เสียงกรีดร้องโหยหวนของไซเรนรถพยาบาลยังคงดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของแพทย์หญิงลลิน อนันต์สกุล ร่างกายของเธอถูกเหวี่ยงกระแทกอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วสรรพางค์กาย ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะดับวูบลงพร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดกลืนกินเธอไปชั่วขณะ ราวกับว่าโลกทั้งใบได้มอดดับลงตรงหน้าเธอ
เมื่อแสงสว่างอันพร่าเลือนเริ่มกลับคืนมาสู่ดวงตาที่หนักอึ้ง ลลินรู้สึกถึงความอับชื้นและกลิ่นแปลกประหลาดที่คละคลุ้ง เธอพยายามลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือเพดานไม้แกะสลักอันวิจิตรบรรจง ลวดลายหงส์คู่กำลังร่ายรำอยู่บนผืนไม้สีเข้มที่ดูเก่าแก่แต่ยังคงความงดงาม เธอขยับตัวเล็กน้อย พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงไม้ขนาดใหญ่ที่สลักลวดลายเดียวกัน ผ้าห่มที่คลุมกายอยู่เป็นผ้าไหมเนื้อดี สัมผัสเย็นลื่นแปลกประหลาด ชุดที่สวมใส่ก็เป็นผ้าไหมสีเขียวหยกปักลวดลายดอกโบตั๋นอันประณีตงดงาม ซึ่งดูแปลกแยกจากชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่เธอคุ้นเคยเหลือเกิน กลิ่นสมุนไพรโบราณที่เธอไม่รู้จักชื่อลอยอบอวลไปทั่วห้อง ราวกับว่ากำลังอยู่ในโรงโอสถขนาดย่อม
ความมึนงงยังไม่ทันจางหายไปจากสมอง ความทรงจำที่แปลกปลอมก็ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง ราวกับเขื่อนกั้นน้ำที่พังทลายลง ภาพเหตุการณ์ ผู้คน สถานที่ ชื่อเรียกที่ไม่คุ้นเคย หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเธออย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดรุนแรงจนเธอต้องกัดฟันแน่น มือเรียวยกขึ้นกุมขมับที่ปวดร้าว ภาพของหญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏชัดเจนในห้วงความคิด ใบหน้าของเธอกับหญิงสาวผู้นั้นคล้ายกันเหลือเกิน แต่ชีวิตและชะตากรรมกลับต่างกันลิบลับ
เธอไม่ใช่แพทย์หญิงลลิน อนันต์สกุลอีกต่อไปแล้ว แต่เป็น ‘เจียหลิน’ หมอหลวงหญิงแห่งราชวงศ์ต้าฉู่ ผู้ซึ่งเพิ่งถูกปลดจากตำแหน่งด้วยข้อหาบกพร่องในการรักษาไทเฮา และยังถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทะเยอทะยาน ใช้เล่ห์เพทุบายเพื่อปีนป่ายในตำแหน่ง ความทรงจำของเจียหลินบอกเล่าเรื่องราวชีวิตที่เต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม ความพยายามที่จะพิสูจน์ตัวเองในสังคมชายเป็นใหญ่ และความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจ
ร่างที่เธออาศัยอยู่นี้อ่อนแอและเปราะบางเหลือเกิน ลลินรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าที่เกาะกุม ร่างกายซูบผอมราวกับไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่มานาน แต่ความมึนงงยังไม่ทันจางหาย ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรง เสียงดังโครมครามจนเธอสะดุ้งสุดตัว ขันทีอาวุโสผู้หนึ่ง ใบหน้าบึ้งตึง คิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปม เดินนำหน้าองครักษ์สองคนเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเร่งรีบและไม่พอใจ
“หมอหลวงเจียหลิน!” เสียงแหลมเล็กของขันทีเอ่ยเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและดูถูกเหยียดหยาม “องค์จักรพรรดิมีรับสั่งให้เจ้าเข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้!”
ลลิน หรือตอนนี้คือเจียหลิน ต้องลุกขึ้นยืนด้วยความสั่นเทา ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ แต่สายตาที่กดดันของขันทีและองครักษ์ทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอถูกลากกึ่งเดินกึ่งลากออกจากห้อง ผ่านทางเดินที่ประดับประดาอย่างหรูหรา โอ่อ่า ไปยังท้องพระโรงอันโอ่อ่าตระการตา ที่นั่น องค์จักรพรรดิหลงเว่ย ประทับอยู่บนบัลลังก์สูงสง่า เบื้องหน้าคือเหล่าขุนนางที่คุกเข่าก้มหน้าอย่างนอบน้อม
ท้องพระโรงกว้างใหญ่โอ่อ่า ประดับประดาด้วยทองคำและหยกแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง เสาไม้ขนาดใหญ่ค้ำยันเพดานสูงตระหง่าน ผ้าม่านไหมสีแดงสดห้อยระย้าลงมาจากเบื้องบน แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาภายใน ทำให้ท้องพระโรงดูสว่างไสวและศักดิ์สิทธิ์ แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความกดดันและเย็นยะเยือก
องค์จักรพรรดิหลงเว่ย คือบุรุษรูปงามราวเทพเซียน ผิวขาวผ่องราวหิมะ คิ้วเรียวคมรับกับดวงตาเรียวรีที่ทอประกายคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูปรับกับใบหน้าอันสมบูรณ์แบบ ชุดมังกรสีทองอร่ามที่สวมใส่อยู่ยิ่งขับเน้นให้พระองค์ดูสง่างามและน่าเกรงขาม ทว่าดวงตาเรียวคมของเขากลับฉายแววเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย และเมื่อสายตาคู่นั้นตวัดมายังเธอ เจียหลินก็รู้สึกราวกับถูกน้ำแข็งร้อยพันก้อนแช่แข็ง ร่างกายของเธอชาหนึบไปหมด
“เจียหลิน!” เสียงทุ้มต่ำของเขาก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรง ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยอำนาจและความไม่พอใจ “เจ้า…เป็นหมอหลวงได้อย่างไร? ฝีมือบกพร่องซ้ำซาก ความทะเยอทะยานกลับมีล้นพ้น กล้าดียังไงถึงได้ทำตัวเป็นไส้ศึกของเหล่าขุนนางต่ำช้า ข้าบอกเจ้าเลยนะว่าข้าเกลียดหมอที่ไร้จรรยาบรรณอย่างเจ้าที่สุด!”
คำพูดขององค์จักรพรรดิราวกับคมมีดที่กรีดแทงเข้ามาในใจของลลิน เธออ้าปากจะโต้แย้ง เธอไม่ใช่คนในคำกล่าวหาเหล่านั้น เธอคือแพทย์หญิงผู้มีจรรยาบรรณ รักษาคนไข้ด้วยหัวใจมาตลอดชีวิต แต่ก่อนที่คำพูดใดจะหลุดจากปาก ภาพโฮโลแกรมโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ สิ่งนั้นมีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็น มันเป็นหน้าต่างข้อความสีฟ้าอ่อนเรืองแสง ลอยอยู่กลางอากาศ
[ระบบ] ยินดีต้อนรับสู่ระบบผู้ถูกเลือก ท่านคือ “เจียหลิน” ผู้ถูกลิขิตให้เปลี่ยนแปลงชะตากรรมแห่งอาณาจักรต้าฉู่
ลลินชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ นี่มันอะไรกัน? ระบบ? ผู้ถูกเลือก? เธอไม่เข้าใจว่านี่คืออะไร เกิดอะไรขึ้นกันแน่? สมองของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะรับไหว ในขณะที่เธอกำลังสับสน องค์จักรพรรดิหลงเว่ยก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิม สายตาคมกริบจ้องมองมาที่เธออย่างเย้ยหยันและดูถูก
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง เจียหลิน” พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ “พระชายารองอี้หลันกำลังใกล้สิ้นใจด้วยโรคร้ายที่หมอหลวงคนอื่นต่างหมดปัญญา หากเจ้าสามารถรักษาพระนางให้หายได้ภายในสามวัน ข้าจะพิจารณาการลงโทษเจ้าใหม่ แต่หากล้มเหลว…โทษประหารสถานเดียว!”
คำว่า ‘โทษประหาร’ ดังก้องอยู่ในหูของลลิน เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า เธอเพิ่งจะมาอยู่ในร่างนี้ได้ไม่กี่นาที และก็ต้องเผชิญหน้ากับความตายเสียแล้วหรือ? ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ แต่ลึกๆ ลงไป เธอก็รู้สึกถึงความท้าทายบางอย่างในฐานะแพทย์
เจียหลินถูกนำตัวออกจากท้องพระโรงไปยังตำหนักของพระชายารองอี้หลัน ระหว่างทาง เธอพยายามรวบรวมสติและทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ระบบที่ปรากฏขึ้นนั้นคืออะไร? มันจะช่วยเธอได้อย่างไร? และที่สำคัญที่สุด เธอจะรอดชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้ได้อย่างไร?
เมื่อมาถึงตำหนักของพระชายารองอี้หลัน กลิ่นยาและสมุนไพรโบราณก็โชยมาปะทะจมูกอย่างรุนแรง ภายในห้องมืดสลัว มีหมอหลวงหลายคนกำลังยืนก้มหน้าด้วยสีหน้าสิ้นหวัง นางกำนัลและขันทีต่างพากันเดินเข้าออกด้วยความวุ่นวายและวิตกกังวล
เจียหลินเดินเข้าไปใกล้เตียงนอนของพระชายา ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเธอเต้นรัว ร่างของพระชายาผอมซูบซีดจนเห็นกระดูก ดวงตาเหม่อลอยไร้แววชีวิต ริมฝีปากแห้งผากจนแตกเป็นขุย ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือรอยเขียวช้ำผิดธรรมชาติที่ปรากฏอยู่ทั่วใบหน้าและลำคอของนาง มีไข้สูงจนเพ้อ พร่ำเพ้อถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่มีใครเข้าใจ เสียงหอบหายใจรวยรินบ่งบอกว่าอาการหนักเกินกว่าแพทย์ทั่วไปจะรับมือไหว
“หมอหลวงเจียหลิน” หมอหลวงอาวุโสผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน “พวกเราได้ลองใช้ยาทุกขนานแล้ว แต่พระอาการของพระชายาไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย พะยะค่ะ”
เจียหลินไม่ตอบ เธอเดินเข้าไปใกล้เตียงอย่างช้าๆ สัมผัสชีพจรของพระนางด้วยความกังวล มือเรียววางลงบนข้อมือที่บอบบางของพระชายา สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นอ่อนแรงและผิดปกติ ความร้อนระอุจากพิษไข้แผ่ซ่านออกมาจากร่างของพระชายา ดวงตาของเจียหลินจับจ้องไปที่รอยเขียวช้ำบนผิวหนังของพระนางอย่างพินิจพิเคราะห์
ในขณะที่เธอกำลังจดจ่อกับการวินิจฉัยอาการ เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง ราวกับเสียงกระซิบที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากเธอ
[ระบบ] ภารกิจหลัก: รักษาพระชายารองอี้หลันให้รอดชีวิตภายใน 72 ชั่วโมง รางวัล: เปิดใช้งานร้านค้าแลกเปลี่ยน, ทักษะการแพทย์เบื้องต้นระดับ 1 บทลงโทษ: ความตาย
เจียหลินมองสลับไปมาระหว่างพระชายาที่หายใจรวยริน และข้อความเร่งด่วนของระบบที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ เธอรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่กัดกินจิตใจ ความตายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเผชิญหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอเพิ่งจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความท้าทายอันน่าประหลาดที่ปลุกเร้าจิตวิญญาณแพทย์ของเธอให้ตื่นขึ้น
ในฐานะแพทย์ เธอไม่เคยยอมแพ้ต่อความตาย เธอเคยต่อสู้กับโรคร้ายมานับครั้งไม่ถ้วน และครั้งนี้ก็เช่นกัน นี่คือโอกาสเดียวของเธอที่จะพิสูจน์ตัวเองและเอาชีวิตรอดในโลกใหม่ที่โหดร้ายนี้ โลกที่เธอไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย และเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน
แต่เธอจะทำได้อย่างไร ในเมื่อเธอมีเวลาเพียงแค่สามวันเท่านั้น! และนี่คือโลกที่ไม่มีเครื่องมือแพทย์อันทันสมัย ไม่มีห้องปฏิบัติการที่พร้อมสรรพ มีเพียงสมุนไพรโบราณและภูมิปัญญาที่เธอไม่คุ้นเคย
เจียหลินสูดลมหายใจลึกๆ พยายามสงบจิตใจที่กำลังสั่นคลอน เธอหันไปมองหมอหลวงอาวุโสที่ยืนอยู่ข้างๆ “ท่านหมอหลวง ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าพระชายาอี้หลันทรงมีพระอาการเช่นนี้มานานเท่าใดแล้ว และได้ทรงใช้ยาอะไรไปบ้าง”
หมอหลวงอาวุโสถอนหายใจเฮือกใหญ่ “พระอาการประชวรของพระชายาเริ่มขึ้นเมื่อห้าวันก่อนพะยะค่ะ เริ่มแรกมีไข้สูง ปวดศีรษะ อาเจียน ต่อมาก็เริ่มมีรอยเขียวช้ำปรากฏขึ้นตามร่างกาย พวกเราได้ลองใช้ยาขับพิษ ยาลดไข้ ยาบำรุง แต่พระอาการกลับทรุดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งตอนนี้พะยะค่ะ”
เจียหลินพยักหน้าช้าๆ ข้อมูลที่ได้รับทำให้เธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้บ้าง รอยเขียวช้ำผิดปกติ ไข้สูง และอาการเพ้อ อาจบ่งบอกถึงโรคที่เกิดจากพิษบางอย่าง หรืออาจจะเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง
“ข้าขอตรวจพระอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง” เจียหลินกล่าวเสียงเรียบ พยายามไม่ให้ความกังวลปรากฏบนใบหน้า เธอเดินเข้าไปใกล้พระชายาอีกครั้ง ใช้มือแตะที่หน้าผากของพระนาง ความร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจนน่าตกใจ เธอพลิกดูแขนและขาของพระชายา พบว่ามีรอยเขียวช้ำปรากฏอยู่ทั่วทั้งตัว ไม่ใช่แค่ที่ใบหน้า
“ดูเหมือนว่าพระชายาจะทรงถูกพิษพะยะค่ะ” เจียหลินสรุปอย่างรวดเร็ว
หมอหลวงอาวุโสและเหล่าหมอหลวงคนอื่นๆ ต่างพากันตกใจ “พิษหรือพะยะค่ะ? แต่พวกเราไม่พบร่องรอยของพิษใดๆ เลย”
“พิษบางชนิดอาจตรวจพบได้ยาก” เจียหลินอธิบาย “แต่จากอาการไข้สูง รอยเขียวช้ำ และการที่ยาขับพิษทั่วไปไม่ได้ผล ข้าสงสัยว่านี่อาจจะเป็นพิษชนิดพิเศษที่ออกฤทธิ์ช้าและทำลายอวัยวะภายในอย่างรุนแรง”
เธอหันไปมองรอบๆ ห้อง “ข้าต้องการสมุนไพรบางชนิด และอุปกรณ์บางอย่าง”
“สิ่งใดหรือพะยะค่ะ?” หมอหลวงอาวุโสถามอย่างมีความหวัง
“ข้าต้องการใบหม่อน รากบัวหลวง ดอกเก๊กฮวย และสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นอื่นๆ ที่สามารถหาได้ในตอนนี้ และข้าต้องการน้ำสะอาดจำนวนมาก รวมถึงผ้าสะอาด” เจียหลินสั่งการอย่างรวดเร็ว ความเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเธอกลับมาอีกครั้ง แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่แปลกประหลาด แต่สัญชาตญาณในการรักษาชีวิตก็ยังคงอยู่
เหล่าหมอหลวงและนางกำนัลรีบไปจัดหาสิ่งของตามที่เจียหลินต้องการ ในขณะที่เจียหลินก็เริ่มวางแผนการรักษาในหัว เธอรู้ดีว่าเวลา 72 ชั่วโมงนั้นน้อยนิดนัก แต่เธอต้องพยายามให้ถึงที่สุด
“ระบบ” เจียหลินลองเรียกในใจ
[ระบบ] ท่านต้องการสิ่งใด ผู้ถูกเลือก? เสียงตอบกลับมาในหัวของเธอ
“ทักษะการแพทย์เบื้องต้นระดับ 1 ที่เป็นรางวัลจากภารกิจนั้น มันคืออะไร?” เจียหลินถามอย่างสงสัย
[ระบบ] ทักษะการแพทย์เบื้องต้นระดับ 1 จะมอบความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ของโลกนี้ให้แก่ท่าน รวมถึงความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรและการรักษาแบบโบราณ ท่านต้องการเปิดใช้งานหรือไม่?
“เปิดใช้งาน” เจียหลินตอบทันที เธอต้องการความรู้นี้อย่างยิ่งยวด
ทันใดนั้น ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านสมอง ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับสมุนไพรจีน ตำราแพทย์โบราณ วิธีการฝังเข็ม การวินิจฉัยโรคแบบแพทย์แผนจีน หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเธออย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกเหมือนได้เรียนรู้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนมานานหลายสิบปีในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
ความรู้ใหม่นี้ทำให้เจียหลินเข้าใจอาการของพระชายาอี้หลันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เธอเริ่มมองเห็นทางออก รอยเขียวช้ำที่ปรากฏนั้นไม่ใช่แค่รอยช้ำธรรมดา แต่เป็นอาการของพิษที่กำลังทำลายเส้นเลือดฝอยและอวัยวะภายใน พิษนี้จะต้องถูกขับออกไปจากร่างกายให้เร็วที่สุด
เมื่อสมุนไพรและอุปกรณ์ต่างๆ ถูกนำมาวางตรงหน้า เจียหลินก็เริ่มลงมือทันที เธอสั่งให้นางกำนัลนำสมุนไพรไปต้มให้ได้น้ำเข้มข้น และให้นำผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นประคบตามร่างกายของพระชายาเพื่อลดไข้
“ข้าต้องการเข็มเงิน” เจียหลินกล่าว
หมอหลวงอาวุโสรีบยื่นกล่องเข็มเงินที่บรรจุเข็มขนาดต่างๆ ให้แก่เธอ เจียหลินเลือกเข็มที่เหมาะสมที่สุด เธอหายใจเข้าลึกๆ และเริ่มลงมือฝังเข็มตามจุดต่างๆ บนร่างกายของพระชายาอี้หลันอย่างแม่นยำ ตามความรู้ที่เพิ่งได้รับจากระบบ
เข็มเงินขนาดเล็กถูกปักลงบนผิวหนังอย่างแผ่วเบา แต่ลึกพอที่จะกระตุ้นจุดชีพจรและเส้นลมปราณที่สำคัญ ความรู้ใหม่ทำให้เธอรู้ว่าจุดใดบ้างที่จะช่วยขับพิษ ลดไข้ และฟื้นฟูพลังชีวิต
“ท่านหมอหลวงเจียหลิน…ท่านกำลังทำอะไรพะยะค่ะ?” หมอหลวงอาวุโสถามด้วยความตกใจ เพราะไม่เคยเห็นการรักษาแบบนี้มาก่อน
“ข้ากำลังกระตุ้นให้ร่างกายของพระชายาขับพิษออกมา และฟื้นฟูพลังชีวิต” เจียหลินตอบโดยไม่ละสายตาจากการฝังเข็ม “พิษนี้ร้ายกาจนัก หากไม่ขับออกไป พระชายาจะทนไม่ได้นาน”
ทุกเข็มที่ปักลงไป เจียหลินสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของพระชายา เธอรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงกับร่างกายของคนไข้ ราวกับว่ามือของเธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายพระนาง
เมื่อฝังเข็มเสร็จสิ้น เจียหลินก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้น เธอหันไปมองหมอหลวงอาวุโส “หลังจากนี้ ให้พระชายาทรงดื่มน้ำสมุนไพรที่ต้มไว้ทุกๆ สองชั่วยาม และให้เปลี่ยนผ้าประคบเย็นตลอดเวลา ห้ามให้พระอาการไข้ขึ้นสูงอีก”
“พะยะค่ะ หมอหลวงเจียหลิน” หมอหลวงอาวุโสรับคำด้วยความเคารพในความสามารถที่เหนือความคาดหมายของเธอ
เจียหลินนั่งลงข้างเตียงของพระชายาอี้หลัน เฝ้ารอผลการรักษาด้วยความกระวนกระวายใจ เธอรู้ดีว่าการต่อสู้กับความตายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และเวลา 72 ชั่วโมงนั้นเป็นเดิมพันที่สูงลิ่ว แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณของแพทย์ที่พร้อมจะต่อสู้เพื่อชีวิตของคนไข้
นี่คือโลกใหม่ที่โหดร้าย แต่เธอก็ไม่ใช่ลลินคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอคือเจียหลิน ผู้ถูกเลือก และเธอจะต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอไม่ใช่คนไร้ค่าอย่างที่องค์จักรพรรดิกล่าวหา และเธอจะต้องเอาชีวิตรอดในโลกนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

ผู้ถูกเลือกจากสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก