บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

ตอนที่ 2 — ฮ่องเต้เสด็จ วิญญาณแค้นเตรียมรับมือ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,438 คำ

ข่าวการเสด็จมาของฮ่องเต้หลี่เหวินแผ่ซ่านไปทั่วตำหนักเมฆครามราวกับคลื่นใต้น้ำที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนให้บรรยากาศโดยรอบตึงเครียดขึ้นมาทันที เหล่าสาวใช้ต่างรีบเร่งจัดแจงเตรียมห้องให้พร้อมเพรียงที่สุด ราวกับเตรียมรับเสด็จเทพยดาลงมายังโลกมนุษย์ โดยหารู้ไม่ว่าภายในร่างบอบบางของสนมอวี้ฮวาผู้อ่อนแอ บัดนี้ได้มีวิญญาณของอดีตฮองเฮาจ้าวหลันซินผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นสิงสถิตอยู่ หลันซินนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้แกะสลักที่ประดับประดาอย่างเรียบง่าย พยายามสงบจิตใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึกยามออกรบ ‌สองมือเรียวเล็กกำผ้าห่มแน่นจนข้อขาว นางกำชับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต้องไม่แสดงพิรุธออกมาเด็ดขาด ต้องสวมบทบาทเป็นอวี้ฮวาผู้อ่อนแอ ไร้เดียงสา และขี้กลัวอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อมิให้ใครจับได้ถึงเพลิงแค้นที่สุมอยู่ในอก

“คุณหนูทรงแต่งหน้าเล็กน้อยหรือไม่เพคะ” เสียงใสของเสี่ยวลี่ สาวใช้คนสนิทเอ่ยถามอย่างกังวล ​เมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนยังคงซีดเซียว ใบหน้าไร้สีเลือดราวกับดอกไม้ที่โรยรา ดวงตาคู่สวยหม่นหมองไร้ประกาย

หลันซินส่ายหน้าอย่างแผ่วเบา เปลือกตาปิดลงช้าๆ พลางถอนหายใจออกมาแผ่วเบา “ไม่จำเป็นหรอกเสี่ยวลี่ ข้ายังไม่หายดี ให้เป็นเช่นนี้จะดูเป็นธรรมชาติกว่า” ‍นางรู้ดีว่าฮ่องเต้หลี่เหวินเป็นคนเจ้าสำราญ แต่ก็มีความเมตตาอยู่บ้างในบางครั้ง หากเขาเห็นนางอยู่ในสภาพที่อ่อนแอและเจ็บปวดเช่นนี้ เขาจะรู้สึกสงสารและเห็นใจมากกว่าจะรู้สึกรำคาญใจ นี่คือจุดเริ่มต้นของการใช้ประโยชน์จากความอ่อนแอของอวี้ฮวาให้เป็นอาวุธลับ นางจะต้องทำให้เขาตายใจเสียก่อน

ไม่นานหลังจากนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอก็ดังขึ้นจากภายนอกตำหนักเมฆคราม ‌พร้อมกับเสียงประกาศก้องของขันทีผู้ติดตาม “ฮ่องเต้เสด็จ!” เป็นสัญญาณบอกว่าฮ่องเต้หลี่เหวินเสด็จมาถึงแล้ว เหล่านางกำนัลและขันทีต่างพากันคุกเข่าลงก้มหน้าจนติดพื้นดินด้วยความนอบน้อม หลันซินเองก็รีบทำตาม แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและชิงชังต่อบุรุษผู้ที่เคยเป็นสามีและผู้ที่ผลักไสนางลงสู่ความตาย แต่การรักษามารยาทในวังหลวงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง หากนางต้องการมีชีวิตรอดและเดินหน้าตามแผนการแก้แค้น ‍นางต้องเรียนรู้ที่จะอดทนและรอคอยอย่างชาญฉลาดที่สุด

“ถวายพระพรฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปีเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ” เสียงถวายพระพรดังกึกก้องไปทั่วตำหนักเมฆคราม สะท้อนก้องไปในความเงียบสงัด

“ลุกขึ้นได้” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น ทำให้หัวใจของหลันซินกระตุกวูบอีกครั้ง ​ความรู้สึกทั้งรักทั้งชังตีรวนอยู่ในอก นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แอบมองชายผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดวงใจของนาง และเป็นผู้ที่บัดนี้กลายเป็นศัตรูอันดับหนึ่ง หลี่เหวินยังคงมีรูปงามสง่าเช่นเดิม ใบหน้าคมคาย ดวงตาที่ฉายแววความเฉียบขาดและอำนาจชวนให้ผู้คนเกรงขาม แต่ทว่านางกลับไม่เห็นความอ่อนโยนที่เคยมีให้กันอีกแล้ว ​ในแววตาของเขาปรากฏเพียงความห่างเหิน และความสนใจที่ดูเหมือนจะถูกบงการจากสิ่งอื่นใดมากกว่าความรู้สึกที่แท้จริง

หลี่เหวินก้าวเข้ามาในห้องบรรทมอย่างช้าๆ สายตาของเขากวาดมองไปทั่วห้องอย่างสำรวจ ก่อนจะหยุดลงที่ร่างบอบบางของอวี้ฮวาที่นอนอยู่บนเตียง “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทว่าก็ยังคงแฝงความห่วงใยตามมารยาทที่พึงมีต่อสนมคนหนึ่งที่เพิ่งประสบเหตุร้ายแรง

หลันซินพยายามปรับสีหน้าให้ดูอ่อนแอและเจ็บปวดที่สุด นางบิดตัวเล็กน้อยราวกับกำลังรู้สึกไม่สบาย ​“หม่อมฉัน… ดีขึ้นแล้วเพคะ ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา” นางก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นไว้ภายใต้ขนตาที่งอนยาว เพื่อมิให้ใครได้ล่วงรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงในใจ

หลี่เหวินนั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลักข้างเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะยกมือขึ้นแตะหน้าผากของนางเบาๆ เพื่อตรวจดูอาการ “ไข้ลดลงแล้ว ดูเหมือนเจ้าจะฟื้นตัวได้ดีกว่าที่หมอหลวงคาดไว้มาก” ท่าทางของเขาไม่ได้แสดงความรักใคร่อะไรเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้แสดงความรังเกียจเช่นกัน นางเป็นเพียงหนึ่งในสนมนับร้อยของเขาที่บังเอิญได้รับความสนใจจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

“เป็นเพราะพระเมตตาของฝ่าบาทเพคะ” หลันซินตอบเสียงแผ่ว พลางกระพริบตาปริบๆ ราวกับกำลังจะร้องไห้ น้ำเสียงและกิริยาท่าทางที่นางแสดงออกนั้น แตกต่างจากบุคลิกของฮองเฮาจ้าวหลันซินโดยสิ้นเชิง ฮองเฮาผู้นั้นเป็นสตรีที่ฉลาดเฉลียว เด็ดขาด และสง่างามดุจนางพญา แต่อวี้ฮวาผู้นี้คือหญิงสาวที่บอบบางและไร้พิษภัย ผู้ที่ใครๆ ก็สามารถรังแกได้ง่ายดาย

หลี่เหวินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับมีความกังวลบางอย่าง “วังหลวงแห่งนี้เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี เจ้าต้องระวังตัวให้มาก อย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก” คำพูดของเขาไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะปกป้องนาง แต่เป็นการเตือนให้ระวังตัวเอง ซึ่งหลันซินเข้าใจดีว่าเขาห่วงใยบัลลังก์และชื่อเสียงของตนเองมากกว่าสิ่งอื่นใด

“หม่อมฉัน… จะระมัดระวังให้มากขึ้นเพคะ” หลันซินตอบ แอบสังเกตแววตาของเขา เขายังคงเป็นหลี่เหวินคนเดิม ผู้ที่ห่วงใยบัลลังก์และอำนาจมากกว่าสิ่งใดๆ แม้กระทั่งชีวิตของสตรีที่เคยเป็นที่รักของเขา

หลังจากพูดคุยกันอีกไม่กี่ประโยค หลี่เหวินก็ลุกขึ้นเตรียมจะเสด็จกลับ “พักผ่อนให้มากๆ หากมีสิ่งใดต้องการ ก็ให้แจ้งแก่ขันทีหลิวได้” เขาทิ้งท้ายไว้ก่อนจะก้าวออกจากห้องไปพร้อมกับคณะผู้ติดตาม ทิ้งให้หลันซินอยู่กับความเงียบอีกครั้ง ความเงียบที่อื้ออึงไปด้วยความคิดและแผนการ

เมื่อประตูถูกปิดลง แววตาที่อ่อนแอของหลันซินก็แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในทันที ราวกับมีม่านบางๆ ถูกเปิดออก เผยให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเพลิงแค้น นางลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง พลางครุ่นคิดอย่างหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบัน

ตอนนี้ สถานะของนางคือสนมอวี้ฮวา สนมชั้นต่ำที่ไม่มีอำนาจใดๆ การจะแก้แค้นฮ่องเต้และสนมลี่เฟยนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในสายตาของคนทั่วไป แต่หลันซินไม่ใช่สตรีที่จะยอมแพ้ นางมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวังหลวงแห่งนี้ดีกว่าใครๆ นางรู้ทุกซอกทุกมุม ทุกกฎระเบียบ ทุกข้อห้าม และที่สำคัญที่สุดคือ นางรู้ถึงจุดอ่อนและความลับของทุกคนที่อยู่ในวังแห่งนี้

แผนการแรกของนางคือการหาทางสร้างฐานอำนาจให้กับตัวเอง ก่อนอื่นนางต้องเข้าใจสถานการณ์ในวังหลวงในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ว่าใครคือผู้มีอำนาจที่แท้จริง ใครคือกลุ่มอำนาจใหม่ที่เกิดขึ้น ใครคือพันธมิตรที่นางสามารถดึงเข้ามาได้ และใครคือศัตรูที่นางต้องระวังเป็นพิเศษ

ความทรงจำของอวี้ฮวาปะปนกับของหลันซิน ทำให้ภาพรวมของวังหลวงในอดีต (ซึ่งก็คือปัจจุบันของอวี้ฮวา) ชัดเจนขึ้นราวกับภาพวาดที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละส่วน

ฮ่องเต้หลี่เหวินยังคงหลงใหลในตัวสนมลี่เฟยอย่างมาก นางลี่เฟยยังไม่ถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮา แต่ก็มีอำนาจและอิทธิพลในวังหลังเทียบเท่าฮองเฮา มีเพียงนางเดียวเท่านั้นที่สามารถเข้าพบฮ่องเต้ได้แทบทุกเมื่อที่ต้องการ และนางก็มักจะใช้โอกาสนั้นปั่นหัวฮ่องเต้ให้ทำในสิ่งที่นางต้องการ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลันซินเคยประสบมาแล้วในชาติก่อน

นอกจากนี้ ยังมีขุนนางฝ่ายในและขันทีบางคนที่เคยเป็นลูกน้องเก่าของหลันซินในชีวิตก่อนหน้า แต่ในตอนนี้พวกเขายังคงเป็นขุนนางและขันทีที่มีอำนาจอยู่ในระดับหนึ่ง นางจะต้องพิจารณาว่าจะเข้าหาพวกเขาอย่างไร โดยไม่ทำให้เกิดพิรุธและไม่ทำให้ใครสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของนาง

“เสี่ยวลี่” หลันซินเรียกสาวใช้ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติ ทำให้เสี่ยวลี่แปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติคุณหนูของนางมักจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและขี้อาย

“เจ้าค่ะ คุณหนู” เสี่ยวลี่รีบเข้ามาใกล้ด้วยความเคารพ

“ตั้งแต่นี้ไป หากมีข่าวสารใดๆ ในวังหลวง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เจ้าต้องนำมารายงานข้าให้หมด โดยเฉพาะเรื่องของสนมลี่เฟยและฮ่องเต้” หลันซินสั่งด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด ทำให้เสี่ยวลี่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณหนูของตนอย่างชัดเจน “และอีกเรื่อง… เจ้าพอจะหาหนังสือประวัติศาสตร์ราชวงศ์และตำราการปกครองมาให้ข้าอ่านได้หรือไม่”

เสี่ยวลี่ประหลาดใจยิ่งขึ้น ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย “คุณหนู… ไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลยนี่เพคะ”

“ข้าเกือบตายมาแล้ว ย่อมต้องคิดถึงเรื่องที่ไม่เคยคิดบ้าง การศึกษาประวัติศาสตร์และตำราเหล่านี้อาจจะทำให้ข้าเข้าใจโลกมากขึ้น และรู้จักระมัดระวังตัวมากขึ้น” หลันซินอธิบายด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ทำให้เสี่ยวลี่คล้อยตามได้ไม่ยาก เพราะมันฟังดูมีเหตุผลสำหรับคนที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมา

“ได้เพคะ บ่าวจะรีบจัดการให้” เสี่ยวลี่รับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะรีบออกไปจากห้องเพื่อทำตามคำสั่ง

หลันซินเอนกายลงนอนอีกครั้ง ในใจนางวาดภาพแผนการซับซ้อนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น การเป็นอวี้ฮวาผู้ต่ำต้อยอาจดูเป็นจุดอ่อน แต่ก็เป็นข้อได้เปรียบเช่นกัน ไม่มีใครคาดคิดว่าสตรีไร้อำนาจผู้นี้จะซ่อนเร้นความร้ายกาจและความฉลาดเฉลียวของอดีตฮองเฮาไว้ภายในร่างที่ดูบอบบางนี้

นางจะใช้ความอ่อนแอของอวี้ฮวาเป็นเกราะกำบัง จะใช้ความเฉลียวฉลาดของจ้าวหลันซินเป็นอาวุธ และจะใช้ความรู้จากอนาคตเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟ้าทวงบัลลังก์ที่เคยเป็นของนางกลับคืนมา

คืนนั้น หลันซินใช้เวลาทบทวนทุกรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตของอวี้ฮวา นางต้องสวมบทบาทนี้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อไม่ให้ใครสงสัย นางพยายามนึกถึงทุกเหตุการณ์สำคัญที่เคยเกิดขึ้นในอดีต (ซึ่งก็คืออนาคตของอวี้ฮวา) และพยายามหาทางเปลี่ยนแปลงมันเพื่อประโยชน์ของนาง เพื่อให้แผนการแก้แค้นดำเนินไปอย่างราบรื่น

เช้าวันรุ่งขึ้น เสี่ยวลี่นำตำราและหนังสือที่หลันซินขอมาให้ หญิงสาวใช้เวลาหลายชั่วโมงในการอ่านและจดจำข้อมูลสำคัญต่างๆ ราวกับกำลังวางแผนการรบครั้งใหญ่ นางรู้ดีว่าการจะโค่นล้มผู้มีอำนาจในวังหลวงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความอดทน ความเฉลียวฉลาด และการวางแผนที่แยบยลที่สุด

“คุณหนูเพคะ ท่านหมอหลวงเยว่ส่งยาบำรุงมาให้ พร้อมกับบอกว่าพรุ่งนี้จะเข้ามาตรวจอาการซ้ำอีกครั้งเพคะ” เสี่ยวลี่รายงานในบ่ายวันนั้น พร้อมกับยื่นถุงยาที่บรรจุสมุนไพรบำรุงร่างกายมาให้

หลันซินรับยามาพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ท่านหมอหลวงเยว่เป็นคนดี มีคุณธรรม และเป็นคนเดียวที่นางพอจะไว้ใจได้ในวังหลวงแห่งนี้ เขาจะเป็นส่วนสำคัญในแผนการของนาง แต่นางจะต้องเข้าหาเขาอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้เขาสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของนาง

ในขณะที่หลันซินกำลังคิดถึงแผนการต่อไป เสียงวุ่นวายจากภายนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงประกาศของขันทีที่ทำให้หัวใจของนางเต้นรัว “ฮองเฮาเสด็จ!”

ฮองเฮา? หลันซินถึงกับชะงัก! ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ในชีวิตของอวี้ฮวา นางยังไม่เคยได้พบฮองเฮาเลย เพราะนางคือสนมชั้นต่ำที่ไม่มีสิทธิ์เข้าเฝ้า ฮองเฮาผู้นี้คือใครกัน? หรือว่าหลี่เหวินได้แต่งตั้งฮองเฮาคนใหม่แล้ว? แล้วลี่เฟยเล่า? เหตุใดจึงไม่เป็นลี่เฟย? ความคิดมากมายผุดขึ้นในสมองของนางอย่างรวดเร็ว

เสียงฝีเท้าหนักๆ ค่อยๆ ใกล้เข้ามา หลันซินหันไปมองประตูตำหนักด้วยความตื่นตระหนก สายตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัยระคนกับความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้เผชิญหน้ากับ ‘ฮองเฮา’ ในเวลานี้ แล้วฮองเฮาคนปัจจุบันจะเป็นใคร? จะเป็นคนเดียวกับที่เคยทำร้ายนางในชาติก่อนหรือไม่ หรือเป็นเพียงสตรีผู้อ่อนแอคนใหม่ที่กำลังจะถูกแทนที่โดยลี่เฟย?

ประตูตำหนักถูกเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของสตรีผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง นางสวมชุดฮองเฮาสีเหลืองทองปักลายหงส์งามสง่าอย่างประณีต ใบหน้าของนางงดงามหมดจด ทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็นและแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่ยากจะปกปิด หลันซินมองดูใบหน้านั้นอย่างตกตะลึง ในใจพลันบังเกิดความรู้สึกคล้ายฟ้าผ่าลงมากลางใจ

ไม่ใช่ลี่เฟย… แต่ก็ไม่ใช่คนที่นางรู้จักในชาติก่อนเลย ฮองเฮาผู้นี้คือใครกันแน่? และเหตุใดนางจึงมาที่ตำหนักเมฆครามแห่งนี้? รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้าของฮองเฮาผู้นั้น ในขณะที่สายตาของนางกวาดมองมาที่หลันซินที่นอนอยู่บนเตียง ราวกับกำลังประเมินสิ่งของที่ไร้ค่าชิ้นหนึ่ง นี่คือการเริ่มต้นของความท้าทายครั้งใหม่ที่หลันซินไม่เคยคาดคิดมาก่อน และนางจะรับมือกับมันอย่างไร? ความสงสัยและความกังวลเข้าจู่โจมหัวใจของหลันซินอย่างรุนแรง แผนการที่นางวางไว้ดูเหมือนจะถูกพลิกผันไปในทิศทางที่คาดไม่ถึงเสียแล้ว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!