ลมหนาวพัดโชยมาพร้อมกับความมืดมิดยามราตรี ดวงจันทร์เสี้ยวลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า ส่องแสงสลัวๆ ลงมายังตำหนักจื่อเวย หลันหรงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังสวนดอกไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยเงามืด แววตาของนางฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก
นับตั้งแต่ที่นางได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้หลงเหวิน สถานะของนางก็ค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ จากสนมชั้นต่ำ บัดนี้นางได้เลื่อนขั้นเป็นสนมเอก และได้รับอนุญาตให้เข้าออกตำหนักของฮ่องเต้ได้อย่างอิสระ สิ่งนี้ทำให้นางมีโอกาสที่จะเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ภายในราชสำนักได้มากขึ้น
แต่ในขณะเดียวกัน ความโปรดปรานของฮ่องเต้ก็ดึงดูดความอิจฉาริษยาจากเหล่าสนมคนอื่นๆ โดยเฉพาะสนมซูหลินที่เคยเป็นที่โปรดปรานมากที่สุด บัดนี้กลับถูกลดความสำคัญลง นางรู้สึกโกรธแค้นหลันหรงเป็นอย่างมาก และพยายามที่จะหาทางกำจัดหลันหรงให้พ้นทาง
ในคืนหนึ่ง ขณะที่หลันหรงกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้หลวง นางก็รู้สึกได้ถึงเงาปริศนาที่กำลังสะกดรอยตามนางอยู่ นางแสร้งทำเป็นไม่สนใจ และเดินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงมุมที่ลับตาคน นางก็หยุดเดินและหันกลับไปมอง
“ผู้ใดอยู่ที่นั่น?” หลันหรงถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
เงาปริศนานั้นปรากฏตัวออกมาจากเงามืด เป็นบุรุษผู้หนึ่งที่สวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมสีดำ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน
“เจ้าเป็นใคร?” หลันหรงถามอีกครั้ง “และเจ้าต้องการอะไรจากข้า?”
บุรุษชุดดำไม่ตอบคำถามของหลันหรง เขากลับก้าวเข้ามาใกล้หลันหรงมากขึ้นเรื่อยๆ หลันหรงรู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา นางเตรียมพร้อมที่จะป้องกันตัว
“อย่าเข้ามาใกล้ข้า” หลันหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
บุรุษชุดดำหยุดเดิน เขาจ้องมองหลันหรงด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “ข้ามาเพื่อเตือนเจ้า”
“เตือนอะไร?” หลันหรงถาม
“เตือนเจ้าว่าอย่าได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวภายในราชสำนักมากเกินไป” บุรุษชุดดำกล่าว “มิฉะนั้น เจ้าอาจจะได้รับอันตราย”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” หลันหรงถาม
“เจ้าควรรู้ว่าในวังหลวงแห่งนี้ มีความลับมากมายที่ถูกฝังกลบไว้” บุรุษชุดดำกล่าว “หากเจ้าพยายามที่จะเปิดเผยความลับเหล่านั้น เจ้าอาจจะต้องจบชีวิตลงเช่นเดียวกับผู้ที่พยายามจะเปิดเผยมันก่อนหน้านี้”
หลันหรงรู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของบุรุษชุดดำ นางรู้ดีว่าในวังหลวงแห่งนี้มีความลับมากมาย แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีผู้ใดกล้ามาเตือนนางเช่นนี้
“เจ้าเป็นใครกันแน่?” หลันหรงถามอีกครั้ง “และเจ้าเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องราวเหล่านี้?”
บุรุษชุดดำไม่ตอบคำถามของหลันหรง เขากลับหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว หายลับไปในเงามืดราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง
หลันหรงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พลางทบทวนคำพูดของบุรุษชุดดำ นางรู้สึกสับสนและงุนงงเป็นอย่างมาก ใครคือบุรุษชุดดำผู้นี้? และเขาต้องการอะไรจากนาง?
หลังจากกลับมาถึงตำหนักของตนเอง หลันหรงก็นั่งลงบนเตียงนอน พลางคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น นางพยายามที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน แต่ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้
“ดูเหมือนว่าในวังหลวงแห่งนี้จะมีความลับที่ซับซ้อนกว่าที่ข้าคิดไว้” หลันหรงพึมพำกับตัวเอง “และบุรุษชุดดำผู้นั้นก็ดูเหมือนจะรู้เรื่องราวต่างๆ เป็นอย่างดี”
ในวันรุ่งขึ้น หลันหรงเริ่มแผนการของนางด้วยการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับบุรุษชุดดำ นางพยายามที่จะหาเบาะแสต่างๆ ที่จะช่วยให้นางสามารถระบุตัวตนของเขาได้
นางกำนัลคนสนิทของหลันหรงเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดและมีความสามารถในการสืบสวน นางจึงได้รับมอบหมายให้สืบหาข้อมูลเกี่ยวกับบุรุษชุดดำ
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่นางกำนัลคนสนิทของหลันหรงก็ยังไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับบุรุษชุดดำได้ หลันหรงรู้สึกกังวลเล็กน้อย แต่ก็ยังคงไม่ย่อท้อ นางเชื่อมั่นว่านางกำนัลคนสนิทของนางจะสามารถหาข้อมูลที่นางต้องการได้ในที่สุด
ในขณะเดียวกัน หลันหรงก็ยังคงสร้างความสัมพันธ์อันดีกับสนมซูหลินอย่างต่อเนื่อง นางไปเยี่ยมเยียนสนมซูหลินเป็นประจำ และพูดคุยกับนางเกี่ยวกับเรื่องราวภายในวังหลวง สนมซูหลินก็ยังคงวางใจในตัวหลันหรง และเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้หลันหรงฟังอย่างเปิดเผย
วันหนึ่ง สนมซูหลินเล่าให้หลันหรงฟังว่านางกำลังวางแผนที่จะจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้กับฮ่องเต้ และต้องการที่จะสร้างความประทับใจให้กับฮ่องเต้ในงานเลี้ยงนั้น
“ข้าอยากจะให้งานเลี้ยงวันเกิดของฮ่องเต้เป็นงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุด” สนมซูหลินกล่าว “แต่ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี”
หลันหรงได้ยินคำพูดของสนมซูหลิน ก็คิดในใจว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้แสดงความสามารถของตนเอง และสร้างความประทับใจให้กับฮ่องเต้
“หม่อมฉันมีความคิดดีๆ เพคะ” หลันหรงกล่าว “หม่อมฉันคิดว่าท่านสนมควรจะจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้กับฮ่องเต้ในสวนดอกไม้หลวง และควรจะประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิด และควรจะมีการแสดงดนตรีและการเต้นรำที่งดงาม”
สนมซูหลินได้ยินคำแนะนำของหลันหรง ก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก “ความคิดของเจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก”
“ขอบพระทัยเพคะ” หลันหรงกล่าว “หม่อมฉันยินดีที่จะช่วยท่านสนมในการจัดงานเลี้ยงนี้เพคะ”
สนมซูหลินรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก นางจึงมอบหมายให้หลันหรงเป็นผู้ช่วยในการจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้กับฮ่องเต้
หลันหรงรับปากที่จะช่วยสนมซูหลินในการจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้กับฮ่องเต้ นางรู้ดีว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้แสดงความสามารถของตนเอง และสร้างความประทับใจให้กับฮ่องเต้
นางเริ่มจากการวางแผนการจัดงานเลี้ยงอย่างละเอียดถี่ถ้วน นางเลือกดอกไม้ที่จะใช้ในการประดับประดา เลือกนักดนตรีและนักเต้นรำที่จะมาแสดงในงานเลี้ยง และเลือกเมนูอาหารที่จะเสิร์ฟในงานเลี้ยง
หลันหรงทำงานอย่างหนักและทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้งานเลี้ยงวันเกิดของฮ่องเต้เป็นงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุด
ในที่สุด วันงานเลี้ยงวันเกิดของฮ่องเต้ก็มาถึง งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นในสวนดอกไม้หลวงที่ประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิดอย่างงดงาม แสงไฟจากโคมไฟนับร้อยดวงส่องสว่างไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติก
ฮ่องเต้หลงเหวินเสด็จมายังงานเลี้ยงด้วยพระพักตร์ที่เปี่ยมไปด้วยความสุข พระองค์ทรงประทับใจในความงดงามของงานเลี้ยงเป็นอย่างมาก
สนมซูหลินเดินเข้าไปหาฮ่องเต้ และกล่าวอวยพรวันเกิดให้กับพระองค์ ฮ่องเต้หลงเหวินทรงยิ้มแย้มและกล่าวขอบใจสนมซูหลิน
“งานเลี้ยงนี้ช่างงดงามยิ่งนัก” ฮ่องเต้หลงเหวินกล่าว “เจ้าช่างมีความสามารถจริงๆ”
“ขอบพระทัยเพคะ” สนมซูหลินกล่าว “แต่หม่อมฉันต้องขอขอบใจสนมหลันหรงด้วยเพคะ นางเป็นผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมของหม่อมฉัน”
ฮ่องเต้หลงเหวินทรงหันไปมองหลันหรง หลันหรงเดินเข้าไปหาฮ่องเต้ และถวายบังคมอย่างนอบน้อม
“สนมหลันหรงถวายบังคมเพคะ”
ฮ่องเต้หลงเหวินทรงมองหลันหรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ พระองค์ทรงประทับใจในความงดงามและความอ่อนน้อมถ่อมตนของหลันหรงเป็นอย่างมาก
“เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก” ฮ่องเต้หลงเหวินกล่าว “และยังมีความสามารถในการจัดงานเลี้ยงอีกด้วย”
“ขอบพระทัยเพคะ” หลันหรงกล่าว “หม่อมฉันเพียงทำหน้าที่ของหม่อมฉันเพคะ”
ฮ่องเต้หลงเหวินทรงยิ้มแย้ม และกล่าวกับหลันหรงว่า “คืนนี้เจ้ามาปรนนิบัติข้าที่ตำหนักนะ”
หลันหรงได้ยินคำพูดของฮ่องเต้ ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก นางรู้ดีว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้เข้าใกล้ฮ่องเต้ และเริ่มแผนการของนางอย่างจริงจัง
“เพคะ ฝ่าบาท” หลันหรงตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
คืนนั้น หลันหรงได้ปรนนิบัติฮ่องเต้หลงเหวินที่ตำหนักของพระองค์ นางใช้ความเฉลียวฉลาดและความงดงามของตนเองในการสร้างความประทับใจให้กับฮ่องเต้ นางพูดคุยกับฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเป็นมิตร ทำให้ฮ่องเต้รู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ
ฮ่องเต้หลงเหวินทรงรู้สึกประทับใจในตัวหลันหรงเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงไม่เคยพบสนมคนใดที่งดงามและเฉลียวฉลาดเช่นหลันหรงมาก่อน
“เจ้าช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจยิ่งนัก” ฮ่องเต้หลงเหวินกล่าว “ข้าไม่เคยพบสตรีคนใดเช่นเจ้ามาก่อนเลย”
“ขอบพระทัยเพคะ ฝ่าบาท” หลันหรงกล่าว “หม่อมฉันเพียงเป็นสนมชั้นต่ำที่ไร้ซึ่งอำนาจและบารมีเพคะ”
“เจ้าอย่าได้ถ่อมตนเช่นนั้น” ฮ่องเต้หลงเหวินกล่าว “เจ้ามีความงามและความสามารถที่เหนือกว่าสนมคนอื่นๆ มากนัก”
หลันหรงยิ้มเล็กน้อย แต่ในใจกลับคิดว่าฮ่องเต้หลงเหวินกำลังตกหลุมพรางของนางแล้ว
คืนนั้น หลันหรงได้ใช้โอกาสนี้ในการสังเกตการณ์พฤติกรรมของฮ่องเต้หลงเหวินอย่างใกล้ชิด นางพยายามทำความเข้าใจจุดอ่อนและจุดแข็งของเขา รวมถึงความสัมพันธ์ของเขากับเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ
หลันหรงรู้ดีว่าการจะโค่นล้มฮ่องเต้หลงเหวินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย นางจะต้องสร้างเครือข่ายอำนาจของตนเอง และจะต้องหาหลักฐานที่แน่นหนาพอที่จะเปิดโปงความชั่วร้ายของหลงเหวินให้ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน
ในขณะที่หลันหรงกำลังวางแผนการของนางอย่างละเอียดถี่ถ้วน ฮ่องเต้หลงเหวินก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายบนบัลลังก์ที่สร้างขึ้นจากความหลอกลวงและความชั่วร้าย เขาไม่เคยระแคะระคายเลยว่าสนมชั้นต่ำที่ชื่อหลันหรงผู้นี้ คืออดีตฮองเฮาที่เขาสังหารด้วยมือของตนเอง และกำลังวางแผนที่จะโค่นล้มเขาจากบัลลังก์
เกมแห่งอำนาจและการแก้แค้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และในที่สุด ผู้ที่แข็งแกร่งและเฉลียวฉลาดที่สุดเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะ

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก