รุ่งอรุณมาเยือนพร้อมกับเมฆครึ้มที่ปกคลุมท้องฟ้า ราวกับเป็นลางบอกเหตุถึงความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น อคิณและทีมของเขาออกเดินทางไปยังพิกัดที่เรย์ตรวจพบว่าเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญอีกแห่งหนึ่งของฟีนิกซ์ จากข้อมูลที่ได้จากโรงงานร้างและจากการวิเคราะห์ประวัติของเอริค พวกเขาพบว่ามีห้องทดลองลับอีกแห่งหนึ่งที่เคยเป็นของ ดร.แวนเดอร์บิลต์ และคาดว่าเอริคอาจจะเคยใช้ที่นั่นเป็นฐานปฏิบัติการชั่วคราวในช่วงที่ถูกลักพาตัวไป
สถานที่นั้นคืออาคารเก่าแก่ใจกลางเมืองที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายสิบปี รูปลักษณ์ภายนอกดูไม่น่ามีพิษภัยใดๆ หากแต่ข้อมูลบ่งชี้ว่ามันคือทางเข้าสู่ห้องทดลองใต้ดินที่ซับซ้อนกว่าโรงงานร้างที่พวกเขาเคยไปมามากนัก
“จากข้อมูลที่ได้ ที่นี่เคยเป็นอพาร์ตเมนต์เก่าที่ ดร.แวนเดอร์บิลต์ ใช้เป็นที่พักและห้องทดลองส่วนตัว ก่อนที่เขาจะถูกลักพาตัว” เรย์รายงานเสียงเรียบ ขณะที่เขากำลังสแกนหาช่องโหว่ของระบบรักษาความปลอดภัยจากรถตู้ที่จอดอยู่ห่างออกไป “แต่ตอนนี้มันถูกดัดแปลงเป็นฐานปฏิบัติการเล็กๆ ของฟีนิกซ์ และมีระบบป้องกันที่ซับซ้อนกว่าที่คาดไว้”
“ระบบป้องกันแบบไหน?” อคิณถามขณะสวมถุงมือหนังสีดำ
“มีทั้งเซ็นเซอร์ความร้อน เลเซอร์อินฟราเรด และกล้องวงจรปิดที่ทำงานร่วมกับระบบจดจำใบหน้า” เรย์ตอบ “ที่สำคัญคือมีสัญญาณชีพจรตรวจจับได้ถึงห้าจุดภายในอาคาร”
“ห้าคน… พวกมันคงรู้ว่าเรากำลังจะมา” นาเดียพึมพำขณะตรวจสอบอาวุธของเธอ
อคิณพยักหน้า เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงที่นี่ มันไม่ใช่แค่การป้องกันตามปกติ แต่เหมือนเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับบางสิ่งบางอย่างโดยเฉพาะ
“เรย์ นายสามารถปิดระบบรักษาความปลอดภัยชั่วคราวได้ไหม?” อคิณถาม
“ผมพยายามอยู่ครับ แต่ระบบมันถูกเข้ารหัสไว้หลายชั้น” เรย์ตอบ “ผมอาจจะต้องใช้เวลาสักพัก หรือไม่ก็ต้องเข้าไปต่อตรงจากภายใน”
“งั้นก็ต้องเข้าไปข้างใน” อคิณตัดสินใจ “นาเดีย นายกับฉันจะเข้าไปจัดการกับพวกมัน เรย์ นายคอยสนับสนุนและพยายามเจาะระบบจากภายนอกให้ได้มากที่สุด”
“รับทราบครับพี่อคิณ” เรย์ตอบ
อคิณและนาเดียเคลื่อนที่เข้าสู่อาคารอย่างระมัดระวัง พวกเขาเลือกใช้ช่องทางที่มองไม่เห็นจากกล้องวงจรปิดที่เรย์ระบุไว้ การเคลื่อนไหวของทั้งสองคนเงียบเชียบราวกับพยัคฆ์ที่กำลังล่าเหยื่อ
เมื่อเข้ามาภายในอาคารเก่าแก่ กลิ่นอับชื้นและฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว แสงสลัวๆ จากช่องหน้าต่างที่ถูกปิดด้วยไม้อัด ทำให้บรรยากาศดูอึมครึมและน่าขนลุก อคิณใช้ไฟฉายส่องนำทาง ขณะที่นาเดียคอยระวังหลัง
“มีสัญญาณชีพจรสามจุดอยู่ชั้นหนึ่ง และอีกสองจุดอยู่ชั้นใต้ดิน” เรย์รายงาน “พวกมันกำลังเคลื่อนที่”
“พวกมันรู้แล้วว่าเราเข้ามา” อคิณพูดเสียงเรียบ “เตรียมตัว”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหน้า ชายฉกรรจ์สามคนในชุดดำพร้อมปืนไรเฟิลจู่โจมก็ปรากฏตัวขึ้น พวกมันไม่รอช้า ยกปืนขึ้นเล็งและกราดยิงเข้าใส่ทันที
“บังเกอร์!” อคิณตะโกน เขาและนาเดียกระโดดหลบหลังเสาคอนกรีตที่ผุพังอย่างรวดเร็ว กระสุนปืนพุ่งเข้าปะทะกับเสาอย่างรุนแรง เศษปูนแตกกระเด็นไปทั่ว
“พวกมันมีอาวุธหนัก” นาเดียพูดพลางชักปืนพกเก็บเสียงออกมายิงสวนกลับไป
อคิณประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว พวกมันมีกำลังพลมากกว่าและมีอาวุธที่เหนือกว่า ถ้าสู้กันตรงๆ พวกเขาจะเสียเปรียบ
“นาเดีย นายตรึงพวกมันไว้ ฉันจะอ้อมไปด้านหลัง” อคิณสั่ง
นาเดียพยักหน้า เธอเปลี่ยนกระสุนปืนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยิงสวนกลับไปเพื่อตรึงกำลังของศัตรูไว้ อคิณฉวยโอกาสนั้น เขาพุ่งตัวออกจากที่กำบัง วิ่งลัดเลาะไปตามซอกหลืบของอาคารที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง
ชายฉกรรจ์ทั้งสามคนยังคงยิงเข้าใส่ที่กำบังของนาเดียอย่างต่อเนื่อง พวกมันไม่รู้ตัวเลยว่าอคิณกำลังอ้อมไปด้านหลัง
เพียงไม่กี่วินาที อคิณก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของชายคนสุดท้าย เขายกปืนพกเก็บเสียงขึ้นยิงเข้าที่ศีรษะของชายคนนั้นอย่างแม่นยำ ชายคนนั้นล้มลงไปกองกับพื้นโดยไม่มีเสียงร้อง
ชายอีกสองคนเห็นเพื่อนร่วมงานถูกจัดการ พวกมันก็หันปืนกลับมาเล็งที่อคิณ แต่ก็สายเกินไป อคิณยิงกราดเข้าใส่พวกมันอย่างรวดเร็ว ชายทั้งสองคนล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้น
“เคลียร์” อคิณกระซิบ
นาเดียเดินออกมาจากที่กำบัง เธอมองไปยังศพของชายทั้งสามคนด้วยสายตาที่เย็นชา
“พวกมันไม่ธรรมดา” นาเดียพูด “เหมือนพวกมันถูกฝึกมาเป็นอย่างดี”
“ฟีนิกซ์คงไม่ส่งใครมาเฝ้าสถานที่สำคัญโดยไม่มีฝีมือ” อคิณตอบ “เรย์ มีอะไรที่น่าสนใจไหม?”
“ผมพบว่าระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่เชื่อมโยงกับเครือข่ายหลักของฟีนิกซ์” เรย์รายงาน “และผมกำลังพยายามเจาะเข้าถึงข้อมูลบางอย่างที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเอริค”
“ดีมาก” อคิณตอบ “ตอนนี้เราต้องลงไปชั้นใต้ดิน”
พวกเขาเดินลงบันไดที่มืดมิดและแคบสู่ชั้นใต้ดิน กลิ่นสารเคมีและกลิ่นโลหะคละคลุ้งไปทั่ว บรรยากาศของห้องทดลองใต้ดินดูน่าขนลุกและเต็มไปด้วยความลับ
“สัญญาณชีพจรสองจุดอยู่ที่ห้องสุดท้าย” เรย์รายงาน “พวกมันกำลังเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเรา”
เมื่อมาถึงหน้าห้องสุดท้าย อคิณและนาเดียหยุดนิ่ง พวกเขามองเห็นประตูเหล็กหนาที่ปิดแน่นอยู่เบื้องหน้า และได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากภายใน
“ดูเหมือนพวกมันจะรู้แผนของเรา” นาเดียกระซิบ
อคิณพยักหน้า เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ห้องนี้เงียบเกินไปสำหรับการที่มีคนสองคนอยู่ภายใน
“ระวัง” อคิณเตือน “นี่อาจจะเป็นกับดัก”
อคิณใช้มือแตะที่ประตูเหล็ก มันไม่ได้ล็อก แต่กลับมีแรงต้านบางอย่างอยู่ภายใน เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังงานที่ผิดปกติ
“เรย์ มีข้อมูลเกี่ยวกับระบบป้องกันของห้องนี้ไหม?” อคิณถาม
“ผมพยายามเจาะอยู่ครับ แต่มีสัญญาณรบกวนบางอย่าง” เรย์ตอบ “เหมือนมีสนามพลังบางอย่างที่ป้องกันการเข้าถึงข้อมูล”
อคิณตัดสินใจ เขาใช้เท้าถีบประตูเหล็กอย่างแรง ประตูเปิดออกเผยให้เห็นห้องทดลองขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เก่าๆ และจอคอมพิวเตอร์ที่ดับสนิท
ไม่มีใครอยู่ในห้อง มีเพียงหุ่นจำลองมนุษย์สองตัวที่ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ดูเหมือนกำลังยืนประจำการ
“กับดักลวงตา” นาเดียพึมพำ
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของอคิณเต้นรัวคือ แผ่นกระดาษเก่าๆ แผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง มันเป็นภาพถ่ายเก่าๆ ที่ซีดจางไปตามกาลเวลา ภาพของอคิณและเอริคในสมัยที่ยังเป็นเพื่อนร่วมทีมกัน กำลังยิ้มให้กล้องอย่างมีความสุข
ใต้ภาพถ่ายนั้น มีข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือของเอริคเอง
‘อคิณ…นายยังจำอดีตของเราได้ไหม? ฉันไม่เคยลืม’
ข้อความนั้นเป็นเหมือนคมมีดที่กรีดแทงลงกลางใจอคิณอีกครั้ง เอริค…เขายังคงจดจำอดีตของพวกเขาได้ แต่ทำไมเขาถึงเลือกเส้นทางนี้?
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นไปทั่วทั้งอาคาร เสียงไซเรนดังสนั่นหวั่นไหว และไฟก็ดับลงทั่วทั้งห้อง มีเพียงแสงสีแดงจากสัญญาณเตือนภัยที่ส่องสว่างอยู่
“พวกมันรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่!” เรย์ตะโกนผ่านระบบสื่อสาร “ผมตรวจพบการเคลื่อนไหวของกำลังเสริมจำนวนมากกำลังเข้ามาใกล้!”
อคิณหยิบภาพถ่ายนั้นขึ้นมา เขาจ้องมองมันด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความเจ็บปวด ความโกรธ และความสับสน
“กับดักแห่งความทรงจำ” อคิณพึมพำ “มันต้องการจะเล่นเกมกับฉัน”
“เราต้องรีบออกไปจากที่นี่พี่อคิณ!” นาเดียเร่ง
อคิณพยักหน้า เขากำภาพถ่ายนั้นแน่น ไม่ว่าเอริคจะต้องการอะไร ไม่ว่าเขาจะกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ อคิณก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
การเผชิญหน้ากับอดีตที่เจ็บปวดได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และมันจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากที่สุดเท่าที่อคิณเคยเจอมา เพราะศัตรูในครั้งนี้ไม่ใช่แค่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่เขาเคยเชื่อใจมากที่สุดในชีวิต

พยัคฆ์เงา: รหัสมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก