ในเงามืดแห่งตำหนักหลวงอันโอ่อ่า หลันซินยืนปะปนอยู่กับกลุ่มสนมชั้นผู้น้อยที่ยืนเรียงรายอยู่ด้านหลังสุดของตำหนักกลาง แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเพียงน้อยนิดไม่อาจขับไล่ความอึมครึมที่ปกคลุมอยู่ภายใน สายตาของนางจับจ้องไปยังร่างบอบบางของสนมลี่เฟยที่กำลังคุกเข่าอยู่กลางห้อง ห่างจากบัลลังก์มังกรไม่กี่ก้าว ร่างนั้นดูไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษเปื้อนหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเป็นทางยาว นางพยายามปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าวางยาพิษสนมเหม่ย ผู้ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ทายาทขององค์ฮ่องเต้
“หม่อมฉันไม่ได้ทำเพคะฝ่าบาท! หม่อมฉันถูกใส่ร้าย!” เสียงสะอื้นปนความหวาดกลัวของลี่เฟยดังก้องไปทั่วตำหนัก ทว่ามันกลับดูเลือนลางและไร้น้ำหนักในสายตาของใครหลายคน
บนบัลลังก์มังกร องค์ฮ่องเต้หลี่เหวินประทับอยู่ด้วยสีพระพักตร์เคร่งขรึม ข้างกายคือฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟย ผู้ซึ่งแย้มรอยยิ้มเย็นชาที่มุมโอษฐ์ รอยยิ้มนั้นแฝงไว้ด้วยชัยชนะที่กำลังจะมาถึง “เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ สนมลี่เฟย” เสียงของฮองเฮาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “สนมเหม่ยดื่มซุปบำรุงที่มาจากตำหนักของเจ้า และหลังจากนั้นไม่นาน นางก็มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงจนแทบจะแท้งบุตร หากไม่ได้หมอหลวงเยว่เข้าช่วยไว้ทัน ทารกในครรภ์คงไม่รอด! และซุปนั้นก็ถูกตรวจพบยาพิษอย่างชัดเจน!”
คำพูดของฮองเฮาเป็นดั่งค้อนที่ตอกย้ำความผิดของลี่เฟยให้หนักแน่นยิ่งขึ้น สนมคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่ต่างซุบซิบกันเบาๆ บางคนมองลี่เฟยด้วยความสมเพช บางคนมองด้วยความรังเกียจ และบางคนก็มองด้วยความสะใจ
หลี่เหวินมองสนมลี่เฟยด้วยแววตาผิดหวังระคนเจ็บปวด “ลี่เฟย… เจ้าทำเรื่องเช่นนี้จริงๆ หรือ เจ้าก็รู้ว่าลูกในครรภ์เป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับราชวงศ์ของเรา” พระสุรเสียงของพระองค์เต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างแท้จริง
“หม่อมฉันไม่ได้ทำเพคะ!” ลี่เฟยยังคงร้องไห้อ้อนวอน ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม ทว่าในสายตาของหลันซิน ผู้ซึ่งเคยเป็นอดีตฮองเฮาผู้เจนโลก นางกลับเห็นร่องรอยของความร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอ่อนแอและน้ำตาเหล่านั้น หลันซินรู้จักลี่เฟยดีกว่าใครๆ สตรีผู้นี้มีความสามารถในการเล่นละครตบตาผู้อื่นได้อย่างแนบเนียน นางเคยเห็นลี่เฟยใช้เล่ห์กลเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนในชีวิตก่อน
“หากเจ้าไม่ได้ทำ แล้วเหตุใดซุปบำรุงที่ปรุงจากตำหนักของเจ้าถึงมีพิษได้เล่า!” ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยโต้กลับอย่างรวดเร็ว นางไม่ปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดมือไปง่ายๆ การกำจัดลี่เฟยออกไปจากเส้นทางอำนาจเป็นสิ่งที่นางปรารถนามานาน
“บางที… อาจจะมีผู้ไม่หวังดีแอบใส่พิษลงไปโดยที่หม่อมฉันไม่รู้ก็เป็นได้เพคะ” ลี่เฟยอ้างเสียงสั่น แต่ในความสั่นนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความหวังอันริบหรี่
“เป็นไปไม่ได้! ซุปนั้นถูกปรุงและส่งมาจากตำหนักของเจ้าโดยตรง มีคนรับใช้ที่ยืนยันได้ถึงเรื่องนี้” ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยหักล้างอย่างเฉียบขาด นางเตรียมการมาอย่างดีเพื่อปิดทางหนีของลี่เฟยทุกทาง
หลันซินฟังการโต้เถียงด้วยความสนใจ ในใจนางกำลังคิดวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว หากนางช่วยลี่เฟยในตอนนี้ ลี่เฟยจะรู้สึกติดหนี้นางอย่างใหญ่หลวง และนั่นจะเป็นประโยชน์ต่อนางในอนาคต แต่หากนางปล่อยให้ลี่เฟยถูกลงโทษ นางก็จะกำจัดศัตรูไปหนึ่งคนได้โดยไม่ต้องออกแรง ทว่า… นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการในตอนนี้ การแก้แค้นที่ดีที่สุด ไม่ใช่การกำจัดศัตรูให้ตายอย่างรวดเร็ว แต่เป็นการทรมานพวกเขาอย่างช้าๆ ทำให้พวกเขาต้องทุกข์ทรมานและสิ้นหวัง ก่อนที่จะถึงจุดจบ หลันซินต้องการให้ลี่เฟยอยู่รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่นางกำลังจะได้รับจากการถูกหักหลังและทรยศหักหลังในชีวิตก่อน
ในขณะที่การโต้เถียงยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาดูเหมือนจะจับจ้องมาที่นาง หลันซินก็ก้าวออกมาจากแถวของสนมชั้นผู้น้อยอย่างช้าๆ การเคลื่อนไหวของนางเงียบเชียบและสง่างาม แม้จะเป็นเพียงสนมอวี้ฮวาผู้อ่อนแอที่เพิ่งฟื้นจากไข้ ทุกสายตาในตำหนักกลางต่างหันมามองนางด้วยความประหลาดใจ สนมอวี้ฮวาผู้อ่อนแอและขี้โรค ไม่เคยแสดงความโดดเด่นเช่นนี้มาก่อน นางมักจะหลีกเลี่ยงการสบตาผู้คนและเก็บตัวอยู่ในตำหนักของตนเองเสมอ
“คุณหนูอวี้ฮวา เจ้ามีอะไรจะพูดหรือ” หลี่เหวินถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจนัก พระองค์จำได้ว่านางเพิ่งหายป่วย และไม่เคยเห็นนางแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะเช่นนี้มาก่อน
หลันซินคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม ก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ถวายพระพรฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องบางอย่างที่อาจจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้เพคะ” เสียงของนางแผ่วเบา แต่ชัดเจนและมั่นคง
ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยมองหลันซินด้วยสายตาไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด นางไม่ต้องการให้ใครมาขัดขวางแผนการที่วางไว้อย่างแยบยล “เจ้าเป็นสนมชั้นผู้น้อย อย่าได้พูดจาเหลวไหลในเรื่องสำคัญเช่นนี้” น้ำเสียงของฮองเฮาแฝงไว้ด้วยอำนาจและคำเตือน
“ฮองเฮาโปรดทรงฟังก่อนเพคะ สิ่งที่หม่อมฉันจะพูด อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินคดีนี้” หลันซินตอบด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ แต่แฝงด้วยความมั่นใจที่น่าประหลาดใจสำหรับสนมชั้นผู้น้อยเช่นนาง
หลี่เหวินพยักหน้าเล็กน้อย “เจ้าว่ามาเถอะ” พระองค์รู้สึกสนใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปของสนมอวี้ฮวาผู้นี้
“หม่อมฉัน… มีความรู้เรื่องสมุนไพรและยาอยู่บ้างเพคะ จากการศึกษาตำราแพทย์ที่ท่านหมอหลวงเยว่ได้กรุณาสอนให้” หลันซินเริ่มกล่าวอย่างช้าๆ “และจากที่หม่อมฉันได้ยินมาว่าซุปนั้นถูกพบว่ามียาพิษ แต่ยาพิษในโลกนี้มีหลายชนิด บางชนิดอาจจะไม่ได้แสดงผลทันที แต่ค่อยๆ แสดงผลในภายหลัง หรือบางชนิดก็อาจจะเกิดจากการผสมผสานของสมุนไพรที่ปกติไม่เป็นพิษ แต่เมื่อรวมกันแล้วกลับกลายเป็นพิษได้”
คำพูดของหลันซินทำให้เกิดความเงียบขึ้นในห้อง ทุกคนต่างพากันมองหน้ากันด้วยความสงสัย ท่านหมอหลวงเยว่เองก็มองหลันซินด้วยแววตาประหลาดใจ เพราะสิ่งที่นางพูดนั้นถูกต้องตามหลักวิชาแพทย์ที่ซับซ้อน ซึ่งไม่น่าจะมาจากปากของสนมชั้นผู้น้อยผู้เก็บตัวเช่นนาง
“แล้วเจ้าต้องการจะสื่ออะไร” ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยถามอย่างไม่พอใจนัก นางรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังจะพลิกผัน
“หม่อมฉันคิดว่า เราควรตรวจสอบชนิดของยาพิษให้ละเอียดกว่านี้เพคะ หากยาพิษนั้นเป็นชนิดที่ทำปฏิกิริยากับสมุนไพรบางชนิด หรือเป็นพิษที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานที่ซับซ้อน นั่นอาจจะบ่งบอกได้ว่าผู้ที่กระทำไม่ใช่คนรับใช้ธรรมดา แต่เป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องยาเป็นอย่างดีเพคะ และหากเป็นกรณีเช่นนั้น การกล่าวโทษสนมลี่เฟยทันทีก็อาจจะไม่ยุติธรรมนัก เพราะสนมลี่เฟยอาจจะถูกใช้เป็นเครื่องมือโดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังอีกที” หลันซินอธิบายอย่างฉะฉาน น้ำเสียงของนางหนักแน่นและเต็มไปด้วยเหตุผล
คำพูดของหลันซินทำให้เกิดความเงียบงันขึ้นในห้องอีกครั้ง ทุกคนต่างครุ่นคิดตาม ฮ่องเต้หลี่เหวินเองก็ขมวดคิ้ว พระองค์เห็นด้วยกับแนวคิดของหลันซิน เพราะมันเปิดมุมมองใหม่ที่พระองค์ไม่เคยนึกถึงมาก่อน
“ท่านหมอหลวงเยว่ เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร” หลี่เหวินหันไปถามท่านหมอหลวง ผู้ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์สูงสุดในวังหลวง
ท่านหมอหลวงเยว่ถวายบังคม “สิ่งที่สนมอวี้ฮวาพูดนั้นมีเหตุผลพ่ะย่ะค่ะ ยาพิษบางชนิดมีความซับซ้อนมาก หากเราตรวจสอบให้ละเอียดกว่านี้ เราอาจจะพบเบาะแสที่สำคัญกว่าเดิมได้พ่ะย่ะค่ะ” ท่านหมอหลวงเยว่กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยกัดริมฝีปากด้วยความไม่พอใจ นางกำลังจะชนะคดีอยู่แล้ว แต่สนมอวี้ฮวาผู้อ่อนแอคนนี้กลับมาขัดขวางนางอย่างไม่คาดฝัน สายตาของนางจ้องมองหลันซินด้วยความโกรธแค้นที่ยากจะปกปิด
หลี่เหวินมองหลันซินด้วยแววตาที่แตกต่างออกไปจากเดิม แววตาที่เคยฉายแววเมินเฉย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความใคร่รู้และชื่นชม “เจ้าฉลาดกว่าที่ข้าคิดไว้มากอวี้ฮวา” พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าที่เคย
“หม่อมฉันเพียงแค่ต้องการช่วยฝ่าบาทให้ทรงตัดสินคดีอย่างยุติธรรมที่สุดเพคะ” หลันซินตอบด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวานและนอบน้อม แต่ในใจของนางกำลังวางแผนการที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม นางรู้ดีว่าคำพูดของนางได้จุดประกายความสนใจในพระทัยของฮ่องเต้แล้ว และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่นางต้องการ
ในที่สุด หลี่เหวินก็ตัดสินใจให้ท่านหมอหลวงเยว่ไปตรวจสอบยาพิษในซุปของสนมเหม่ยอย่างละเอียดอีกครั้ง และสั่งให้ชะลอการตัดสินโทษสนมลี่เฟยออกไปก่อน คำตัดสินของฮ่องเต้ทำให้ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยต้องเก็บซ่อนความไม่พอใจไว้ภายใต้รอยยิ้มที่แข็งกระด้าง
ลี่เฟยเงยหน้าขึ้นมองหลันซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและประหลาดใจ นางไม่เคยคิดว่าสนมชั้นต่ำอย่างอวี้ฮวาจะกล้าออกมาช่วยนางในสถานการณ์เช่นนี้ ในขณะที่หลันซินมองตอบด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา นางช่วยลี่เฟยก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านางจะปล่อยลี่เฟยไปง่ายๆ การช่วยชีวิตลี่เฟยในครั้งนี้ เป็นเพียงการซื้อเวลา และสร้างความรู้สึกติดหนี้บุญคุณให้ลี่เฟยเท่านั้น นางรู้ดีว่าลี่เฟยเป็นคนที่มีความแค้นฝังใจ และนางก็ต้องการใช้ความแค้นนั้นมาเป็นประโยชน์ในภายหลัง นางจะทำให้ลี่เฟยรู้สึกว่าตัวเองรอดพ้นจากความตายได้เพราะนาง และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม นางก็จะผลักลี่เฟยลงสู่ห้วงเหวอีกครั้ง ด้วยน้ำมือของนางเอง
เมื่อเรื่องราวในตำหนักกลางจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับตำหนักของตน หลันซินเดินกลับตำหนักเมฆครามพร้อมกับเสี่ยวลี่ ในใจของนางเต็มไปด้วยความพึงพอใจกับแผนการแรกที่ประสบความสำเร็จ แสงจันทร์สาดส่องนำทางให้ร่างบอบบางของนางดูโดดเด่นกว่าใคร
“คุณหนูเพคะ ท่านทำอะไรลงไป! ฮองเฮาต้องไม่พอพระทัยท่านเป็นแน่!” เสี่ยวลี่เอ่ยขึ้นด้วยความกังวล ใบหน้าเล็กๆ ของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อผลที่จะตามมา
“ไม่เป็นไรหรอกเสี่ยวลี่” หลันซินยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นแฝงไว้ด้วยความลึกลับ “บางครั้งการทำให้ผู้อื่นไม่พอใจ ก็เป็นวิธีหนึ่งในการสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง การยืนอยู่ตรงกลาง ระหว่างอำนาจของฮองเฮาและสนมลี่เฟย จะทำให้เรามองเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น”
หลันซินรู้ดีว่าการช่วยเหลือลี่เฟยในครั้งนี้ จะทำให้ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยไม่พอใจนางอย่างแน่นอน แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะทำให้ลี่เฟยรู้สึกติดหนี้บุญคุณนาง และที่สำคัญที่สุดคือ ฮ่องเต้หลี่เหวินเริ่มสังเกตเห็นนางแล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างอำนาจและอิทธิพลในวังหลวงที่นางต้องการ เพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของนาง
ในอีกสองสามวันต่อมา ท่านหมอหลวงเยว่ก็รายงานผลการตรวจสอบยาพิษต่อฮ่องเต้ สิ่งที่หลันซินคาดการณ์ไว้ถูกต้องทุกประการ ยาพิษในซุปไม่ใช่ยาพิษธรรมดา แต่เป็นสารประกอบที่ซับซ้อน ซึ่งเกิดจากการนำสมุนไพรสองชนิดที่ไม่เป็นพิษมารวมกัน และจะก่อให้เกิดพิษร้ายเมื่อผ่านความร้อนในระดับที่เหมาะสม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้กระทำมีความรู้เรื่องสมุนไพรเป็นอย่างดี และไม่ใช่คนรับใช้ธรรมดาแน่นอน
ผลการสืบสวนทำให้สนมลี่เฟยพ้นข้อกล่าวหาชั่วคราว แต่ผู้กระทำที่แท้จริงยังคงเป็นปริศนา หลี่เหวินสั่งให้สืบสวนต่อไป แต่เรื่องราวก็ดูเหมือนจะซับซ้อนเกินกว่าจะหาตัวผู้กระทำได้ง่ายๆ บรรยากาศในวังหลวงยังคงปกคลุมไปด้วยความคลางแคลงใจ
ลี่เฟยมาเยี่ยมหลันซินที่ตำหนักเมฆครามในวันรุ่งขึ้น นางมาพร้อมกับของกำนัลมากมาย และสีหน้าของนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจอย่างแท้จริง “ขอบใจเจ้ามากอวี้ฮวา หากไม่ได้เจ้า ข้าคงต้องถูกลงโทษสถานหนักไปแล้ว” แววตาของนางเต็มไปด้วยความสำนึกบุญคุณ “เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้จริงๆ”
“หม่อมฉันเพียงแค่ทำในสิ่งที่ถูกต้องเพคะ สนมลี่เฟยโปรดอย่าได้คิดมากเลย” หลันซินตอบด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและอบอุ่น แต่ในใจของนางกำลังวางแผนการที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม นางจะใช้ประโยชน์จากความรู้สึกสำนึกบุญคุณของลี่เฟยนี้ให้มากที่สุด เพื่อให้ลี่เฟยกลายเป็นหมากตัวสำคัญในกระดานแห่งการแก้แค้นของนาง
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง เสียงขันทีก็ดังขึ้นจากหน้าตำหนัก “ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยเสด็จ!”
หลันซินและลี่เฟยต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ แววตาของลี่เฟยฉายแววหวาดกลัว ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยมาที่ตำหนักของสนมอวี้ฮวาในเวลานี้ มีความหมายว่าอย่างไร? ฮองเฮาจะต้องไม่พอใจที่หลันซินเข้ามาขัดขวางแผนการของนางอย่างแน่นอน และการที่สนมลี่เฟยอยู่กับหลันซินในเวลานี้ ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
ประตูตำหนักถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับนางกำนัลและขันทีจำนวนมาก ใบหน้าของนางเรียบเฉยราวกับหน้ากากที่ไร้อารมณ์ แต่แววตาของนางกลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ แววตาคู่นั้นจ้องมองมาที่หลันซินและลี่เฟยที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาและเยือกเย็นราวกับคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือน และในตอนนี้ หลันซินรู้ดีว่าแผนการของนางได้สร้างศัตรูที่ทรงอำนาจขึ้นมาแล้ว และนางจะต้องรับมือกับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในใจของนางกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด นี่คือเกมแห่งอำนาจที่นางจะต้องเอาชนะให้ได้! เกมที่เดิมพันด้วยชีวิต ศักดิ์ศรี และบัลลังก์ที่เคยเป็นของนาง!

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก