ตอนที่ 29 — แผนร้ายใต้เงามืดและบทเรียนจากอดีต
ผู้ถูกเลือกจากสวรรค์ · 30 ตอน
แสงจันทร์สีนวลสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาในห้องบรรทมของฮ่องเต้ เผยให้เห็นเงาร่างสูงสง่าที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ไม้แกะสลักอย่างประณีต ดวงเนตรคมกริบจับจ้องไปยังแผนที่แคว้นที่กางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิด ลมหายใจแผ่วเบาของหลี่อิงที่หลับใหลอยู่บนเตียงข้างกันไม่ได้ช่วยให้พระองค์คลายความกังวลลงได้เลยแม้แต่น้อย
"ฝ่าบาททรงยังไม่บรรทมอีกหรือเพคะ" เสียงหวานของหลี่อิงเอ่ยขึ้นเบาๆ นางพลิกตัวมามองพระองค์ด้วยแววตาเป็นห่วง แสงจันทร์อาบไล้ใบหน้าของนางให้ดูงดงามราวภาพวาด
ฮ่องเต้หันมามองนางช้าๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนพระโอษฐ์ "เจ้าตื่นแล้วหรือ"
"หม่อมฉันตื่นเพราะรู้สึกว่าฝ่าบาททรงยังไม่บรรทมเพคะ" นางยันกายลุกขึ้นนั่ง พิงศีรษะกับหมอนนุ่ม "ทรงมีเรื่องใดไม่สบายพระทัยหรือเพคะ"
ฮ่องเต้ถอนหายใจแผ่วเบา "เรื่องในราชสำนักมีมากมายนัก ยิ่งช่วงนี้แคว้นทางใต้เริ่มก่อความไม่สงบขึ้นมาอีกครั้ง"
หลี่อิงเลิกคิ้วเล็กน้อย "ทางใต้หรือเพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพหลี่กำลังนำทัพไปปราบปรามอยู่มิใช่หรือเพคะ"
"ใช่ แต่ดูเหมือนการปราบปรามครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย" ฮ่องเต้ลุกขึ้นเดินมานั่งลงข้างเตียง ทรงกุมมือนางไว้ "ข้ากังวลว่าจะมีผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสนี้สร้างความวุ่นวายในเมืองหลวง"
"ฝ่าบาททรงหมายถึง...พวกขุนนางที่อยู่เบื้องหลังการก่อกบฏในอดีตหรือเพคะ" หลี่อิงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
ฮ่องเต้พยักหน้าช้าๆ "ใช่ พวกมันยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด รอคอยโอกาสที่จะล้มล้างราชวงศ์อยู่เสมอ" พระองค์จ้องมองไปยังความมืดนอกหน้าต่าง "และข้าก็รู้สึกได้ว่า...พวกมันกำลังจะเคลื่อนไหวอีกครั้ง"
หลี่อิงเงียบไปครู่หนึ่ง นางรู้ดีว่าฮ่องเต้ทรงแบกรับภาระอันหนักอึ้งเพียงใด การขึ้นครองราชย์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ท่ามกลางความวุ่นวายภายในราชสำนัก ทำให้พระองค์ต้องทรงระแวดระวังทุกย่างก้าว ความเย็นชาที่แสดงออกต่อผู้อื่นนั้น แท้จริงแล้วคือเกราะกำบังอันแข็งแกร่งที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องพระองค์เองและแผ่นดินนี้
"ไม่ว่าอย่างไร หม่อมฉันก็จะอยู่เคียงข้างฝ่าบาทเสมอเพคะ" หลี่อิงเอ่ยเสียงอ่อนโยน นางบีบมือพระองค์เบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความเข้มแข็ง
ฮ่องเต้หันมามองนางด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "เจ้า...คือความหวังเดียวของข้าในยามนี้"
ขณะที่ความกังวลคุกคามราชสำนักในยามค่ำคืนนั้น ณ ตำหนักหมอหลวง ลลินกำลังง่วนอยู่กับการอ่านตำราแพทย์โบราณเล่มหนาที่นางเพิ่งค้นพบในห้องเก็บตำราลับของตำหนัก ตำราเล่มนี้เขียนด้วยภาษาที่เก่าแก่และซับซ้อน แต่ด้วยความช่วยเหลือจากระบบ นางจึงสามารถถอดความและทำความเข้าใจเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว
'ตำราพิษและสมุนไพรหายาก' คือชื่อของมัน และเนื้อหาภายในนั้นล้วนเป็นความรู้ที่ล้ำค่าเกินกว่าที่นางจะจินตนาการได้ ไม่เพียงแค่การรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างพิษร้ายแรงชนิดต่างๆ และวิธีแก้พิษที่ซับซ้อนอีกด้วย
"ระบบ นี่มันเป็นขุมทรัพย์ชัดๆ เลยนะ" ลลินเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่นิ้วเรียวไล้ไปตามตัวอักษรที่จารึกไว้
[แน่นอน โฮสต์ ความรู้คือพลัง] ระบบตอบกลับด้วยเสียงเรียบๆ
"แต่ว่า...ทำไมตำราเล่มนี้ถึงถูกซ่อนไว้ลึกขนาดนี้ล่ะ" ลลินอดสงสัยไม่ได้ "เหมือนไม่อยากให้ใครได้อ่านเลย"
[ตำราเล่มนี้มีความรู้ที่สามารถใช้ได้ทั้งสร้างสรรค์และทำลายล้าง การซ่อนไว้เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิดจึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผล]
ลลินพยักหน้าเห็นด้วย นางพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับหน้าหนึ่งที่กล่าวถึง 'ยาพิษไร้กลิ่นไร้สี' ซึ่งมีสรรพคุณทำให้ผู้ที่ได้รับเข้าไปมีอาการอ่อนแรง เวียนศีรษะ และหากได้รับในปริมาณมาก อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ
"ยาพิษไร้กลิ่นไร้สี...เหมือนกับอาการขององค์ชายรองเลยนี่นา" ลลินพึมพำกับตัวเอง ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของนาง "หรือว่า...องค์ชายรองจะถูกวางยาพิษ"
แต่ก็ไม่ใช่ยาพิษชนิดเดียวกับที่ทำให้องค์ชายรองทรุดหนักในตอนแรก เพราะยาที่นางพบในตัวองค์ชายรองนั้นเป็นพิษที่ออกฤทธิ์ช้าและค่อยๆ ทำลายอวัยวะภายใน แต่ยาพิษไร้กลิ่นไร้สีในตำรานี้กลับมีอาการที่คล้ายคลึงกับอาการอ่อนแรงที่องค์ชายรองแสดงออกก่อนหน้านี้
"ระบบ เธอช่วยสแกนตำราเล่มนี้ แล้วเปรียบเทียบกับอาการขององค์ชายรองตอนที่ฉันตรวจพบครั้งแรกได้ไหม" ลลินสั่ง
[กำลังดำเนินการ]
ไม่นานนัก ระบบก็ตอบกลับมา
[โฮสต์ การวิเคราะห์เบื้องต้นพบว่ามีสารประกอบบางชนิดที่คล้ายคลึงกับสารพิษในตำรานี้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นชนิดเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากข้อมูลในตำราเป็นข้อมูลเชิงพฤกษศาสตร์โบราณ ซึ่งต้องใช้เวลาในการถอดรหัสและวิเคราะห์เพิ่มเติม]
"งั้นก็หมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่องค์ชายรองจะถูกวางยาพิษมากกว่าหนึ่งชนิด" ลลินสรุป "และยาพิษชนิดที่สองนี้ อาจจะเป็นตัวที่ทำให้พระองค์อ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว"
ความจริงข้อนี้ทำให้ลลินรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงสันหลัง หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็หมายความว่ามีคนพยายามจะฆ่าองค์ชายรองอย่างต่อเนื่อง และคนที่ทำเช่นนี้ก็ต้องเป็นคนที่มีอำนาจและอิทธิพลมากพอที่จะเข้าถึงตัวองค์ชายรองได้โดยง่าย
"ใครกันนะที่ทำเรื่องโหดร้ายขนาดนี้" ลลินพึมพำ นางนึกถึงใบหน้าขององค์ชายรองที่ดูอ่อนเยาว์และไร้เดียงสา "ไม่ว่าจะเป็นใคร ฉันจะต้องหาตัวให้เจอ"
เช้าวันรุ่งขึ้น ลลินตัดสินใจเข้าพบฮ่องเต้เพื่อรายงานเรื่องที่นางค้นพบ ฮ่องเต้ทรงรับฟังด้วยสีพระพักตร์ที่เคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนางกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่องค์ชายรองจะถูกวางยาพิษมากกว่าหนึ่งชนิด
"เจ้าแน่ใจหรือหมอหลวงลลิน" ฮ่องเต้เอ่ยถามเสียงเย็น
"เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันได้ศึกษาตำราแพทย์โบราณเล่มหนึ่งที่กล่าวถึงยาพิษไร้กลิ่นไร้สี ซึ่งมีอาการคล้ายคลึงกับอาการอ่อนแรงขององค์ชายรองก่อนหน้านี้" ลลินอธิบาย "และจากการวิเคราะห์ของระบบ...เอ่อ...จากการวิเคราะห์อย่างละเอียดของหม่อมฉัน ก็พบว่ามีสารประกอบบางชนิดที่ตรงกันเพคะ"
ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรลงช้าๆ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องบรรทมอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่พระองค์จะลืมพระเนตรขึ้นมาอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"พวกมันช่างกล้า! กล้าที่จะแตะต้องเชื้อพระวงศ์ของข้าถึงสองครั้งสองครา" พระสุรเสียงของฮ่องเต้เต็มไปด้วยความไม่พอพระทัย "หมอหลวงลลิน เจ้าจงสืบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด หากพบเบาะแสใดๆ จงรายงานข้าทันที"
"เพคะฝ่าบาท" ลลินรับคำ นางรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากพระองค์
"และจงระมัดระวังตัวให้มาก" ฮ่องเต้ตรัสเสริม "หากพวกมันกล้าทำถึงเพียงนี้ ก็ย่อมไม่ลังเลที่จะกำจัดผู้ที่ขวางทาง"
ลลินพยักหน้าอย่างหนักแน่น นางรู้ดีว่าภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เพื่อความยุติธรรมและเพื่อชีวิตขององค์ชายรอง นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอันตรายทุกรูปแบบ
หลังจากออกจากตำหนักของฮ่องเต้ ลลินก็ตรงไปยังตำหนักขององค์ชายรองทันที นางต้องการจะตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการขององค์ชายรองอีกครั้ง และพยายามค้นหาเบาะแสที่อาจจะหลงเหลืออยู่
เมื่อมาถึงตำหนัก องค์ชายรองกำลังประทับอยู่บนเตียง โดยมีองค์หญิงหว่านเอ๋อร์นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ใบหน้าขององค์หญิงหว่านเอ๋อร์ดูอิดโรยจากการอดหลับอดนอน แต่แววตาของนางยังคงเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย
"หมอหลวงลลิน มาพอดีเลยเพคะ" องค์หญิงหว่านเอ๋อร์เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มบางๆ "วันนี้องค์ชายรองทรงดูสดใสขึ้นมากเพคะ"
ลลินเดินเข้าไปใกล้เตียง ตรวจชีพจรและดูสีหน้าขององค์ชายรองอย่างละเอียด "อาการดีขึ้นมากจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ" นางหันไปมององค์หญิงหว่านเอ๋อร์ "องค์หญิงทรงดูแลองค์ชายรองได้ดีมากพ่ะย่ะค่ะ"
"หม่อมฉันก็แค่ทำในสิ่งที่ควรทำเพคะ" องค์หญิงหว่านเอ๋อร์เอ่ยอย่างถ่อมตน
"องค์หญิงหว่านเอ๋อร์ หม่อมฉันมีเรื่องบางอย่างอยากจะสอบถามพ่ะย่ะค่ะ" ลลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ก่อนหน้านี้ องค์ชายรองเคยมีอาการอ่อนแรง เวียนศีรษะ หรือรู้สึกคล้ายจะเป็นลมบ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"
องค์หญิงหว่านเอ๋อร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "มีเพคะ เมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน องค์ชายรองเคยบ่นว่ารู้สึกเวียนศีรษะและอ่อนแรงอยู่หลายวัน แต่หม่อมฉันคิดว่าเป็นเพราะทรงพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงไม่ได้เอะใจอะไรเพคะ"
"แล้วในช่วงนั้น องค์ชายรองทรงเสวยสิ่งใดเป็นพิเศษหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ หรือมีใครมาเยี่ยมเยียนเป็นพิเศษบ้างหรือไม่" ลลินถามต่อ
องค์หญิงหว่านเอ๋อร์พยายามนึกย้อนไปในอดีต "ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนะเพคะ องค์ชายรองก็เสวยอาหารตามปกติ ส่วนแขกที่มาเยี่ยมก็มีแต่ขุนนางที่สนิทสนมกันเพคะ"
"มีใครที่นำอาหารหรือเครื่องดื่มมาถวายองค์ชายรองด้วยตัวเองบ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" ลลินถามเจาะจง
องค์หญิงหว่านเอ๋อร์นิ่งไปครู่หนึ่ง "มีเพคะ...ท่านขันทีหลี่เคยนำชาดอกเหมยมาถวายองค์ชายรองอยู่หลายครั้งเพคะ ท่านบอกว่าชาดอกเหมยช่วยให้ผ่อนคลายและนอนหลับสบาย"
"ขันทีหลี่!" ลลินอุทานเบาๆ ชื่อนี้ทำให้นางรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
"ใช่เพคะ ท่านขันทีหลี่เป็นคนสนิทของเสนาบดีซ่งเพคะ" องค์หญิงหว่านเอ๋อร์เสริม
เสนาบดีซ่ง...ชื่อนี้ทำให้ลลินนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่นางเคยพบเจอเสนาบดีผู้นี้ เขาเป็นคนที่มีอำนาจและอิทธิพลในราชสำนัก และดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องวุ่นวายหลายอย่าง
"ขอบพระทัยองค์หญิงหว่านเอ๋อร์มากพ่ะย่ะค่ะ" ลลินกล่าวขอบคุณ "ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากพ่ะย่ะค่ะ"
หลังจากออกจากตำหนักขององค์ชายรอง ลลินก็ตรงไปยังตำหนักของฮ่องเต้ทันที เพื่อรายงานเรื่องขันทีหลี่และเสนาบดีซ่ง ฮ่องเต้ทรงรับฟังด้วยสีพระพักตร์ที่มืดครึ้มลงเรื่อยๆ
"เสนาบดีซ่ง...ข้าก็สงสัยในตัวมันมานานแล้ว" ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา "แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดมันได้"
"แต่ตอนนี้เรามีเบาะแสแล้วเพคะฝ่าบาท" ลลินเอ่ย "หากเราสามารถจับตัวขันทีหลี่มาสอบสวนได้ เราอาจจะสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้เพคะ"
ฮ่องเต้ทรงพยักหน้า "ดี! เจ้าจงไปนำตัวขันทีหลี่มาสอบสวนทันที แต่จงระวังตัวให้มาก อย่าให้พวกมันรู้ตัว"
"เพคะฝ่าบาท" ลลินรับคำอย่างหนักแน่น
การตามจับขันทีหลี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ขันทีผู้นี้เป็นคนสนิทของเสนาบดีซ่ง และมักจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองขององครักษ์จำนวนมาก ลลินจึงต้องวางแผนอย่างรอบคอบ นางใช้ความรู้ด้านการแพทย์และสมุนไพรของตนเอง เพื่อสร้างยาชาชนิดพิเศษที่ออกฤทธิ์เร็วและไม่ทิ้งร่องรอย
ในคืนนั้น ลลินพร้อมด้วยองครักษ์ลับที่ฮ่องเต้จัดหาให้ ก็บุกเข้าไปในตำหนักของขันทีหลี่อย่างเงียบเชียบ ขันทีผู้นี้กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ โดยไม่รู้เลยว่าชะตากรรมของตนเองกำลังจะเปลี่ยนไป
ลลินใช้ผ้าชุบยาชาปิดปากและจมูกของขันทีหลี่อย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะทันได้ส่งเสียงร้อง ขันทีหลี่ก็สลบไปในทันที องครักษ์ลับช่วยกันมัดตัวเขาและนำตัวออกจากตำหนักไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อขันทีหลี่ถูกนำตัวมายังห้องลับใต้ดินของตำหนักฮ่องเต้ ลลินก็เริ่มทำการสอบสวนทันที นางใช้เทคนิคการสอบสวนที่เรียนรู้มาจากโลกอนาคต ผสมผสานกับการใช้ยาบางชนิดที่ช่วยให้ผู้ถูกสอบสวนคลายความตึงเครียดและพูดความจริงออกมา
"บอกมาว่าใครสั่งให้เจ้าวางยาองค์ชายรอง" ลลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ขันทีหลี่ที่เพิ่งฟื้นจากฤทธิ์ยาชา ใบหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว "ข้า...ข้าไม่รู้เรื่องอะไรเลยพ่ะย่ะค่ะ"
"อย่ามาโกหก" ลลินเอ่ยเสียงเข้ม "เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าเอาชาดอกเหมยผสมยาพิษไปถวายองค์ชายรอง"
ขันทีหลี่ตัวสั่นเทิ้ม "ข้า...ข้าแค่ทำตามคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ"
"คำสั่งของใคร" ลลินจ้องมองเขาด้วยแววตาที่คมกริบ "บอกมา!"
"เสนาบดีซ่งพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีหลี่เอ่ยออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ "เสนาบดีซ่งเป็นคนสั่งให้ข้าทำพ่ะย่ะค่ะ"
"แล้วเสนาบดีซ่งสั่งให้เจ้าทำอะไรบ้าง" ลลินถามต่อ
ขันทีหลี่เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เขารู้ให้ลลินฟัง เสนาบดีซ่งได้วางแผนที่จะล้มล้างราชวงศ์มานานแล้ว โดยมีเป้าหมายที่จะกำจัดเชื้อพระวงศ์ทั้งหมด เพื่อเปิดทางให้ตนเองขึ้นครองอำนาจ และองค์ชายรองก็คือหนึ่งในเป้าหมายของเขา
"เสนาบดีซ่งยังบอกอีกว่า...เขาจะใช้โอกาสที่ฮ่องเต้ทรงติดพันเรื่องการศึกทางใต้ สร้างความวุ่นวายในเมืองหลวง และจะใส่ร้ายองค์ชายรองว่าเป็นผู้ก่อกบฏพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีหลี่เอ่ยด้วยความหวาดกลัว
ลลินฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความตกใจ แผนการของเสนาบดีซ่งนั้นชั่วร้ายเกินกว่าที่นางจะจินตนาการได้ ไม่เพียงแค่การวางยาพิษองค์ชายรองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความวุ่นวายในแผ่นดิน และการใส่ร้ายป้ายสีเชื้อพระวงศ์
"ระบบ ข้อมูลนี้สำคัญมาก" ลลินเอ่ยขึ้นเบาๆ "เราต้องรีบรายงานฮ่องเต้ทันที"
[แน่นอน โฮสต์]
ลลินรีบนำข้อมูลที่ได้จากการสอบสวนขันทีหลี่ไปรายงานฮ่องเต้ทันที ฮ่องเต้ทรงรับฟังด้วยสีพระพักตร์ที่มืดครึ้มยิ่งกว่าเดิม พระองค์ทรงกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
"เสนาบดีซ่ง...มันช่างกล้า!" ฮ่องเต้ตรัสด้วยเสียงที่สั่นเครือด้วยความโกรธ "ข้าจะไม่มีวันให้อภัยมันเด็ดขาด"
"ฝ่าบาททรงต้องระมัดระวังตัวให้มากเพคะ" ลลินเอ่ยเตือน "เสนาบดีซ่งเป็นคนเจ้าเล่ห์และมีอำนาจมาก หากเขารู้ว่าเราล่วงรู้แผนการของเขา อาจจะลงมือทำอะไรที่เกินคาดได้เพคะ"
ฮ่องเต้ทรงพยักหน้า "ข้ารู้ดี หมอหลวงลลิน เจ้าทำได้ดีมาก ข้าจะให้องครักษ์ลับจับตาดูความเคลื่อนไหวของเสนาบดีซ่งอย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนรับมือเอาไว้"
"เพคะฝ่าบาท" ลลินรับคำ
หลังจากออกจากตำหนักของฮ่องเต้ ลลินก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายในวังหลวงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องผู้บริสุทธิ์และเปิดเผยความจริงให้ปรากฏ
ในคืนนั้น ลลินกลับมายังตำหนักหมอหลวง นางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวโปรด และเหม่อมองไปยังแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในห้อง ความคิดของนางย้อนกลับไปถึงอดีตในโลกเดิมของตนเอง ที่นางเคยเป็นแพทย์หญิงอัจฉริยะที่ช่วยเหลือผู้คนมากมาย
"บางที...นี่อาจจะเป็นชะตากรรมของฉันจริงๆ ก็ได้" ลลินพึมพำกับตัวเอง "การที่ฉันมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่แค่เพื่อรักษาโรค แต่เพื่อปกป้องความยุติธรรมด้วย"
[โฮสต์กำลังเข้าใจบทบาทของตนเองแล้ว] ระบบเอ่ยขึ้น
"ใช่ ฉันเข้าใจแล้ว" ลลินยิ้มบางๆ "ฉันคือผู้ถูกเลือก...เพื่อทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยคิดไว้"
ในขณะที่ลลินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ
"หมอหลวงลลิน ท่านยังไม่นอนหรือ" เสียงขององค์หญิงหว่านเอ๋อร์ดังขึ้นจากด้านนอก
ลลินลุกขึ้นไปเปิดประตู องค์หญิงหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับถาดน้ำชาในมือ
"องค์หญิงหว่านเอ๋อร์ มีอะไรหรือเพคะ" ลลินถามด้วยความประหลาดใจ
"หม่อมฉันเห็นแสงไฟในห้องท่าน จึงคิดว่าท่านคงยังไม่นอนเพคะ" องค์หญิงหว่านเอ๋อร์ยิ้ม "เลยนำชามาให้ท่านดื่มคลายความเหนื่อยล้าเพคะ"
ลลินรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจขององค์หญิงหว่านเอ๋อร์ นางรับถาดน้ำชามาวางบนโต๊ะ
"ขอบพระทัยองค์หญิงหว่านเอ๋อร์มากเพคะ" ลลินกล่าว "ทรงมีเรื่องใดไม่สบายพระทัยหรือเพคะ"
องค์หญิงหว่านเอ๋อร์นั่งลงตรงข้ามกับลลิน ใบหน้าของนางดูเศร้าหมองเล็กน้อย
"หม่อมฉันแค่...กังวลเรื่ององค์ชายรองเพคะ" องค์หญิงหว่านเอ๋อร์เอ่ย "แม้ว่าอาการของพระองค์จะดีขึ้นมากแล้ว แต่หม่อมฉันก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้"
"องค์หญิงทรงไม่ต้องกังวลเพคะ" ลลินปลอบใจ "หม่อมฉันจะดูแลองค์ชายรองให้ดีที่สุดเพคะ"
"หม่อมฉันเชื่อใจท่านเพคะหมอหลวงลลิน" องค์หญิงหว่านเอ๋อร์เอ่ย "ท่านคือความหวังเดียวของพวกเราในยามนี้"
ลลินมองเข้าไปในดวงตาขององค์หญิงหว่านเอ๋อร์ นางเห็นความบริสุทธิ์ใจและความจริงใจในแววตาคู่นั้น ทำให้ลลินรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง แต่ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกถึงพลังที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์เหล่านี้
"หม่อมฉันจะทำทุกวิถีทางเพคะ" ลลินเอ่ยอย่างหนักแน่น "เพื่อปกป้ององค์ชายรอง และเพื่อเปิดเผยความจริงทั้งหมด"
องค์หญิงหว่านเอ๋อร์ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ "ขอบพระทัยท่านมากเพคะหมอหลวงลลิน"
ทั้งสองนั่งจิบชาด้วยกันในความเงียบ แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและสงบเงียบ แม้ว่าภายนอกกำแพงวังจะเต็มไปด้วยแผนร้ายและความวุ่นวาย แต่ภายในห้องนี้ กลับเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
ลลินรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังอีกยาวไกล แต่ด้วยความรู้จากโลกอนาคต พลังจากระบบ และความมุ่งมั่นของตนเอง นางเชื่อว่านางจะสามารถเอาชนะความมืดมิดในวังหลวงแห่งนี้ได้ในที่สุด
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก