ตอนที่ 4 — เสียงฝีเท้าที่คืบคลานสู่ทางเข้าลับ

ตอนที่ 4 — เสียงฝีเท้าที่คืบคลานสู่ทางเข้าลับ

ผู้ถูกเลือกจากสวรรค์ · 30 ตอน

ร่างเล็กของเจียหลินซ่อนตัวอยู่หลังชั้นหนังสือสูงตระหง่านอย่างรวดเร็วราวกับเงาที่กลืนหายไปกับความมืดมิด เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมันหยุดลงตรงหน้าทางเข้าลับที่เธอเพิ่งค้นพบโดยบังเอิญ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกลองศึกที่รัวเร่งจังหวะอยู่ในอก ความตื่นเต้นระคนหวาดกลัวแล่นไปทั่วสรรพางค์กาย เธอพยายามกลั้นลมหายใจให้เงียบที่สุด ราวกับว่าการหายใจแรงเพียงนิดเดียวจะทำให้ตัวตนของเธอถูกเปิดเผย

เงาร่างสูงโปร่งก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาในอุโมงค์ลับ แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันที่แขวนอยู่ห่างออกไปฉายให้เห็นชุดผ้าไหมสีดำสนิทที่ชายผู้นั้นสวมใส่ ‌ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกปิดด้วยหน้ากากที่ทำจากไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง เผยให้เห็นเพียงส่วนล่างของใบหน้าและดวงตาที่คมกริบราวเหยี่ยว เขาสำรวจรอบๆ ห้องอย่างระมัดระวัง สายตาไล่กวาดไปตามผนังและซอกมุมต่างๆ โชคดีที่ความมืดมิดและเงาของชั้นหนังสือช่วยบดบังร่างของเธอไว้ได้อย่างมิดชิด ทำให้ชายผู้นั้นไม่ทันสังเกตเห็นการมีอยู่ของเธอ ชายลึกลับเดินลึกเข้าไปในห้องลับด้านใน ​ก่อนจะหายลับไปในเงามืดที่กลืนกินทุกสิ่ง เจียหลินอดทนรออย่างใจเย็นจนมั่นใจว่าชายผู้นั้นไปไกลพอแล้ว เธอจึงค่อยๆ ย่องออกจากที่ซ่อนและก้าวตามเข้าไปในห้องลับนั้นอย่างเงียบเชียบ

ห้องลับนั้นกว้างใหญ่กว่าที่เธอคาดคิดไว้มาก แสงสลัวจากช่องลมเล็กๆ ด้านบนส่องลงมากระทบแท่นบูชาโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง แท่นบูชานั้นทำจากหินสีดำสนิท มีลวดลายแกะสลักแปลกตาที่ดูคล้ายสัญลักษณ์ของลัทธิบางอย่าง ‍บนแท่นบูชามีคัมภีร์เก่าแก่เล่มหนึ่งวางอยู่ ปกคลุมด้วยฝุ่นหนาเตอะบ่งบอกถึงกาลเวลาที่ล่วงเลย เจียหลินเดินเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง หัวใจยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอเอื้อมมือไปปัดฝุ่นออกเบาๆ ก่อนจะเปิดคัมภีร์ออกอย่างช้าๆ

ตัวอักษรโบราณที่จารึกอยู่บนหน้ากระดาษสีเหลืองซีดดูแปลกตาและยากที่จะเข้าใจ แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหูของเธอ [ระบบ] ‌ตรวจพบอักษรโบราณ! ใช้ทักษะ “ถอดความโบราณ” หรือไม่? เจียหลินพยักหน้าในใจ ทักษะนี้คือหนึ่งในรางวัลที่ระบบปลดล็อกให้เมื่อเธอทำภารกิจย่อยสำเร็จบางส่วน มันช่วยให้เธอสามารถเข้าใจภาษาโบราณที่ซับซ้อนได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทันทีที่เธอเลือกใช้ทักษะ ตัวอักษรเหล่านั้นก็ราวกับมีชีวิตขึ้นมา ‍ความหมายของมันหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของเธออย่างรวดเร็ว

เธอพบว่ามันไม่ใช่แค่คัมภีร์ธรรมดา แต่มันคือบันทึกของลัทธิลับที่บูชาพลังงานแห่งความมืดมิด รายละเอียดในคัมภีร์บรรยายถึงพิธีกรรมอันน่าสะพรึงกลัว การสังเวยชีวิต และการใช้พลังงานด้านมืดเพื่อควบคุมจิตใจผู้คน แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ มันเกี่ยวข้องกับการล่มสลายของอดีตฮองเฮาเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏและถูกประหารชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม ​และแผนการบงการราชสำนักทั้งหมด เพื่อให้ตกอยู่ในเงื้อมมือของบุคคลผู้ทรงอำนาจที่สุดคนหนึ่งในตอนนี้: สมุหราชครูเว่ย!

“สมุหราชครูเว่ย!” เจียหลินอุทานออกมาเบาๆ ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง ชายชราผู้ทรงภูมิและได้รับความเคารพจากทุกคนในราชสำนักมาตลอด เป็นอาจารย์ขององค์จักรพรรดิ เป็นที่ปรึกษาที่ซื่อสัตย์มาหลายสิบปี ​เป็นไปได้อย่างไร? ความจริงอันน่าตกใจนี้ทำให้เจียหลินรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วร่าง ราวกับถูกน้ำแข็งสาดใส่ ความคิดที่ว่าบุคคลที่ดูน่าเชื่อถือและสูงส่งเช่นนั้นจะซ่อนความชั่วร้ายไว้ภายใต้หน้ากากแห่งคุณธรรม มันช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

ในขณะที่ความสับสนและความหวาดกลัวเข้าจู่โจม ระบบก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมข้อความเตือนภัยที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ [ระบบ] อันตราย! แผนการร้ายของสมุหราชครูเว่ยกำลังจะถึงจุดสูงสุดภายในสามวัน ​ท่านต้องแจ้งองค์จักรพรรดิโดยเร็วที่สุด!

สามวัน! เวลาช่างกระชั้นชิดเหลือเกิน เจียหลินรู้ดีว่าหลักฐานเพียงแค่คัมภีร์เก่าแก่เล่มนี้คงไม่เพียงพอที่จะโค่นล้มสมุหราชครูเว่ยได้ บุคคลผู้มีอิทธิพลและเครือข่ายอำนาจที่หยั่งรากลึกในราชสำนักมานานหลายทศวรรษ เธอต้องการหลักฐานที่หนักแน่นกว่านี้ หลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้

เธอตัดสินใจเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิหลงเว่ยอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ไปในฐานะหมอหลวง แต่ไปในฐานะผู้แบกรับความลับอันตรายถึงชีวิต เธอเลือกที่จะไม่เปิดเผยเรื่องระบบ แต่เล่าถึง “นิมิต” ที่เธอได้รับ ซึ่งเผยให้เห็นถึงแผนการร้ายของสมุหราชครูเว่ย เธอหยิบยื่นหลักฐานบางส่วนที่เธอถอดความได้จากคัมภีร์โบราณให้พระองค์ทอดพระเนตร องค์จักรพรรดิหลงเว่ยฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พระเนตรจับจ้องมาที่เจียหลินอย่างพินิจพิเคราะห์ แม้จะยังไม่เชื่อทั้งหมดในทันที แต่ความเชื่อมั่นในตัวเจียหลินที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ทำให้พระองค์ตัดสินใจที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ พระพักตร์ของพระองค์เผยให้เห็นถึงความเจ็บปวดเมื่อทรงตระหนักว่าสมุหราชครูเว่ย ผู้ที่เคยเป็นอาจารย์และที่ปรึกษาที่พระองค์ไว้วางใจมาตลอด กลับซ่อนความลับอันชั่วร้ายไว้เบื้องหลังรอยยิ้มและคำแนะนำอันชาญฉลาด

“เจ้าแน่ใจหรือ…เจียหลิน” น้ำเสียงของพระองค์แหบพร่า ราวกับต้องใช้พละกำลังอย่างมากในการเปล่งคำพูดออกมา ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ เจียหลินสบตากลับอย่างมั่นใจ ไม่มีความลังเลในแววตาของเธอ “เพคะ หม่อมฉันไม่อาจปล่อยให้ภัยร้ายนี้กัดกินราชบัลลังก์และแผ่นดินได้เพคะ”

คำพูดที่หนักแน่นและแววตาที่มุ่งมั่นของเจียหลินทำให้องค์จักรพรรดิหลงเว่ยเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของเธอ พระองค์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจมอบหมายภารกิจสำคัญนี้ให้แก่เธอ “เช่นนั้น…เจ้าจงไปสืบหาหลักฐานเพิ่มเติมมาให้ข้า ข้าจะมอบองครักษ์เงาบางส่วนให้เจ้าใช้งาน และจงระวังตัวให้มาก อย่าให้ใครล่วงรู้แผนการนี้”

ความสัมพันธ์ระหว่างเจียหลินกับองค์จักรพรรดิเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากความเกลียดชังที่เคยมีต่อกันในตอนแรก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความไว้วางใจ และความเคารพที่ต่างฝ่ายต่างมีให้กัน องค์จักรพรรดิเริ่มปรึกษาเธอในเรื่องที่นอกเหนือจากทางการแพทย์ และบางครั้งก็เผยให้เห็นด้านที่อ่อนโยนและเปราะบางของพระองค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่น้อยคนนักจะได้เห็น

เจียหลินใช้เวลาสองวันที่เหลืออย่างคุ้มค่า เธอทำงานอย่างหนักร่วมกับองครักษ์เงาที่ได้รับมอบหมายมา ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมและจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิอย่างแท้จริง เธอใช้ความรู้ด้านพิษวิทยาที่ได้รับจากความทรงจำของลลิน ตรวจสอบยาบำรุงที่สมุหราชครูเว่ยถวายองค์จักรพรรดิอย่างสม่ำเสมอ ผลการตรวจสอบทำให้เธอต้องตกใจ เมื่อพบว่าในยาบำรุงเหล่านั้นมีสารพิษออกฤทธิ์ช้าที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆ หากได้รับในปริมาณน้อยๆ เป็นเวลานาน จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย ป่วยกระเสาะกระแสะ และสุดท้ายก็จะเสียชีวิตไปอย่างช้าๆ โดยไม่มีใครสงสัยว่าเป็นการลอบสังหาร

นอกจากนี้ เธอยังใช้ทักษะ “การอ่านจิตใจ” ที่ระบบมอบให้ ซึ่งเป็นทักษะที่ช่วยให้เธอสามารถสัมผัสถึงความรู้สึกและเจตนาที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของผู้คนได้ แม้จะไม่สามารถอ่านความคิดได้อย่างละเอียด แต่ก็เพียงพอที่จะจับผิดผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับสมุหราชครูเว่ย เธอสังเกตเห็นความกระวนกระวายใจ ความลับที่ซ่อนอยู่ และความรู้สึกผิดในจิตใจของข้าราชบริพารบางคนที่ดูเหมือนจะได้รับผลประโยชน์หรือถูกบีบบังคับให้เข้าร่วมแผนการนี้ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ทั้งจากคัมภีร์โบราณ ยาพิษ และการอ่านจิตใจ ทำให้เธอสามารถปะติดปะต่อแผนการทั้งหมดของสมุหราชครูเว่ยได้อย่างชัดเจน แผนการที่ซับซ้อนและชั่วร้ายนี้กำลังจะถูกเปิดเผย

[ระบบ] ภารกิจย่อย: เปิดโปงแผนการร้ายของสมุหราชครูเว่ย สำเร็จ! รางวัล: ปลดล็อกทักษะ “การต่อสู้ระยะประชิดระดับ 1”

เสียงของระบบดังขึ้นในหูของเจียหลินในเช้าวันที่สาม ก่อนงานเลี้ยงใหญ่ฉลองวันคล้ายวันประสูติขององค์จักรพรรดิจะเริ่มขึ้น ภารกิจสำเร็จแล้ว แต่ความท้าทายที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ในค่ำคืนอันงดงามที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงดนตรีของงานเลี้ยงใหญ่ฉลองวันคล้ายวันประสูติขององค์จักรพรรดิ สมุหราชครูเว่ยได้เตรียมการขั้นสุดท้ายเพื่อปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิและยึดอำนาจ เขาได้วางแผนอย่างแยบยล โดยใช้โอกาสที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองและประมาท เพื่อลงมือสังหารองค์จักรพรรดิ และป้ายความผิดให้แก่กลุ่มขุนนางที่ต่อต้านเขา

เจียหลินที่ได้รับคำเตือนจากระบบและเตรียมการไว้แล้ว ได้นำหลักฐานทั้งหมดที่เธอรวบรวมได้ ทั้งคัมภีร์โบราณ รายงานการตรวจสอบยาพิษ และคำให้การของข้าราชบริพารบางคนที่เธอโน้มน้าวให้กลับใจ มาถวายองค์จักรพรรดิอย่างลับๆ ก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้น เธอได้มอบยาถอนพิษให้พระองค์ และอธิบายถึงแผนการร้ายทั้งหมดอย่างละเอียด องค์จักรพรรดิหลงเว่ยทรงฟังด้วยพระพักตร์ซีดเผือด ความโกรธแค้นและความผิดหวังฉายชัดในพระเนตร

เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญของงานเลี้ยง ขณะที่องค์จักรพรรดิกำลังจะทรงขึ้นกล่าวพระราชดำรัส สมุหราชครูเว่ยได้ส่งสัญญาณให้องครักษ์ลับของเขาที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มแขกผู้มีเกียรติ พุ่งเข้าจู่โจมองค์จักรพรรดิอย่างรวดเร็ว คมดาบที่วาววับสะท้อนแสงไฟพุ่งตรงเข้าใส่พระองค์อย่างไม่ปรานี

แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เจียหลินที่ยืนอยู่ไม่ไกล ได้กระโดดเข้าขวางคมดาบนั้นอย่างไม่ลังเล เสียงฉีกขาดของเนื้อผ้าและเสียงกรีดร้องเบาๆ ของเธอดังขึ้นพร้อมกัน คมดาบกรีดลึกเข้าที่แขนของเธอ เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาเปื้อนชุดสีขาวบริสุทธิ์ของเธอ การกระทำอันกล้าหาญนี้ทำให้แผนการของสมุหราชครูเว่ยถูกเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัล ทุกคนในงานเลี้ยงต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“สมุหราชครูเว่ย! เจ้าบังอาจ!” องค์จักรพรรดิหลงเว่ยทรงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พระองค์ทรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พระพักตร์แดงก่ำด้วยโทสะ องครักษ์หลวงเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว และจับกุมสมุหราชครูเว่ยและพรรคพวกของเขา

สมุหราชครูเว่ยถูกล้อมจับ แต่แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น เขาจ้องตรงมาที่เจียหลิน ผู้ที่ยืนกุมแขนที่บาดเจ็บอยู่ข้างองค์จักรพรรดิ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ราวกับจะเผาไหม้เธอให้เป็นเถ้าถ่าน เขารู้แล้วว่าเจียหลินคือตัวขัดขวางที่แท้จริง เป็นผู้ที่ทำให้แผนการที่เขาวางไว้มานานหลายสิบปีต้องพังทลายลงในพริบตา

“นังแพศยา!” สมุหราชครูเว่ยคำรามเสียงต่ำ พลังงานมืดมิดที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเขาปะทุขึ้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน แสงสีดำทะมึนเริ่มแผ่ออกมาจากตัวเขา “ในเมื่อเจ้ากล้าขัดขวางข้า ข้าจะทำลายทุกสิ่ง! ไม่ให้แผนการของข้าถูกเปิดโปงออกไปมากกว่านี้!”

พลังงานมืดมิดที่รุนแรงแผ่กระจายไปทั่วห้องโถง ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว องครักษ์หลวงที่พยายามเข้าจับกุมต่างถูกพลังนั้นผลักกระเด็นออกไป สมุหราชครูเว่ยกำลังจะใช้พลังที่แท้จริงของลัทธิมืดที่เขาบูชา เพื่อทำลายทุกสิ่งและทุกคนที่ขวางทางเขา! เจียหลินรู้สึกถึงพลังงานที่ชั่วร้ายนั้น มันเป็นพลังงานเดียวกับที่เธอสัมผัสได้จากคัมภีร์โบราณ และมันรุนแรงกว่าที่เธอคิดไว้มากนัก!

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!