บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

ตอนที่ 16 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,585 คำ

แสงอรุณแรกยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามายังตำหนักหงส์ผยอง ทาบทาผืนผ้าไหมสีทองอร่ามและเครื่องประดับหยกเขียวให้เรืองรองจับตา จ้าวหลันซินยืนอยู่ที่ระเบียงตำหนัก สายตาเหม่อมองไปยังหมู่เมฆสีขาวที่ลอยล่องอยู่เบื้องบน ภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงฉายชัดอยู่ในห้วงความคิด ทว่าบัดนี้ ทุกสิ่งได้คลี่คลายลงแล้วราวกับสายลมที่พัดพาเอาฝุ่นควันและเถ้าถ่านแห่งความวอดวายให้จางหายไป

องค์จักรพรรดิหลี่เหวินทรงยอมรับแล้ว... ทรงยอมรับในความสามารถและความจงรักภักดีที่นางแสดงออกมาในช่วงเวลาที่แผ่นดินสั่นคลอน ‌แม้ในตอนแรกจะทรงกริ้วกราดและหวาดระแวงในทุกผู้คน แต่เมื่อได้ประจักษ์ถึงแผนการอันแยบยลที่นางวางไว้เพื่อยับยั้งการจลาจล รวมถึงการรวบรวมหลักฐานและพยานที่ชี้ชัดถึงผู้บงการเบื้องหลังตัวจริง ความขุ่นเคืองของพระองค์ก็แปรเปลี่ยนเป็นความเชื่อใจอย่างคาดไม่ถึง

"สนมจ้าวเฉลียวฉลาดล้ำลึกยิ่งนัก สมควรแก่การเชิดชู" นั่นคือพระดำรัสที่หลี่เหวินตรัสด้วยพระพักตร์ที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดในวันหนึ่งหลังการปราบปรามกบฏ หลังจากที่นางได้เข้าถวายรายงานถึงรายละเอียดเบื้องลึกของการก่อจลาจล พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการฟื้นฟูและสร้างเสถียรภาพให้กับราชสำนัก ​ด้วยวาจาที่คมคายและหลักการที่หนักแน่น นางสามารถสยบความกังวลในพระทัยขององค์จักรพรรดิได้อย่างสิ้นเชิง และในที่สุด หลี่เหวินก็ทรงมีพระราชโองการแต่งตั้งจ้าวหลันซินขึ้นเป็น "พระสนมเอกหงส์ทอง" (หวงกุ้ยเฟย) ตำแหน่งที่สูงส่งรองจากฮองเฮาเท่านั้น พร้อมทั้งพระราชทานอำนาจในการดูแลกิจการภายในวังหลวงบางส่วน ‍โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจัดระเบียบและตรวจสอบผู้คนในตำหนักต่างๆ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

มันคือชัยชนะก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่กว่าที่นางคาดคิดไว้มากนัก อำนาจที่ได้มานี้ไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่เป็นกุญแจสำคัญที่ไขไปสู่ข้อมูลข่าวสาร เครือข่ายผู้คน และการควบคุมกลไกต่างๆ ภายในวังหลวง ซึ่งล้วนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเดินหมากในกระดานแห่งการแก้แค้นของนาง ‌นางหรี่ตาลง แสงอาทิตย์ยามเช้าที่กระทบใบหน้าไม่สามารถบดบังแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นได้ ความสงบที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงฉากหน้า เบื้องหลังม่านที่ดูเหมือนจะมั่นคง ยังคงมีเงาของผู้บงการตัวจริงที่คอยซุ่มซ่อนอยู่

"พระสนมเพคะ ได้เวลาเสวยพระกระยาหารเช้าแล้วเพคะ" เสียงเจื้อยแจ้วของเหมยฮวา หัวหน้าสาวใช้คนสนิทดังขึ้น ‍นางก้าวเข้ามาพร้อมถาดอาหารที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม

หลันซินหันกลับมา พยักหน้ารับเล็กน้อย "วางไว้เถิดเหมยฮวา เจ้าออกไปได้แล้ว ข้าอยากจะอยู่คนเดียวสักครู่" เหมยฮวาโค้งตัวแล้วถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้หลันซินอยู่กับความคิดของตนเอง

การจลาจลครั้งนี้ถูกจัดฉากขึ้นโดยแม่ทัพหลี่จง ซึ่งถูกจับกุมและประหารชีวิตไปแล้วพร้อมกับกลุ่มกบฏ แต่หลันซินรู้อยู่แก่ใจว่าหลี่จงเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งในกระดานหมากของผู้ที่ต้องการจะโค่นล้มราชบัลลังก์ ​ผู้บงการที่แท้จริงคือใครกันแน่? ในชีวิตก่อนหน้าของนาง เหตุการณ์คล้ายคลึงกันนี้เคยเกิดขึ้น และผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดคือ "ฮองเฮาหลิว" ผู้ซึ่งภายหลังได้ขึ้นเป็นฮองเฮาองค์ใหม่และเป็นผู้ที่ทรยศหักหลังนางจนถึงแก่ความตาย

จ้าวหลันซินกำมือแน่น แผนการของหลิวฮองเฮาในชาตินี้จะเหมือนเดิมหรือไม่? หรือนางจะฉลาดขึ้นและมีวิธีการที่ซับซ้อนกว่าเดิม?

เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าตำหนัก ​ไม่ต้องรอให้เหมยฮวาแจ้ง หลันซินก็รู้ว่าใครมาเยือน และเมื่อบานประตูเลื่อนเปิดออก ร่างสูงสง่าขององค์ชายหลี่หรงก็ก้าวเข้ามา ใบหน้าของเขายังคงมีร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่แววตาที่จ้องมองมายังหลันซินกลับเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและโล่งใจอย่างสุดซึ้ง

"หลันซิน... ในที่สุดข้าก็ได้พบเจ้า" หลี่หรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ​ดวงตาของเขาสำรวจร่างของนางอย่างละเอียดราวกับจะยืนยันว่านางปลอดภัยดี "ข้าได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ข้าเป็นหนี้ชีวิตเจ้าอีกครั้ง"

หลันซินคลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "องค์ชายก็กล่าวเกินไปเพคะ หม่อมฉันเพียงทำในสิ่งที่ควรทำ" "ไม่เลย" หลี่หรงก้าวเข้ามาใกล้ "หากเจ้าไม่สืบหาความจริงและส่งคนมาช่วยข้า ข้าคงต้องตายอยู่ในคุกใต้ดินมืดมิดนั่นไปแล้ว"

องค์ชายหลี่หรงเล่าเรื่องราวการถูกลักพาตัวไปอย่างละเอียด เขาถูกลูกน้องของหลี่จงจับตัวไปและถูกทอดทิ้งไว้ในคุกใต้ดินร้างของตระกูลขุนนางเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง เขาถูกทรมานเพื่อบังคับให้เขียนจดหมายยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ร่วมก่อการกบฏ แต่เขาปฏิเสธที่จะทำ จนกระทั่งหน่วยสืบราชการลับที่หลันซินส่งไปอย่างลับๆ ได้ค้นพบเบาะแสและบุกเข้าไปช่วยเหลือเขาออกมาได้ทันเวลา ก่อนที่หลี่จงจะถูกจับและแผนการทั้งหมดจะถูกเปิดโปง

"พวกมันต้องการให้ข้าเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง เมื่อแผนการของหลี่จงสำเร็จ ข้าก็จะเป็นแพะรับบาปที่สมบูรณ์แบบ" หลี่หรงกล่าวอย่างเจ็บแค้น "แต่ที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ... ผู้ที่ออกคำสั่งให้จับกุมข้า และสั่งให้หลี่จงดำเนินการทุกอย่าง ไม่ใช่หลี่จงเอง"

หัวใจของหลันซินเต้นระรัว นางรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะถูกเปิดเผยคือความจริงที่นางรอคอย "แล้วผู้ใดกันเพคะ"

หลี่หรงลดเสียงลงจนแทบจะเป็นกระซิบ "ในคุกใต้ดินนั้น มีชายชราคนหนึ่งซึ่งเป็นนักโทษเก่า เขาเป็นคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ถูกประหารไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน เขาเป็นพยานรู้เห็นเรื่องราวมากมาย และเขาเล่าให้ข้าฟังว่า เขาเคยเห็นหญิงสาวนางหนึ่งเข้ามาติดต่อกับหลี่จงหลายครั้งในคุกใต้ดินนั้น นางปิดบังใบหน้าด้วยผ้าคลุม แต่เขามั่นใจว่าเป็นนาง"

หลันซินจ้องมองหลี่หรงอย่างไม่กะพริบตา "นางเป็นผู้ใดเพคะ" "เขาจำไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นใคร แต่เขามั่นใจว่านางเป็นคนในวังหลวง เพราะลักษณะการแต่งกายและเครื่องประดับที่นางใช้ มันบ่งบอกถึงฐานะที่สูงส่ง และที่สำคัญที่สุด... เขาจำกลิ่นของนางได้" หลี่หรงหยุดชะงัก พยายามนึกถึงรายละเอียด "มันเป็นกลิ่นของดอกจื่อเวย ที่ไม่เคยมีใครนำมาใช้ในวังหลวงแห่งนี้ นอกจาก..."

หลันซินชะงักไปทั้งร่าง เมื่อคำว่า "ดอกจื่อเวย" แว่วเข้าหู ดอกไม้นี้เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของใครบางคน และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่หลงใหลในกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์นี้อย่างบ้าคลั่ง

"...ฮองเฮาหลิว" หลันซินเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา แต่หนักแน่นราวกับก้อนหินที่ตกลงกระทบพื้นน้ำ

หลี่หรงพยักหน้า สีหน้าเคร่งเครียด "ใช่แล้วหลันซิน... ทุกอย่างชี้ไปที่นาง นางคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของข้า และเป็นผู้บงการแผนการกบฏของหลี่จงทั้งหมด"

ความเย็นยะเยือกแล่นไปทั่วร่างของหลันซิน นี่คือสิ่งที่นางคาดการณ์ไว้เสมอ แต่การที่ได้ยินการยืนยันจากปากของหลี่หรง ผู้ซึ่งเป็นพยานโดยตรง ก็ทำให้ความเกลียดชังในใจของนางปะทุขึ้นอีกครั้ง หลิวฮองเฮา... สตรีผู้เลอโฉมแต่เต็มไปด้วยพิษสงร้ายกาจ ผู้ที่เคยแย่งชิงทุกสิ่งไปจากนางในชาติภพก่อน กำลังเดินหมากแบบเดิมซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง

"นางไม่ได้เพียงแค่ต้องการกำจัดองค์ชาย" หลันซินกล่าวเสียงเรียบ "นางต้องการก่อความวุ่นวายเพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเอง นางคงหวังว่าเมื่อบ้านเมืองวุ่นวาย องค์จักรพรรดิจะทรงอ่อนแอและหันไปพึ่งพิงนางให้จัดการทุกสิ่ง"

"ถูกต้อง" หลี่หรงเห็นด้วย "แต่ครั้งนี้นางพลาด เพราะเจ้าได้เข้ามาขัดขวางแผนการของนางเสียก่อน" หลันซินยิ้มเย็น "ยังไม่ถือว่าพลาดเพคะ องค์ชาย การที่หม่อมฉันได้ขึ้นเป็นพระสนมเอกหงส์ทอง และได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาทมากขนาดนี้ ย่อมเป็นหนามยอกอกนางอย่างแน่นอน"

"นั่นก็เป็นเรื่องจริง" หลี่หรงครุ่นคิด "แต่บัดนี้นางคงไม่กล้าก่อเรื่องใหญ่โตอีกในระยะเวลาอันใกล้นี้ เพราะการกระทำครั้งนี้ย่อมทำให้นางเสียหน้าไปมาก และต้องใช้เวลาในการกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา"

"นางจะซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบๆ เพคะ" หลันซินส่ายหน้า "นางเป็นคนเจ้าเล่ห์ ยิ่งอยู่ในที่มืดนานเท่าไหร่ พิษของนางก็ยิ่งร้ายกาจมากขึ้นเท่านั้น"

ในช่วงเวลาต่อมา หลันซินเริ่มใช้ตำแหน่งและอำนาจที่ได้รับมาในการจัดระเบียบวังหลวงอย่างเข้มงวด โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงและเพื่อป้องกันเหตุร้าย นางได้แต่งตั้งคนของนางเองเข้าแทรกซึมในตำแหน่งสำคัญต่างๆ ทั้งในกององครักษ์วังหลวง หน่วยงานข่าวกรอง และแม้กระทั่งในครัวหลวง เพื่อรวบรวมข้อมูลและสร้างเครือข่ายของตนเองอย่างลับๆ นางได้รับความไว้วางใจจากหลี่เหวินอย่างเต็มที่ ทำให้การเคลื่อนไหวของนางเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีใครกล้าสงสัยหรือขัดขวาง

ความสัมพันธ์ระหว่างหลันซินกับหลี่เหวินก็แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ องค์จักรพรรดิเริ่มชื่นชมในสติปัญญาและความสามารถของนาง ไม่เพียงแค่ในเรื่องการเมืองการปกครอง แต่ยังรวมถึงความละเอียดอ่อนในการดูแลกิจการต่างๆ ในวังหลวง หลันซินใช้โอกาสนี้ในการเข้าใกล้หลี่เหวิน สร้างความผูกพันและอิทธิพลต่อพระองค์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้หลี่เหวินเริ่มเห็นนางเป็นมากกว่าสนม แต่เป็นที่ปรึกษาที่สำคัญและเป็นผู้เดียวที่พระองค์สามารถไว้ใจได้อย่างแท้จริง

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความสงบสุขได้กลับคืนสู่วังหลวงอีกครั้ง แต่ภายใต้ความสงบนั้น หลันซินยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อขุดรากถอนโคนอิทธิพลของหลิวฮองเฮา นางส่งสายลับเข้าไปในตำหนักของฮองเฮาอย่างลับๆ เพื่อสืบหาหลักฐานที่เชื่อมโยงนางกับการก่อกบฏของหลี่จง และเพื่อค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับแผนการต่อไปของฮองเฮา

จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ในขณะที่หลันซินกำลังตรวจสอบรายงานลับเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่น่าสงสัยของตระกูลหลิว ซึ่งเป็นตระกูลของฮองเฮา สายลับที่นางส่งไปในตำหนักของฮองเฮาก็ได้ส่งข้อความเร่งด่วนมา

"พระสนมเพคะ มีเรื่องด่วนที่สุดที่ต้องกราบทูล" เสียงกระซิบของสายลับดังขึ้นผ่านช่องลมลับในห้องทรงงาน "หม่อมฉันเพิ่งค้นพบจดหมายลับฉบับหนึ่งในห้องหนังสือส่วนตัวของฮองเฮาเพคะ"

หลันซินรีบคว้าจดหมายนั้นมาอ่านด้วยมือที่สั่นเทา มันเป็นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของฮองเฮาหลิวเอง แต่ภาษาที่ใช้ในการเขียนนั้นเป็นรหัสลับที่ซับซ้อน ทำให้เข้าใจความหมายได้ยาก แต่เมื่อหลันซินอ่านไปถึงบรรทัดสุดท้าย หัวใจของนางก็แทบจะหยุดเต้น

ในจดหมายระบุถึง "บุคคลภายนอก" ผู้ทรงอิทธิพล ที่ฮองเฮาได้ติดต่อขอความช่วยเหลือ และกำลังวางแผนการใหญ่ที่จะ "โค่นล้มบัลลังก์เก่า" และ "สถาปนาอำนาจใหม่" ข้อความนั้นไม่ได้หยุดเพียงแค่การกำจัดองค์จักรพรรดิเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจทั้งหมดของอาณาจักร ซึ่งเป็นแผนการที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวกว่าการจลาจลครั้งก่อนหน้านี้หลายเท่า

และที่ร้ายแรงที่สุดคือ...ในจดหมายมีการกล่าวถึง "บุตรชายผู้เหมาะสม" ซึ่งจะขึ้นครองบัลลังก์แทนที่ "อดีตองค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถ" และ "องค์ชายผู้เสเพล" อย่างชัดเจน ซึ่งคำว่า "อดีตองค์รัชทายาท" นั้นหมายถึงองค์ชายหลี่หมิงที่ถูกปลดจากตำแหน่งไปนานแล้ว และ "องค์ชายผู้เสเพล" นั้นไม่พ้นองค์ชายหลี่หรงอย่างแน่นอน

หลันซินกำจดหมายแน่นจนมันยับย่น ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง การโค่นล้มบัลลังก์ไม่ใช่แค่การลอบสังหารจักรพรรดิอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการปฏิวัติครั้งใหญ่ที่อาจนำไปสู่สงครามกลางเมือง และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังคุกคามชีวิตของหลี่หรง พันธมิตรที่สำคัญที่สุดของนาง

แต่สิ่งที่ทำให้หลันซินตกใจมากที่สุดคือ ชื่อของ "บุคคลภายนอก" ผู้ทรงอิทธิพลที่ฮองเฮาหลิวติดต่อด้วย ไม่ใช่ขุนนางในราชสำนัก หรือเจ้าเมืองคนใดที่นางรู้จัก แต่เป็นชื่อของ "จวิ้นอ๋อง" ผู้ปกครองแคว้นทางเหนือที่เพิ่งเข้ามาสวามิภักดิ์ต่อราชสำนักเมื่อไม่กี่ปีมานี้ และมีข่าวลือว่าเขามีความสัมพันธ์ลับๆ กับหลิวฮองเฮามาตั้งแต่ก่อนที่นางจะเข้าวังด้วยซ้ำ

นี่ไม่ใช่แค่การแย่งชิงอำนาจภายในอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการทรยศต่อแผ่นดินครั้งใหญ่ที่อาจนำไปสู่การแตกแยกและล่มสลายของราชวงศ์ หากแผนการนี้สำเร็จ แผ่นดินต้าเหลียงจะต้องจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งสงครามและความวุ่นวายอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้

หลันซินรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ แผนการของหลิวฮองเฮาในชาตินี้มันร้ายกาจและยิ่งใหญ่เกินกว่าที่นางเคยประสบมาในชาติภพก่อนหน้า หลิวฮองเฮาไม่ได้ต้องการเพียงแค่บัลลังก์ แต่ต้องการที่จะสร้างราชวงศ์ใหม่ขึ้นมา! และจวิ้นอ๋อง...ชายผู้ที่นางเคยคิดว่าซื่อสัตย์ภักดี กลับกลายเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสมคบคิดครั้งนี้!

หรือแท้จริงแล้ว... การทรยศหักหลังในชาติภพก่อนที่ทำให้นางต้องตายอย่างโดดเดี่ยวนั้น ไม่ได้มีแค่ฮองเฮาหลิวเพียงผู้เดียว แต่มีจวิ้นอ๋องผู้นี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยตั้งแต่แรก...

แสงเทียนในห้องเริ่มริบหรี่ลง ทิ้งให้เงาของหลันซินเต้นระริกบนผนัง นางกำจดหมายแน่น ใบหน้าซีดเผือด แต่แววตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความเด็ดขาดและอันตราย บัดนี้นางรู้แล้วว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่แค่ฮองเฮาหลิวเพียงคนเดียว แต่ยังมีมังกรซุ่มซ่อนอยู่เบื้องหลังอีกตัว และเป้าหมายของพวกเขาก็ใหญ่หลวงเกินกว่าที่นางจะคาดคิด

จวิ้นอ๋อง... บุรุษผู้ที่นางเคยเห็นเพียงผิวเผิน ผู้ที่ดูเหมือนจะภักดีต่อราชสำนักมาโดยตลอด กำลังจะกลายเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และการที่ฮองเฮาหลิวร่วมมือกับเขา ยิ่งทำให้สถานการณ์ทั้งหมดเลวร้ายลงไปอีก

หลันซินกัดริมฝีปากแน่น นี่คือสงครามที่แท้จริง สงครามที่จะพลิกฟ้าทวงบัลลังก์อย่างแท้จริง และนางจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับมัน... แต่ก่อนอื่น นางจะต้องรู้ให้ได้ว่า จวิ้นอ๋องผู้นี้ มีแผนการร้ายกาจอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าอันสงบนิ่งของเขา และเขามีความเกี่ยวข้องกับอดีตอันเจ็บปวดของนางมากน้อยเพียงใดกันแน่...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!