โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,575 คำ
ข่าวการแต่งตั้งสนมเอกอวี้ขึ้นเป็นฮองเฮาแพร่สะพัดไปทั่ววังหลวงราวกับไฟลามทุ่งที่โหมกระหน่ำในฤดูแล้ง สร้างความตกตะลึงและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วทุกหัวระแหง ตั้งแต่ตำหนักน้อยใหญ่ไปจนถึงเรือนพักของเหล่าขันทีและนางกำนัล ทุกคนต่างคาดไม่ถึงว่าสตรีที่เคยเป็นเพียงสนมชั้นต่ำ ไร้ตระกูลหนุนหลัง ไร้ซึ่งอำนาจใดๆ อย่างสนมเอกอวี้ จะสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในวังหลังได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ เพียงไม่กี่เดือนนับจากวันที่นางเหยียบย่างเข้ามาในวังหลวง นางก็สามารถช่วงชิงหัวใจของฮ่องเต้ และบัดนี้กำลังจะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์หงส์อันสูงส่ง ขุนนางบางส่วนยังคงรู้สึกกังขา ซุบซิบนินทากันตามมุมมืด แต่เมื่อฮ่องเต้หลี่เหวินทรงมีพระบัญชาออกมาอย่างเด็ดขาดและหนักแน่น ก็ไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้านได้อีกต่อไป แม้จะมีความไม่พอใจอยู่ภายในใจ แต่ก็ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่เปลี่ยนผันไปอย่างรวดเร็วนี้
หลันซินรับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮาด้วยสีหน้าที่นอบน้อมและสง่างาม ภายใต้ชุดฮองเฮาสีเหลืองทองปักลายหงส์ที่ประดับประดาด้วยเครื่องประดับเพชรพลอยล้ำค่าระยิบระยับจับตา นางคือฮองเฮาจ้าวหลันซินคนเดิม เพียงแต่เป็นในร่างของอวี้ฮวาที่ผอมบางและบอบบางกว่าเดิม ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววคมกริบและเย็นเยียบ พร้อมกับความแค้นที่ฝังลึกยิ่งกว่าเดิม หลี่เหวินมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความหลงใหล และความภาคภูมิใจ เขายิ้มกว้างอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นสตรีอันเป็นที่รักของเขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด เขายังคงเชื่อมั่นว่าเขาได้เลือกฮองเฮาที่ฉลาดเฉลียวและดีพร้อมที่สุดมาอยู่เคียงข้างบัลลังก์ของเขา เพื่อเป็นคู่คิดและเป็นแสงสว่างนำทางอาณาจักร แต่เขาหารู้ไม่ว่ากำลังเชื้อเชิญพญามัจจุราชที่หิวกระหายการแก้แค้นเข้าสู่ตำหนักของตนเองอย่างช้าๆ และเจ็บปวด
พิธีแต่งตั้งฮองเฮาดำเนินไปอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ เสียงดนตรีบรรเลงกึกก้อง ธูปเทียนหอมฟุ้งไปทั่วท้องพระโรง เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างมาเฝ้ารอคอยการปรากฏตัวของฮองเฮาองค์ใหม่ หลันซินปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนด้วยท่าทางที่สง่างามและน่าเกรงขาม ก้าวเดินอย่างมั่นคงและเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิ ทว่าแววตาซ่อนเร้นความเยือกเย็น นางได้รับคำถวายพระพรจากทุกคนอย่างนอบน้อม เสียงถวายพระพรดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง "ทรงพระเจริญพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ ฮองเฮาหมื่นปี หมื่นหมื่นปี!" และในตอนนี้ นางก็คือฮองเฮาผู้มีอำนาจสูงสุดในวังหลังอย่างแท้จริง เป็นผู้กุมชะตาชีวิตของสตรีทุกคนในวัง และเป็นผู้ที่จะพลิกชะตาของแผ่นดิน
หลังจากพิธีแต่งตั้ง หลันซินก็ย้ายมาประทับที่ตำหนักคุนหนิง ซึ่งเป็นตำหนักของฮองเฮา ตำหนักที่เคยเป็นของนางมาก่อนในชาติภพที่แล้ว ตำหนักที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวดและทรมาน นางเดินสำรวจทุกซอกทุกมุม ราวกับกำลังย้อนรอยอดีตที่ผ่านมา ทว่าคราวนี้ไม่ใช่ในฐานะผู้ถูกกระทำ แต่เป็นผู้กระทำ นางเริ่มจัดระเบียบวังหลังใหม่ทั้งหมด โดยใช้ความรู้และประสบการณ์จากชีวิตก่อนหน้า นางรู้ดีว่าใครควรอยู่ตรงไหน ใครควรถูกกำจัด นางแต่งตั้งเสี่ยวลี่ นางกำนัลผู้ซื่อสัตย์ที่เคยปรนนิบัติอวี้ฮวา ให้เป็นนางกำนัลคนสนิท และให้ความไว้วางใจในการจัดการเรื่องต่างๆ ในตำหนัก นางยังคงติดต่อกับองค์ชายหลี่หรงอย่างลับๆ เพื่อปรึกษาหารือเรื่องการเมืองและการบริหารบ้านเมือง แผนการร้ายกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันภายใต้ความสงบสุขจอมปลอม
“องค์ชายเพคะ ตอนนี้หม่อมฉันได้ขึ้นเป็นฮองเฮาแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือการสร้างฐานอำนาจของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกัน ก็ต้องทำให้ฮ่องเต้หลี่เหวินต้องรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เขาได้เคยก่อไว้กับหม่อมฉันเพคะ” หลันซินกล่าวกับองค์ชายหลี่หรงในคืนหนึ่ง แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องลับ เผยให้เห็นแววตาที่มุ่งมั่นและเย็นชาของนาง
องค์ชายหลี่หรงพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ข้ารู้ดีฮองเฮา แผนการของเรากำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่เราต้องระมัดระวังให้มาก อย่าให้ฮ่องเต้ทรงสงสัยในตัวเจ้า แม้เพียงน้อยนิด”
“หม่อมฉันทราบดีเพคะ” หลันซินยิ้มเย็นชา รอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา “หม่อมฉันจะทำให้ฮ่องเต้หลี่เหวินต้องตกหลุมรักหม่อมฉันอย่างหมดหัวใจ จนไม่สามารถถอนตัวได้ และเมื่อถึงจุดนั้น หม่อมฉันก็จะแสดงให้เขาเห็นว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร และความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลังนั้นเป็นเช่นไร”
หลันซินเริ่มใช้เสน่ห์ ความฉลาดเฉลียว และความสามารถในการบริหารจัดการของนางในการควบคุมฮ่องเต้หลี่เหวิน นางเป็นฮองเฮาที่สมบูรณ์แบบ นางดูแลฮ่องเต้เป็นอย่างดี จัดการเรื่องต่างๆ ในวังหลังได้อย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ นางไม่เพียงแต่เป็นฮองเฮาที่งดงาม แต่ยังเป็นผู้ที่สามารถให้คำแนะนำฮ่องเต้ในเรื่องการบริหารบ้านเมืองได้อย่างเฉียบขาดและชาญฉลาด ทำให้หลี่เหวินรู้สึกพึงพอใจในตัวนางเป็นอย่างมาก เขารู้สึกว่านางคือคู่ชีวิตที่สวรรค์ส่งมาให้ เพื่อเติมเต็มชีวิตและบัลลังก์ของเขาให้สมบูรณ์
หลี่เหวินหลงรักหลันซินอย่างหมดหัวใจ เขาเชื่อว่าหลันซินคือฮองเฮาที่สวรรค์ส่งมาให้เขา และไม่เคยคิดสงสัยในตัวนางเลยแม้แต่น้อย ทุกคำพูด ทุกการกระทำของนางล้วนแต่เป็นสิ่งที่เขาเชื่อมั่นและไว้วางใจ เขาไม่รู้เลยว่าสตรีที่เขารักและไว้ใจที่สุดคนนี้กำลังวางแผนที่จะทำลายชีวิตของเขาอย่างช้าๆ ทีละเล็กทีละน้อย จนกว่าเขาจะไม่มีอะไรเหลือ
ในขณะที่หลันซินกำลังสร้างอำนาจของนางในวังหลัง นางก็เริ่มสะสางบัญชีแค้นกับขุนนางและสนมคนอื่นๆ ที่เคยทำร้ายนางในชีวิตก่อนหน้า นางใช้ความรู้จากอนาคตในการเปิดโปงความชั่วร้ายของพวกเขา และนำพวกเขาไปสู่จุดจบอย่างสาสม สนมที่เคยกลั่นแกล้งอวี้ฮวาถูกลดตำแหน่งและถูกส่งไปทำงานหนักในตำหนักซักล้างอันสกปรกและหนาวเหน็บ ขุนนางที่เคยสมรู้ร่วมคิดกับลี่เฟยในการวางแผนทำร้ายหลันซินก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งและถูกเนรเทศออกนอกเมืองไปอย่างอับอาย ทุกคนต่างได้รับผลกรรมจากการกระทำของตนเองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หลันซินไม่ได้ทำลายชีวิตของพวกเขาอย่างรวดเร็ว แต่นางจะทำให้พวกเขาต้องทุกข์ทรมานและสิ้นหวังอย่างช้าๆ ค่อยๆ บีบคั้นจิตใจและร่างกาย ก่อนที่จะถึงจุดจบ นี่คือวิธีการแก้แค้นของนาง วิธีการที่โหดร้ายและเจ็บปวดที่สุด
วันหนึ่ง หลันซินแอบเข้าไปในคุกหลวงเพื่อเยี่ยมลี่เฟยที่ถูกจองจำอยู่ แสงสลัวๆ จากคบเพลิงส่องให้เห็นสภาพของลี่เฟยที่ดูไม่ได้ ร่างกายผอมซูบ ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเหม่อลอยไร้ประกาย ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดวิ่น กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหม็นสาบคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“สนมลี่เฟย เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” หลันซินถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะบาดลึกเข้าไปในจิตใจ
ลี่เฟยเงยหน้าขึ้นมองหลันซินด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นชุดฮองเฮาที่งดงาม “ฮองเฮา… เจ้า… เจ้ามาทำอะไรที่นี่” น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเทา
“ข้าก็แค่มาเยี่ยมเยียนอดีตสหายเก่าเท่านั้น” หลันซินยิ้มเย็นชา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “เจ้าสบายดีหรือไม่ในคุกหลวงแห่งนี้ หวังว่าคงจะได้รับการปรนนิบัติอย่างดีนะ”
ลี่เฟยถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างน่าสมเพช ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว “ฮองเฮา… ได้โปรดเมตตาหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ หม่อมฉันสำนึกผิดแล้ว หม่อมฉันไม่ควรทำร้ายท่านเลย” นางพยายามคลานเข้ามาใกล้หลันซิน แต่ถูกนางกำนัลคนสนิทของหลันซินขวางไว้
“สำนึกผิด? เจ้าคิดว่าคำพูดของเจ้าจะทำให้ข้าใจอ่อนหรือลี่เฟย” หลันซินถาม น้ำเสียงเยียบเย็นลงไปอีก “เจ้าเคยคิดถึงความเจ็บปวดที่เจ้าเคยทำกับข้าหรือไม่? ความเจ็บปวดที่เจ้าทำให้ข้าต้องตายทั้งเป็น”
ลี่เฟยเงยหน้าขึ้นมองหลันซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนก ราวกับเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก “เจ้าหมายความว่าอย่างไร… เจ้า… เจ้าคือ… จ้าวหลันซิน!”
หลันซินยิ้มเย็นชา รอยยิ้มที่ทำให้ลี่เฟยรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก “ในที่สุดเจ้าก็จำข้าได้เสียทีลี่เฟย ข้าคือจ้าวหลันซิน ฮองเฮาที่เจ้าและคนของเจ้าเคยทำร้ายจนตาย และในตอนนี้ ข้าก็ได้กลับมาแล้ว เพื่อทวงคืนทุกสิ่ง และชำระแค้นให้สาสม”
ลี่เฟยถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าจ้าวหลันซินจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง และในตอนนี้ นางก็รู้แล้วว่าจุดจบของนางกำลังจะมาถึงอย่างแน่นอน ความตายอาจไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด แต่ความทรมานที่จ้าวหลันซินจะมอบให้นั้นน่ากลัวยิ่งกว่า
“เจ้า… เจ้าจะทำอะไรกับข้า” ลี่เฟยถามเสียงสั่น ร่างกายอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่ไหว
“ข้าจะทำให้เจ้าต้องทุกข์ทรมานยิ่งกว่าที่ข้าเคยได้รับ” หลันซินตอบ “ข้าจะทำให้เจ้าต้องใช้ชีวิตอยู่ในความหวาดกลัว และความสิ้นหวังไปชั่วชีวิต จนกว่าเจ้าจะอ้อนวอนขอความตายจากข้า”
หลังจากนั้น หลันซินก็เดินจากไป ทิ้งให้ลี่เฟยอยู่ในคุกหลวงอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอับชื้น ลี่เฟยรู้ดีว่านางกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับความทรมานที่แสนสาหัส และไม่มีทางหนีพ้นได้อย่างแน่นอน
ในขณะที่หลันซินกำลังแก้แค้นศัตรูของนางอย่างช้าๆ และแยบยล ก็มีข่าวลือแปลกๆ แพร่สะพัดไปทั่ววังหลวง มีคนบอกว่าฮองเฮาคนปัจจุบันดูเหมือนจะเปลี่ยนไปจากเดิมมาก นางฉลาดเฉลียวและเฉียบขาดเกินกว่าที่สนมชั้นต่ำจะเคยเป็นได้ บางคนเริ่มสงสัยว่าฮองเฮาอาจจะไม่ใช่อวี้ฮวาคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นใครกันแน่? ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ แต่สายตาที่มองมายังตำหนักคุนหนิงนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดระแวง
ข่าวลือเหล่านี้ไปถึงหูของหลี่เหวิน ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวหลันซิน แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร เขายังคงรักและหลงใหลนาง แต่บางครั้งก็รู้สึกว่านางห่างเหินและลึกลับเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้ เขาเริ่มสังเกตท่าทางของหลันซินอย่างละเอียด แต่หลันซินก็ยังคงแสดงออกถึงความรักและความจงรักภักดีต่อเขาเสมอ ทำให้หลี่เหวินไม่สามารถหาข้อพิรุธใดๆ ได้เลย เขามักจะปัดเป่าความคิดเหล่านั้นออกไป โดยคิดว่าตนเองคงจะคิดมากไปเอง
วันหนึ่ง ในขณะที่หลันซินกำลังปรึกษาหารือเรื่องการบริหารบ้านเมืองกับหลี่เหวินในห้องทรงพระอักษร บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงลมหายใจ หลี่เหวินก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล “ฮองเฮา ข้าฝันถึงจ้าวหลันซิน ฮองเฮาคนเก่าของข้า”
หลันซินถึงกับชะงัก มือที่กำลังรินชาให้ฮ่องเต้หยุดนิ่ง หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก “ฝ่าบาททรงฝันถึงอดีตฮองเฮาหรือเพคะ” นางพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
“ใช่ นางมาเข้าฝันข้าหลายคืนแล้ว นางบอกว่านางถูกทรยศ และกำลังรอคอยการแก้แค้น” หลี่เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล แววตาของเขาฉายแววสับสนและหวาดกลัว “เจ้าคิดว่ามันหมายความว่าอย่างไรฮองเฮา ข้ารู้สึกไม่สบายใจเลย”
หลันซินมองหลี่เหวินด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความสงบ “หม่อมฉันคิดว่า ฝ่าบาทคงจะทรงคิดมากไปเองเพคะ อดีตฮองเฮาจ้าวหลันซินจากไปนานแล้ว จะกลับมาได้อย่างไรกันเพคะ เรื่องความฝันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่จิตใจสร้างขึ้นมาเท่านั้น”
หลี่เหวินพยักหน้าเล็กน้อย แต่แววตาของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่สบายใจ “อาจจะเป็นเช่นนั้น” เขากล่าวเบาๆ แต่ในใจกลับยังคงมีคำถามมากมายผุดขึ้นมา
หลันซินรู้ดีว่าความทรงจำของหลี่เหวินเกี่ยวกับนางกำลังจะฟื้นคืนมาอย่างช้าๆ และในตอนนี้ ก็ถึงเวลาที่นางจะต้องเปิดเผยธาตุแท้ของนางให้เขาได้รับรู้ เพื่อให้เขาต้องรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่แท้จริง ความเจ็บปวดที่นางเคยได้รับเมื่อครั้งที่เขาทรยศนาง
ในขณะที่หลันซินกำลังเดินหน้าแผนการแก้แค้นของนางอย่างเงียบๆ และแนบเนียน ก็มีข่าวลือใหม่แพร่สะพัดไปทั่ววังหลวงอีกครั้ง มีคนบอกว่ามหาเสนาบดีโจว ซึ่งถูกจองจำอยู่ในคุกหลวง กำลังป่วยหนัก และอาจจะไม่รอดชีวิต ข่าวนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีโจวเป็นอย่างมาก
หลันซินได้ยินดังนั้นถึงกับยิ้มเยาะในใจ นี่คือจังหวะที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำให้นางสามารถปิดฉากการแก้แค้นกับตระกูลโจวได้อย่างสมบูรณ์ และเมื่อมหาเสนาบดีโจวตายลง ตระกูลโจวก็จะหมดสิ้นอำนาจอย่างแท้จริง ไม่มีใครเหลือที่จะค้ำจุนตระกูลที่เคยยิ่งใหญ่ให้ยืนหยัดได้อีกต่อไป
แต่ในขณะที่หลันซินกำลังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและวางแผนขั้นต่อไป ก็มีขันทีคนสนิทของฮ่องเต้รีบวิ่งเข้ามาในตำหนักคุนหนิงด้วยใบหน้าตื่นตระหนก เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้า วิ่งเข้ามาจนหอบเหนื่อย
“ฮองเฮาเพคะ แย่แล้วเพคะ!” ขันทีกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“มีอะไรหรือ” หลันซินถาม น้ำเสียงเรียบเฉย แต่ในใจเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
“องค์ชายหลี่หรง… ทรงหายตัวไปเพคะ! ไม่มีใครรู้ว่าพระองค์เสด็จไปที่ไหน และไม่มีใครติดต่อพระองค์ได้เลยเพคะ!” ขันทีรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด
หลันซินได้ยินดังนั้นถึงกับตกใจอย่างมาก ใบหน้าของนางซีดเผือด องค์ชายหลี่หรงหายตัวไป! นี่มันเรื่องอะไรกัน? องค์ชายหลี่หรงเป็นพันธมิตรคนสำคัญของนาง เป็นผู้ที่รู้ความลับและแผนการทั้งหมด จะหายตัวไปได้อย่างไรกัน? หรือว่ามีผู้ไม่หวังดีอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้? และผู้ไม่หวังดีคนนั้นคือใครกันแน่? หลันซินรู้ดีว่าเรื่องนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และนางจะต้องหาตัวองค์ชายหลี่หรงให้เจอให้ได้ ก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น! เพราะองค์ชายหลี่หรงอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดเผยความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับชาติกำเนิดของนาง และความลับดำมืดที่ซ่อนอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการแก้แค้นของนางทั้งหมด

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก