บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

ตอนที่ 11 — แผนลวงซ้อนแผนลวงในตำหนักเย็น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,328 คำ

ลมหนาวพัดโชยหอบเอาความเงียบงันและความอ้างว้างมาสู่ตำหนักเย็นที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคุกที่กักขังวิญญาณที่ถูกลืมเลือน จ้าวหลันซินในร่างของสนมหลันหรงก้าวเข้าไปในความมืดสลัวนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แต่แววตาฉายชัดถึงความมุ่งมั่น นางมิได้มาเพื่อจมปลักกับความทุกข์ระทม หากแต่มาเพื่อค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่จะพลิกกระดานหมากแห่งโชคชะตา

ตำหนักเย็นแห่งนี้ มิได้มีเพียงสนมที่ถูกทอดทิ้ง หากแต่ยังเป็นที่ซ่อนของความลับมากมายที่ถูกฝังกลบมานานหลายปี ‌บรรยากาศภายในวังวนไปด้วยกลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและหยากไย่ที่ห้อยระโยงระยางราวกับใยแมงมุมที่ถักทอความสิ้นหวังเอาไว้ หลันหรงเดินลึกเข้าไปในโถงทางเดินที่มืดมิด มือเรียวเล็กยกขึ้นลูบไล้ผนังหินที่เย็นเฉียบ ราวกับจะสัมผัสร่องรอยของอดีตที่ฝังแน่นอยู่ ณ ที่แห่งนี้

“หลันหรง เจ้ามาทำอะไรที่นี่” เสียงแหบพร่าของสนมเฒ่าผู้หนึ่งดังขึ้นจากมุมมืด ​ร่างผอมบางของนางดูราวกับเงาของผีร้ายที่หลอกหลอนอยู่ในความมืดมิด ดวงตาที่เคยงดงามบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและความหวาดระแวง หลันหรงหันไปมอง นางจำได้ว่าสนมผู้นี้คือสนมหลี่ อดีตสนมเอกที่เคยเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้องค์ก่อน แต่ถูกกักขังที่นี่หลังจากที่ฮ่องเต้สวรรคต และถูกกล่าวหาว่าพยายามลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาท – ‍ซึ่งก็คือฮ่องเต้หลงเหวินในปัจจุบัน

“หม่อมฉันมาเยี่ยมเยียนเพคะ ท่านสนมหลี่” หลันหรงตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พยายามซ่อนความจริงจังในแววตา นางรู้ดีว่าสนมหลี่ผู้นี้เก็บงำความลับสำคัญเอาไว้ ความลับที่อาจเชื่อมโยงกับการสิ้นพระชนม์ของฮ่องเต้องค์ก่อน และการขึ้นครองราชย์ของหลงเหวิน

สนมหลี่หัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นฟังดูน่าขนลุกราวกับเสียงเสียดสีของใบไม้แห้ง ‌“เยี่ยมเยียนหรือ? ที่นี่ไม่มีผู้ใดมาเยี่ยมเยียนกันด้วยความบริสุทธิ์ใจหรอกนะ มีแต่ผู้ที่มาเพื่อหวังผลประโยชน์ หรือไม่ก็มาเพื่อเยาะเย้ยความตกต่ำของผู้อื่น”

“หม่อมฉันมิได้มีเจตนาเช่นนั้นเพคะ” หลันหรงก้าวเข้าไปใกล้ขึ้น “หม่อมฉันเพียงอยากจะขอความรู้จากท่านสนมเท่านั้น”

“ความรู้?” สนมหลี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยว่างเปล่าฉายแววสนใจขึ้นมาเล็กน้อย ‍“ความรู้ใดเล่าที่สนมชั้นต่ำเช่นเจ้าจะต้องการจากข้าผู้ถูกทอดทิ้ง”

“ความรู้เกี่ยวกับอดีตเพคะ” หลันหรงตอบอย่างตรงไปตรงมา “เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรัชสมัยก่อน เรื่องราวที่นำพาให้ท่านสนมมาอยู่ที่นี่”

สนมหลี่เงียบไปครู่หนึ่ง นางจ้องมองหลันหรงด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ราวกับกำลังประเมินบางสิ่งบางอย่าง “เจ้าเป็นใครกันแน่? ไม่เหมือนสนมทั่วไปที่ข้าเคยพบเจอ”

“หม่อมฉันก็เป็นเพียงสนมชั้นต่ำที่ไร้ซึ่งอำนาจและบารมีเพคะ” ​หลันหรงถ่อมตน แต่ในใจกลับคิดว่าสนมหลี่คงจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากสนมทั่วไป “แต่หม่อมฉันเชื่อว่าความจริงย่อมมีหนทางเปิดเผยเสมอ”

สนมหลี่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ความจริงหรือ? ความจริงในวังหลวงแห่งนี้มีแต่จะนำพาความตายมาสู่ผู้ที่พยายามจะเปิดเผยมัน” นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ราวกับหวาดระแวงว่าจะมีผู้ใดมาได้ยิน “แต่หากเจ้าอยากรู้จริงๆ ​ข้าก็อาจจะบอกเล่าให้ฟังได้บ้าง เพื่อให้เจ้าได้รู้ว่าวังหลวงแห่งนี้โหดร้ายเพียงใด”

หลันหรงรู้ว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้ข้อมูลที่นางต้องการ นางจึงนั่งลงบนพื้นหินเย็นเฉียบเบื้องหน้าสนมหลี่อย่างนอบน้อม “หม่อมฉันพร้อมที่จะรับฟังเพคะ”

สนมหลี่เริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเคียดแค้น นางเล่าถึงความรุ่งเรืองของตนเองในฐานะสนมเอกที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้องค์ก่อน เล่าถึงความอิจฉาริษยาของเหล่าสนมคนอื่นๆ และเล่าถึงเหตุการณ์ที่พลิกผันชีวิตของนางให้ต้องมาจมปลักอยู่ในตำหนักเย็นแห่งนี้

“ข้าถูกใส่ร้าย” สนมหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ​“ถูกใส่ร้ายว่าวางยาพิษองค์รัชทายาท เพื่อหวังจะให้โอรสของข้าได้ขึ้นครองราชย์ ทั้งที่ข้ารักองค์รัชทายาทราวกับบุตรในไส้”

“แล้วผู้ใดเป็นผู้ใส่ร้ายท่านเพคะ?” หลันหรงถามอย่างระมัดระวัง

สนมหลี่เงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของนางฉายแววหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด “ข้า... ข้าไม่กล้าเอ่ยนามนั้น”

“แต่หากท่านไม่เอ่ยนามนั้น ความจริงก็ไม่มีวันปรากฏ” หลันหรงเร่งเร้า “และท่านก็จะไม่มีวันได้รับความเป็นธรรม”

สนมหลี่มองหลันหรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลังเลและความหวาดกลัว นางถูกกักขังอยู่ที่นี่มานานหลายปี ความหวังที่จะได้รับความเป็นธรรมนั้นเลือนรางเต็มที แต่แววตาที่มุ่งมั่นของหลันหรงกลับจุดประกายความหวังเล็กๆ ขึ้นมาในใจของนาง

“ข้าจะบอกเจ้า” สนมหลี่กระซิบเสียงแผ่วเบา “แต่เจ้าต้องสาบานว่าจะไม่เอ่ยนามนี้กับผู้ใด จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม”

“หม่อมฉันสาบานเพคะ” หลันหรงตอบอย่างหนักแน่น

“ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้คือ... ฮองเฮาจ้าว” สนมหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น “นางต้องการกำจัดข้าและลูกของข้า เพื่อให้บุตรชายของนางได้ขึ้นเป็นรัชทายาท”

หัวใจของหลันหรงเต้นระรัว เมื่อได้ยินชื่อของตนเองในอดีต ฮองเฮาจ้าว... ตัวนางเองในชาติก่อน! นี่คือแผนลวงซ้อนแผนลวงที่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อน นางในชาติก่อนถูกหลงเหวินหลอกใช้ให้เป็นเครื่องมือในการกำจัดสนมหลี่และโอรสของนาง เพื่อปูทางให้หลงเหวินได้ขึ้นครองราชย์

“ฮองเฮาจ้าว...” หลันหรงพึมพำ “แต่ฮองเฮาจ้าวก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานเท่านั้นเพคะ”

สนมหลี่มองหลันหรงด้วยความประหลาดใจ “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

“หม่อมฉันเพียงคาดเดาเพคะ” หลันหรงตอบ “เพราะฮองเฮาจ้าวในตอนนั้นก็มิได้มีอำนาจมากมายถึงเพียงนั้น”

สนมหลี่พยักหน้าเห็นด้วย “ใช่แล้ว... นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งจริงๆ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังฮองเฮาจ้าวก็คือ... องค์ชายสี่ หลงเหวิน!”

คำตอบของสนมหลี่ทำให้หลันหรงรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ แม้นางจะคาดเดาไว้แล้ว แต่การได้ยินจากปากของสนมหลี่ก็ยังคงสร้างความตกใจให้แก่นางอย่างมาก หลงเหวิน... ผู้ที่นางรักและไว้ใจที่สุดในชาติก่อน คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้! เขาใช้ความรักของนางเป็นเครื่องมือในการกำจัดศัตรูทางการเมือง และปูทางให้ตนเองได้ขึ้นครองบัลลังก์

“องค์ชายสี่...” หลันหรงพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเคียดแค้น “เขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร”

“อำนาจทำให้คนตาบอด” สนมหลี่กล่าว “เขาต้องการบัลลังก์ และพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา”

“แล้วท่านสนมมีหลักฐานหรือไม่เพคะ?” หลันหรงถามอย่างมีความหวัง “หลักฐานที่จะเอาผิดเขาได้”

สนมหลี่ส่ายหน้า “หลักฐานทั้งหมดถูกทำลายไปหมดแล้ว ข้าถูกกักขังที่นี่ ไม่มีผู้ใดเชื่อคำพูดของข้า”

“แต่หม่อมฉันเชื่อเพคะ” หลันหรงกล่าวอย่างหนักแน่น “หม่อมฉันจะช่วยท่านทวงคืนความยุติธรรม”

สนมหลี่มองหลันหรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและหวัง “เจ้า... เจ้าจะช่วยข้าจริงๆ หรือ?”

“เพคะ” หลันหรงตอบ “แต่ท่านสนมต้องช่วยหม่อมฉันด้วยเช่นกัน”

“ช่วยอะไร?”

“ช่วยให้หม่อมฉันได้เข้าใกล้ฮ่องเต้เพคะ” หลันหรงกล่าว “หม่อมฉันต้องการที่จะหาหลักฐานเพิ่มเติมจากภายใน”

สนมหลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หากเจ้าสามารถเข้าใกล้ฮ่องเต้ได้จริง เจ้าก็อาจจะตกอยู่ในอันตรายได้”

“หม่อมฉันไม่กลัวเพคะ” หลันหรงตอบ “ความจริงย่อมต้องปรากฏ”

สนมหลี่มองหลันหรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม “เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก ไม่เหมือนสตรีทั่วไปในวังหลวงแห่งนี้” นางยื่นมือที่เหี่ยวย่นออกไปจับมือของหลันหรง “ข้าจะช่วยเจ้าเท่าที่ข้าจะทำได้”

“ขอบพระทัยเพคะ” หลันหรงกล่าวด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจ

ก่อนที่หลันหรงจะกลับ สนมหลี่ได้มอบหยกชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งให้แก่นาง “นี่คือหยกประจำตัวของโอรสข้า เขาถูกส่งไปอยู่นอกวังตั้งแต่ยังเด็ก หากเจ้าพบเขา จงมอบหยกชิ้นนี้ให้เขา และบอกเขาว่าแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่”

หลันหรงรับหยกชิ้นนั้นมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นางรู้ดีว่าโอรสของสนมหลี่คือองค์ชายห้า ซึ่งถูกส่งไปอยู่นอกวังตั้งแต่ยังเด็ก และถูกเลี้ยงดูมาในฐานะสามัญชนธรรมดา นี่คือไพ่ตายอีกใบที่นางสามารถนำมาใช้ในการพลิกกระดานหมากแห่งโชคชะตา

เมื่อกลับมาถึงตำหนักของตนเอง หลันหรงก็เก็บซ่อนหยกชิ้นนั้นไว้ในที่ลับตา นางนั่งลงบนเตียงนอน พลางทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่ได้ยินจากสนมหลี่ แผนการของหลงเหวินนั้นซับซ้อนและแยบยลยิ่งนัก เขาใช้ทุกคนเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายของตนเอง แม้กระทั่งนางในชาติก่อนก็ยังถูกหลอกใช้

ความเจ็บปวดและความเคียดแค้นที่เคยถูกฝังกลบไว้ในใจของหลันซินในชาติก่อน บัดนี้ได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง นางสาบานว่าจะต้องทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของนาง และจะต้องชำระแค้นให้สาสมกับความเจ็บปวดที่ได้รับมา

“หลงเหวิน... เจ้าจะต้องชดใช้” หลันหรงพึมพำกับตัวเอง แววตาฉายชัดถึงความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว

ในคืนนั้น หลันหรงเริ่มวางแผนการอย่างละเอียดถี่ถ้วน นางรู้ดีว่าการจะโค่นล้มฮ่องเต้ผู้มีอำนาจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย นางจะต้องสร้างเครือข่ายอำนาจของตนเอง และจะต้องหาหลักฐานที่แน่นหนาพอที่จะเปิดโปงความชั่วร้ายของหลงเหวินให้ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน

นางเริ่มจากการสังเกตการณ์พฤติกรรมของฮ่องเต้หลงเหวินอย่างใกล้ชิด นางพยายามทำความเข้าใจจุดอ่อนและจุดแข็งของเขา รวมถึงความสัมพันธ์ของเขากับเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ

หลันหรงรู้ดีว่าการจะเข้าใกล้ฮ่องเต้หลงเหวินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเขามีสนมมากมาย และนางก็เป็นเพียงสนมชั้นต่ำที่ไม่มีอำนาจใดๆ แต่หลันหรงก็เชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง นางจะใช้ความเฉลียวฉลาดและความงดงามของตนเองเป็นอาวุธในการเข้าถึงใจของฮ่องเต้ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม นางจะเปิดโปงความจริงทั้งหมดให้ทุกคนได้รู้

ในวันรุ่งขึ้น หลันหรงเริ่มแผนการของนางด้วยการแสดงออกถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนและไร้เดียงสา นางพยายามหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามสร้างความประทับใจเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเหล่าขันทีและนางกำนัลที่ทำงานใกล้ชิดกับฮ่องเต้

นางใช้เวลาว่างในการอ่านตำราและศึกษาประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ เพื่อให้เข้าใจถึงธรรมเนียมปฏิบัติและกฎระเบียบต่างๆ ภายในวังหลวง นางรู้ดีว่าความรู้คืออำนาจ และการมีความรู้ที่รอบด้านจะช่วยให้นางสามารถวางแผนการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หลันหรงยังคงติดต่อกับสนมหลี่อย่างลับๆ นางไปเยี่ยมเยียนสนมหลี่เป็นประจำ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน สนมหลี่ซึ่งเคยเป็นสนมเอกของฮ่องเต้องค์ก่อน มีความรู้มากมายเกี่ยวกับเรื่องราวภายในวังหลวง และสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่หลันหรงได้

วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่หลันหรงก็ไม่เคยย่อท้อ นางยังคงมุ่งมั่นที่จะทำตามคำสาบานของตนเอง นางรู้ดีว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความเฉลียวฉลาด นางเชื่อว่าจะสามารถพลิกชะตาและทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของนางได้อย่างแน่นอน

ในขณะเดียวกัน ฮ่องเต้หลงเหวินก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายบนบัลลังก์ที่สร้างขึ้นจากความหลอกลวงและความชั่วร้าย เขาไม่เคยระแคะระคายเลยว่าสนมชั้นต่ำที่ชื่อหลันหรงผู้นี้ คืออดีตฮองเฮาที่เขาสังหารด้วยมือของตนเอง และกำลังวางแผนที่จะโค่นล้มเขาจากบัลลังก์

เกมแห่งอำนาจและการแก้แค้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และในที่สุด ผู้ที่แข็งแกร่งและเฉลียวฉลาดที่สุดเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!