บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

ตอนที่ 9 — องค์ชายหาย! วังหลวงระส่ำ ฮ่องเต้พิโรธ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,406 คำ

ข่าวการหายตัวไปขององค์ชายหลี่หรงประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางวังหลวง สร้างความตื่นตระหนกและโกลาหลไปทั่วทุกหย่อมหญ้า หลี่เหวินผู้เป็นฮ่องเต้ทรงกริ้วจัดจนพระพักตร์แดงก่ำ พระองค์ทรงมีรับสั่งให้ทหารองครักษ์ระดมกำลังออกตามหาองค์ชายหลี่หรงอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะต้องพลิกแผ่นดินหาเพียงใดก็ต้องนำตัวองค์ชายกลับมาให้ได้

ในขณะที่ความวุ่นวายถาโถม หลันซินเองก็มิอาจสงบนิ่ง นางรู้สึกกังวลอย่างยิ่งยวด องค์ชายหลี่หรงคือพันธมิตรคนสำคัญที่สุดของนาง ‌เป็นหมากตัวเดินที่ขาดไม่ได้ในกระดานแห่งการแก้แค้น หากเขาเป็นอะไรไป แผนการที่นางอุตส่าห์วางหมากไว้ก็อาจพังทลายลงไม่เป็นท่า ความหวังที่จะทวงคืนความยุติธรรมคงเลือนรางไปในพริบตา

“องค์ชายหลี่หรง… ต้องไม่เป็นอะไร” หลันซินพึมพำกับตัวเอง ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว นางตัดสินใจที่จะสืบหาความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปขององค์ชายด้วยตัวเอง ​แม้จะรู้ดีว่าการกระทำเช่นนี้อาจนำพานางไปสู่ภยันตราย แต่เพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง

นางแอบส่งคนสนิทที่จงรักภักดีออกไปรวบรวมข่าวสารและเบาะแสต่างๆ อย่างลับๆ โดยกำชับมิให้ใครล่วงรู้ถึงการเคลื่อนไหวนี้ เพื่อมิให้ศัตรูไหวตัวทัน

“เสี่ยวลี่ เจ้าต้องไปสืบดูว่าก่อนที่องค์ชายหลี่หรงจะหายตัวไป พระองค์ได้พบปะกับใคร ‍หรือมีเรื่องผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นบ้างหรือไม่” หลันซินเอ่ยสั่งเสี่ยวลี่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด เสี่ยวลี่เป็นสาวใช้ที่นางไว้วางใจที่สุด มีความเฉลียวฉลาดและว่องไว เหมาะสมกับภารกิจนี้เป็นอย่างยิ่ง

เสี่ยวลี่รับคำสั่งอย่างว่าง่าย ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ ‌“บ่าวจะรีบไปสืบมาให้เร็วที่สุดเพคะ ฮองเฮา” จากนั้นก็รีบถอยออกไปจากตำหนักอย่างเงียบเชียบ ประดุจเงามืดที่กลืนหายไปในความมืดมิดของยามค่ำคืน

ไม่นานหลังจากนั้น เสี่ยวลี่ก็กลับมารายงานหลันซินด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เหงื่อกาฬผุดพรายตามไรผมบ่งบอกถึงความเร่งรีบและความร้อนรน “ฮองเฮาเพคะ บ่าวได้ยินข่าวลือมาว่า ‍ก่อนที่องค์ชายหลี่หรงจะหายตัวไป พระองค์ทรงมีปากเสียงกับมหาเสนาบดีจาง ซึ่งเป็นขุนนางคนสนิทของฮ่องเต้เพคะ!”

คำว่า "มหาเสนาบดีจาง" ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของหลันซิน นางถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย มหาเสนาบดีจางผู้นี้เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นขุนนางที่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้หลี่เหวินเป็นอย่างมาก เขาเป็นเสาหลักของราชสำนัก ​ไม่เคยมีท่าทีว่าจะทรยศหรือคิดร้ายต่อฮ่องเต้เลยแม้แต่น้อย แล้วเหตุใดองค์ชายหลี่หรงถึงได้มีปากเสียงกับเขา? และที่สำคัญที่สุดคือ เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปขององค์ชายหลี่หรงหรือไม่? คำถามมากมายผุดขึ้นในใจของหลันซิน

หลันซินจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดอันสับสน มหาเสนาบดีจางเป็นคนฉลาดหลักแหลม มีอำนาจและอิทธิพลในราชสำนักอย่างมหาศาล หากเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปขององค์ชายหลี่หรง ​เรื่องนี้ก็จะต้องซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มากนัก อาจเป็นแผนการที่วางไว้อย่างแยบยล ซึ่งยากที่จะคาดเดาได้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง

นางใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด หลันซินจะต้องสืบหาความจริงเกี่ยวกับมหาเสนาบดีจางให้ได้ นางแอบส่งคนของนางเข้าไปในตำหนักของมหาเสนาบดีจางเพื่อค้นหาหลักฐานลับบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจดหมาย บันทึก ​หรือสิ่งใดก็ตามที่อาจเชื่อมโยงไปถึงการหายตัวไปขององค์ชายหลี่หรง

ในคืนนั้น บรรยากาศในตำหนักของหลันซินเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความเงียบงันที่น่าอึดอัดใจ นางนั่งรอคอยข่าวอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งคนของนางก็กลับมารายงานพร้อมกับหลักฐานลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในห่อผ้าไหมสีเข้ม นั่นคือจดหมายลับฉบับหนึ่งที่มหาเสนาบดีจางเขียนถึงขุนนางบางคน

หลันซินรับจดหมายมาเปิดอ่านด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เมื่อดวงตาของนางไล่อ่านถ้อยคำที่ปรากฏบนแผ่นกระดาษ ใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นในทันที ในจดหมายนั้น มหาเสนาบดีจางได้กล่าวถึงแผนการที่จะโค่นล้มองค์ชายหลี่หรง และขัดขวางไม่ให้องค์ชายหลี่หรงได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้

“บังอาจ!” เสียงของหลันซินลอดไรฟัน ดวงตาฉายแววเพลิง มหาเสนาบดีจางกล้าดีอย่างไรถึงได้วางแผนที่จะทำร้ายองค์ชายหลี่หรง! และที่สำคัญที่สุดคือ เหตุใดเขาถึงได้ทำเช่นนี้? เขาได้รับคำสั่งจากใคร? หรือเขามีเจตนาอื่นแอบแฝงที่ซับซ้อนกว่านั้น? คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของนางไม่หยุดหย่อน

หลันซินตัดสินใจที่จะนำหลักฐานเหล่านี้ไปให้ฮ่องเต้หลี่เหวินรับทราบทันที นางรู้ดีว่าหากฮ่องเต้ได้เห็นหลักฐานเหล่านี้ เขาจะต้องโกรธแค้นเป็นอย่างมาก และจะจัดการกับมหาเสนาบดีจางอย่างแน่นอน นี่อาจเป็นโอกาสดีที่จะเปิดโปงความชั่วร้ายในราชสำนัก และอาจช่วยให้องค์ชายหลี่หรงปลอดภัย

ในคืนนั้น หลันซินก็ตรงไปยังตำหนักของฮ่องเต้หลี่เหวิน นางพบฮ่องเต้หลี่เหวินกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด แสงเทียนสลัวๆ ส่องกระทบเงาของพระองค์ให้ดูโดดเดี่ยวและอ้างว้าง

“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ต้องการกราบทูลเพคะ” หลันซินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว

หลี่เหวินเงยหน้าขึ้นมองหลันซิน ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความกังวลฉายแววประหลาดใจ “มีอะไรหรือฮองเฮา ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่”

หลันซินไม่รอช้า ยื่นจดหมายลับที่นางได้มาจากตำหนักของมหาเสนาบดีจางให้ฮ่องเต้หลี่เหวิน หลี่เหวินรับจดหมายมาอ่านด้วยความสงสัย เมื่อเขาได้อ่านเนื้อหาในจดหมาย ใบหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นในทันที เส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่ขมับ กำมือแน่นจนข้อขาว

“นี่มันอะไรกัน! มหาเสนาบดีจางกล้าดีอย่างไรถึงได้วางแผนที่จะโค่นล้มองค์ชายหลี่หรง!” หลี่เหวินตะคอกถามเสียงดังลั่นตำหนัก ความโกรธของพระองค์แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

“หม่อมฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันเพคะ ฝ่าบาท” หลันซินตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้สงบ “แต่หม่อมฉันคิดว่า มหาเสนาบดีจางอาจจะได้รับคำสั่งจากผู้ที่อยู่เบื้องหลังอีกทีเพคะ”

หลี่เหวินครุ่นคิดอย่างหนัก พระองค์ไม่เคยคิดมาก่อนว่าขุนนางคนสนิทที่จงรักภักดีอย่างมหาเสนาบดีจางจะกล้าทรยศเขาได้ถึงเพียงนี้ และในตอนนี้ เขาก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้จะต้องมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนอย่างแน่นอน อาจเป็นแผนการที่วางไว้โดยใครบางคนที่มีอำนาจและอิทธิพลเหนือกว่ามหาเสนาบดีจางเสียอีก

“เจ้าคิดว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ฮองเฮา” หลี่เหวินถาม เสียงของพระองค์ยังคงแฝงไว้ด้วยความโกรธ แต่ก็มีความกังวลและสงสัยปะปนอยู่

หลันซินมองหลี่เหวินด้วยรอยยิ้มเย็นชา รอยยิ้มที่ทำให้หลี่เหวินรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง “หม่อมฉันคิดว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ อาจจะเป็นคนเดียวกับที่เคยทำร้ายหม่อมฉันในชีวิตก่อนหน้าเพคะ ฝ่าบาท”

คำพูดของหลันซินทำให้หลี่เหวินถึงกับชะงัก พระองค์มองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและความหวาดระแวง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร… จ้าวหลันซิน”

หลันซินยิ้มเย็นชาอีกครั้ง รอยยิ้มที่งดงามแต่แฝงไปด้วยความอาฆาตแค้น “ใช่เพคะ ฝ่าบาท หม่อมฉันคือจ้าวหลันซิน ฮองเฮาที่เคยตายไปแล้ว และในตอนนี้ หม่อมฉันก็ได้กลับมาแล้ว เพื่อทวงคืนทุกสิ่ง และชำระแค้นให้สาสม”

คำสารภาพของหลันซินประดุจค้อนที่ฟาดลงกลางใจของหลี่เหวิน พระองค์ถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความตกใจและหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดราวกับไร้ซึ่งโลหิต พระองค์ไม่เคยคิดมาก่อนว่าอดีตฮองเฮาของเขาจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง และในตอนนี้ เขาก็รู้แล้วว่าเขาได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา ความผิดพลาดที่กำลังจะย้อนกลับมาทวงคืนอย่างสาสม

“ไม่จริง! เจ้าโกหก! จ้าวหลันซินตายไปแล้ว!” หลี่เหวินตะคอกใส่หลันซิน เสียงของพระองค์สั่นเครือด้วยความหวาดกลัว

“หม่อมฉันไม่ได้โกหกเพคะ ฝ่าบาท” หลันซินตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด “หม่อมฉันคือจ้าวหลันซินตัวจริง และหม่อมฉันก็กลับมาเพื่อแก้แค้นท่านเพคะ”

หลี่เหวินมองหลันซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความเจ็บปวด พระองค์ค่อยๆ ล้มตัวลงนั่งบนบัลลังก์อย่างช้าๆ ราวกับไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับไร้ซึ่งโลหิต ความจริงที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้พระองค์แทบจะทรงตัวไม่อยู่

“เจ้า… เจ้าจะทำอะไรกับข้า” หลี่เหวินถามเสียงสั่นเทา พระองค์ไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวใครมากเท่านี้มาก่อน

“หม่อมฉันจะทำให้ท่านต้องรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่หม่อมฉันเคยได้รับเพคะ ฝ่าบาท” หลันซินตอบ ดวงตาของนางฉายแววเย็นชา “หม่อมฉันจะทำให้ท่านต้องเสียใจกับทุกสิ่งที่ท่านได้กระทำกับหม่อมฉัน และกับองค์ชายหลี่หรง”

หลี่เหวินได้ยินชื่อองค์ชายหลี่หรงถึงกับตัวสั่นเทาอีกครั้ง ความรู้สึกผิดและหวาดกลัวถาโถมเข้ามาพร้อมกัน “เจ้า… เจ้าทำอะไรกับองค์ชายหลี่หรง”

“หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรกับองค์ชายหลี่หรงเพคะ ฝ่าบาท” หลันซินตอบ “แต่หม่อมฉันรู้ว่าองค์ชายหลี่หรงถูกใครบางคนจับตัวไป และผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็คือมหาเสนาบดีจาง และผู้ที่สั่งให้มหาเสนาบดีจางทำเช่นนี้ก็คือ… ตัวท่านเองเพคะ ฝ่าบาท!”

คำกล่าวหาของหลันซินทำให้หลี่เหวินถึงกับตกตะลึง พระองค์ส่ายหน้าอย่างแรง “ไม่จริง! ข้าไม่เคยสั่งให้มหาเสนาบดีจางทำเช่นนั้น!”

“ท่านจำไม่ได้หรือเพคะ ฝ่าบาท” หลันซินยิ้มเย็นชา “ท่านเคยสั่งให้มหาเสนาบดีจางกำจัดผู้ที่ขัดขวางเส้นทางของท่าน และองค์ชายหลี่หรงก็เป็นหนึ่งในนั้นเพคะ”

หลี่เหวินครุ่นคิดอย่างหนัก ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยถูกฝังกลบไว้ค่อยๆ ฟื้นคืนมาอย่างช้าๆ ราวกับภาพยนตร์ที่ฉายย้อนหลัง พระองค์จำได้ว่าพระองค์เคยสั่งให้มหาเสนาบดีจางกำจัดผู้ที่พระองค์มองว่าเป็นภัยคุกคามต่อบัลลังก์ของพระองค์จริงๆ และองค์ชายหลี่หรงก็เป็นหนึ่งในคนที่พระองค์มองว่าเป็นภัยคุกคามต่อบัลลังก์ของพระองค์ เพราะความสามารถและความนิยมในหมู่ขุนนางและราษฎร

ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมาในที่สุด หลี่เหวินรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจเป็นอย่างมาก พระองค์ไม่เคยคิดมาก่อนว่าความผิดพลาดในอดีตของพระองค์จะย้อนกลับมาทำร้ายพระองค์ได้ถึงเพียงนี้ ไม่เพียงแต่ทำร้ายตนเอง แต่ยังรวมถึงองค์ชายหลี่หรงที่บริสุทธิ์

“ไม่จริง… ข้าไม่เคยคิดจะทำร้ายองค์ชายหลี่หรง…” หลี่เหวินพึมพำกับตัวเอง เสียงของพระองค์แผ่วเบาราวกับลมหายใจสุดท้าย

“ท่านอาจจะไม่เคยคิดจะทำร้ายองค์ชายหลี่หรงโดยตรงเพคะ ฝ่าบาท” หลันซินตอบ “แต่ท่านก็เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านคือผู้ที่ทำให้หม่อมฉันต้องตาย และท่านก็คือผู้ที่ทำให้องค์ชายหลี่หรงต้องหายตัวไป”

หลี่เหวินมองหลันซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง พระองค์ไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าได้อีกต่อไป ทุกคำพูดของหลันซินประดุจคมมีดที่กรีดแทงลงบนบาดแผลในใจของพระองค์

ในขณะที่หลี่เหวินกำลังจมดิ่งอยู่ในความเสียใจ ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก็รีบวิ่งเข้ามาในตำหนักด้วยใบหน้าตื่นตระหนก เหงื่อแตกพลั่ก เสื้อผ้าหลุดลุ่ย บ่งบอกถึงความเร่งรีบและภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

“ฮองเฮาเพคะ! แย่แล้วเพคะ!” ขันทีตะโกนเสียงดังลั่น

“มีอะไรอีก” หลันซินถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสงบ แต่ดวงตาฉายแววระแวดระวัง

“มีกลุ่มกบฏปรากฏตัวขึ้นที่ประตูวังหลวงเพคะ! พวกเขากำลังบุกเข้ามาในวังหลวงเพคะ!” ขันทีรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

หลันซินและหลี่เหวินต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ กลุ่มกบฏ! นี่มันเรื่องอะไรกัน? ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มกบฏนี้? หรือว่านี่คือแผนการที่ซับซ้อนกว่าที่นางคิดไว้? หลันซินรู้ดีว่าสงครามที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว และนางจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะชีวิตของนางและราชวงศ์ของหลี่เหวินกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย! หรือว่านี่คือการชดใช้กรรมของหลี่เหวินที่กำลังจะมาถึง? และนาง… อดีตฮองเฮาจ้าวหลันซิน… จะรอดพ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างไร ในเมื่อทุกสิ่งกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า... นางจะสามารถช่วงชิงบัลลังก์นี้กลับคืนมาได้หรือไม่ ท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งความโกลาหลที่กำลังจะเผาผลาญทุกสิ่งในวังหลวงแห่งนี้ให้มอดไหม้ไปพร้อมๆ กัน

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!