บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

ตอนที่ 20 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,362 คำ

รอยยิ้มจาง ๆ คลี่ออกบนเรียวปากอิ่มของจ้าวหลันซินขณะที่นางวางพู่กันลง แสงอรุณยามเช้าทอประกายกระทบหมึกสีดำขลับที่เพิ่งแห้งสนิทบนแผ่นกระดาษสา ภายในตำหนักหงส์ผยองที่เคยเป็นเพียงที่พำนักของสนมชั้นต่ำ บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของไม้จันทน์และชาชั้นดีที่ประทานมาจากท้องพระคลัง ความเงียบสงบที่โอบล้อมนางอยู่มิได้มาจากความเปลี่ยวเหงา หากแต่มาจากความมั่นคงที่นางได้สร้างขึ้นด้วยมือของตนเองตลอดสองเดือนที่ผ่านมา

การที่องค์จักรพรรดิหลี่เหวินทรงยอมรับใน ‌“ความสามารถ” และ “ความจงรักภักดี” ของนางนั้น มิใช่เพียงแค่การประทานตำแหน่งหรือของกำนัล หากแต่เป็นการเปิดประตูแห่งอำนาจที่เคยปิดตายสำหรับสนมชั้นต่ำอย่างจ้าวหลันซิน ผู้คนในวังเริ่มมองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความดูแคลนกลายเป็นความเกรงใจ ​จากการเมินเฉยกลายเป็นความใส่ใจในการรับใช้ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าสนมจ้าวผู้นี้มิใช่สตรีธรรมดา นางสามารถแก้ไขวิกฤตการณ์ที่สั่นคลอนราชสำนักได้อย่างเฉียบขาดและแม่นยำ จนแม้แต่องค์จักรพรรดิเองก็ยังทรงเอ่ยชมเชยอย่างเปิดเผยหลายต่อหลายครั้ง

ทว่าสำหรับจ้าวหลันซิน นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น ก้าวแรกของการชำระแค้น ก้าวแรกของการทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของนาง ในชีวิตก่อนหน้านางเคยไว้ใจผู้คนมากเกินไป ‍จนต้องพบจุดจบที่น่าเวทนา ครั้งนี้ นางจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกเด็ดขาด ความไว้วางใจที่องค์จักรพรรดิมีให้ นางจะใช้มันเป็นอาวุธลับ เป็นดั่งมีดที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ พร้อมที่จะแทงทะลุหัวใจของศัตรูเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม

ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา นอกจากหน้าที่ที่จักรพรรดิมอบหมาย ‌นางยังใช้เวลาอย่างชาญฉลาดในการสำรวจและทำความเข้าใจโครงสร้างอำนาจภายในวังหลวงอีกครั้ง นางเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตว่าการจะโค่นล้มบัลลังก์ที่มั่นคงนั้น มิใช่เพียงแค่การกำจัดศัตรูที่เห็นได้ชัดเจนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรื้อถอนรากฐานของอำนาจเก่า การสร้างเครือข่ายใหม่ และการปลูกฝังอิทธิพลของตนเองเข้าไปในทุกซอกทุกมุมของราชสำนัก

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ท้องพระโรงอันโอ่อ่าโอ่โถง ‍องค์จักรพรรดิหลี่เหวินประทับอยู่บนพระที่นั่งมังกรทอง ทรงฉลองพระองค์ผ้าไหมสีเหลืองอร่าม ประทับอยู่เหนือขุนนางน้อยใหญ่ที่ก้มกราบถวายบังคม จ้าวหลันซินยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าสนมนางในด้วยท่าทีสำรวมสงบงาม แม้ภายในใจจะเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง

“ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา สนมจ้าวหลันซินได้แสดงให้ประจักษ์ถึงความรู้ความสามารถอันเป็นเลิศในการจัดการเรื่องราวภายในตำหนักหลวง ทั้งยังช่วยข้าจัดระเบียบฝ่ายคลังหลวงให้กลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นไปได้มาก” ​เสียงขององค์จักรพรรดิดังกังวานไปทั่วท้องพระโรง “ด้วยคุณงามความดีและความสามารถที่โดดเด่นนี้ ข้าขอแต่งตั้งสนมจ้าวหลันซินขึ้นเป็น ‘เหม่ยเหริน’ มีอำนาจดูแลจัดการกิจการภายในของตำหนักในทั้งหมด และยังคงมีสิทธิ์ในการตรวจสอบบัญชีของฝ่ายคลังหลวงบางส่วน ขอให้นางกำนัลและขันทีในตำหนักในทุกคนจงเชื่อฟังคำสั่งของเหม่ยเหรินจ้าว และขอให้เหล่าสนมทั้งปวงจงให้ความเคารพและให้ความร่วมมือ”

สิ้นกระแสรับสั่ง ​ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่จ้าวหลันซินอย่างเปิดเผย บางสายตาเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี บางสายตาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา แต่ไม่มีใครกล้าแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง จ้าวหลันซินก้าวออกไปจากแถว ถอนสายบัวอย่างนอบน้อมถวายบังคม “หม่อมฉันน้อมรับพระบัญชาเพคะ ขอองค์จักรพรรดิทรงพระเจริญหมื่นปี ​หมื่นหมื่นปีเพคะ”

ภายในใจของนางพลันบังเกิดความรู้สึกยินดีระคนกับความพึงพอใจ ตำแหน่ง “เหม่ยเหริน” อาจจะยังไม่ใช่ตำแหน่งสูงสุด แต่มันคือการเปิดทางให้นางเข้าถึงข้อมูลและบุคลากรภายในวังหลวงได้อย่างกว้างขวางขึ้นกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจในการดูแลกิจการภายในของตำหนักในทั้งหมด และการตรวจสอบบัญชีคลังหลวงบางส่วน นี่คือสิ่งที่นางต้องการมากที่สุด

หลังจากพิธีการในท้องพระโรงสิ้นสุดลง จ้าวหลันซินกลับมายังตำหนักหงส์ผยองด้วยก้าวเดินที่มั่นคงกว่าเดิม ลี่ฟางและเหล่าคนรับใช้ต่างกุลีกุจอเข้ามาแสดงความยินดี ดวงตาของลี่ฟางเปล่งประกายด้วยความปิติอย่างไม่ปิดบัง

“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงนะเพคะ นายหญิง” ลี่ฟางกล่าวเสียงสั่นเครือ “หม่อมฉันรู้มาตลอดว่านายหญิงจะต้องก้าวขึ้นสู่จุดที่สูงกว่านี้!”

จ้าวหลันซินยิ้มบาง “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นลี่ฟาง หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก”

นางใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายในการทำความคุ้นเคยกับอำนาจและหน้าที่ใหม่ นางสั่งให้ขันทีผู้ดูแลตำหนักในนำบันทึกการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งของนางกำนัลและขันทีในตำหนักในทั้งหมดมาให้นางตรวจสอบ สั่งให้เรียกหัวหน้าขันทีของฝ่ายคลังหลวงมาเข้าพบเพื่อสอบถามเกี่ยวกับระบบการจัดการบัญชี และสั่งให้เตรียมเอกสารสำคัญทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกิจการภายในของวังหลวงเพื่อให้นางได้พิจารณา

นางรู้ดีว่าการจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอดีตของนาง และผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของนางนั้น จะต้องอาศัยการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้อย่างชาญฉลาดและรอบคอบ นางเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ของนางกำนัลและขันทีที่ดูจะไร้ประโยชน์หรือมีพฤติกรรมน่าสงสัย โดยอ้างเหตุผลเรื่องประสิทธิภาพและความเป็นระเบียบเรียบร้อย แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับคนบางกลุ่มที่เคยมีอิทธิพล แต่ด้วยอำนาจที่จักรพรรดิประทานให้และภาพลักษณ์ของนางที่ดูเป็นคนซื่อสัตย์ภักดี ทำให้ไม่มีใครกล้าคัดค้านอย่างเปิดเผย

หนึ่งในเป้าหมายหลักของนางคือการเข้าถึงบันทึกเก่า ๆ ของราชสำนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบันทึกที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์และบุคคลสำคัญในช่วงเวลาที่นางยังเป็นฮองเฮา นางเชื่อว่าข้อมูลเหล่านั้นจะช่วยไขปริศนาเกี่ยวกับการทรยศหักหลังในอดีตได้ แต่การเข้าถึงบันทึกเหล่านี้โดยตรงนั้นเป็นเรื่องยากและอาจทำให้เกิดความสงสัย ดังนั้นนางจึงเลือกใช้วิธีทางอ้อม นางมอบหมายให้ขันทีน้อยผู้เงียบขรึมและดูซื่อสัตย์คนหนึ่งชื่อว่า อันไฉ่ ซึ่งถูกโยกย้ายมาจากส่วนจัดเก็บเอกสารเก่า ให้ช่วยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการแต่งตั้งและการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของขุนนางสำคัญในช่วงสิบปีที่ผ่านมา โดยอ้างว่าต้องการศึกษาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของราชสำนัก

“อันไฉ่ เจ้าจงไปรวบรวมรายชื่อและประวัติการรับราชการของขุนนางชั้นสูงทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้รับแต่งตั้งหรือเลื่อนตำแหน่งในช่วงสิบปีที่ผ่านมา มาให้ข้าดูเป็นการส่วนตัวทุกคืนยามซวี” จ้าวหลันซินเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบจ้องมองเข้าไปในดวงตาของขันทีน้อยอย่างเจาะจง “และหากเจ้าพบสิ่งใดที่น่าสงสัย หรือไม่ชอบมาพากล จงรายงานให้ข้าทราบทันที”

อันไฉ่ก้มหน้ารับคำสั่งอย่างนอบน้อม ไม่มีความลังเลปรากฏบนใบหน้า ท่าทีสงบเสงี่ยมของเขาทำให้จ้าวหลันซินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ขันทีน้อยผู้นี้เป็นเพียงตัวหมากตัวหนึ่งที่นางเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในกระดาน แต่ศักยภาพในการเป็นหูเป็นตาของเขานั้นมีค่ามหาศาล

ในช่วงหลายวันต่อมา จ้าวหลันซินใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการตรวจสอบบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ภายใต้แสงเทียนยามค่ำคืน นางเพ่งพินิจตัวเลขและรายชื่อผู้คนอย่างละเอียดถี่ถ้วนราวกับกำลังค้นหาสมบัติที่ซ่อนอยู่ ทุกตัวอักษร ทุกเส้นสายที่ขีดเขียนลงบนกระดาษล้วนมีความหมาย นางรู้ดีว่าเบื้องหลังความเจริญรุ่งเรืองของราชสำนัก มักจะซ่อนเร้นไว้ซึ่งความสกปรกและเรื่องราวอันดำมืด

จนกระทั่งคืนหนึ่ง หลังจากอันไฉ่นำม้วนบันทึกเก่าแก่หลายฉบับมาส่งมอบให้ นางค่อย ๆ คลี่ม้วนกระดาษเหลืองกรอบออกอย่างระมัดระวัง บันทึกเหล่านั้นคือบัญชีการจัดสรรงบประมาณพิเศษและรายชื่อผู้รับผิดชอบโครงการสำคัญต่าง ๆ ในช่วงห้าปีก่อนที่นางจะสิ้นพระชนม์ในชีวิตเดิม นางไล่สายตาอ่านไปทีละหน้าอย่างใจเย็น จดจำทุกชื่อ ทุกตำแหน่ง และทุกตัวเลขที่ปรากฏ

ในหน้าสุดท้ายของม้วนบันทึกเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการบูรณะพระตำหนักเมฆา ซึ่งเป็นตำหนักที่เคยเป็นที่ประทับของจ้าวหลันซินในฐานะฮองเฮาเก่า นางสะดุดเข้ากับชื่อหนึ่งที่ปรากฏอยู่ท้ายรายการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุพิเศษเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์สวนดอกโบตั๋น ชื่อนั้นคือ "หลี่ซูเจิน" พร้อมกับตราประทับเล็ก ๆ รูปหงส์คู่

หลี่ซูเจิน...

ชื่อนี้ทำให้จ้าวหลันซินนิ่งงันไปทั้งร่าง มือของนางสั่นสะท้านเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความทรงจำอันเจ็บปวดจากชีวิตก่อนหน้าพลันพรั่งพรูเข้ามาในห้วงสำนึก หลี่ซูเจินเป็นเพียงนางกำนัลรับใช้ส่วนพระองค์ของนางในอดีต เป็นผู้ที่นางไว้ใจและรักใคร่ดุจดั่งน้องสาวร่วมสายเลือด ผู้ที่นางเคยเชื่อมั่นว่าภักดีต่อนางยิ่งกว่าสิ่งใด แต่จากบันทึกนี้ หลี่ซูเจินกลับมีอำนาจในการอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างพิเศษในโครงการสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่นางกำนัลธรรมดาไม่ควรมีสิทธิ์ ทว่าสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกเย็นวาบไปทั่วสรรพางค์กาย คือตราประทับรูปหงส์คู่นั้น... มันคือตราประจำตัวที่นางมอบให้หลี่ซูเจินด้วยตนเองเพื่อใช้ในการติดต่อกับฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างสำหรับของใช้ส่วนพระองค์ของนางโดยเฉพาะ

จ้าวหลันซินกำม้วนบันทึกแน่น ดวงตาคมกริบฉายแววแห่งความเคียดแค้นและความไม่เชื่อ สัญลักษณ์นี้ไม่ใช่แค่การอนุมัติ แต่เป็นการลงนามที่ระบุตัวตน... และมันลงนามในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะตำหนักของนางในขณะนั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การทรยศกำลังก่อตัวขึ้นลับๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ชื่อของหลี่ซูเจินนี้ปรากฏอยู่ในบันทึกที่ถูกจัดเก็บอย่างลับที่สุด ไม่มีการบันทึกในบัญชีสาธารณะ และวันที่มีการอนุมัติคือหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าวันที่นางถูกปลงพระชนม์

หลี่ซูเจิน ผู้ที่นางคิดว่าเป็นเพียงหุ่นเชิดถูกหลอกใช้ หรืออาจถูกบีบบังคับ แต่การกระทำนี้ การลงนามนี้ อำนาจนี้... มันช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ของนางกำนัลผู้ไร้เดียงสาที่นางเคยรู้จักเสียจริง

จ้าวหลันซินเงยหน้าขึ้นจากบันทึก มองไปยังความมืดมิดนอกหน้าต่าง แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาเพียงริบหรี่ แต่ในใจของนางกลับสว่างวาบด้วยความเข้าใจอันโหดร้าย นางกำนัลผู้แสนดีที่นางเคยไว้ใจ... อาจเป็นส่วนหนึ่งของการสมคบคิดที่ลึกซึ้งกว่าที่นางเคยจินตนาการไว้มากนัก และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นคือ... หากหลี่ซูเจินยังมีชีวิตอยู่ นางจะอยู่ที่ใดในวังแห่งนี้ และบทบาทที่แท้จริงของนางในอดีตและปัจจุบันคืออะไรกันแน่? ความจริงที่นางกำลังค้นพบนี้เป็นเพียงปลายยอดของภูเขาน้ำแข็ง หรือเป็นสัญญาณเตือนว่ามีผู้เล่นอีกคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเงามืด... และอาจจะรู้จัก "จ้าวหลันซิน" ดีกว่าที่นางคิดเสียอีก!

ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้เทียนที่จุดอยู่บนโต๊ะริบหรี่ลง พร้อมกับความรู้สึกเย็นยะเยือกที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างของจ้าวหลันซิน นางกอดม้วนบันทึกแน่นราวกับจะบีบมันให้แหลกคามือ ความเคียดแค้นที่ปะทุขึ้นในดวงใจดวงนี้ มิใช่เพียงแค่ความโกรธแค้นในอดีต แต่ยังมีความรู้สึกถูกทรยศหักหลังซ้ำอีกครั้งในความทรงจำ... นางรู้แล้วว่าหมากตัวต่อไปที่นางจะต้องค้นหาคือใคร และนางจะไม่มีวันปล่อยให้คนที่ทรยศนางลอยนวลไปได้อีกเป็นครั้งที่สอง!

แต่ในขณะที่ความคิดนั้นแล่นเข้ามาในหัว เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยเรียกนามของนางอย่างแผ่วเบา “หลันซิน… เจ้านอนแล้วหรือยัง”

เสียงขององค์จักรพรรดิหลี่เหวิน!

จ้าวหลันซินรีบเก็บม้วนบันทึกซ่อนไว้ใต้กองเอกสารอื่น ๆ ทันที สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยในชั่วพริบตา ความโกรธแค้นที่เคยฉายชัดในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความสงบนิ่งที่ยากจะคาดเดา นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนที่จะเดินไปเปิดประตูด้วยรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า... รอยยิ้มที่ลึกซึ้งและซับซ้อนกว่าครั้งใด ๆ ที่ผ่านมา.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!