ผู้ถูกเลือกจากสวรรค์

ตอนที่ 16 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,746 คำ

แสงแรกแห่งอรุณรุ่งสาดส่องผ่านหมู่เมฆยามเช้า ทอประกายระยิบระยับลงบนยอดหลังคากระเบื้องเคลือบสีทองของตำหนักหลวง ท่ามกลางกลิ่นหอมของมวลบุปผาที่โชยมากับสายลม ทว่าอากาศที่เคยอบอวลด้วยความสงบกลับยังคงมีไออุ่นกรุ่นของความหวาดระแวงปะปนอยู่ เหตุการณ์กบฏของสมุหราชครูเว่ยยังคงเป็นเงาตามติดผู้คนในราชสำนักมิเสื่อมคลาย ทุกย่างก้าว ทุกสายตาที่เลื่อนผ่าน ล้วนเต็มไปด้วยความระแวดระวังและนัยยะที่ซ่อนเร้น

ภายในเรือนหมอหลวงที่ดูภายนอกสงบนิ่ง ‌ลลินกำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงสมุนไพรแห้งลงในหีบไม้จันทน์ นางสวมชุดหมอหลวงสีขาวสะอาดตา ปล่อยผมยาวสลวยให้รวบตึงอย่างเรียบร้อยเพื่อความคล่องตัว ใบหน้าหมดจดปราศจากเครื่องประทินโฉมฉายแววครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา มือเรียวกำลังคัดแยกสมุนไพรชนิดต่างๆ อย่างพิถีพิถัน ชั่งน้ำหนัก และจัดเก็บเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ ​ท่ามกลางกลิ่นหอมเย็นของโสม พิมเสน และพืชสมุนไพรอีกนับร้อยชนิดที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในห้อง แม้ภายนอกนางจะดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจของลลินนั้นหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในราชสำนักตลอดหลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกบฏของสมุหราชครูเว่ยผู้ทรงอำนาจ ได้ตอกย้ำถึงความเปราะบางของชีวิตในวังหลวงแห่งนี้ ทุกย่างก้าว ‍ทุกการกระทำล้วนมีความหมายและอาจนำมาซึ่งหายนะได้เสมอ นางอดคิดถึงโลกเดิมที่ตนจากมาไม่ได้ โลกที่วิทยาศาสตร์และตรรกะเป็นใหญ่ ไม่ใช่ไสยศาสตร์หรืออำนาจบารมีที่บิดเบี้ยวเช่นนี้ ทว่าในเมื่อมาแล้ว ก็ต้องอยู่ให้รอด และต้องหาทางใช้ความรู้ที่ตนมีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“คุณหมอลลินเพคะ” เสียงเรียกอันอ่อนหวานของนางกำนัลน้อยนามว่า ‌เสี่ยวเยว่ ดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงที่รีบก้าวเข้ามาในห้องทำงานของลลิน ใบหน้าของเสี่ยวเยว่ซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำ บ่งบอกถึงความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ลลินเงยหน้าขึ้นจากหีบสมุนไพร “เกิดอะไรขึ้นเสี่ยวเยว่? เหตุใดจึงร้อนใจนัก?” “แย่แล้วเพคะคุณหมอ! ‍องค์ชายหมิงประชวรหนักพะย่ะค่ะ!” เสี่ยวเยว่เอ่ยเสียงสั่นพร่า แทบจะสำลักคำพูดของตนเอง “ไข้สูง ตัวร้อนจัด เพ้อไม่หยุด หมอหลวงทุกคนถูกเรียกไปหมดแล้ว แต่ไม่มีใครทำอะไรได้เลยเพคะ” หัวใจของลลินพลันเต้นระรัว ​องค์ชายหมิงคือพระโอรสองค์เล็กของฮ่องเต้ อายุเพียงห้าขวบ เป็นที่รักยิ่งของพระองค์และเหล่าสนมทั้งหลาย หากเกิดอะไรขึ้นกับองค์ชายหมิง ราชสำนักจะต้องพลิกคว่ำอย่างแน่นอน “ประชวรหนักเพียงใด? มีอาการอะไรบ้าง?” “ตัวร้อนราวกับไฟ ปากแห้ง ​ผิวหนังเป็นผื่นแดงก่ำไปทั่วพระวรกาย ไอไม่หยุด หายใจติดขัดเพคะ” เสี่ยวเยว่เล่าด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “ฝ่าบาททรงพิโรธหนัก รับสั่งให้หมอหลวงทุกคนทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาองค์ชายให้ได้ หากไม่สำเร็จ… อาจมีหัวหลุดจากบ่าหลายคนเลยเพคะ” ลลินกำมือแน่น ​อาการที่เสี่ยวเยว่เล่ามานั้นช่างคุ้นเคยราวกับสิ่งที่นางเคยพบเจอในโลกปัจจุบันอย่างโรคหัดขั้นรุนแรง หรืออาจเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ซับซ้อนกว่านั้น หากวินิจฉัยและรักษาไม่ถูกวิธี ผลลัพธ์อาจถึงแก่ชีวิตได้ และในยุคสมัยที่สุขอนามัยยังไม่ดีนักเช่นนี้ การระบาดของโรคติดเชื้อเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุด

โดยไม่รอช้า ลลินรีบเก็บหีบสมุนไพรแล้วตรงดิ่งไปยังตำหนักขององค์ชายหมิงทันที ระหว่างทาง นางได้ยินเสียงโกลาหลของผู้คนในวังหลวง เสียงร่ำไห้ของเหล่านางกำนัลและขันทีที่กำลังวิ่งวุ่นไปมา บ่งบอกถึงความสิ้นหวังและความอลหม่านที่กำลังปกคลุมตำหนัก องค์ชายหมิงเป็นองค์ชายที่อ่อนแอมาตั้งแต่เยาว์วัย ร่างกายไม่แข็งแรงนัก หากประชวรหนักถึงเพียงนี้ ย่อมเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด เมื่อมาถึงตำหนักองค์ชายหมิง ลลินพบว่าบรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความวุ่นวายและความตึงเครียด หมอหลวงอาวุโสหลายท่านกำลังรุมล้อมพระแท่นบรรทมขององค์ชายหมิง ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความกังวลและสิ้นหวัง เครื่องยาต่างๆ ถูกจัดวางอย่างระเกะระกะ กลิ่นสมุนไพรฉุนกึ้กผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลในอากาศ องค์ชายหมิงนอนอยู่บนพระแท่น ใบหน้าแดงก่ำจากพิษไข้ ผิวหนังมีผื่นแดงขึ้นเป็นปื้น พระโอษฐ์แห้งผาก หายใจหอบถี่ เสียงไอแห้งๆ ดังขึ้นเป็นระยะ ดวงตาพร่ามัวจากการเพ้อคลั่ง ฮ่องเต้ประทับยืนอยู่ข้างพระแท่นบรรทม ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเยือกเย็นบัดนี้ซีดเผือด ดวงตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดและหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด พระองค์จ้องมององค์ชายหมิงด้วยความทุกข์ทรมาน แววตาเต็มไปด้วยความกังวลและสิ้นหวังที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อน “เป็นอย่างไรบ้าง! พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่! เหตุใดบุตรชายของเรายังไม่ดีขึ้น!” เสียงทรงอำนาจของฮ่องเต้ดังขึ้นด้วยความกราดเกรี้ยว ทำให้ทุกคนในห้องสะดุ้งสุดตัว หมอหลวงอาวุโสที่มียศสูงสุดนามว่า หมอหลวงซ่ง ก้าวออกมาจากกลุ่ม “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมได้ให้องค์ชายเสวยยาแก้พิษไข้ และใช้เข็มเงินระบายความร้อนแล้วพะย่ะค่ะ แต่พระอาการยังไม่ดีขึ้นเลยพะย่ะค่ะ” “ไม่ดีขึ้น? นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าทำได้งั้นหรือ? หากองค์ชายหมิงเป็นอะไรไป พวกเจ้าทุกคนจะต้องรับโทษประหาร!” เสียงของฮ่องเต้กึกก้องไปด้วยความเดือดดาล ท่าทางของพระองค์บ่งบอกว่าพร้อมจะสั่งประหารได้ทุกเมื่อ ลลินที่ยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มหมอหลวงมองเห็นอาการขององค์ชายหมิงชัดเจนยิ่งขึ้น นางจดจำอาการเช่นนี้ได้ดีจากตำราแพทย์สมัยใหม่ที่เคยศึกษา และจากประสบการณ์ในการรักษาคนไข้ หากเป็นแค่ไข้ธรรมดาคงไม่ทรุดหนักถึงเพียงนี้ นี่คืออาการของโรคติดเชื้อรุนแรงที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดและวิธีการรักษาที่แตกต่างออกไปจากตำราแพทย์แผนจีนโบราณ ในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของลลิน

[ภารกิจฉุกเฉิน: รักษาองค์ชายหมิง!] [รายละเอียดภารกิจ: องค์ชายหมิงกำลังป่วยหนักด้วยโรคติดเชื้อรุนแรงที่ไม่มีชื่อในยุคนี้ การแพทย์ปัจจุบันไม่สามารถรักษาได้ หากองค์ชายสิ้นพระชนม์ จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของราชวงศ์อย่างรุนแรง ท่านคือความหวังเดียว!] [เงื่อนไขความสำเร็จ: องค์ชายหมิงฟื้นจากอาการประชวร และพ้นขีดอันตรายอย่างถาวร] [รางวัล: คะแนนวิชาการ 500 แต้ม, ชื่อเสียง +100, พลังชีวิตฟื้นฟูเต็มที่] [บทลงโทษความล้มเหลว: โทษประหารชีวิต]

เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของลลิน ทำให้หัวใจของนางเต้นรัวกว่าเดิม ภารกิจนี้เดิมพันด้วยชีวิตของนางเอง! แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือชีวิตขององค์ชายหมิง นางมองไปที่ใบหน้าซีดเซียวขององค์ชายที่กำลังหายใจรวยริน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในฐานะแพทย์ทำให้ลลินไม่สามารถยืนดูอยู่เฉยๆ ได้อีกต่อไป “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมขอประทานอภัยที่ต้องทูลแทรก แต่กระหม่อมคิดว่ากระหม่อมอาจมีหนทางเพคะ” ลลินก้าวออกจากกลุ่มหมอหลวง เดินออกมาเบื้องหน้าอย่างกล้าหาญ น้ำเสียงของนางชัดเจนและหนักแน่น แม้ภายในใจจะตื่นเต้นเพียงใดก็ตาม สายตาเย็นชาของฮ่องเต้หันมาจ้องมองลลินทันที แววตาของพระองค์เต็มไปด้วยความไม่พอใจและดูหมิ่น “เจ้าอีกแล้วรึหมอหลวงลลิน? เจ้ายังมีหน้ามาพูดอะไรอีกหลังจากที่เจ้าเกือบจะทำให้หมิงเอ๋อร์ต้องตายเมื่อคราวก่อน!” คำกล่าวของฮ่องเต้ทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งตึงเครียด หมอหลวงซ่งรีบก้าวเข้ามา “ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ นางเป็นเพียงหมอหลวงฝึกหัดที่ไร้ประสบการณ์ กระหม่อมเกรงว่านางจะทำให้พระอาการขององค์ชายแย่ลงกว่าเดิมพะย่ะค่ะ” “ใช่แล้วพะย่ะค่ะฝ่าบาท! หมอหลวงลลินไม่มีความรู้มากพอที่จะรักษาพระโอรสของฝ่าบาทได้” หมอหลวงคนอื่นๆ ต่างพากันเห็นด้วย ลลินยืนหยัดอย่างมั่นคง ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย นางรู้ดีว่าสถานะของตนในสายตาของฮ่องเต้นั้นเลวร้ายเพียงใด แต่ชีวิตขององค์ชายสำคัญกว่าศักดิ์ศรีส่วนตัว “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมทราบว่าพระองค์ไม่โปรดกระหม่อม แต่ในฐานะหมอ กระหม่อมไม่สามารถทนเห็นผู้ป่วยทรมานได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมขอยืนยันว่าพระอาการขององค์ชายหมิงในตอนนี้ ไม่ใช่แค่ไข้หวัดหรือพิษไข้ทั่วไป แต่เป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่ต้องการการรักษาที่แตกต่างออกไปเพคะ” “เจ้ากล้าดียังไงมาโต้แย้งพวกเรา! พวกเราเป็นหมอหลวงมากประสบการณ์ เจ้าเป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืน!” หมอหลวงซ่งตวาดเสียงดัง ลลินไม่สนใจคำตำหนิเหล่านั้น นางหันไปสบตาฮ่องเต้โดยตรง “ฝ่าบาทเพคะ หากวิธีการของหมอหลวงซ่งและท่านอื่นๆ ได้ผล องค์ชายคงไม่ทรุดหนักถึงเพียงนี้! กระหม่อมไม่ทราบว่าโรคนี้มีชื่อในตำราโบราณหรือไม่ แต่กระหม่อมรับรองว่ากระหม่อมมีวิธีที่จะช่วยองค์ชายได้ เพียงแต่ต้องได้รับความไว้วางใจจากพระองค์เพคะ!” ฮ่องเต้จ้องลลินนิ่งงัน แววตาของพระองค์เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความโกรธแค้นและความเกลียดชังที่มีต่อนางยังคงเด่นชัด ทว่าในขณะเดียวกัน แววตาแห่งความสิ้นหวังในพระโอรสก็ทำให้พระองค์ต้องชั่งใจ ทุกๆ วิธีการที่หมอหลวงคนอื่นนำเสนอล้วนไร้ผลสิ้นเชิง และองค์ชายหมิงก็กำลังจะจากไปต่อหน้าต่อตา “เจ้า… เจ้ามีวิธีใด?” เสียงของฮ่องเต้แหบพร่าลงเล็กน้อย บ่งบอกถึงความอ่อนล้าและความกังวล “กระหม่อมต้องการให้ตำหนักแห่งนี้สะอาดปราศจากสิ่งสกปรกให้มากที่สุด ให้นางกำนัลทุกคนล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสองค์ชาย รวมถึงอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ใช้กับองค์ชายจะต้องถูกต้มในน้ำเดือดเพคะ” ลลินเริ่มอธิบาย “จากนั้น กระหม่อมจะปรุงยาพิเศษขึ้นมาอีกชนิดหนึ่ง และกระหม่อมจะต้องเฝ้าดูอาการขององค์ชายอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาเพคะ” หมอหลวงซ่งส่ายหน้าอย่างดูถูก “ไร้สาระ! การล้างมือจะช่วยรักษาโรคได้อย่างไร? และยาสมุนไพรที่ไหนจะรุนแรงพอจะรักษาโรคติดเชื้อที่พวกเรายังทำอะไรไม่ได้?” “สุขอนามัยเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการแพร่เชื้อเพคะ” ลลินโต้กลับอย่างใจเย็น “และยาที่กระหม่อมจะปรุงนั้น จะเป็นยาที่ออกฤทธิ์แรงในการต่อสู้กับเชื้อโรคในร่างกาย กระหม่อมรับรองว่าไม่เคยมีใครเคยใช้ยาเช่นนี้มาก่อนเพคะ” ฮ่องเต้หลับตาลงครู่หนึ่ง ทรงตรึกตรองอย่างหนักหน่วง พระองค์มองไปยังองค์ชายหมิงที่กำลังหายใจรวยรินอย่างอ่อนแรงอีกครั้ง ความหวังที่ริบหรี่ผุดขึ้นในใจ “หากเจ้าล้มเหลว… หากหมิงเอ๋อร์เป็นอะไรไป… เจ้าจะได้รับโทษที่สาหัสกว่าการประหารชีวิต!” ฮ่องเต้รับสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ดวงตาที่เปิดขึ้นมาอีกครั้งฉายแววอาฆาตอย่างน่ากลัว “พวกเจ้าทุกคน จงฟังคำสั่งของนางอย่างเคร่งครัด หากนางต้องการสิ่งใด ให้จัดหาให้ทันที และห้ามใครขัดขวางการรักษาของนางเป็นอันขาด! แต่หากมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น เจ้าจะต้องรับผิดชอบเพียงผู้เดียว หมอหลวงลลิน!” “น้อมรับพระบัญชาเพคะฝ่าบาท” ลลินก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นี่คือโอกาสเดียวของนางที่จะพิสูจน์ตัวเอง และที่สำคัญที่สุดคือโอกาสที่จะรักษาชีวิตขององค์ชายหมิง หลังจากได้รับพระบัญชา ลลินก็เริ่มดำเนินการทันที นางสั่งให้นางกำนัลทุกคนในห้องล้างมือด้วยน้ำสะอาดผสมสมุนไพรฆ่าเชื้อ (ซึ่งนางได้ใช้ความรู้จากโลกเดิมมาปรับปรุงเป็นสูตรที่พอใช้ได้) และให้นำผ้าปูที่นอนขององค์ชายหมิงไปต้มฆ่าเชื้อ นางยังสั่งให้แยกองค์ชายออกจากบริเวณอื่นของตำหนักเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค หมอหลวงคนอื่นๆ แม้จะไม่พอใจ แต่ก็จำต้องทำตามพระบัญชาของฮ่องเต้ ลลินเริ่มลงมือปรุงยาด้วยตนเอง นางใช้สมุนไพรหลายชนิดที่นางเคยศึกษาจากตำราโบราณ ผสมผสานกับความรู้ทางเภสัชวิทยาจากโลกเดิมของนาง นางเลือกสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดไข้ และเสริมภูมิคุ้มกันในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ยาที่มีฤทธิ์คล้ายยาปฏิชีวนะและลดอาการแทรกซ้อนต่างๆ ในขณะที่นางกำลังปรุงยา มือของนางก็ไม่หยุดที่จะตรวจสอบชีพจรและวัดไข้ขององค์ชายหมิงเป็นระยะ ฮ่องเต้ยังคงประทับยืนอยู่ที่เดิม จ้องมองการกระทำของลลินด้วยแววตาที่ไม่ไว้ใจตลอดเวลา ราวกับทุกการเคลื่อนไหวของนางจะนำมาซึ่งอันตรายต่อพระโอรสของพระองค์ หมอหลวงซ่งและคนอื่นๆ ก็ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ด้วยสีหน้าดูแคลนและหวาดระแวง เวลาผ่านไปช้าๆ ราวกับหนึ่งชั่วยามคือหนึ่งปี ลลินจัดยาที่ปรุงเสร็จให้องค์ชายหมิงเสวยอย่างระมัดระวัง แม้องค์ชายจะยังคงเพ้อคลั่ง แต่ก็พยายามกลืนยาลงไปได้ไม่น้อย จากนั้นนางก็ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้องค์ชายเพื่อลดไข้ พร้อมทั้งใช้เข็มเงินระบายลมร้อนตามจุดที่สำคัญ คล้ายกับการฝังเข็มในยุคปัจจุบัน แต่ปรับเปลี่ยนจุดให้เหมาะสมกับอาการ ผ่านไปหลายชั่วยาม พระอาการขององค์ชายหมิงยังคงทรงตัว ไข้ยังสูงอยู่ แต่ก็ไม่ได้สูงขึ้นกว่าเดิมอย่างน่าตกใจ ลลินยังคงไม่ลดละความพยายาม นางเฝ้าดูแลองค์ชายอย่างใกล้ชิด คอยเช็ดตัวให้ไม่ขาด และจัดยาให้เสวยตามเวลาที่กำหนด การทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของลลินทำให้แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังอดทอดพระเนตรด้วยความประหลาดใจ ในที่สุด หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดของค่ำคืน รุ่งเช้าก็มาถึง แสงอรุณสาดส่องเข้ามาในตำหนักที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ลลินทรุดตัวลงข้างพระแท่นบรรทมขององค์ชายหมิง หลังจากที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งคืน นางจับชีพจรขององค์ชายอีกครั้ง ใบหน้าของนางพลันคลายความกังวลลงเล็กน้อย “ฝ่าบาทเพคะ” ลลินเอ่ยเสียงแหบพร่า “ไข้ขององค์ชายลดลงแล้วเพคะ” คำพูดของลลินทำให้ทุกคนในห้องหันขวับมามอง ฮ่องเต้รีบก้าวเข้ามาดูใกล้ๆ พระองค์วางพระหัตถ์ลงบนหน้าผากขององค์ชายหมิงอย่างเบามือ แล้วก็เบิกพระเนตรกว้างขึ้นเล็กน้อย ไข้ลดลงจริง! แม้จะยังอุ่นๆ อยู่ แต่ก็ไม่ได้ร้อนจัดอย่างเมื่อคืน องค์ชายหมิงเริ่มหายใจได้สะดวกขึ้นเล็กน้อย ผื่นแดงบนผิวหนังดูจางลง สีหน้าของพระองค์ดูผ่อนคลายขึ้น และที่สำคัญที่สุด… องค์ชายเริ่มพลิกตัวเบาๆ ราวกับจะฟื้นจากอาการหลับใหลที่เกิดจากพิษไข้ “หมิงเอ๋อร์… หมิงเอ๋อร์ของพ่อ” ฮ่องเต้เอ่ยเสียงแผ่วเบา แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความทุกข์ระทมบัดนี้มีประกายแห่งความหวังฉายขึ้นมา หมอหลวงซ่งและคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อสายตา พวกเขาไม่เคยเห็นการรักษาที่รวดเร็วและได้ผลเช่นนี้มาก่อน ลลินทำสำเร็จจริงๆ หรือ? “องค์ชายทรงพ้นขีดอันตรายแล้วเพคะ แต่ยังต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไปอีกระยะหนึ่ง กระหม่อมจะยังคงเฝ้าดูอาการและจัดยาให้เสวยตามเดิมเพคะ” ลลินเอ่ยขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความโล่งอก ฮ่องเต้มองลลินนิ่งงัน แววตาของพระองค์ยังคงมีความขัดแย้ง แต่ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป แววตาแห่งความเกลียดชังดูจางลงเล็กน้อย และถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจและบางทีอาจจะมีความชื่นชมเล็กๆ ซ่อนอยู่ ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจกับอาการที่ดีขึ้นขององค์ชายหมิง และลลินกำลังจะทรุดตัวลงพักผ่อนหลังจากผ่านคืนอันยาวนานและเหนื่อยล้า จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นจากด้านนอกประตูตำหนัก “แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะย่ะค่ะ!” เสียงของขันทีเฒ่าดังขึ้นอย่างร้อนรน ใบหน้าซีดเผือดราวกับเจอผี “พระสนมกุ้ยเฟย… พระสนมกุ้ยเฟยทรงหมดสติไปแล้วพะย่ะค่ะ! และพระอาการของพระองค์… ก็ดูเหมือนกับองค์ชายหมิงทุกประการเลยพะย่ะค่ะ!”

คำพูดของขันทีเฒ่าทำให้ทุกคนในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ลลินเบิกตากว้าง หัวใจของนางกระตุกวูบ ความรู้สึกโล่งอกเมื่อครู่พลันมลายหายไปทันที นี่ไม่ใช่แค่โรคประจำตัวขององค์ชายหมิง แต่เป็นการระบาด! และผู้ป่วยรายใหม่คือพระสนมกุ้ยเฟย ผู้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้! วังหลวงกำลังเผชิญหน้ากับอะไรกันแน่?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ผู้ถูกเลือกจากสวรรค์

ผู้ถูกเลือกจากสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!