วันเวลาในวังหลวงผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวที่ซ่อนเร้น หลันหรงยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในตำหนักจื่อเวย แต่สายตาของนางไม่เคยละจากความเคลื่อนไหวในราชสำนัก ทุกย่างก้าว ทุกคำพูดของเหล่าสนม นางกำนัล และขันที ล้วนถูกจับตามองอย่างละเอียดถี่ถ้วน หลันหรงรู้ดีว่าการจะโค่นล้มอำนาจที่หยั่งรากลึกอย่างฮ่องเต้หลงเหวินนั้น จำเป็นต้องอาศัยทั้งความเฉลียวฉลาด ความอดทน และเครือข่ายที่แข็งแกร่ง
หลังจากที่ได้พบกับสนมซูหลิน หลันหรงก็เริ่มแผนการของนางด้วยการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับสนมซูหลินอย่างต่อเนื่อง นางส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไปให้สนมซูหลินเป็นประจำ และไปเยี่ยมเยียนที่ตำหนักของนางอยู่เสมอ การกระทำของหลันหรงทำให้สนมซูหลินรู้สึกประทับใจและวางใจในตัวนางมากขึ้นเรื่อยๆ
“สนมหลันหรงช่างเป็นสตรีที่อ่อนโยนและมีน้ำใจยิ่งนัก” สนมซูหลินกล่าวกับนางกำนัลคนสนิทของนาง “ไม่เหมือนสนมคนอื่นๆ ที่มักจะแก่งแย่งชิงดีกัน”
“เพคะ ท่านสนม” นางกำนัลตอบ “หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นเพคะ”
สนมซูหลินไม่รู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มที่อ่อนโยนและท่าทางที่อ่อนน้อมถ่อมตนของหลันหรงนั้น ซ่อนเร้นไว้ด้วยแผนการอันแยบยลที่กำลังจะพลิกชะตาของราชสำนัก
ในขณะเดียวกัน หลันหรงก็ยังคงติดต่อกับสนมหลี่อย่างลับๆ นางไปเยี่ยมเยียนสนมหลี่เป็นประจำ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน สนมหลี่ซึ่งเคยเป็นสนมเอกของฮ่องเต้องค์ก่อน มีความรู้มากมายเกี่ยวกับเรื่องราวภายในวังหลวง และสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่หลันหรงได้
“ฮ่องเต้หลงเหวินทรงโปรดปรานสนมซูหลินมากที่สุดในตอนนี้” สนมหลี่กล่าวกับหลันหรงในวันหนึ่ง “นางเป็นสตรีที่งดงามและเฉลียวฉลาด แต่ก็เป็นคนทะเยอทะยานและเจ้าเล่ห์เพทุบาย”
“หม่อมฉันทราบเพคะ” หลันหรงตอบ “หม่อมฉันกำลังพยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนางอยู่เพคะ”
“เจ้าคิดจะทำอะไร?” สนมหลี่ถามด้วยความสงสัย
“หม่อมฉันคิดจะใช้ความทะเยอทะยานของนางเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายของหม่อมฉันเพคะ” หลันหรงตอบด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับ
สนมหลี่มองหลันหรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม “เจ้าช่างเฉลียวฉลาดจริงๆ”
“ขอบพระทัยเพคะ” หลันหรงกล่าว
หลันหรงรู้ดีว่าการจะโค่นล้มฮ่องเต้หลงเหวินนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย นางจึงพยายามที่จะสร้างเครือข่ายอำนาจของตนเองขึ้นมาอย่างลับๆ นางเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเหล่าขันทีและนางกำนัลที่ทำงานใกล้ชิดกับฮ่องเต้ นางมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้พวกเขา และพูดคุยกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร ทำให้พวกเขาต่างรู้สึกประทับใจในความอ่อนน้อมถ่อมตนของนาง
วันหนึ่ง ในขณะที่หลันหรงกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้หลวง นางก็บังเอิญได้ยินเสียงสนทนาของขันทีสองคน ขันทีทั้งสองกำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวภายในราชสำนัก และเรื่องราวขององค์ชายห้า ซึ่งถูกส่งไปอยู่นอกวังตั้งแต่ยังเด็ก
“ข้าได้ยินมาว่าองค์ชายห้าทรงมีพระปรีชาสามารถยิ่งนัก” ขันทีคนหนึ่งกล่าว “ทรงเป็นผู้ที่เฉลียวฉลาดและมีความสามารถรอบด้าน”
“จริงหรือ?” ขันทีอีกคนถามด้วยความประหลาดใจ “ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องราวขององค์ชายห้ามาก่อนเลย”
“นั่นก็เพราะว่าพระองค์ทรงถูกส่งไปอยู่นอกวังตั้งแต่ยังเด็ก และทรงถูกเลี้ยงดูมาในฐานะสามัญชนธรรมดา” ขันทีคนแรกตอบ “แต่ข้าได้ยินมาว่าพระองค์ทรงมีความสามารถในการทำธุรกิจ และทรงสร้างฐานะของตนเองขึ้นมาได้ด้วยพระองค์เอง”
หลันหรงได้ยินคำพูดของขันทีทั้งสอง ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก นางรู้ดีว่าองค์ชายห้าคือโอรสของสนมหลี่ และเป็นไพ่ตายอีกใบที่นางสามารถนำมาใช้ในการพลิกกระดานหมากแห่งโชคชะตา
“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องหาทางติดต่อกับองค์ชายห้าให้ได้” หลันหรงคิดในใจ “เขาอาจจะเป็นพันธมิตรที่สำคัญของข้า”
หลังจากกลับมาถึงตำหนักของตนเอง หลันหรงก็เริ่มวางแผนการที่จะใช้ในการติดต่อกับองค์ชายห้า นางรู้ดีว่าการจะติดต่อกับองค์ชายห้านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเขาอยู่นอกวัง และไม่มีผู้ใดรู้ที่อยู่ของเขาอย่างแน่ชัด แต่หลันหรงก็ไม่เคยย่อท้อ นางเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง และจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้แผนการของนางสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ในวันรุ่งขึ้น หลันหรงเริ่มแผนการของนางด้วยการส่งนางกำนัลคนสนิทของนางออกไปสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์ชายห้า นางกำนัลคนสนิทของหลันหรงเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดและมีความสามารถในการสืบสวน นางจึงเชื่อมั่นว่านางกำนัลคนสนิทของนางจะสามารถหาข้อมูลที่นางต้องการได้
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่นางกำนัลคนสนิทของหลันหรงก็ยังไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์ชายห้าได้ หลันหรงรู้สึกกังวลเล็กน้อย แต่ก็ยังคงไม่ย่อท้อ นางเชื่อมั่นว่านางกำนัลคนสนิทของนางจะสามารถหาข้อมูลที่นางต้องการได้ในที่สุด
ในขณะเดียวกัน หลันหรงก็ยังคงสร้างความสัมพันธ์อันดีกับสนมซูหลินอย่างต่อเนื่อง นางไปเยี่ยมเยียนสนมซูหลินเป็นประจำ และพูดคุยกับนางเกี่ยวกับเรื่องราวภายในวังหลวง สนมซูหลินก็ยังคงวางใจในตัวหลันหรง และเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้หลันหรงฟังอย่างเปิดเผย
วันหนึ่ง สนมซูหลินเล่าให้หลันหรงฟังว่านางกำลังวางแผนที่จะจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้กับฮ่องเต้ และต้องการที่จะสร้างความประทับใจให้กับฮ่องเต้ในงานเลี้ยงนั้น
“ข้าอยากจะให้งานเลี้ยงวันเกิดของฮ่องเต้เป็นงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุด” สนมซูหลินกล่าว “แต่ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี”
หลันหรงได้ยินคำพูดของสนมซูหลิน ก็คิดในใจว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้แสดงความสามารถของตนเอง และสร้างความประทับใจให้กับฮ่องเต้
“หม่อมฉันมีความคิดดีๆ เพคะ” หลันหรงกล่าว “หม่อมฉันคิดว่าท่านสนมควรจะจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้กับฮ่องเต้ในสวนดอกไม้หลวง และควรจะประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิด และควรจะมีการแสดงดนตรีและการเต้นรำที่งดงาม”
สนมซูหลินได้ยินคำแนะนำของหลันหรง ก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก “ความคิดของเจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก”
“ขอบพระทัยเพคะ” หลันหรงกล่าว “หม่อมฉันยินดีที่จะช่วยท่านสนมในการจัดงานเลี้ยงนี้เพคะ”
สนมซูหลินรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก นางจึงมอบหมายให้หลันหรงเป็นผู้ช่วยในการจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้กับฮ่องเต้
หลันหรงรับปากที่จะช่วยสนมซูหลินในการจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้กับฮ่องเต้ นางรู้ดีว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้แสดงความสามารถของตนเอง และสร้างความประทับใจให้กับฮ่องเต้
นางเริ่มจากการวางแผนการจัดงานเลี้ยงอย่างละเอียดถี่ถ้วน นางเลือกดอกไม้ที่จะใช้ในการประดับประดา เลือกนักดนตรีและนักเต้นรำที่จะมาแสดงในงานเลี้ยง และเลือกเมนูอาหารที่จะเสิร์ฟในงานเลี้ยง
หลันหรงทำงานอย่างหนักและทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้งานเลี้ยงวันเกิดของฮ่องเต้เป็นงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุด
ในที่สุด วันงานเลี้ยงวันเกิดของฮ่องเต้ก็มาถึง งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นในสวนดอกไม้หลวงที่ประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิดอย่างงดงาม แสงไฟจากโคมไฟนับร้อยดวงส่องสว่างไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติก
ฮ่องเต้หลงเหวินเสด็จมายังงานเลี้ยงด้วยพระพักตร์ที่เปี่ยมไปด้วยความสุข พระองค์ทรงประทับใจในความงดงามของงานเลี้ยงเป็นอย่างมาก
สนมซูหลินเดินเข้าไปหาฮ่องเต้ และกล่าวอวยพรวันเกิดให้กับพระองค์ ฮ่องเต้หลงเหวินทรงยิ้มแย้มและกล่าวขอบใจสนมซูหลิน
“งานเลี้ยงนี้ช่างงดงามยิ่งนัก” ฮ่องเต้หลงเหวินกล่าว “เจ้าช่างมีความสามารถจริงๆ”
“ขอบพระทัยเพคะ” สนมซูหลินกล่าว “แต่หม่อมฉันต้องขอขอบใจสนมหลันหรงด้วยเพคะ นางเป็นผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมของหม่อมฉัน”
ฮ่องเต้หลงเหวินทรงหันไปมองหลันหรง หลันหรงเดินเข้าไปหาฮ่องเต้ และถวายบังคมอย่างนอบน้อม
“สนมหลันหรงถวายบังคมเพคะ”
ฮ่องเต้หลงเหวินทรงมองหลันหรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ พระองค์ทรงประทับใจในความงดงามและความอ่อนน้อมถ่อมตนของหลันหรงเป็นอย่างมาก
“เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก” ฮ่องเต้หลงเหวินกล่าว “และยังมีความสามารถในการจัดงานเลี้ยงอีกด้วย”
“ขอบพระทัยเพคะ” หลันหรงกล่าว “หม่อมฉันเพียงทำหน้าที่ของหม่อมฉันเพคะ”
ฮ่องเต้หลงเหวินทรงยิ้มแย้ม และกล่าวกับหลันหรงว่า “คืนนี้เจ้ามาปรนนิบัติข้าที่ตำหนักนะ”
หลันหรงได้ยินคำพูดของฮ่องเต้ ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก นางรู้ดีว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้เข้าใกล้ฮ่องเต้ และเริ่มแผนการของนางอย่างจริงจัง
“เพคะ ฝ่าบาท” หลันหรงตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
คืนนั้น หลันหรงได้ปรนนิบัติฮ่องเต้หลงเหวินที่ตำหนักของพระองค์ นางใช้ความเฉลียวฉลาดและความงดงามของตนเองในการสร้างความประทับใจให้กับฮ่องเต้ นางพูดคุยกับฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเป็นมิตร ทำให้ฮ่องเต้รู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ
ฮ่องเต้หลงเหวินทรงรู้สึกประทับใจในตัวหลันหรงเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงไม่เคยพบสนมคนใดที่งดงามและเฉลียวฉลาดเช่นหลันหรงมาก่อน
“เจ้าช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจยิ่งนัก” ฮ่องเต้หลงเหวินกล่าว “ข้าไม่เคยพบสตรีคนใดเช่นเจ้ามาก่อนเลย”
“ขอบพระทัยเพคะ ฝ่าบาท” หลันหรงกล่าว “หม่อมฉันเพียงเป็นสนมชั้นต่ำที่ไร้ซึ่งอำนาจและบารมีเพคะ”
“เจ้าอย่าได้ถ่อมตนเช่นนั้น” ฮ่องเต้หลงเหวินกล่าว “เจ้ามีความงามและความสามารถที่เหนือกว่าสนมคนอื่นๆ มากนัก”
หลันหรงยิ้มเล็กน้อย แต่ในใจกลับคิดว่าฮ่องเต้หลงเหวินกำลังตกหลุมพรางของนางแล้ว
คืนนั้น หลันหรงได้ใช้โอกาสนี้ในการสังเกตการณ์พฤติกรรมของฮ่องเต้หลงเหวินอย่างใกล้ชิด นางพยายามทำความเข้าใจจุดอ่อนและจุดแข็งของเขา รวมถึงความสัมพันธ์ของเขากับเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ
หลันหรงรู้ดีว่าการจะโค่นล้มฮ่องเต้หลงเหวินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย นางจะต้องสร้างเครือข่ายอำนาจของตนเอง และจะต้องหาหลักฐานที่แน่นหนาพอที่จะเปิดโปงความชั่วร้ายของหลงเหวินให้ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน
ในขณะที่หลันหรงกำลังวางแผนการของนางอย่างละเอียดถี่ถ้วน ฮ่องเต้หลงเหวินก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายบนบัลลังก์ที่สร้างขึ้นจากความหลอกลวงและความชั่วร้าย เขาไม่เคยระแคะระคายเลยว่าสนมชั้นต่ำที่ชื่อหลันหรงผู้นี้ คืออดีตฮองเฮาที่เขาสังหารด้วยมือของตนเอง และกำลังวางแผนที่จะโค่นล้มเขาจากบัลลังก์
เกมแห่งอำนาจและการแก้แค้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และในที่สุด ผู้ที่แข็งแกร่งและเฉลียวฉลาดที่สุดเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะ

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก