อากาศยามรุ่งอรุณของวันใหม่ แม้จะพยายามโอบอุ้มความสงบเข้าปกคลุมราชสำนักดั่งเช่นทุกวัน ทว่าเบื้องลึกภายใต้ความงามสง่าของสถาปัตยกรรมและกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ที่เบ่งบานในอุทยานหลวง ความระทึกขวัญและคำถามที่ไม่มีคำตอบยังคงกัดกินจิตใจของผู้คน กลิ่นไอของสมุนไพรและควันธูปศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยอ้อยอิ่งในอากาศมิอาจลบล้างความรู้สึกหนักอึ้งที่คุกคามอยู่ได้ เหตุการณ์กบฏของสมุหราชครูเว่ยผู้ทรงอำนาจยังคงเป็นเรื่องราวที่ถูกเล่าขานซ้ำๆ ด้วยความหวาดกลัวและคารวะ ผสมปนเปกันไปในหมู่ขุนนาง นางกำนัล และแม้แต่เหล่าทหารหาญ
แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือสายตาที่ผู้คนในวังหลวงใช้มอง "หมอหลวงเจียหลิน" จากเดิมที่เคยเป็นเพียงหมอหลวงหญิงที่ถูกฮ่องเต้รังเกียจเดียดฉันท์และถูกมองข้าม บัดนี้กลับกลายเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยชีวิตองค์จักรพรรดิและหยุดยั้งหายนะของแคว้นเอาไว้ได้ ความชื่นชมยำเกรงปรากฏชัดในแววตาของผู้คนยามที่นางเดินผ่าน แต่กระนั้น ลลินในร่างของเจียหลินกลับรับรู้ได้ถึงกระแสความอิจฉาริษยาและความสงสัยที่แฝงเร้นอยู่ภายใต้ความคารวะเหล่านั้น มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยในทุกภพชาติที่นางเคยเผชิญ ทั้งในฐานะแพทย์อัจฉริยะที่ถูกผู้คนขนานนามว่า "ปีศาจทางการแพทย์" ในโลกเดิม และบัดนี้ในฐานะหมอหลวงที่มาพร้อมความสามารถอันเหนือธรรมชาติในโลกนี้
ลลินถอนหายใจยาวขณะเดินกลับมายังเรือนพักของหมอหลวงที่เงียบสงบกว่าที่เคย ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำรักษาผู้บาดเจ็บและตรวจสอบหาสาเหตุของมนตร์ดำที่ยังคงตกค้างอยู่ในร่างของทหารบางนาย ทำให้เปลือกตาของนางหนักอึ้ง แต่จิตใจของนางกลับไม่อาจพักผ่อนได้ สภาพการณ์ในวังหลวงยังคงเปราะบาง เปรียบได้กับผืนผ้าไหมที่ถูกกรีดด้วยคมมีด แม้จะเย็บปะติดปะต่อกันไว้แล้ว แต่รอยแผลก็ยังคงปรากฏให้เห็นและอาจปริแตกได้ทุกเมื่อ
"ติ๊ง!"
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในห้วงความคิดของลลิน ทำให้ความง่วงงันของนางพลันสลายไปสิ้น
[ภารกิจหลัก: 'ความลับแห่งวังหลวง' ความคืบหน้า 30%] [ภารกิจย่อย: 'ตรวจสอบแหล่งพลังงานมืดที่หลงเหลือ' สถานะ: ยังไม่สำเร็จ] [ภารกิจพิเศษ: 'ความจริงเบื้องหลังสมุหราชครูเว่ย' สถานะ: ยังไม่เริ่ม] [รางวัลภารกิจสำเร็จ: เพิ่มทักษะ 'การวิเคราะห์พลังงาน' ระดับ 2, เพิ่มค่าประสบการณ์ 500, แต้มสกุลเงินระบบ 100]
ลลินขมวดคิ้วเล็กน้อย "ความจริงเบื้องหลังสมุหราชครูเว่ย? นั่นหมายความว่ายังมีเรื่องที่เราไม่รู้อีกงั้นเหรอ?"
ระบบตอบกลับด้วยเสียงราบเรียบ "ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่สมบูรณ์ สมุหราชครูเว่ยเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานที่ใหญ่กว่านั้น"
"หมากตัวหนึ่ง?" ลลินทวนคำเบาๆ หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความกังวล ในสถานการณ์ที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย การมีศัตรูที่มองไม่เห็นย่อมอันตรายยิ่งกว่าศัตรูที่เปิดเผยตัว ระบบไม่เคยโกหกนาง และคำเตือนของมันก็มักจะเป็นจริงเสมอ
ขณะที่ลลินกำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิด เสียงเรียกจากขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก็ดังขึ้นนอกเรือนพัก "หมอหลวงเจียหลิน! องค์จักรพรรดิหลงเว่ยมีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
ลลินปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินออกไปหาขันที "ทราบแล้ว ข้าจะตามไปเดี๋ยวนี้"
ขันทีผู้นั้นมองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม บัดนี้กลับปนเปไปด้วยความยำเกรงและคล้ายจะมีความชื่นชมเล็กน้อย นางรู้ว่าความสามารถที่นางแสดงออกไปนั้นได้เปลี่ยนแปลงมุมมองของผู้คนไปไม่น้อย แต่สำหรับฮ่องเต้หลงเว่ยแล้ว นางยังคงไม่อาจคาดเดาได้ว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางนั้นเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด
ท้องพระโรงใหญ่โอ่อ่าตระการตาเช่นเคย แสงอรุณยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาภายใน ทำให้เห็นฝุ่นผงเล็กๆ ลอยฟุ้งในอากาศราวกับอณูทองคำ องค์จักรพรรดิหลงเว่ยประทับอยู่บนบัลลังก์สูง ดวงตาคมกริบของพระองค์จับจ้องมายังลลินทันทีที่นางก้าวเข้ามา
ลลินค้อมกายลงคำนับอย่างสง่างาม "ถวายพระพรฝ่าบาท ทรงมีรับสั่งเรียกหม่อมฉันหรือเพคะ"
หลงเว่ยทรงพยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าของพระองค์ยังคงเรียบเฉยจนยากจะคาดเดา แต่ลลินสัมผัสได้ถึงกระแสบางอย่างที่แฝงอยู่เบื้องลึกภายใต้ความเย็นชา "หมอหลวงเจียหลิน เจ้ารู้ถึงความผิดของเจ้าหรือไม่?"
คำถามนั้นทำให้ลลินชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของนางกระตุกวูบ "ความผิดอันใดหรือเพคะ ฝ่าบาท"
"เจ้ารู้ทั้งรู้ว่ามนตร์ดำนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามของแคว้น แต่เจ้ากลับใช้มันรักษาอาการบาดเจ็บให้ทหารบางนาย" หลงเว่ยตรัสด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาของพระองค์ฉายแววไม่พอใจ "แม้เจ้าจะช่วยชีวิตข้าไว้ แต่การกระทำของเจ้าก็มิอาจละเว้นได้"
ลลินเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของฮ่องเต้ สายตาของนางไม่แสดงความเกรงกลัว "ฝ่าบาท มนตร์ดำที่หม่อมฉันใช้มิใช่มนตร์ดำเพื่อทำลายล้าง แต่เป็นการสกัดเอาพลังงานมืดที่ตกค้างอยู่ในร่างของผู้ป่วยออกไปต่างหากเพคะ หม่อมฉันใช้พลังงานจากระบบเพื่อชำระล้างพลังงานด้านลบเหล่านั้น ซึ่งเป็นหลักการที่แตกต่างจากการใช้มนตร์ดำเพื่อสร้างความเสียหายโดยสิ้นเชิง หม่อมฉันทำไปเพื่อรักษาชีวิตพวกเขา และมันก็ได้ผลดีเพคะ"
หลงเว่ยจ้องนางเขม็ง "เจ้ากล่าวอ้างว่าพลังงานจากระบบของเจ้ามิใช่มนตร์ดำ แล้วเหตุใดจึงไม่เคยมีใครเคยได้ยินเรื่องพลังงานเช่นนี้มาก่อนในแคว้นของเรา? เจ้ามาจากที่ใดกันแน่ หมอหลวงเจียหลิน?"
คำถามของฮ่องเต้ราวกับคมมีดที่พุ่งตรงมายังจุดตาย ลลินรู้ว่าเขาเริ่มสงสัยในตัวตนของนางมากขึ้นทุกที นางยิ้มเล็กน้อย "หม่อมฉันมาจากที่ที่ต่างออกไปเพคะ แต่ไม่ว่าจะมาจากที่ใด เป้าหมายของหม่อมฉันคือการรักษาชีวิตผู้คนให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน และช่วยปกป้องแคว้นนี้ให้พ้นจากภัยอันตราย"
[ระบบแจ้งเตือน: 'ฮ่องเต้หลงเว่ย' มีค่าความสงสัยเพิ่มขึ้น 10%] [ค่าความเกลียดชังลดลง 5%, ค่าความชื่นชมเพิ่มขึ้น 3%] [สถานะ: ฮ่องเต้กำลังอยู่ในสภาวะสับสนและประเมินค่าคุณใหม่]
"ปากกล้า!" หลงเว่ยตรัสเสียงกร้าว แต่ในแววตาของพระองค์กลับมีความสนใจแฝงอยู่ "เจ้าพูดเช่นนี้ ราวกับเจ้าไม่เพียงแต่เป็นหมอหลวง แต่ยังเป็นนักรบผู้หาญกล้า ที่จะเข้ามาแทรกแซงกิจการบ้านเมือง"
"หม่อมฉันเพียงแต่ทำหน้าที่ของหมอหลวงให้ดีที่สุดเพคะ และในฐานะหมอหลวง หม่อมฉันย่อมต้องมองหาต้นตอของโรคร้ายเพื่อรักษาเยียวยาให้หายขาด การกบฏของสมุหราชครูเว่ย มิใช่เพียงเรื่องการเมือง แต่เป็นโรคร้ายที่กัดกินแคว้น และหม่อมฉันจะหาทางรักษาโรคร้ายนี้ให้สิ้นซาก" ลลินตอบกลับอย่างไม่ลดละ
หลงเว่ยทรงนิ่งไปครู่หนึ่ง พระองค์จ้องลลินด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง "ดี... ในเมื่อเจ้ากล่าวเช่นนั้น ข้าจะให้โอกาสเจ้าพิสูจน์ตัวเอง หากเจ้าสามารถ 'รักษาโรคร้าย' นี้ได้จริง ข้าจะพิจารณาความผิดของเจ้าอีกครั้ง แต่หากเจ้าล้มเหลว หรือพบว่าเจ้ามีเจตนาแอบแฝงใดๆ โทษของเจ้าจะหนักกว่าเดิมหลายเท่า"
"หม่อมฉันน้อมรับพระบัญชาเพคะ" ลลินค้อมกายลงอย่างนอบน้อม แต่ในใจของนางกลับโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยตอนนี้ฮ่องเต้ก็ไม่ได้ลงโทษนาง และยังเปิดโอกาสให้นางได้ดำเนินการสืบสวนต่อไป
หลังจากออกจากท้องพระโรง ลลินก็ตรงไปยังห้องเก็บตำราแพทย์โบราณภายในห้องสมุดหลวง ที่นั่นมีหมอหลวงอาวุโสหลายท่านกำลังช่วยกันจัดเรียงตำราที่กระจัดกระจายจากเหตุการณ์กบฏ หมอหลวงหมิง ผู้ซึ่งเคยดูถูกนางอย่างรุนแรง บัดนี้กลับมองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"หมอหลวงเจียหลิน เจ้ามาทำอะไรที่นี่?" หมอหลวงหมิงถามด้วยน้ำเสียงที่สุภาพขึ้นกว่าเดิม
"หม่อมฉันต้องการตรวจสอบตำราเกี่ยวกับพลังงานธาตุและสิ่งลี้ลับเพคะ รวมถึงตำราเกี่ยวกับมนตร์ดำที่ถูกบันทึกไว้ในราชสำนัก หม่อมฉันต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพลังงานมืดที่สมุหราชครูเว่ยใช้" ลลินกล่าว
หมอหลวงหมิงพยักหน้า "เข้าใจแล้ว ในช่วงหลายวันมานี้ ข้าเองก็กำลังรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นอยู่เช่นกัน พลังงานมืดที่สมุหราชครูเว่ยใช้นั้นดูเหมือนจะเป็นศาสตร์ที่ลึกซึ้งและเก่าแก่มาก บางตำราถึงกับกล่าวถึงมันในฐานะ 'พลังงานต้องห้ามจากโลกเบื้องล่าง' ที่เคยถูกผนึกไว้เมื่อหลายพันปีก่อน"
"ผนึกไว้?" ลลินทวนคำ "นั่นหมายความว่าพลังงานนั้นเคยมีอยู่จริงในอดีต และเคยถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว?"
"ถูกต้อง" หมอหลวงหมิงพยักหน้ายืนยัน "ตำรากล่าวว่าพลังงานนั้นไม่ได้มาจากแคว้นของเรา แต่มาจากดินแดนที่มืดมิดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งถูกครอบงำด้วยความชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคล และผู้ที่ปลุกมันขึ้นมาได้จะต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจมืดบอดและเปี่ยมด้วยความทะเยอทะยานอย่างแท้จริง"
"ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ..." ลลินนึกย้อนไปถึงแผนที่แคว้นที่เคยเห็น มันเป็นดินแดนที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยภูเขาหินสูงชัน ไม่ค่อยมีผู้คนอาศัยอยู่มากนัก แต่ก็เป็นที่ตั้งของชนเผ่าเร่ร่อนบางกลุ่ม และเป็นเขตชายแดนที่ติดกับอาณาจักรอื่น
ในขณะที่ลลินกำลังจดจ่ออยู่กับการค้นคว้า ตำราเก่าแก่เล่มหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากชั้นวางหนังสือที่สูงที่สุด นางเอื้อมมือไปรับมันไว้ได้ทันก่อนที่มันจะกระแทกพื้น ฝุ่นผงคลุ้งกระจายออกจากหน้าปกที่เก่าคร่ำคร่า บนหน้าปกไม่มีชื่อเรื่อง แต่มีสัญลักษณ์แปลกประหลาดบางอย่างประทับอยู่ มันเป็นรูปวงกลมที่มีอักษรโบราณจารึกอยู่รอบๆ และมีรูปดวงตาที่สามอยู่ตรงกลาง
"ตำราเล่มนี้..." หมอหลวงหมิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ "ข้าไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลยในห้องสมุดนี้! มันมาจากไหนกัน?"
ลลินเปิดตำราออกดูอย่างระมัดระวัง หน้ากระดาษเหลืองกรอบเต็มไปด้วยภาพวาดที่สยดสยองและอักขระโบราณที่อ่านไม่ออก ทว่าทันทีที่นางพลิกไปถึงหน้าหนึ่ง รูปวาดของสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งสัตว์ที่สมุหราชครูเว่ยเคยเรียกออกมาโจมตีฮ่องเต้ก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมกับอักษรที่เรืองแสงขึ้นมาในความคิดของลลิน ราวกับระบบกำลังช่วยแปลความหมายให้โดยอัตโนมัติ
[ข้อมูลจากตำราโบราณ 'คัมภีร์แห่งความมืดมิด' ระบุว่า: 'อสูรแห่งเงา' เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังงานมืดบริสุทธิ์ พวกมันไม่มีวิญญาณและถูกควบคุมโดยผู้ปลุกเสกอย่างสมบูรณ์ จุดอ่อนของพวกมันคือการทำลายแหล่งพลังงานที่เชื่อมโยงกับผู้ปลุกเสก]
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ 'อสูรแห่งเงา' และแหล่งพลังงานมืดที่ยังคงหลงเหลืออยู่] [ภารกิจพิเศษ 'ความจริงเบื้องหลังสมุหราชครูเว่ย' ได้รับข้อมูลเบื้องต้น: สมุหราชครูเว่ยมีความเชื่อมโยงกับ 'คัมภีร์แห่งความมืดมิด' และพลังงานจาก 'โลกเบื้องล่าง' ซึ่งอาจเป็นเพียงช่องทางที่ถูกใช้ในการเรียกพลังงานดังกล่าวเท่านั้น]
ลลินอ่านข้อความที่ปรากฏในความคิดของนางซ้ำๆ หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความหวาดกลัว คัมภีร์แห่งความมืดมิดเล่มนี้คือคำตอบ! มันอาจจะเปิดเผยความจริงเบื้องหลังการกบฏของสมุหราชครูเว่ย และที่สำคัญกว่านั้นคือมันอาจชี้ไปถึง 'ผู้บงการที่แท้จริง'
ขณะที่นางกำลังจดจ่ออยู่กับการอ่านตำรา แสงสีเขียวเรืองรองก็พลันปรากฏขึ้นที่ขอบของหน้ากระดาษ ก่อนที่แสงนั้นจะลอยขึ้นไปรวมตัวกันกลางอากาศ กลายเป็นละอองพลังงานขนาดเล็กที่หมุนวนอยู่ตรงหน้าลลิน
"นี่มันอะไรกัน?" หมอหลวงหมิงอุทานด้วยความตกใจ
"พลังงานมืดที่หลงเหลือ..." ลลินพึมพำ นางสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากละอองแสงนั้น มันคือพลังงานเดียวกับที่เคยอยู่ในร่างของทหารที่บาดเจ็บ แต่ครั้งนี้มันเข้มข้นและทรงพลังกว่ามาก
ละอองแสงนั้นค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่าง คล้ายกับร่างเงาโปร่งแสงของมนุษย์ที่กำลังพยายามเอื้อมมือมาจับต้องตำราในมือของลลิน
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการพยายามแทรกแซงจากพลังงานมืดที่ทรงอานุภาพสูง! มันกำลังพยายามช่วงชิง 'คัมภีร์แห่งความมืดมิด' กลับไป!] [ภารกิจย่อย 'ตรวจสอบแหล่งพลังงานมืดที่หลงเหลือ' กำลังถูกคุกคาม! ท่านต้องปกป้องคัมภีร์เล่มนี้ไว้ให้ได้!]
"ไม่!" ลลินร้องเสียงหลง นางกระชับตำราในมือแน่น ร่างเงาสีเขียวพุ่งเข้าใส่ลลินราวกับต้องการฉีกกระชากคัมภีร์ไปจากมือของนาง พลังงานมืดพุ่งเข้าปะทะกับพลังของระบบที่คุ้มครองลลิน เกิดเป็นประกายไฟสีม่วงที่สว่างวาบทั่วห้องสมุด
"หมอหลวงเจียหลิน ระวัง!" หมอหลวงหมิงพยายามเข้ามาช่วย แต่ก็ถูกพลังงานมืดผลักกระเด็นออกไป
ลลินรู้ดีว่านี่คือการโจมตีจากสิ่งที่อยู่เบื้องหลังสมุหราชครูเว่ยอย่างแน่นอน ผู้บงการที่แท้จริง!
ร่างเงาพุ่งเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แววตาที่ว่างเปล่าของมันจ้องมองมาที่ตำราในมือของนางอย่างกระหาย ราวกับว่าชีวิตของมันขึ้นอยู่กับคัมภีร์เล่มนี้ ลลินตัดสินใจอย่างรวดเร็ว นางดึงมีดผ่าตัดที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมา ก่อนจะกรีดปลายนิ้วของตนเองจนเลือดสีแดงสดหยดลงบนหน้ากระดาษของคัมภีร์
ทันใดนั้น คัมภีร์ก็เปล่งแสงสีแดงฉานออกมา แสงนั้นแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ปะทะเข้ากับร่างเงาสีเขียวอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นในความมืดมิด ก่อนที่ร่างเงาจะสลายหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงละอองพลังงานมืดที่ค่อยๆ จางหายไปในที่สุด
ลลินหอบหายใจอย่างหนัก นางมองไปยังคัมภีร์ในมือ พลังงานจากเลือดของนางได้ผนึกตำราเอาไว้ชั่วคราว ทำให้พลังงานมืดไม่สามารถเข้าถึงมันได้อีก แต่นางก็รู้ว่านี่เป็นเพียงการถ่วงเวลาเท่านั้น
"หมอหลวงเจียหลิน เจ้าไม่เป็นอะไรนะ?" หมอหลวงหมิงรีบรุดเข้ามาดูอาการของนางด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรเพคะ" ลลินตอบ พลางใช้ผ้าเช็ดเลือดออกจากนิ้ว แต่นางกลับรู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นไปทั่วร่าง ราวกับว่าการใช้เลือดของนางได้ปลุกบางสิ่งบางอย่างในตำราให้ตื่นขึ้น
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบพลังงานโบราณที่ถูกผนึกไว้ใน 'คัมภีร์แห่งความมืดมิด' มันกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล!] [คำเตือน! พลังงานนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง! โปรดระมัดระวัง!]
ลลินจ้องมองตำราในมืออย่างตื่นตระหนก บนหน้ากระดาษที่เคยมีเพียงอักษรโบราณ บัดนี้กลับปรากฏภาพวาดใหม่ขึ้นมาอย่างช้าๆ เป็นภาพวาดของสตรีผู้หนึ่ง... สตรีที่มีใบหน้าคล้ายกับนางราวกับเป็นคนคนเดียวกัน เพียงแต่ดวงตาของนางในภาพนั้นเป็นสีแดงก่ำ ราวกับดวงตาของปีศาจ และกำลังยิ้มอย่างน่าขนลุก ราวกับกำลังเชิญชวนให้ลลินก้าวเข้าสู่ห้วงลึกของความมืดมิดที่นางไม่อาจคาดเดาได้เลยว่ามันจะนำพานางไปสู่ชะตากรรมอันใด...

ผู้ถูกเลือกจากสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก