บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

ตอนที่ 6 — ปีกแห่งความหวัง คำเตือนจากองค์ชาย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,385 คำ

หลังจากพบกับองค์ชายหลี่หรง หลันซินก็กลับมายังตำหนักเมฆครามด้วยหัวใจที่พองโต อบอวลไปด้วยความหวังและแผนการใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน การได้พันธมิตรที่ฉลาดเฉลียวและทรงอิทธิพลอย่างองค์ชายหลี่หรงมาอยู่เคียงข้าง เปรียบดั่งมีปีกที่ช่วยให้นางโบยบินได้อย่างมั่นใจมากขึ้นว่าคำสาบานแห่งการแก้แค้นที่เคยให้ไว้ จะไม่เป็นเพียงแค่ลมปากอีกต่อไป ทว่าในขณะเดียวกัน ‌คำเตือนขององค์ชายหลี่หรงเกี่ยวกับฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยก็ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของนาง ราวกับกระแสลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาเตือนให้ระมัดระวัง

วันรุ่งขึ้น หลันซินยังคงดำเนินชีวิตตามปกติในฐานะสนมอวี้ฮวาผู้อ่อนแอ บอบบาง ราวกับดอกเหมยแรกแย้มที่พร้อมจะร่วงโรยไปกับสายลมแห่งวังหลวง แต่เบื้องหลังความอ่อนแอเหล่านั้น ซ่อนเร้นไว้ซึ่งแผนการที่ซับซ้อนและแยบยลยิ่งกว่า นางสั่งให้เสี่ยวลี่และสาวใช้อีกสองสามคนไปรวบรวมข่าวสารในวังอย่างลับๆ ​โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวข้องกับฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยและตระกูลโจว ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับแรกของนาง

หลายวันผ่านไป เสี่ยวลี่กลับมารายงานด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกังวล นางเดินเข้ามาใกล้หลันซินที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่ริมหน้าต่าง แล้วกระซิบเสียงแผ่วเบา ราวกับกลัวว่ากำแพงจะมีหู “คุณหนูเพคะ บ่าวได้ยินข่าวลือมาว่า ‍มหาเสนาบดีโจว บิดาของฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟย กำลังแอบติดต่อกับขุนนางบางคนเพื่อวางแผนที่จะยึดอำนาจจากฮ่องเต้เพคะ”

เข็มปักผ้าในมือของหลันซินหยุดชะงักลงทันที นางขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาฉายแววครุ่นคิด นี่เป็นข่าวที่น่าตกใจและน่าสนใจเป็นอย่างมาก ในชีวิตก่อนหน้าของนาง ตระกูลโจวไม่เคยมีอำนาจมากถึงขั้นที่จะกล้าคิดการใหญ่เช่นนี้ ‌แสดงว่าในช่วงเวลาที่นางตายไป เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่จริงๆ ที่นางไม่เคยล่วงรู้

“เจ้ารู้ข้อมูลเรื่องนี้มาจากไหนเสี่ยวลี่” หลันซินถามอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงด้วยความเร่งร้อน

“บ่าวได้ยินขันทีในตำหนักขององค์ชายหลี่หรงพูดคุยกันเบาๆ นะเพคะ พวกเขากล่าวว่าองค์ชายก็ทรงทราบเรื่องนี้แล้วเช่นกัน ‍แต่ยังทรงไม่แสดงท่าทีใดๆ” เสี่ยวลี่ตอบพลางก้มหน้าลงเล็กน้อย

หลันซินจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิด หากข่าวลือนี้เป็นจริง นั่นหมายความว่าฮ่องเต้หลี่เหวินกำลังถูกทรยศจากฮองเฮาของเขาเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าขันยิ่งนัก และนั่นก็เป็นช่องโหว่ที่นางสามารถใช้ประโยชน์ได้ในการแก้แค้น ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยอาจจะดูน่าเกรงขามเพียงใด แต่หากนางกำลังคิดจะทรยศฮ่องเต้ ​นางก็จะต้องถูกกำจัดออกไปจากเส้นทางของหลันซินอย่างแน่นอน เพราะผู้ที่ทรยศต่อแผ่นดิน ย่อมไม่มีสิทธิ์ยืนอยู่บนบัลลังก์เคียงข้างฮ่องเต้

หลันซินตัดสินใจที่จะใช้แผนลวงอันแยบยล เพื่อให้ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยเปิดเผยธาตุแท้ของนางออกมา นางจะสร้างสถานการณ์ที่ทำให้ฮองเฮาเข้าใจผิดว่านางกำลังจะร่วมมือกับลี่เฟยเพื่อต่อต้านนาง และเมื่อฮองเฮาโกรธแค้นจนขาดสติ นางก็จะทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดออกมา ซึ่งนั่นจะเป็นโอกาสทองของหลันซิน

วันรุ่งขึ้น ​หลันซินแอบส่งจดหมายลับฉบับหนึ่งไปให้ลี่เฟย โดยใช้สาวใช้คนสนิทที่นางมั่นใจในความภักดี นางไม่ได้เขียนอะไรมากนักในจดหมาย เพียงแค่กล่าวว่า “สนมลี่เฟย หากท่านต้องการความช่วยเหลือจากหม่อมฉันในเรื่องใด ขอเพียงบอกมา หม่อมฉันยินดีที่จะช่วยเหลือท่านเสมอ” ​นางจงใจเขียนจดหมายด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นมิตรและดูเหมือนจะให้ความร่วมมือกับลี่เฟย ราวกับว่านางกำลังยื่นมือเข้าหาด้วยความจริงใจ

แน่นอนว่าจดหมายฉบับนี้จะต้องถูกสกัดกั้นและถูกอ่านโดยคนของฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยอย่างแน่นอน เพราะหลันซินรู้ดีว่าฮองเฮากำลังจับตาดูนางอยู่ทุกฝีก้าว และจดหมายฉบับนี้ก็เป็นเหยื่อล่อชั้นดีที่จะทำให้ฮองเฮาเข้าใจผิดและตกหลุมพรางที่นางได้วางไว้

ไม่นานหลังจากนั้น หลันซินก็ได้รับข่าวจากเสี่ยวลี่ว่า ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยทรงกริ้วเป็นอย่างมาก หลังจากที่ได้อ่านจดหมายที่หลันซินส่งไปให้ลี่เฟย ฮองเฮาเข้าใจผิดว่าหลันซินกำลังจะร่วมมือกับลี่เฟยเพื่อต่อต้านนาง และนั่นก็ยิ่งทำให้ฮองเฮาโกรธแค้นนางมากยิ่งขึ้น ความโกรธที่ปะทุขึ้นในใจของฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยนั้นรุนแรงยิ่งกว่าที่หลันซินคาดคิดเสียอีก

หลันซินยิ้มเยาะในใจ รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเย็นชาและชัยชนะ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการของนาง ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยกำลังหลงกลของนางอย่างจัง และในตอนนี้ ก็ถึงเวลาที่นางจะต้องเดินหน้าแผนการขั้นต่อไป นั่นคือการเปิดโปงความลับของตระกูลโจว ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การล่มสลายของฮองเฮา

หลันซินตัดสินใจที่จะเข้าหาองค์ชายหลี่หรงอีกครั้ง นางรู้ดีว่าองค์ชายหลี่หรงเป็นคนที่มีความรู้และข้อมูลมากพอที่จะช่วยนางได้ และที่สำคัญที่สุดคือเขามีอำนาจที่จะหนุนหลังนางได้

ในคืนนั้น หลันซินแอบเข้าไปพบองค์ชายหลี่หรงอีกครั้ง โดยใช้เส้นทางลับที่เขาได้บอกไว้ นางเล่าเรื่องที่เสี่ยวลี่รายงานเกี่ยวกับแผนการของตระกูลโจวให้องค์ชายหลี่หรงฟังอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ไม่เว้นแม้แต่คำพูดเพียงน้อยนิด

“องค์ชายเพคะ หม่อมฉันได้ยินข่าวลือมาว่า มหาเสนาบดีโจวกำลังวางแผนที่จะยึดอำนาจจากฮ่องเต้เพคะ” หลันซินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หม่อมฉันไม่แน่ใจว่าข่าวลือนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่หากเป็นเรื่องจริง มันก็เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งต่อราชวงศ์ของเราเพคะ”

องค์ชายหลี่หรงฟังหลันซินด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่นางอย่างพินิจพิเคราะห์ “ข้าก็ทราบเรื่องนี้มาบ้างแล้วสนมอวี้ฮวา แต่ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนพอที่จะกล่าวโทษมหาเสนาบดีโจวได้ การกระทำใดๆ โดยปราศจากหลักฐานที่หนักแน่น ย่อมนำมาซึ่งหายนะ”

“หากเป็นเช่นนั้น เราก็ต้องหาหลักฐานเพคะ” หลันซินตอบอย่างไม่ลังเล “หม่อมฉันคิดว่า เราสามารถใช้ประโยชน์จากความแค้นของฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยที่มีต่อหม่อมฉันและสนมลี่เฟยได้เพคะ”

องค์ชายหลี่หรงมองหลันซินด้วยความสนใจ แววตาฉายประกายแห่งความฉงน “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยกำลังโกรธแค้นหม่อมฉันและสนมลี่เฟยเป็นอย่างมาก นางคงกำลังหาทางที่จะกำจัดพวกเราออกไปจากวังหลวง” หลันซินอธิบายอย่างใจเย็น “เราสามารถสร้างสถานการณ์ที่ทำให้ฮองเฮาเข้าใจผิดว่าหม่อมฉันและสนมลี่เฟยกำลังวางแผนจะทำร้ายนาง และเมื่อนางตกอยู่ในความหวาดกลัวหรือโกรธแค้นถึงขีดสุด นางอาจจะทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดออกมา และนั่นก็อาจจะนำไปสู่การเปิดเผยความลับของตระกูลโจวได้เพคะ”

องค์ชายหลี่หรงครุ่นคิดอย่างหนัก แผนการของหลันซินนั้นกล้าหาญและเสี่ยงอันตรายยิ่งนัก “แผนการของเจ้าเสี่ยงเกินไปสนมอวี้ฮวา หากฮองเฮาจับได้ว่าเจ้ากำลังหลอกลวง นางอาจจะลงโทษเจ้าอย่างหนักจนถึงแก่ชีวิตได้”

“หม่อมฉันไม่กลัวเพคะ” หลันซินตอบด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ รอยยิ้มที่ซ่อนความมุ่งมั่นอันแรงกล้าไว้ภายใน “หม่อมฉันเชื่อว่าแผนการนี้จะสำเร็จ และมันจะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เราเปิดโปงความลับของตระกูลโจวได้ และนำความยุติธรรมกลับคืนมาสู่แผ่นดิน”

องค์ชายหลี่หรงมองหลันซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนับถือ แววตาของเขาฉายประกายแห่งความชื่นชมในความกล้าหาญและสติปัญญาของสตรีผู้นี้ “เจ้าเป็นสตรีที่กล้าหาญและฉลาดเฉลียวมากสนมอวี้ฮวา ข้าจะช่วยเจ้าในเรื่องนี้ ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร”

หลันซินรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่องค์ชายหลี่หรงตัดสินใจให้ความร่วมมือกับนาง การมีเขาอยู่เคียงข้างเปรียบเสมือนมีภูผาที่แข็งแกร่งคอยคุ้มครองนาง

หลังจากนั้น หลันซินและองค์ชายหลี่หรงก็เริ่มวางแผนการที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพื่อให้ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยเปิดเผยความลับของตระกูลโจวออกมาด้วยตัวของนางเอง

หลันซินตัดสินใจที่จะแกล้งทำเป็นป่วยหนักอีกครั้ง และขอให้ท่านหมอหลวงเยว่เข้ามาตรวจอาการ นางรู้ดีว่าฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยจะต้องส่งคนมาสอดแนมแน่นอน และนางก็ต้องการให้คนของฮองเฮาเห็นว่านางกำลังป่วยหนักจริงๆ เพื่อลดความระแวงของฮองเฮา และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแผนการ

ในขณะเดียวกัน หลันซินก็สั่งให้เสี่ยวลี่แอบนำยาบางชนิดที่ทำให้ร่างกายอ่อนแรงและดูเหมือนกำลังป่วยหนักไปให้ลี่เฟย เพื่อให้ลี่เฟยแกล้งทำเป็นป่วยหนักเช่นกัน นางบอกลี่เฟยว่านี่เป็นแผนการที่จะทำให้ฮองเฮาเข้าใจผิดว่าพวกเขากำลังร่วมมือกันวางแผนร้าย ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดโปงความชั่วร้ายของตระกูลโจว

ลี่เฟยรู้สึกหวาดกลัวในตอนแรก ใบหน้าของนางซีดเผือดด้วยความกังวล แต่เมื่อหลันซินอธิบายว่านี่คือหนทางที่จะทำให้ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยถูกกำจัดออกไปจากวังหลวง และเป็นการช่วยให้พวกตนรอดพ้นจากเงื้อมมือของนาง ลี่เฟยก็ยอมทำตามด้วยความจำใจ แต่ก็แฝงด้วยความหวัง

แผนการของหลันซินดำเนินไปอย่างราบรื่น ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยได้รับรายงานจากคนของนางว่าหลันซินและลี่เฟยต่างก็ป่วยหนักในเวลาเดียวกัน ความบังเอิญนี้ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของฮองเฮาว่าพวกเขากำลังวางแผนที่จะทำร้ายนาง และความโกรธแค้นก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุดจนยากที่จะควบคุม

วันหนึ่ง ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยตัดสินใจที่จะจัดการกับหลันซินและลี่เฟยด้วยตัวเอง นางสั่งให้นางกำนัลและขันทีจำนวนมากไปที่ตำหนักของหลันซินและลี่เฟยเพื่อจับตัวพวกเขามาลงโทษอย่างหนัก เพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู

ข่าวการเคลื่อนไหวของฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยถูกส่งมาถึงหลันซินอย่างรวดเร็วโดยคนขององค์ชายหลี่หรง ซึ่งคอยติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา

หลันซินยิ้มเย็นชา รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจ ในที่สุดฮองเฮาก็หลงกลของนางจนได้ และในตอนนี้ ก็ถึงเวลาที่นางจะต้องเปิดเผยความลับของตระกูลโจวให้ฮ่องเต้หลี่เหวินได้รับรู้ เพื่อโค่นล้มฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟย และเป็นการเปิดทางให้แผนการแก้แค้นของนางดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ

ในขณะที่ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยกำลังนำคนของนางไปที่ตำหนักของหลันซินและลี่เฟย องค์ชายหลี่หรงก็ได้นำหลักฐานลับบางอย่างเกี่ยวกับแผนการของตระกูลโจวไปให้ฮ่องเต้หลี่เหวินรับทราบแล้ว หลักฐานเหล่านั้นถูกรวบรวมมาอย่างยากลำบากและใช้เวลาอันยาวนาน

หลี่เหวินตกใจเป็นอย่างมากเมื่อได้เห็นหลักฐานเหล่านั้น ใบหน้าของเขาซีดเผือดด้วยความไม่เชื่อ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าฮองเฮาของเขาจะกล้าทรยศเขา และในตอนนี้ เขากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะส่งผลต่อราชวงศ์ของเขาและอนาคตของแผ่นดิน

ในขณะที่ฮ่องเต้หลี่เหวินกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับหลันซินและลี่เฟยที่ถูกจับตัวมา ทั้งสองถูกจับมาอย่างอ่อนแรง ใบหน้าซีดเซียว และฮองเฮาก็ทรงต้องการที่จะลงโทษพวกเขาต่อหน้าฮ่องเต้ เพื่อแสดงอำนาจและข่มขู่ผู้ที่คิดจะต่อต้านนาง

“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันได้จับตัวสองสตรีทรยศผู้นี้มาแล้วเพคะ พวกนางกำลังวางแผนที่จะทำร้ายหม่อมฉัน และแย่งชิงอำนาจจากหม่อมฉันเพคะ!” ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเจือด้วยความสะใจ

แต่สีหน้าของหลี่เหวินกลับเรียบเฉย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังและความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยาย “โจวอวิ๋นเฟย เจ้ากล้ามากที่กล่าวหาสองสตรีผู้อ่อนแอเช่นนี้ ในขณะที่ตัวเจ้าเองกำลังวางแผนที่จะทรยศข้า และยึดอำนาจจากข้า!” เสียงของฮ่องเต้หลี่เหวินหนักแน่นและกังวานไปทั่วท้องพระโรง

ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของนางแข็งค้าง นางมองฮ่องเต้หลี่เหวินด้วยความตกใจ ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับไร้ซึ่งโลหิต นางไม่คิดว่าฮ่องเต้จะรู้เรื่องแผนการของนางได้เร็วถึงเพียงนี้ และในตอนนี้ นางก็รู้แล้วว่านางกำลังจะพบกับจุดจบของนางอย่างแน่นอน ชะตากรรมของนางถูกกำหนดไว้แล้ว

หลันซินมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มเย็นชา รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจและความมุ่งมั่น ในที่สุดแผนการของนางก็ประสบความสำเร็จ ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยกำลังจะถูกโค่นล้มลง และในตอนนี้ ก็ถึงเวลาที่นางจะต้องเดินหน้าแผนการแก้แค้นของนางต่อไป และจะต้องทำให้ฮ่องเต้หลี่เหวินและสนมลี่เฟยต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำต่อนางอย่างสาสม ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!