บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

ตอนที่ 22 — เปิดโปงความจริงต่อหน้าบัลลังก์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,032 คำ

ท้องฟ้าเหนือวังหลวงมืดครึ้มไปด้วยเมฆฝนที่ตั้งเค้ามาแต่ไกล ราวกับเป็นลางบอกเหตุถึงพายุใหญ่ที่กำลังจะพัดกระหน่ำเข้ามาในราชสำนัก หลันหรงยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลืองในตำหนักจื่อเวย ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น วันนี้คือวันที่นางจะเปิดโปงความจริงทั้งหมดต่อหน้าบัลลังก์ทองคำ และทวงคืนความยุติธรรมให้กับตนเองและผู้บริสุทธิ์ที่ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของฮ่องเต้หลงเหวิน

เช้านี้เป็นวันประชุมราชสำนักครั้งสำคัญ เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างมารวมตัวกันที่ท้องพระโรงด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความกังวล เพราะในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ‌มีข่าวลือแปลกๆ แพร่สะพัดไปทั่วราชสำนักเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลในการขึ้นครองราชย์ของฮ่องเต้หลงเหวิน และเรื่องราวของสนมหลี่ที่ถูกกักขังอยู่ในตำหนักเย็น

ฮ่องเต้หลงเหวินประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำด้วยพระพักตร์ที่สงบนิ่ง แต่ในแววตาของพระองค์กลับฉายแววกังวลเล็กน้อย พระองค์ทรงรับรู้ถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วราชสำนัก แต่ก็ยังคงไม่คิดว่าจะมีผู้ใดกล้าที่จะท้าทายอำนาจของพระองค์

เมื่อการประชุมเริ่มต้นขึ้น หลันหรงก็ก้าวเข้ามาในท้องพระโรงด้วยท่าทางที่สง่างามและมั่นใจ นางแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ ​ปักลวดลายดอกโบตั๋นสีทองอร่าม ผมดำขลับยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต ประดับด้วยปิ่นปักผมทองคำที่สลักลวดลายมังกร ดวงตาของนางเป็นประกายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ริมฝีปากอิ่มเอิบสีชมพูระเรื่อ

เหล่าขุนนางและสนมคนอื่นๆ ต่างหันมามองหลันหรงด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่เคยมีสนมคนใดกล้าที่จะเข้ามาในท้องพระโรงในระหว่างการประชุมราชสำนักเช่นนี้

ฮ่องเต้หลงเหวินทรงมองหลันหรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “สนมหลันหรง ‍เจ้ามีธุระอันใดจึงได้เข้ามาในท้องพระโรงในระหว่างการประชุมเช่นนี้?”

หลันหรงถวายบังคมอย่างนอบน้อม “ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญที่จะกราบทูลให้ฝ่าบาทและเหล่าขุนนางได้รับทราบเพคะ”

“เรื่องสำคัญอันใด?” ฮ่องเต้หลงเหวินถามด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม

“เรื่องราวเกี่ยวกับความจริงเบื้องหลังการขึ้นครองราชย์ของฝ่าบาทเพคะ” หลันหรงตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

คำพูดของหลันหรงทำให้ท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบงัน เหล่าขุนนางต่างหันมามองหลันหรงด้วยความตกใจและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

ฮ่องเต้หลงเหวินทรงรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก “สนมหลันหรง เจ้ากล้ากล่าวหาข้าเช่นนี้ได้อย่างไร!”

“หม่อมฉันมิได้กล่าวหาฝ่าบาทเพคะ ‌หม่อมฉันเพียงต้องการเปิดเผยความจริงเท่านั้นเพคะ” หลันหรงตอบ “หม่อมฉันมีหลักฐานที่จะพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่หม่อมฉันพูดเป็นความจริง”

หลันหรงจึงหันไปมองแม่ทัพใหญ่หลี่หมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ นาง แม่ทัพใหญ่หลี่หมิงก้าวออกมาข้างหน้า และถวายบังคมฮ่องเต้หลงเหวิน

“ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันขอเป็นพยานยืนยันว่าสิ่งที่สนมหลันหรงพูดเป็นความจริงเพคะ” แม่ทัพใหญ่หลี่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

คำพูดของแม่ทัพใหญ่หลี่หมิงทำให้ฮ่องเต้หลงเหวินทรงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ‍พระองค์ไม่เคยคิดว่าแม่ทัพใหญ่หลี่หมิงจะกล้าที่จะท้าทายอำนาจของพระองค์

“แม่ทัพใหญ่หลี่หมิง เจ้ากล้าทรยศข้าได้อย่างไร!” ฮ่องเต้หลงเหวินทรงตวาดด้วยความโกรธแค้น

“หม่อมฉันมิได้ทรยศฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเพียงต้องการเปิดเผยความจริงเท่านั้นเพคะ” แม่ทัพใหญ่หลี่หมิงตอบ “หม่อมฉันมีหลักฐานที่จะพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่หม่อมฉันพูดเป็นความจริง”

แม่ทัพใหญ่หลี่หมิงจึงหยิบหยกชิ้นเล็กๆ ที่สนมหลี่มอบให้แก่นางออกมาจากแขนเสื้อ “นี่คือหยกประจำตัวขององค์ชายห้าเพคะ ​เขาถูกส่งไปอยู่นอกวังตั้งแต่ยังเด็ก และทรงถูกเลี้ยงดูมาในฐานะสามัญชนธรรมดา”

คำพูดของแม่ทัพใหญ่หลี่หมิงทำให้ท้องพระโรงตกอยู่ในความโกลาหล เหล่าขุนนางต่างพากันพูดคุยกันอย่างเสียงดังด้วยความตกใจและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

ฮ่องเต้หลงเหวินทรงรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์ และชี้หน้าไปที่หลันหรงและแม่ทัพใหญ่หลี่หมิง

“เจ้าทั้งสองกล้าสมคบคิดกันใส่ร้ายข้าได้อย่างไร!” ฮ่องเต้หลงเหวินทรงตวาด “ข้าจะสั่งประหารเจ้าทั้งสองเดี๋ยวนี้!”

“ฝ่าบาททรงคิดจะปิดบังความจริงไปถึงเมื่อใดเพคะ” หลันหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ​“ฝ่าบาททรงวางแผนกำจัดสนมหลี่และโอรสของนาง เพื่อปูทางให้ตนเองได้ขึ้นครองราชย์ และยังทรงใช้หม่อมฉันในชาติก่อนเป็นเครื่องมือในการกำจัดศัตรูทางการเมืองของฝ่าบาท”

คำพูดของหลันหรงทำให้ฮ่องเต้หลงเหวินทรงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงมองหลันหรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

“เจ้า... เจ้าพูดอะไร?” ฮ่องเต้หลงเหวินทรงถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “เจ้าเป็นใครกันแน่?”

“หม่อมฉันคือจ้าวหลันซิน อดีตฮองเฮาของฝ่าบาทเพคะ” ​หลันหรงตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ผู้ที่ฝ่าบาทสังหารด้วยมือของฝ่าบาทเอง!”

คำพูดของหลันหรงทำให้ท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบงัน เหล่าขุนนางและสนมคนอื่นๆ ต่างหันมามองหลันหรงด้วยความตกใจและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

ฮ่องเต้หลงเหวินทรงรู้สึกตกใจและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงถอยหลังไปสองสามก้าว ใบหน้าของพระองค์ซีดเผือดราวกับคนตาย

“ไม่จริง... เจ้าโกหก!” ฮ่องเต้หลงเหวินทรงตวาด “จ้าวหลันซินตายไปแล้ว!”

“หม่อมฉันมิได้โกหกเพคะ ฝ่าบาท” หลันหรงตอบ “หม่อมฉันกลับมาเพื่อทวงคืนทุกสิ่งและชำระแค้นให้สาสม!”

หลันหรงจึงเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชาติก่อนให้เหล่าขุนนางและสนมคนอื่นๆ ได้รับรู้ นางเล่าถึงความรักที่นางมีต่อหลงเหวิน เล่าถึงความหลอกลวงที่เขาใช้ในการปูทางให้ตนเองได้ขึ้นครองราชย์ และเล่าถึงการตายของนางด้วยน้ำมือของเขา

เหล่าขุนนางและสนมคนอื่นๆ ต่างพากันพูดคุยกันอย่างเสียงดังด้วยความตกใจและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่เมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากปากของหลันหรง ก็เริ่มที่จะเชื่อในสิ่งที่นางพูด

ฮ่องเต้หลงเหวินทรงรู้สึกโกรธแค้นและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี พระองค์ทรงรู้ดีว่าความจริงทั้งหมดได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว และบัลลังก์ของพระองค์กำลังสั่นคลอน

“จับนางไป!” ฮ่องเต้หลงเหวินทรงตวาด “จับนางไปประหารเดี๋ยวนี้!”

แต่ทว่า ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะก้าวออกมาจับหลันหรง เพราะพวกเขาต่างรู้สึกหวาดกลัวในความสามารถและความเฉลียวฉลาดของนาง

ในขณะนั้นเอง องค์ชายห้าก็ก้าวเข้ามาในท้องพระโรงด้วยท่าทางที่สง่างามและมั่นใจ เขาแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันขอเป็นพยานยืนยันว่าสิ่งที่สนมหลันหรงพูดเป็นความจริงเพคะ” องค์ชายห้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

คำพูดขององค์ชายห้าทำให้ฮ่องเต้หลงเหวินทรงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก พระองค์ไม่เคยคิดว่าองค์ชายห้าจะยังมีชีวิตอยู่ และจะปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้

“องค์ชายห้า... เจ้า... เจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือ?” ฮ่องเต้หลงเหวินทรงถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“เพคะ ฝ่าบาท” องค์ชายห้าตอบ “หม่อมฉันกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับมารดาของหม่อมฉัน และเปิดโปงความชั่วร้ายของฝ่าบาทให้ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน”

องค์ชายห้าจึงเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับมารดาของเขา และเรื่องราวที่เขาถูกส่งไปอยู่นอกวังตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อปกป้องชีวิตของเขา

เหล่าขุนนางและสนมคนอื่นๆ ต่างพากันพูดคุยกันอย่างเสียงดังด้วยความตกใจและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่เมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากปากขององค์ชายห้า ก็เริ่มที่จะเชื่อในสิ่งที่เขาพูด

ฮ่องเต้หลงเหวินทรงรู้สึกโกรธแค้นและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี พระองค์ทรงรู้ดีว่าความจริงทั้งหมดได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว และบัลลังก์ของพระองค์กำลังสั่นคลอน

“จับพวกเขาไป!” ฮ่องเต้หลงเหวินทรงตวาด “จับพวกเขาไปประหารเดี๋ยวนี้!”

แต่ทว่า ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะก้าวออกมาจับหลันหรงและองค์ชายห้า เพราะพวกเขาต่างรู้สึกหวาดกลัวในความสามารถและความเฉลียวฉลาดของทั้งสอง

ในขณะนั้นเอง แม่ทัพใหญ่หลี่หมิงก็สั่งให้ทหารองครักษ์เข้าล้อมท้องพระโรงไว้ และประกาศว่า “ฮ่องเต้หลงเหวินทรงกระทำความผิดร้ายแรง สมควรที่จะถูกถอดถอนจากบัลลังก์!”

คำพูดของแม่ทัพใหญ่หลี่หมิงทำให้ท้องพระโรงตกอยู่ในความโกลาหล เหล่าขุนนางต่างพากันพูดคุยกันอย่างเสียงดังด้วยความตกใจและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นทหารองครักษ์เข้าล้อมท้องพระโรงไว้ ก็รู้ดีว่าสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว

ฮ่องเต้หลงเหวินทรงรู้สึกโกรธแค้นและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี พระองค์ทรงรู้ดีว่าบัลลังก์ของพระองค์กำลังจะล่มสลายลงแล้ว

หลันหรงมองฮ่องเต้หลงเหวินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น “หลงเหวิน เจ้าจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เจ้าทำ!”

เกมแห่งอำนาจและการแก้แค้นได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว และในที่สุด ความจริงก็ปรากฏออกมาให้ทุกคนได้รู้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!