บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

ตอนที่ 26 — แผนลวงซ้อนแผนและเงาที่คืบคลาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,525 คำ

สายลมยามสนธยาพัดพาความเย็นยะเยือกเข้ามาในตำหนักฉางชุน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยที่ปลูกไว้ริมระเบียงลอยมาแตะจมูก จ้าวหลันซินนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง พินิจดูใบหน้าของตนเองในคันฉ่องทองเหลืองอย่างเงียบงัน ดวงตาคู่งามฉายแววลึกล้ำเกินกว่าวัยของสนมชั้นต่ำที่เพิ่งจะก้าวพ้นวัยปักปิ่นไม่นานนัก นางไม่ได้กำลังชื่นชมความงามของตนเอง หากแต่กำลังทบทวนแผนการที่วางไว้ในใจอย่างละเอียดถี่ถ้วน

"ท่านสนมเพคะ ‌ได้เวลาเสวยพระโอสถแล้วเพคะ" เสี่ยวหลิงเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับถาดไม้ที่วางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา ภายในบรรจุยาต้มกลิ่นฉุนที่ถูกปรุงขึ้นเป็นพิเศษสำหรับนาง

หลันซินพยักหน้าเล็กน้อย รับถ้วยยามาจิบช้าๆ รสขมปร่าแผ่ซ่านไปทั่วโคนลิ้น แต่นางกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา ​ยาถ้วยนี้ไม่ใช่ยาบำรุงร่างกายธรรมดา หากแต่เป็นยาที่นางสั่งให้ปรุงขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างที่สำคัญยิ่ง

"วันนี้มีข่าวคราวอะไรจากตำหนักในบ้างหรือไม่" นางเอ่ยถามเสียงเรียบ หลังจากวางถ้วยยาเปล่าลงบนถาด

เสี่ยวหลิงครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบ "มีข่าวลือว่าพระสนมหลี่กำลังจะได้รับการเลื่อนขั้นเพคะ และอีกเรื่องคือองค์ชายรองทรงเริ่มศึกษาตำราพิชัยสงครามกับท่านอาจารย์หลิวแล้วเพคะ"

หลันซินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ข่าวของพระสนมหลี่นั้นไม่เกินความคาดหมาย ‍ด้วยความโปรดปรานที่ฮ่องเต้มีให้ นางย่อมต้องก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นธรรมดา แต่ข่าวขององค์ชายรองกลับทำให้นางสนใจเป็นพิเศษ องค์ชายรองผู้อ่อนแอและไร้เดียงสาในอดีต กำลังจะถูกผลักดันเข้าสู่สนามแห่งอำนาจอย่างเต็มตัวแล้วสินะ

"แล้วเรื่องที่ข้าให้เจ้าไปสืบ..." หลันซินเว้นวรรคเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องไปที่เสี่ยวหลิงอย่างลึกซึ้ง "เรื่องของตระกูลหลี่ล่ะ ‌มีความคืบหน้าหรือไม่"

เสี่ยวหลิงก้มหน้าเล็กน้อย "บ่าวพยายามสืบแล้วเพคะ แต่ตระกูลหลี่นั้นระมัดระวังตัวยิ่งนัก ทุกย่างก้าวล้วนถูกปกปิดอย่างแน่นหนา มีเพียงข่าวลือเล็ดรอดออกมาบ้างว่าท่านแม่ทัพหลี่กำลังรวบรวมกำลังพลที่ชายแดนทางเหนือ แต่รายละเอียดอื่นใดยังไม่ปรากฏเพคะ"

หลันซินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ตระกูลหลี่คือรากฐานอำนาจของพระสนมหลี่ และเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ค้ำจุนบัลลังก์ของฮ่องเต้ในชาติก่อน ‍นางรู้ดีว่าอำนาจของตระกูลนี้หยั่งรากลึกเพียงใด การจะโค่นล้มพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

"ไม่เป็นไร เจ้าทำดีแล้ว" หลันซินกล่าวปลอบโยน "เรื่องนี้ต้องใช้เวลาและความอดทน"

นางลุกขึ้นยืน เดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังสวนที่มืดมิด ​มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องลงมาเป็นทางยาว ความเงียบสงัดของยามค่ำคืนทำให้ความคิดของนางโลดแล่นไปไกล

แผนการของข้าเริ่มต้นขึ้นแล้ว นางคิดในใจ การใช้ยาถ้วยนี้เพื่อสร้างภาพลวงตาบางอย่าง... และการใช้โอกาสนี้เพื่อเข้าใกล้ผู้ที่สามารถเป็นหมากสำคัญในเกมนี้ได้

ในอีกด้านหนึ่ง ณ ตำหนักเฉียนชิง ฮ่องเต้หลงเหยียนกำลังนั่งตรวจฎีกาอยู่บนบัลลังก์มังกร ​พระองค์ดูอ่อนล้า แต่ดวงตาคมกริบยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

"ฝ่าบาทเพคะ ได้เวลาเสวยพระโอสถบำรุงแล้วเพคะ" กงกงจางผู้ภักดีเดินเข้ามาพร้อมถ้วยยา

ฮ่องเต้หลงเหยียนพยักหน้า รับถ้วยยามาจิบช้าๆ กลิ่นสมุนไพรจีนอบอวลอยู่ในห้องทรงงาน

"วันนี้มีเรื่องอะไรน่าสนใจในราชสำนักบ้าง" ฮ่องเต้เอ่ยถาม

กงกงจางตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม "เรียนฝ่าบาท ​วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับพระสนมจ้าวพ่ะย่ะค่ะ"

ฮ่องเต้หลงเหยียนชะงักเล็กน้อย พระองค์จำได้ว่าพระสนมจ้าวผู้นี้คือสนมที่พระองค์โปรดปรานเป็นพิเศษในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ใบหน้าอันงดงามและท่าทีที่ดูอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความฉลาดเฉลียวของนางมักจะทำให้พระองค์รู้สึกผ่อนคลายยามได้พบเจอ

"นางเป็นอะไรไป" ฮ่องเต้ถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความห่วงใย

"เรียนฝ่าบาท หมอหลวงตรวจพบว่าพระสนมจ้าวทรงมีอาการอ่อนเพลียผิดปกติพ่ะย่ะค่ะ และดูเหมือนว่า... จะมีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับเลือดลมของนางพ่ะย่ะค่ะ" กงกงจางกล่าวด้วยความระมัดระวัง

ฮ่องเต้หลงเหยียนขมวดคิ้ว "ผิดปกติเกี่ยวกับเลือดลม? หมายความว่าอย่างไร"

"หมอหลวงยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้พ่ะย่ะค่ะ แต่ดูเหมือนว่าพระสนมจ้าวจะทรงมีอาการเจ็บป่วยที่แปลกประหลาดพ่ะย่ะค่ะ" กงกงจางกล่าวเสริม "หมอหลวงกำลังพยายามปรุงยาเพื่อรักษา แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ผลหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"

ฮ่องเต้หลงเหยียนลุกขึ้นจากบัลลังก์ "ไปตำหนักฉางชุนเดี๋ยวนี้"

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" กงกงจางรีบนำทาง

เมื่อฮ่องเต้เสด็จมาถึงตำหนักฉางชุน บรรยากาศภายในตำหนักดูเงียบสงัดผิดปกติ หลันซินนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาปิดสนิท ดูราวกับกำลังหลับใหลอย่างอ่อนล้า

"หลันซิน" ฮ่องเต้เดินเข้าไปใกล้เตียง เรียกชื่อนางเบาๆ

หลันซินค่อยๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นฮ่องเต้ ใบหน้าของนางก็ฉายแววประหลาดใจระคนดีใจเล็กน้อย "ฝ่าบาท... ทรงมาได้อย่างไรเพคะ" เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

"ได้ยินว่าเจ้าไม่สบาย ข้าจึงรีบมาดูอาการ" ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พระองค์นั่งลงข้างเตียง เอื้อมมือไปแตะหน้าผากของนางเบาๆ "ตัวเจ้ายังอุ่นๆ อยู่เลย"

"หมอหลวงบอกว่าข้า... ข้ามีอาการแปลกๆ เพคะ" หลันซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนแอ ดวงตาคู่งามฉายแววความกังวล "ข้ากลัวว่า... ข้าจะไม่ได้อยู่รับใช้ฝ่าบาทไปนานๆ"

คำพูดของนางทำให้ฮ่องเต้รู้สึกเจ็บปวดในใจ พระองค์ไม่เคยเห็นนางแสดงความอ่อนแอเช่นนี้มาก่อน จ้าวหลันซินในสายตาของพระองค์มักจะเป็นสตรีที่เข้มแข็ง ฉลาดเฉลียว และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

"อย่าพูดเช่นนั้น" ฮ่องเต้กล่าว "เจ้าต้องหายดี ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไร ข้าจะหาวิธีรักษาเจ้าให้ได้"

"ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท" หลันซินกล่าวพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่ดูอ่อนแรง "เพียงแค่ฝ่าบาททรงห่วงใย ข้าก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้วเพคะ"

ฮ่องเต้หลงเหยียนจับมือนางไว้เบาๆ สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของปลายนิ้ว เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่ในยามนี้นางดูเปราะบางและน่าทะนุถนอมอย่างยิ่ง

"เจ้าพักผ่อนเถอะ ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าตรงนี้" ฮ่องเต้กล่าว

หลันซินพยักหน้า ดวงตาค่อยๆ ปิดลงอีกครั้ง ฮ่องเต้ยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง จ้องมองใบหน้าที่ซีดเซียวของนางด้วยความรู้สึกที่หลากหลายในใจ

นี่คือจุดเริ่มต้นของแผนการที่นางวางไว้ การสร้างภาพลวงตาของความเจ็บป่วยที่แปลกประหลาด เพื่อดึงดูดความสนใจและความห่วงใยจากฮ่องเต้ และเพื่อเปิดโอกาสให้นางได้เข้าใกล้พระองค์มากยิ่งขึ้น

ในขณะที่ฮ่องเต้หลงเหยียนกำลังเฝ้าดูอาการของหลันซินอยู่นั้น ณ ตำหนักอีกแห่งหนึ่ง พระสนมหลี่กำลังนั่งดื่มชาด้วยใบหน้าบึ้งตึง

"อะไรนะ! ฮ่องเต้เสด็จไปตำหนักฉางชุนอีกแล้วหรือ" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

นางกำนัลข้างกายรีบตอบ "เพคะพระสนม ได้ยินว่าพระสนมจ้าวทรงประชวรหนักพ่ะย่ะค่ะ ฮ่องเต้จึงทรงรีบเสด็จไปเยี่ยม"

พระสนมหลี่กระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแรง "ประชวรหนัก? เป็นไปได้อย่างไร เมื่อวานนางยังดูแข็งแรงดีอยู่เลย! หรือว่านางกำลังแสร้งทำเป็นป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากฝ่าบาท!"

"บ่าวก็ไม่ทราบแน่ชัดเพคะ แต่หมอหลวงก็เข้าไปตรวจอาการหลายครั้งแล้วพ่ะย่ะค่ะ" นางกำนัลกล่าวด้วยความหวาดกลัว

พระสนมหลี่กัดริมฝีปากแน่น ดวงตาฉายแววริษยาและไม่พอใจอย่างชัดเจน นางไม่เคยคิดว่าสนมชั้นต่ำอย่างจ้าวหลันซินจะสามารถดึงดูดความสนใจจากฮ่องเต้ได้มากถึงเพียงนี้ ยิ่งเห็นฮ่องเต้ทรงห่วงใยนางมากเท่าไร ความรู้สึกไม่พอใจในใจของพระสนมหลี่ก็ยิ่งทวีคูณ

"ไปสืบมาให้ละเอียด ว่านางป่วยเป็นอะไรกันแน่ และเป็นจริงหรือไม่" พระสนมหลี่ออกคำสั่งเสียงเย็น "ถ้าข้ารู้ว่านางกำลังหลอกลวงฝ่าบาท ข้าจะต้องทำให้นางได้รับบทเรียนที่สาสม!"

เงาแห่งความริษยาและความขัดแย้งกำลังคืบคลานเข้ามาในวังหลังอย่างช้าๆ และจ้าวหลันซินก็กำลังใช้ประโยชน์จากเงาเหล่านั้น เพื่อก้าวเดินไปตามแผนการของนางอย่างเงียบเชียบ

วันรุ่งขึ้น ข่าวการประชวรของพระสนมจ้าวก็แพร่สะพัดไปทั่ววังหลัง หมอหลวงหลายคนถูกเรียกตัวมาตรวจอาการของนาง แต่ก็ไม่มีใครสามารถระบุสาเหตุของอาการที่แปลกประหลาดนี้ได้ บางคนบอกว่านางมีอาการอ่อนเพลียผิดปกติ บางคนบอกว่านางมีอาการเลือดลมติดขัด และบางคนถึงกับบอกว่านางมีอาการคล้ายถูกพิษ แต่ก็ไม่พบร่องรอยของพิษใดๆ ในร่างกายของนาง

ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงเป็นกังวลอย่างมาก พระองค์ทรงเสด็จมาเยี่ยมหลันซินทุกวัน และทรงสั่งให้หมอหลวงทุกคนระดมความคิดเพื่อหาวิธีรักษา

"ฝ่าบาทเพคะ หมอหลวงทุกคนต่างบอกว่าไม่เคยพบอาการเช่นนี้มาก่อนพ่ะย่ะค่ะ" กงกงจางรายงานด้วยความกังวล

ฮ่องเต้หลงเหยียนถอนหายใจ "แล้วจะทำอย่างไรดีเล่า จะปล่อยให้นางเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ได้อย่างไร"

"บ่าวได้ยินมาว่ามีหมอเทวดาผู้หนึ่งพ่ะย่ะค่ะ ท่านผู้นั้นพำนักอยู่ในป่าลึกทางใต้ มีวิชาแพทย์ที่ลึกล้ำ และสามารถรักษาโรคที่หมอหลวงทั่วไปไม่สามารถรักษาได้พ่ะย่ะค่ะ" กงกงจางกล่าวขึ้นด้วยความหวัง

ฮ่องเต้หลงเหยียนดวงตาเป็นประกาย "หมอเทวดาหรือ? ถ้าเช่นนั้นก็รีบส่งคนไปเชิญท่านมาทันที ไม่ว่าจะต้องใช้สิ่งใด หรือต้องแลกด้วยอะไร ข้าก็จะทำเพื่อรักษาหลันซินให้ได้"

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท บ่าวจะรีบจัดการทันที" กงกงจางรับคำสั่งด้วยความกระตือรือร้น

หลันซินที่แกล้งหลับอยู่บนเตียง ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด นางแอบยิ้มในใจ แผนการของข้ากำลังดำเนินไปอย่างที่คาดไว้ นางคิด การที่ฮ่องเต้ทรงส่งคนไปเชิญหมอเทวดาผู้นั้นมา ยิ่งทำให้แผนการของข้าสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

หมอเทวดาที่กงกงจางกล่าวถึงนั้น แท้จริงแล้วคือนายแพทย์ผู้ช่ำชองที่เคยเป็นอาจารย์ของนางในชาติก่อน และเป็นผู้ที่นางได้ติดต่อไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาเป็นคนเดียวที่สามารถ "วินิจฉัย" อาการของนางได้อย่างถูกต้องตามแผนที่วางไว้ และ "รักษา" นางให้หายได้ราวกับปาฏิหาริย์

ขณะที่ฮ่องเต้กำลังวุ่นวายอยู่กับการรักษาพระสนมจ้าว พระสนมหลี่ก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย นางส่งคนออกไปสืบเรื่องราวของจ้าวหลันซินอย่างลับๆ และพยายามหาช่องโหว่เพื่อโจมตีนาง

"พระสนมเพคะ บ่าวได้ยินมาว่าพระสนมจ้าวทรงมีอาการแปลกประหลาดจริงๆ เพคะ หมอหลวงหลายคนต่างก็ยืนยันว่าไม่เคยพบโรคเช่นนี้มาก่อน" นางกำนัลรายงาน

พระสนมหลี่ขมวดคิ้ว "แปลกประหลาด? หรือว่านางถูกคุณไสย?"

"บ่าวก็ไม่แน่ใจเพคะ แต่มีข่าวลือว่าอาการของนางคล้ายกับอาการของผู้ที่ถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงเพคะ" นางกำนัลกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

พระสนมหลี่ดวงตาเป็นประกาย "วิญญาณร้ายเข้าสิงหรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นี่แหละคือโอกาสของข้า!"

นางคิดแผนการชั่วร้ายขึ้นในใจ หากนางสามารถทำให้ทุกคนเชื่อว่าจ้าวหลันซินถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง นางก็จะสามารถกำจัดจ้าวหลันซินออกไปจากวังหลวงได้โดยไม่ต้องลงมือเอง และยังสามารถทำให้ฮ่องเต้ทรงรังเกียจนางได้อีกด้วย

แผนการของหลันซินกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีเงาแห่งอันตรายอีกด้านหนึ่งกำลังคืบคลานเข้ามาหานางอย่างเงียบเชียบ

ในอีกตำหนักหนึ่ง องค์ชายรองหลงจื่อที่เพิ่งเริ่มศึกษาตำราพิชัยสงคราม กำลังนั่งอ่านตำราด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

"องค์ชายเพคะ ได้เวลาเสวยพระกระยาหารแล้วเพคะ" ขันทีข้างกายกล่าว

องค์ชายหลงจื่อพยักหน้าเล็กน้อย วางตำราลง "วันนี้มีข่าวคราวอะไรในวังบ้าง"

ขันทีตอบ "เรียนองค์ชาย วันนี้มีข่าวลือเรื่องการประชวรของพระสนมจ้าวพ่ะย่ะค่ะ ได้ยินว่าอาการของนางแปลกประหลาดมาก จนหมอหลวงยังไม่สามารถรักษาได้"

องค์ชายหลงจื่อชะงักไปเล็กน้อย "พระสนมจ้าวหรือ?"

เขาจำได้ว่าเคยพบพระสนมจ้าวเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่ได้พบ นางมักจะยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน และให้คำแนะนำดีๆ แก่เขาเสมอ เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกผูกพันกับนางอย่างประหลาด

"พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย" ขันทีตอบ

องค์ชายหลงจื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ไปเตรียมของเยี่ยมไข้ให้ข้า เดี๋ยวข้าจะไปเยี่ยมพระสนมจ้าว"

"แต่ว่า... ฝ่าบาททรงเสด็จไปเยี่ยมพระสนมจ้าวบ่อยครั้งพ่ะย่ะค่ะ เกรงว่าอาจจะไม่เหมาะสม" ขันทีกล่าวด้วยความกังวล

องค์ชายหลงจื่อส่ายหน้า "ไม่เป็นไร ข้าแค่ไปเยี่ยมเยียนตามมารยาทเท่านั้น"

เขาไม่ได้บอกขันทีว่า เขารู้สึกเป็นห่วงพระสนมจ้าวอย่างแท้จริง และรู้สึกว่านางอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตรายบางอย่างโดยที่เขาไม่รู้ตัว

การปรากฏตัวขององค์ชายรองในตำหนักฉางชุนในยามที่ฮ่องเต้ทรงเสด็จมาเยี่ยมหลันซินนั้น ทำให้เกิดสถานการณ์ที่น่าสนใจ

"ถวายพระพรเสด็จพ่อ" องค์ชายหลงจื่อกล่าวคำนับฮ่องเต้

"จื่อเอ๋อร์ เจ้ามาทำอะไรที่นี่" ฮ่องเต้ถามด้วยความประหลาดใจ

"ลูกได้ยินว่าพระสนมจ้าวทรงประชวร จึงมาเยี่ยมเยียนพ่ะย่ะค่ะ" องค์ชายหลงจื่อตอบด้วยความนอบน้อม

ฮ่องเต้พยักหน้าเล็กน้อย "ดีแล้ว เจ้ามีความกตัญญู"

หลันซินที่แกล้งหลับอยู่บนเตียง ลอบมององค์ชายหลงจื่อผ่านเปลือกตาที่ปิดสนิท องค์ชายรอง... เจ้าก็เป็นหมากสำคัญอีกตัวหนึ่งที่ข้าจะใช้ในเกมนี้ นางคิดในใจ

ในขณะที่ทุกคนกำลังเล่นบทบาทของตนเองอย่างแนบเนียน เงาแห่งอำนาจและการช่วงชิงก็กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้บัลลังก์แห่งนี้มากยิ่งขึ้น และจ้าวหลันซินก็พร้อมที่จะใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มี เพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของนางกลับมา และชำระแค้นให้สาสม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

บัลลังก์ฮองเฮาพิโรธ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!