โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
37 ตอน · 684 คำ
คืนจันทร์ที่เลือนหาย
ท่ามกลางสายลมแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่พัดพาความหนาวเย็นและกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวา อวี้หลัน ในชุดแต่งงานสีแดงสดปักลวดลายมงคล กำลังก้าวผ่านโถงทางเดินอันมืดมิดของพระตำหนักจื่อเวย เธอคือสตรีผู้ถูกเลือกจากตระกูลบัณฑิตผู้ยากไร้ แต่มีรูปโฉมงดงามดุจเทพธิดา การถูกเลือกให้เป็นสนมขององค์จักรพรรดิคือความหวังอันริบหรี่ที่จะยกระดับฐานะของครอบครัวที่กำลังตกต่ำให้กลับคืนมา มารดาของนางร้องไห้ด้วยความปลื้มปิติและวิตกกังวลในคราวเดียวกัน ส่วนบิดาของนางได้แต่พยักหน้าเงียบๆ ยอมรับชะตากรรมที่ประทานให้
ค่ำคืนวิวาห์ซึ่งควรจะเป็นคืนที่เปี่ยมด้วยความสุขและความทรงจำอันมิรู้ลืม สำหรับอวี้หลันมันกลับเป็นเพียงภาพเลือนรางและเสียงกระซิบอันแผ่วเบา เธอนั่งอยู่บนเตียงปักลายมังกรหงส์ภายในห้องหอที่ประดับประดาอย่างหรูหรา กลิ่นกำยานหอมกรุ่นลอยอบอวล ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นรัวด้วยความประหม่าปนความหวัง เธอไม่เคยพบองค์จักรพรรดิมาก่อน ได้ยินแต่เพียงเรื่องเล่าขานถึงความสง่างามและความเฉลียวฉลาดของพระองค์ เมื่อบานประตูเปิดออก แสงเทียนส่องกระทบให้เห็นเพียงเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาในห้อง เสียงฝีเท้าหนักแน่นบ่งบอกถึงพระราชอำนาจที่ไม่อาจล่วงละเมิด นางก้มหน้าลงอย่างนอบน้อมดุจดอกไม้ที่ต้องลม ผ้าระเบียงกั้นระหว่างเธอกับพระองค์ไม่ได้ช่วยให้มองเห็นพระพักตร์ได้ชัดเจนในความมืดสลัว เธอเห็นเพียงขอบฉลองพระองค์มังกรสีทองแวบหนึ่ง ก่อนที่เงาร่างนั้นจะเคลื่อนมาใกล้ กลิ่นหอมของไม้จันทน์และหมึกจีนกรุ่นกรายเข้ามาพร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบที่ประคองคางของนางให้เงยขึ้น หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ หวังเพียงชั่วขณะหนึ่งที่จะได้เห็นพระพักตร์ของสามี แต่แล้วสัมผัสนั้นก็จากไป พระองค์ตรัสเพียงไม่กี่ประโยค เสียงทุ้มต่ำ แต่ก็แฝงไว้ซึ่งความเหนื่อยล้าหรืออาจจะเป็นความเบื่อหน่าย เธอมิอาจรู้ได้
พิธีการดำเนินไปอย่างรวบรัดและไร้ซึ่งความผูกพันใดๆ เมื่อรุ่งสางยังไม่ทันมาเยือน องค์จักรพรรดิก็จากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและผ้าปูที่นอนที่ยับยู่ยี่ ความคาดหวังทั้งหมดของอวี้หลันมลายหายไปราวกับควันไฟ เธอถูกย้ายไปที่พระตำหนักบุปผาโรยรา ซึ่งชื่อก็บ่งบอกถึงชะตากรรมของมันอยู่แล้ว พระตำหนักแห่งนี้ตั้งอยู่มุมหนึ่งของวังหลวงที่ห่างไกลจากความเจริญ และไม่เคยมีสนมคนใดเคยได้รับความโปรดปรานหลังจากถูกส่งมาที่นี่เลย มันเป็นสถานที่ที่งดงามแต่กลับรกร้างว่างเปล่า ราวกับถูกทอดทิ้งมานานนับสิบปี ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาบังแสงแดด ทำให้บรรยากาศดูอึมครึมตลอดเวลา
วันแล้ววันเล่า สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า เดือนแล้วเดือนเล่า อวี้หลันใช้ชีวิตอยู่ในความโดดเดี่ยว มีเพียงลี่จู สาวใช้ประจำตัวที่คอยอยู่เคียงข้าง วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ไม่มีราชโองการ ไม่มีของขวัญ ไม่มีแม้แต่ข่าวสารใดๆ จากองค์จักรพรรดิ เธอได้ยินแต่เพียงข่าวลือจากสาวใช้ในวังที่มักจะนำเรื่องราวของสนมคนอื่นๆ มาเล่าให้ฟัง สนมเฟยคนนั้นได้รับไข่มุกจากแดนใต้ สนมกุ้ยเหรินคนนี้ได้รับผ้าไหมจากซินเจียง ทุกคนล้วนได้รับความโปรดปราน มีเพียงเธอเท่านั้นที่ถูกลืมเลือนไปโดยสิ้นเชิง
“นายหญิงเพคะ จะไม่ทรงกริ้วบ้างหรือเพคะ?” ลี่จูเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ขณะที่เห็นอวี้หลันนั่งปักผ้าอยู่ริมหน้าต่างอย่างสงบ “ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานแต่สนมจันทรา และสนมเมฆา จนลืมเลือนนายหญิงไปเสียแล้วกระมัง”
อวี้หลันเงยหน้าขึ้นจากงานปัก นัยน์ตาของนางฉายแววว่างเปล่า “กริ้วไปก็มีประโยชน์อันใดเล่าลี่จู… สำหรับฉันแล้ว พระองค์คือเงาเลือนรางที่จากไปในคืนนั้น ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสามีของฉันคือใคร มีพระพักตร์เช่นไร จะให้นางไปเรียกร้องสิ่งใดจากผู้ที่ไม่เคยรู้จักกันเลยเล่า?”
ความสับสน ความเศร้า และความจำนนต่อโชคชะตาเข้าครอบงำหัวใจของอวี้หลัน เธอพยายามทำใจยอมรับสถานะของตนเอง แต่ก็อดรู้สึกถึงความอยุติธรรมไม่ได้ เธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานหมากรุกของราชวงศ์ เป็นเพียงดอกไม้ที่ถูกเด็ดมาทิ้งไว้ให้เหี่ยวเฉา เธอเริ่มใช้เวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือในห้องสมุดเก่าแก่ของพระตำหนัก และเรียนรู้เรื่องสมุนไพรจากลุงหมิง พ่อบ้านเฒ่าผู้ดูแลสวนสมุนไพรข้างพระตำหนัก การได้จดจ่ออยู่กับพืชพรรณและตำราเก่าๆ ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในใจได้บ้าง อย่างน้อยก็ทำให้เธอลืมเลือนความจริงที่ว่า เธอคือสนมที่ถูกลืม และเป็นภรรยาที่ไม่เคยรู้จักหน้าสามีของตัวเองเลย
ท่ามกลางความเงียบสงบที่ถูกกัดกินด้วยความเดียวดายนั้น ก็มีคลื่นใต้น้ำบางอย่างก่อตัวขึ้นในวังหลวง ข่าวลือเรื่องความไม่สงบทางการเมืองเริ่มแพร่สะพัด ขุนนางบางคนถูกปลด ขุนนางบางคนถูกประหารชีวิต องค์จักรพรรดิผู้ทรงงานหนักกลับไม่ค่อยปรากฏพระองค์ต่อหน้าสาธารณชนนัก ทำให้ข่าวลือยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
กระทั่งวันหนึ่ง ในยามบ่ายที่สายลมอ่อนโยนพัดผ่าน ลี่จูวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้อง “นายหญิงเพคะ! มีราชโองการจากไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ!”
อวี้หลันวางพู่กันลง หัวใจพลันเต้นระรัว นี่เป็นครั้งแรกที่ราชโองการมาถึงพระตำหนักแห่งนี้ นับตั้งแต่เธอย้ายเข้ามา เธอเดินออกไปที่ลานกว้างหน้าพระตำหนักอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขันทีใหญ่ผู้มีใบหน้าเรียบเฉยยืนรออยู่พร้อมกับกระดาษม้วนสีเหลืองทอง เขากางราชโองการออกและประกาศเสียงดังฟังชัด “ตามบัญชาของสมเด็จพระพันปีหลวง สนมทุกพระองค์ที่พำนัก ณ พระตำหนักบุปผาโรยรา จะต้องเข้าร่วมการอบรมมารยาทวังหลวงและข้อปฏิบัติใหม่ โดยมีสมเด็จพระพันปีหลวงทรงเป็นประธาน ในอีกสามวันข้างหน้า!”
อวี้หลันยืนนิ่งราวกับรูปปั้น แม้จะถูกทอดทิ้ง แต่เธอก็ยังต้องเผชิญกับ 'บัญชา' ที่มาจากอำนาจสูงสุดในวังหลวงอีกครั้ง เธอรู้สึกได้ถึงลางบอกเหตุบางอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น หรือเลวร้ายลง เธอมิอาจรู้ได้

ฮ่องเต้ใจร้าย
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก