ดินถูกเปิดเผย ทำให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และซับซ้อนของมัน
“โครงสร้างแบบนี้… มันไม่ใช่แค่ฐานทัพลับธรรมดา” อคิณพึมพำ “มันคือศูนย์วิจัยขนาดใหญ่ที่ถูกดัดแปลง”
“ถูกต้องครับพี่อคิณ” เรย์เสริมขณะเลื่อนนิ้วไปบนหน้าจอแท็บเล็ตอย่างรวดเร็ว “ข้อมูลที่ผมกู้คืนมาได้บ่งชี้ว่า ก่อนที่บริษัทไบโอเจนิกซ์จะล้มละลาย พวกเขาได้แอบสร้างห้องทดลองใต้ดินแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อทำการวิจัยลับสุดยอดบางอย่าง”
“อะไรคือการวิจัยลับสุดยอดนั้น?” นาเดียถาม ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่หน้าจออย่างไม่วางตา
“ข้อมูลส่วนนั้นถูกเข้ารหัสอย่างแน่นหนา” เรย์ตอบ “แต่จากชื่อไฟล์และโครงสร้างของห้องทดลอง ผมเดาว่ามันเกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาวุธชีวภาพที่ร้ายแรงกว่าไวรัสซีโนไทป์-7 มากนัก และมีความเป็นไปได้สูงว่า ‘รหัสมรณะ’ ที่ถูกขโมยไปจะถูกเก็บและพัฒนาต่อยอดที่นี่”
อคิณเดินเข้าไปใกล้หน้าจอโฮโลแกรมมากขึ้น สายตาของเขาจับจ้องไปที่จุดกึ่งกลางของแผนผัง ซึ่งเป็นห้องทดลองที่มีการป้องกันแน่นหนาที่สุด และมีชื่อรหัสว่า ‘โครโนส’
“โครโนส… เทพแห่งกาลเวลา” อคิณพึมพำ ชื่อนี้ไม่ได้เลือกมาโดยบังเอิญแน่นอน
“และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ” เรย์พูดต่อ “ผมเจอข้อมูลการติดต่อสื่อสารเก่าๆ ที่ระบุถึงบุคคลสำคัญคนหนึ่ง ชื่อรหัสคือ ‘ออร์ฟิอุส’ ซึ่งเป็นชื่อที่เคยถูกใช้ในกลุ่มฟีนิกซ์เมื่อหลายสิบปีก่อน”
คำว่า ‘ออร์ฟิอุส’ ทำให้เลือดในกายอคิณเย็นเฉียบ ชื่อนี้เป็นเหมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอดหลายปี ออร์ฟิอุสคืออดีตผู้นำระดับสูงของฟีนิกซ์ ผู้ซึ่งเป็นมันสมองที่อยู่เบื้องหลังแผนการร้ายหลายครั้งในอดีต และเป็นคนที่อคิณเชื่อว่าได้เสียชีวิตไปแล้วในการปะทะครั้งสุดท้ายกับพยัคฆ์เงาเมื่อหลายสิบปีก่อน
“เป็นไปไม่ได้” อคิณพูดเสียงแผ่ว “ออร์ฟิอุส… เขาตายไปแล้ว”
“จากบันทึกอย่างเป็นทางการ ใช่ครับ” เรย์ตอบอย่างระมัดระวัง “แต่ในข้อมูลที่ผมเจอ มีสัญญาณการติดต่อสื่อสารล่าสุดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ที่ใช้รหัสเฉพาะของออร์ฟิอุส และถูกส่งมาจากพิกัดของฐานทัพฟีนิกซ์แห่งนี้”
ความจริงที่เรย์เปิดเผยเป็นเหมือนค้อนทุบลงกลางใจอคิณ ออร์ฟิอุสกลับมาแล้ว หรือไม่ก็มีใครบางคนกำลังใช้ชื่อของเขาเพื่อสร้างความสับสน แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด มันก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลย
นาเดียสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอคิณ เธอรู้ว่าชื่อ ‘ออร์ฟิอุส’ มีความหมายบางอย่างกับเขามากกว่าแค่ศัตรูเก่า
“ถ้าออร์ฟิอุสยังมีชีวิตอยู่ นั่นหมายความว่าแผนการของพวกมันต้องยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิดไว้มากนัก” นาเดียพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
อคิณพยักหน้าช้าๆ เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง ภาพอดีตฉายชัดในห้วงความคิด การปะทะครั้งสุดท้ายกับฟีนิกซ์ การสูญเสียเพื่อนร่วมทีมหลายคน และใบหน้าของออร์ฟิอุสที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง ภาพเหล่านั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่เคยจางหาย
“เรย์ ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ ดร.อาร์เธอร์ แวนเดอร์บิลต์ ด้วย” อคิณสั่ง “เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับฟีนิกซ์อย่างไร ทำไมถึงได้พัฒนาเชื้อไวรัสที่อันตรายขนาดนั้น”
เรย์เริ่มทำงานตามคำสั่งทันที ปลายนิ้วของเขากดลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ข้อมูลมากมายไหลผ่านหน้าจออย่างไม่หยุดหย่อน
“เจอข้อมูลที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อนครับ” เรย์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ดร.แวนเดอร์บิลต์ไม่ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุอย่างที่ทางการประกาศ แต่เขาถูก ‘ลักพาตัว’ ไปโดยกลุ่มบุคคลที่ไม่ปรากฏชื่อ ซึ่งในบันทึกภายในบางส่วนระบุถึงสัญลักษณ์ ‘ฟีนิกซ์’ ที่พบในที่เกิดเหตุ”
“ลักพาตัว?” อคิณทวนคำ “นั่นหมายความว่าเขาถูกบังคับให้ทำงานให้พวกมันมาตลอด”
“เป็นไปได้สูงครับพี่อคิณ” เรย์ยืนยัน “และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น ผมพบเอกสารเก่าที่ระบุว่า ดร.แวนเดอร์บิลต์ มีผู้ช่วยคนสนิทคนหนึ่ง…ชื่อ ‘เอริค’ ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในบันทึกการสื่อสารกับออร์ฟิอุสบ่อยครั้ง”
ชื่อ ‘เอริค’ ทำให้หัวใจอคิณเต้นระรัวอย่างรุนแรงอีกครั้ง มันเป็นชื่อที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เอริค…อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาในพยัคฆ์เงา อดีตเพื่อนสนิทที่หายสาบสูญไปเมื่อหลายสิบปีก่อน และเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้วในการปะทะครั้งสุดท้ายกับฟีนิกซ์
“เอริค?” อคิณถามเสียงสั่น “นายแน่ใจนะเรย์”
“ข้อมูลระบุชัดเจนครับพี่อคิณ” เรย์ตอบ “ชื่อเต็มคือ ‘เอริค ธอร์น’ อดีตนักชีวเคมีอัจฉริยะ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธชีวภาพที่อายุน้อยที่สุดในยุคนั้น”
ความจริงที่ถูกเปิดเผยเป็นเหมือนคมมีดที่กรีดแทงลงกลางใจอคิณ เอริค…เพื่อนที่เขาเชื่อใจมากที่สุด เพื่อนที่เขาคิดว่าได้สละชีพเพื่อภารกิจ บัดนี้กลับกลายเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาอาวุธร้ายกาจ และอาจจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับออร์ฟิอุส
“เอริค…เป็นไปไม่ได้” อคิณพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสับสน
นาเดียเดินเข้ามาหาอคิณ เธอวางมือบนไหล่ของเขาอย่างปลอบโยน เธอไม่เคยเห็นอคิณแสดงความอ่อนแอเช่นนี้มาก่อน
“พี่อคิณครับ เราต้องทำใจ” เรย์พูดเสียงแผ่ว “บางทีเอริคอาจจะถูกบังคับ หรือถูกล้างสมอง”
“หรือเขาอาจจะหักหลังเรามาตั้งแต่แรก” อคิณพูดเสียงเย็นชา ดวงตาของเขาฉายแววเจ็บปวดแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด เราต้องหยุดเขา และหยุดสิ่งที่เขากำลังจะทำ”
อคิณหันกลับมามองหน้าจอโฮโลแกรมอีกครั้ง แผนผังของฐานทัพฟีนิกซ์ดูเหมือนจะใหญ่โตและอันตรายยิ่งกว่าเดิม เมื่อเขารู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังอาจจะเป็นคนที่เขาเคยเรียกว่า ‘เพื่อน’
“เรย์ ตรวจสอบประวัติการเคลื่อนไหวของเอริคให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้” อคิณสั่ง “นาเดีย เตรียมอุปกรณ์และวางแผนการแทรกซึม เราจะต้องเข้าไปในฐานทัพนั้นให้เร็วที่สุด”
“แต่พี่อคิณครับ” เรย์พูด “ถ้าเอริคเป็นคนพัฒนา ‘รหัสมรณะ’ เขาจะรู้จุดอ่อนของมัน และเขาจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรา”
“นั่นแหละคือปัญหา” อคิณยอมรับ “แต่ก็เป็นข้อได้เปรียบของเราเช่นกัน ถ้าเรารู้ว่าเขาคิดอย่างไร เราก็จะหาทางรับมือได้”
อคิณเดินเข้าไปใกล้หน้าจอโฮโลแกรมอีกครั้ง เขาใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปที่ห้อง ‘โครโนส’ ซึ่งเป็นจุดที่น่าจะเก็บ ‘รหัสมรณะ’ อยู่
“เรามีเวลาไม่มาก” อคิณพูดเสียงหนักแน่น “72 ชั่วโมง… เราต้องหยุดพวกมันให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
ความจริงที่ถูกเปิดเผยในค่ำคืนนี้ได้เปลี่ยนทุกอย่างไปโดยสิ้นเชิง ศัตรูที่เคยเป็นเพียงเงามืด บัดนี้ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่คุ้นเคย การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปกป้องโลกจากการทำลายล้าง แต่ยังเป็นการเผชิญหน้ากับอดีตที่เจ็บปวด และการหักหลังที่อคิณไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ความหนักอึ้งในใจของอคิณเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่ในความเจ็บปวดนั้น เขากลับรู้สึกถึงแรงผลักดันที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เขาจะต้องหยุดยั้งเอริคให้ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อโลก แต่เพื่อเพื่อนร่วมทีมที่เขาเสียไป เพื่อความทรงจำของพยัคฆ์เงา และเพื่อตัวเขาเอง
นาเดียและเรย์มองหน้ากัน พวกเขาสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของอคิณ และรู้ว่าภารกิจครั้งนี้จะเป็นภารกิจที่อันตรายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเผชิญมา
“พี่อคิณครับ เราจะไปด้วยกัน” นาเดียพูด “เราคือพยัคฆ์เงา”
อคิณหันมามองลูกทีมของเขา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง
“ใช่ เราคือพยัคฆ์เงา” อคิณตอบ “และเราจะไม่มีวันยอมแพ้”

พยัคฆ์เงา: รหัสมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก