บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

ตอนที่ 7 — บัลลังก์พิโรธ: ฮ่องเต้เผชิญหน้า

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,796 คำ

อำนาจที่เปลี่ยนผัน และพันธะแห่งแค้น

ลมหนาวพัดโชยผ่านช่องหน้าต่างตำหนักกลาง พาเอาความตึงเครียดที่แขวนลอยอยู่ในอากาศให้หนักอึ้งยิ่งขึ้น แสงเทียนที่ริบหรี่ไม่อาจขับไล่เงามืดที่เกาะกุมดวงใจของผู้คนในที่นั้นได้ เมื่อฮ่องเต้หลี่เหวินประทับบนบัลลังก์มังกร พระพักตร์คมคายฉายแววพิโรธจนน่าพรั่นพรึง สายพระเนตรกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดลงที่ร่างอรชรของฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

“ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟย… ‌เจ้ามีสิ่งใดจะกล่าวแก้หรือไม่?” น้ำเสียงทุ้มต่ำของหลี่เหวินเอ่ยขึ้นช้าๆ แต่แฝงด้วยคมมีดแห่งความเด็ดขาด

ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นพรมไหม ใบหน้าซีดเผือดราวกับไร้ซึ่งโลหิต ไร้ซึ่งชีวิต ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าความลับที่ถูกเก็บงำไว้อย่างดีเยี่ยมมานานหลายปี จะถูกเปิดเผยออกมาอย่างกะทันหันเช่นนี้ ​ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ

“ฝ่าบาท… ทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ… หม่อมฉัน… หม่อมฉันไม่เคยคิดจะทรยศฝ่าบาทเลยแม้แต่น้อยเพคะ” เสียงของนางสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ น้ำตาเอ่อคลอหน่วยพยายามแสดงความบริสุทธิ์ใจออกมาสุดกำลัง “หม่อมฉันจงรักภักดีต่อฝ่าบาทมาตลอดชีวิต… ไฉนเลยจะกล้าคิดการใหญ่เช่นนั้นได้เพคะ”

หลี่เหวินไม่ตอบโต้ ‍เพียงแต่โบกพระหัตถ์เล็กน้อย องค์ชายหลี่หรงที่ยืนอยู่ข้างบัลลังก์ก้าวออกมาพร้อมกับถาดไม้ที่วางมัดเอกสารลับหลายฉบับ เขาโค้งคำนับฮ่องเต้ ก่อนจะวางถาดลงเบื้องหน้ามหาเสนาบดีโจว ผู้เป็นบิดาของฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟย

“มหาเสนาบดีโจว… ท่านคงจำลายมือของตนเองได้กระมัง” หลี่เหวินกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความเย็นยะเยือก

มหาเสนาบดีโจว ‌ชายชราผู้มากด้วยอำนาจและประสบการณ์ทางการเมือง ใบหน้าแดงก่ำขึ้นทันทีที่เห็นเอกสารเหล่านั้น มันเป็นจดหมายลับที่เขาเขียนติดต่อกับขุนนางและแม่ทัพบางคน เพื่อวางแผนก่อกบฏ โค่นล้มราชบัลลังก์ของหลี่เหวิน นอกจากนี้ยังมีภาพแผนผังการจัดกำลังทหาร และรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดอีกหลายสิบคน หลักฐานเหล่านี้ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด ‍ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยเห็นดังนั้นถึงกับหมดสิ้นคำพูดที่จะแก้ต่าง นางทำได้เพียงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

“เจ้ายังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือโจวอวิ๋นเฟย! หลักฐานเหล่านี้ชัดเจนยิ่งกว่าดวงตะวันยามเที่ยง!” หลี่เหวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายพระเนตรที่มองมายังฮองเฮาเต็มไปด้วยความผิดหวัง ความเจ็บปวด และความโกรธแค้นที่ยากจะระงับ “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้า… ​สตรีที่ข้ารักและยกย่องให้เป็นฮองเฮา จะกล้าทำเรื่องเช่นนี้กับข้า… กับราชวงศ์ของเรา!”

“ฝ่าบาทเพคะ… โปรดทรงฟังหม่อมฉันก่อน… ได้โปรด…” ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยพยายามคลานเข้าไปใกล้เพื่ออ้อนวอน แต่หลี่เหวินไม่สนใจคำพูดของนางอีกต่อไปแล้ว ความเชื่อใจที่เคยมีให้ได้มลายสิ้นไปพร้อมกับหลักฐานที่วางอยู่เบื้องหน้า

“นำตัวโจวอวิ๋นเฟยและมหาเสนาบดีโจวไปขังไว้ในคุกหลวง! ​ให้สืบสวนหาผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ถ้วน!” หลี่เหวินสั่งด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว เด็ดขาด ราวกับคำประกาศิตจากสวรรค์ “และให้ปลดตำแหน่งฮองเฮาของนางทันที! ริบทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลโจว!”

คำสั่งของหลี่เหวินดังก้องไปทั่วตำหนักกลาง ทำให้ทุกคนในที่นั้นตกตะลึง เหล่านางกำนัลและขันทีต่างพากันคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว ​ตัวสั่นงันงก ราวกับเห็นยมทูตอยู่เบื้องหน้า ทหารองครักษ์กรูกันเข้ามาจับตัวฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยและมหาเสนาบดีโจวออกไปจากตำหนัก เสียงกรีดร้องและร่ำไห้ของฮองเฮาดังแว่วไปตามทางเดิน ก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไป

หลันซิน หรือสนมอวี้ฮวาในตอนนี้ มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น ในที่สุด… ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยก็ได้รับผลกรรมจากการกระทำของนางเสียที นางผู้เคยหยิ่งทะนงและเหยียบย่ำผู้อื่น บัดนี้ได้ลิ้มรสชาติของความตกต่ำอย่างแสนสาหัส และในตอนนี้ นางก็ถูกกำจัดออกไปจากเส้นทางของหลันซินอย่างสมบูรณ์แบบ

ลี่เฟยที่ยืนอยู่ไม่ไกล มองดูหลันซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและหวาดกลัว นางไม่เคยคิดว่าสนมอวี้ฮวาผู้อ่อนแอ บอบบาง และดูไร้พิษสง จะมีความสามารถในการวางแผนการที่ซับซ้อน ลึกซึ้ง และเด็ดขาดถึงเพียงนี้ ลี่เฟยรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ในตัวของหลันซิน พลังที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ และในใจนางก็เริ่มรู้สึกหวาดระแวงในตัวหลันซินเล็กน้อย ความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้ก่อตัวขึ้นในจิตใจของลี่เฟย

เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง หลี่เหวินหันมามองหลันซิน ดวงพระเนตรที่เคยฉายแววพิโรธ บัดนี้อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด “ขอบใจเจ้ามากอวี้ฮวา… หากไม่ได้เจ้า… ข้าคงไม่รู้เรื่องแผนการทรยศของโจวอวิ๋นเฟยเลย”

“เป็นหน้าที่ของหม่อมฉันเพคะ ฝ่าบาท” หลันซินตอบด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน อ่อนน้อมถ่อมตน ราวกับดอกเหมยที่บานสะพรั่งยามเหมันต์ “หม่อมฉันเพียงแค่ต้องการช่วยฝ่าบาทให้ทรงปกป้องราชวงศ์ของเราให้พ้นจากภยันตรายเพคะ”

หลี่เหวินมองหลันซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและเสน่หา เขาไม่เคยคิดว่าสนมชั้นต่ำอย่างอวี้ฮวาจะมีความฉลาดเฉลียว กล้าหาญ และจงรักภักดีถึงเพียงนี้ เขาเริ่มรู้สึกสนใจในตัวนางมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกที่เคยมีให้ฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยได้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกใหม่ที่ก่อตัวขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว

หลังจากเหตุการณ์ในตำหนักกลางจบลง หลี่เหวินก็สั่งให้เลื่อนตำแหน่งสนมอวี้ฮวาขึ้นเป็น ‘สนมเอกอวี้’ ซึ่งเป็นตำแหน่งสนมที่สูงขึ้นมาก และยังให้ย้ายตำหนักของนางไปอยู่ที่ตำหนักมรกต ซึ่งเป็นตำหนักที่กว้างขวาง สวยงาม และงดงามกว่าตำหนักเมฆครามที่นางเคยอยู่มากนัก ตำหนักมรกตเคยเป็นที่ประทับของสนมคนโปรดในอดีต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโปรดปรานที่หลี่เหวินมีต่อนางอย่างชัดเจน

หลันซินรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากกับความสำเร็จในครั้งนี้ การที่ได้ตำแหน่งสนมเอกและตำหนักใหม่ ทำให้หลันซินมีอำนาจและอิทธิพลมากขึ้นในวังหลวง และยังทำให้การเคลื่อนไหวของนางสะดวกสบายขึ้นอีกด้วย นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกของการแก้แค้นที่แท้จริง

ลี่เฟยมาเยี่ยมหลันซินที่ตำหนักมรกตในวันรุ่งขึ้น ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาที่พยายามปกปิดไว้ แต่ก็ยังคงแสดงออกถึงความซาบซึ้งใจและยินดี “ยินดีกับเจ้าด้วยนะอวี้ฮวา เจ้าเก่งมากจริงๆ ที่สามารถโค่นล้มฮองเฮาโจวอวิ๋นเฟยลงได้สำเร็จ”

“ขอบใจเจ้ามากสนมลี่เฟย” หลันซินตอบด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน ทว่าแฝงด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง “หากไม่ได้ความร่วมมือของเจ้า แผนการของหม่อมฉันก็คงไม่สำเร็จเช่นกัน”

ลี่เฟยได้ยินดังนั้นถึงกับยิ้มออกมาเล็กน้อย นางรู้สึกดีใจที่หลันซินยังคงเห็นความสำคัญของนาง แต่ในใจลึกๆ ก็ยังคงรู้สึกไม่พอใจที่หลันซินได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้มากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกขุ่นเคืองก่อตัวขึ้นในใจของนางอย่างเงียบงัน

หลันซินรู้ดีถึงความรู้สึกของลี่เฟย นางอ่านความคิดของสตรีผู้นี้ได้ทะลุปรุโปร่ง นางจะใช้ประโยชน์จากความอิจฉาริษยาของลี่เฟยนี้ เพื่อให้ลี่เฟยทำในสิ่งที่นางต้องการ และเป็นหมากตัวสำคัญในกระดานเกมแห่งอำนาจนี้

หลังจากนั้น หลันซินก็เริ่มสร้างเครือข่ายอำนาจของนางในวังหลวง นางให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนสนมคนอื่นๆ ที่ไม่มีตระกูลหนุนหลัง ทำให้สนมเหล่านั้นรู้สึกภักดีต่อนาง และกลายเป็นคนของนางในที่สุด นางยังคงติดต่อกับองค์ชายหลี่หรงอย่างลับๆ เพื่อปรึกษาหารือเรื่องการเมืองและการบริหารบ้านเมือง องค์ชายหลี่หรงเองก็เริ่มเห็นความสามารถและความฉลาดเฉลียวของหลันซิน และเริ่มไว้วางใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ

วันหนึ่ง องค์ชายหลี่หรงมาเยี่ยมหลันซินที่ตำหนักมรกต แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง ทำให้บรรยากาศดูเคร่งขรึมยิ่งขึ้น “สนมเอกอวี้ ข้ามีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ต้องการปรึกษาเจ้า”

“เชิญองค์ชายตรัสมาได้เลยเพคะ” หลันซินตอบพลางรินชาสมุนไพรส่งให้

“ข้าได้ยินข่าวลือมาว่า ฮ่องเต้กำลังคิดที่จะแต่งตั้งฮองเฮาคนใหม่ และมีผู้เสนอชื่อสนมลี่เฟยขึ้นเป็นฮองเฮา” องค์ชายหลี่หรงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร”

หลันซินได้ยินดังนั้นถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่เป็นข่าวที่น่าตกใจและน่าสนใจเป็นอย่างมาก หากลี่เฟยได้ขึ้นเป็นฮองเฮา นางก็จะมีอำนาจสูงสุดในวังหลวง และนั่นก็จะเป็นอุปสรรคต่อแผนการแก้แค้นของหลันซินอย่างใหญ่หลวง

“หม่อมฉันคิดว่า หากสนมลี่เฟยได้ขึ้นเป็นฮองเฮา ก็จะส่งผลกระทบต่อราชวงศ์ของเราในหลายๆ ด้านเพคะ” หลันซินตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงด้วยความหนักแน่น “นางเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานและมีจิตใจที่คับแคบ หากนางได้ขึ้นเป็นฮองเฮา นางก็อาจจะใช้อำนาจในทางที่ผิด และสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นได้เพคะ”

องค์ชายหลี่หรงพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน แต่ตอนนี้ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานสนมลี่เฟยเป็นอย่างมาก การจะขัดขวางไม่ให้นางได้ขึ้นเป็นฮองเฮาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

“หม่อมฉันคิดว่า เราสามารถใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของสนมลี่เฟยได้เพคะ” หลันซินกล่าว ดวงตาฉายแววเฉลียวฉลาด “นางเป็นคนที่มีความอิจฉาริษยาและไม่ชอบให้ใครดีกว่านาง เราสามารถสร้างสถานการณ์ที่ทำให้สนมลี่เฟยแสดงธาตุแท้ของนางออกมาต่อหน้าฮ่องเต้ และเมื่อฮ่องเต้ได้เห็นธาตุแท้ของนาง ฮ่องเต้ก็จะเปลี่ยนใจไม่แต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาอย่างแน่นอนเพคะ”

องค์ชายหลี่หรงมองหลันซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งในสติปัญญาของนาง “แผนการของเจ้าฉลาดเฉลียวมากสนมเอกอวี้ ข้าจะช่วยเจ้าในเรื่องนี้อย่างเต็มกำลัง”

หลันซินรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่องค์ชายหลี่หรงยังคงให้ความร่วมมือกับนาง นางรู้ดีว่าแผนการในครั้งนี้จะยากกว่าครั้งก่อนมาก แต่ด้วยความช่วยเหลือขององค์ชายหลี่หรง นางก็มั่นใจว่าจะสามารถทำสำเร็จได้

หลังจากนั้น หลันซินและองค์ชายหลี่หรงก็เริ่มวางแผนการที่จะเปิดโปงธาตุแท้ของลี่เฟยต่อหน้าฮ่องเต้ พวกเขาวางแผนที่จะสร้างสถานการณ์ที่ทำให้ลี่เฟยรู้สึกถูกคุกคามและอิจฉาริษยาหลันซินถึงขีดสุด และเมื่อถึงจุดนั้น ลี่เฟยก็จะแสดงธาตุแท้ของนางออกมาอย่างแน่นอน

วันหนึ่ง หลันซินตัดสินใจที่จะแกล้งทำเป็นได้รับของขวัญล้ำค่าจากฮ่องเต้มากมายหลายชิ้น และสั่งให้เสี่ยวลี่ นำของขวัญเหล่านั้นไปอวดอ้างต่อหน้าสนมคนอื่นๆ โดยเฉพาะลี่เฟย นางรู้ดีว่าลี่เฟยจะต้องรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นอย่างมากจนทนไม่ไหว

เป็นไปตามคาด ลี่เฟยรู้สึกโกรธแค้นและอิจฉาริษยาหลันซินเป็นอย่างมาก นางไม่พอใจที่หลันซินได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้มากขึ้นเรื่อยๆ จนตำแหน่งของนางเองเริ่มสั่นคลอน และในใจนางก็เริ่มวางแผนที่จะทำร้ายหลันซินอย่างเงียบๆ เพื่อกำจัดเสี้ยนหนามผู้นี้ออกไปจากเส้นทาง

ในขณะที่ลี่เฟยกำลังวางแผนที่จะทำร้ายหลันซิน หลันซินก็แอบส่งจดหมายลับฉบับหนึ่งไปให้ท่านหมอหลวงเยว่ ในจดหมายนั้น นางได้กล่าวถึงแผนการของลี่เฟยที่จะทำร้ายนาง และขอให้ท่านหมอหลวงเยว่เตรียมพร้อมที่จะช่วยเหลือในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

ในวันรุ่งขึ้น ลี่เฟยตัดสินใจที่จะลงมือทำร้ายหลันซิน นางแอบใส่ยาพิษชนิดร้ายแรงลงในอาหารของหลันซิน และสั่งให้นางกำนัลคนสนิทนำอาหารนั้นไปให้หลันซินที่ตำหนักมรกต

แต่หลันซินรู้แผนการของลี่เฟยอยู่แล้ว นางแกล้งทำเป็นกินอาหารที่มีพิษเข้าไป และหลังจากนั้นไม่นาน นางก็แกล้งทำเป็นมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง และล้มลงหมดสติไปต่อหน้าเสี่ยวลี่และนางกำนัลคนอื่นๆ

ทุกคนในตำหนักมรกตต่างพากันตกใจ เสี่ยวลี่รีบไปแจ้งฮ่องเต้และท่านหมอหลวงเยว่ทันทีด้วยความร้อนรน

หลี่เหวินมาถึงตำหนักมรกตด้วยความตกใจและเป็นห่วงอย่างสุดซึ้ง เขาเห็นหลันซินนอนหมดสติอยู่บนเตียง ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้สีเลือด และมีหยาดเหงื่อไหลอาบแก้ม “เกิดอะไรขึ้น! ใครเป็นคนทำ! ใครบังอาจทำร้ายสนมเอกของข้า!” หลี่เหวินตะคอกถามด้วยความโกรธแค้นจนพระพักตร์แดงก่ำ

ท่านหมอหลวงเยว่รีบเข้ามาตรวจอาการของหลันซินอย่างละเอียด และเขาก็พบว่าในอาหารของหลันซินมียาพิษอยู่จริงๆ “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ สนมเอกอวี้ถูกวางยาพิษพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่เหวินโกรธแค้นเป็นอย่างมากจนแทบจะระเบิดออกมา “ใครเป็นคนทำ! ข้าจะต้องลงโทษมันอย่างสาสม! ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม!”

เสี่ยวลี่และนางกำนัลคนอื่นๆ ต่างพากันชี้ไปที่ลี่เฟยที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล “สนมลี่เฟยเป็นคนสั่งให้คนนำอาหารนั้นมาให้เพคะ!”

ลี่เฟยถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับผีดิบ นางไม่คิดว่าแผนการของนางจะถูกจับได้เร็วถึงเพียงนี้ “ไม่จริงเพคะ! หม่อมฉันไม่ได้ทำ! หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ!”

แต่หลักฐานทุกอย่างชี้ไปที่ลี่เฟย และฮ่องเต้หลี่เหวินก็โกรธแค้นเป็นอย่างมากจนไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจที่จะลงโทษลี่เฟยอย่างหนัก “นำตัวลี่เฟยไปขังไว้ในคุกหลวง! และให้ถอดออกจากตำแหน่งสนมเอก! ริบทรัพย์สินทั้งหมด!”

คำสั่งของหลี่เหวินทำให้ลี่เฟยถึงกับร้องไห้โฮ นางพยายามอ้อนวอนขอความเมตตา แต่หลี่เหวินไม่สนใจคำพูดของนางอีกต่อไปแล้ว เขาหันหลังเดินจากไปอย่างเด็ดขาด ทิ้งให้ลี่เฟยจมอยู่กับความสิ้นหวัง

หลันซินลืมตาขึ้นมองหลี่เหวินด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น ในที่สุด… ลี่เฟยก็ได้รับผลกรรมจากการกระทำของนางเสียที และในตอนนี้ ก็ถึงเวลาที่นางจะต้องเดินหน้าแผนการแก้แค้นของนางต่อไป และจะต้องทำให้หลี่เหวินต้องชดใช้ในสิ่งที่เขาได้กระทำต่อนางอย่างสาสม

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ หลี่เหวินก็เริ่มรู้สึกเสียใจที่เคยหลงเชื่อคำพูดของลี่เฟย และเขาก็เริ่มหันมาสนใจและโปรดปรานหลันซินมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกผิดที่เคยมีต่อหลันซินในอดีตได้ก่อตัวขึ้นในใจของเขาอย่างช้าๆ

หลันซินใช้โอกาสนี้ในการเข้าหาหลี่เหวิน และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา นางแสดงให้เขาเห็นถึงความฉลาดเฉลียว ความเมตตา และความจงรักภักดีของนาง ทำให้หลี่เหวินรู้สึกประทับใจในตัวนางเป็นอย่างมาก เขามองเห็นเงาของฮองเฮาที่เขาเคยรักในตัวของหลันซิน

วันหนึ่ง หลี่เหวินมาเยี่ยมหลันซินที่ตำหนักมรกต แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกยิ่งขึ้น “สนมเอกอวี้ ข้ารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เคยหลงเชื่อคำพูดของลี่เฟย และทำร้ายเจ้า”

“ฝ่าบาทโปรดอย่าได้คิดมากเลยเพคะ” หลันซินตอบด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน อ่อนโยน ราวกับนางฟ้า “สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไปเถิดเพคะ หม่อมฉันไม่ถือโทษโกรธเคืองฝ่าบาทเลยเพคะ”

หลี่เหวินมองหลันซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและเสน่หา เขาค่อยๆ เอื้อมมือมาจับมือของหลันซินที่วางอยู่บนตัก “ข้าคิดว่าเจ้า… คือสตรีที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นฮองเฮาของข้า”

หลันซินได้ยินดังนั้นถึงกับใจเต้นระรัว นี่คือสิ่งที่นางต้องการ! การได้ขึ้นเป็นฮองเฮาอีกครั้ง จะทำให้นางมีอำนาจสูงสุดในวังหลวง และสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามที่นางปรารถนา

แต่ในขณะที่หลันซินกำลังรู้สึกดีใจอยู่นั้น นางก็พลันนึกถึงคำสาบานที่เคยให้ไว้ก่อนตาย นั่นคือการแก้แค้นหลี่เหวินให้สาสม การได้ขึ้นเป็นฮองเฮาอีกครั้ง ไม่ใช่จุดจบของการแก้แค้น แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการลงทัณฑ์ที่แท้จริง นางจะทำให้หลี่เหวินต้องทรมานและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ทั้งกายและใจ และในตอนนี้ นางก็กำลังจะได้ขึ้นเป็นฮองเฮาอีกครั้ง โดยมีหลี่เหวินเป็นคนเลือกนางด้วยตัวเอง และเมื่อถึงวันนั้น นางจะแสดงให้เขาเห็นว่านรกที่แท้จริงเป็นอย่างไร

หลันซินมองหลี่เหวินด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน แต่ในแววตาของนางกลับฉายแววความเย็นชาและอำมหิตที่ยากจะมองเห็น นางรู้ดีว่าเกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และนางจะเป็นผู้ที่กำชัยชนะในท้ายที่สุดอย่างแน่นอน

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!