ฮ่องเต้ใจร้าย

ตอนที่ 16 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

37 ตอน · 1,181 คำ

“ใช่…” พระองค์หลับพระเนตรลงชั่วขณะ ราวกับกำลังพยายามขับไล่ภาพเหล่านั้นออกไปจากห้วงสำนึก ก่อนจะลืมพระเนตรขึ้นอีกครั้ง แววตาคมกริบแต่ทว่าเต็มไปด้วยความทุกข์ระทมเหล่านั้นจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอวี้หลันราวกับจะสื่อสารความเจ็บปวดทั้งหมดที่พระองค์ทรงแบกรับมานานปี

“ข้าดื่มสุรานั้น… และรู้สึกถึงความผิดปกติในทันที” พระสุรเสียงขององค์จักรพรรดิทรงหนักอึ้งขึ้นเล็กน้อย “คล้ายมีกระแสเย็นเยียบแล่นไปตามเส้นเลือด ‌ซ่านไปทั่วร่าง กลิ่นหอมเย้ายวนของสุราแปรเปลี่ยนเป็นความขมปร่าในลำคอ แต่ด้วยพิธีที่กำลังดำเนินไป ด้วยสายตามากมายที่จับจ้อง ข้าจึงพยายามเก็บงำอาการเหล่านั้นไว้”

อวี้หลันเงียบไป เธอสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งของคำพูดแต่ละคำที่หลุดออกมาจากพระโอษฐ์ของสวามี หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างประหลาด ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินเมื่อครู่คล้ายจะถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอีกอย่างที่ยากจะอธิบาย ​ความสับสนงุนงงยังคงเกาะกุม แต่ก็มีความสงสารเล็กน้อยผุดขึ้นมาในส่วนลึกของจิตใจ

“เมื่อเจ้ามาถึง… ภาพของเจ้าเลือนรางเต็มที” พระองค์ทรงเล่าต่อ สายพระเนตรทอดมองไปยังที่ว่างเบื้องหน้า ราวกับกำลังย้อนภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นอีกครั้ง “ข้าเห็นเพียงเงาร่างบางเบาในชุดสีแดง… กลิ่นหอมอ่อนๆ ‍ของดอกเหมยที่อบอวล… แต่ความคิดของข้ากลับกระจัดกระจายราวกับถูกสายลมพัดกระหน่ำ ร่างกายอ่อนแรง ไร้เรี่ยวแรงจะขยับ สติสัมปชัญญะเลือนรางเต็มที… ข้าพยายามจะเอื้อมมือออกไป… พยายามจะเอ่ยบางสิ่ง… แต่กลับทำได้เพียงนิ่งงัน”

อวี้หลันจินตนาการถึงภาพนั้น ‌ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเจ็บปวดในคืนนั้นที่เธอเข้าใจว่าถูกสามีเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใย… บัดนี้มันอาจไม่ใช่ความตั้งใจของเขาเลย สุราสีแดงสดใส กลิ่นหอมเย้ายวน… ที่กลายเป็นยาพิษที่ทำลายทั้งคืนวิวาห์และชีวิตของเธอ

“หม่อมฉัน… หม่อมฉันไม่เข้าใจเพคะ” อวี้หลันกระซิบถาม ‍เสียงของเธอแหบพร่า “หากเป็นเช่นนั้น… เหตุใดฝ่าบาทจึงไม่เคยเอ่ยถึงเลย? เหตุใดจึงทรงปล่อยให้หม่อมฉัน… ถูกลืมเลือนไปอย่างนั้น?”

คำถามนี้เหมือนกับคมมีดที่กรีดแทงลงบนแผลสด องค์จักรพรรดิทรงถอนหายใจยาวกว่าเดิม คราวนี้มันเป็นการถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิด พระองค์กระชับมือของเธอแน่นขึ้นอีกครั้ง ​ราวกับจะถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นผ่านสัมผัส

“เรื่องนั้น… มันซับซ้อนกว่าที่เจ้าคิด” พระองค์เอ่ยเสียงแผ่ว “เช้าวันรุ่งขึ้น… ข้าตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่อ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความทรงจำในคืนนั้นพร่าเลือนเหลือเกิน มีเพียงภาพเลือนรางของเจ้าในชุดเจ้าสาว และความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นไปทั่วร่าง”

“เมื่อหมอหลวงเข้ามาตรวจอาการ… ​พวกเขาก็พบว่าข้าถูกพิษร้ายชนิดหนึ่ง พิษที่ไม่ได้หวังจะปลิดชีพในทันที แต่เป็นพิษที่เล่นงานจิตประสาท ทำลายกำลังวังชา และที่สำคัญที่สุด… มันถูกออกแบบมาเพื่อทำลายความสามารถในการสืบทอดราชบัลลังก์”

คำสารภาพขององค์จักรพรรดิทำให้หัวใจของอวี้หลันหยุดเต้นชั่วขณะ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดที่เขาได้รับ ​แต่เป็นความร้ายกาจของพิษที่เลวร้ายเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้

“ทำลาย… ความสามารถในการสืบทอดราชบัลลังก์?” เธอเอ่ยทวนเสียงสั่น “หมายความว่า… หมายความว่าฝ่าบาท…”

องค์จักรพรรดิทรงพยักหน้าช้าๆ พระพักตร์ของพระองค์ซีดเผือดลงไปอีก ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววความเจ็บปวดที่กัดกินมานานแสนนาน “ใช่… พิษนั้นร้ายกาจนัก มันทำให้ข้าไม่สามารถมีทายาทได้ในช่วงเวลานั้น และเกือบจะตลอดไป”

ความจริงอันน่าตกตะลึงนี้ทำให้อวี้หลันรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงมากลางศีรษะ เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเบื้องหลังการถูกทอดทิ้งของเธอจะมีความลับที่มืดมิดและร้ายกาจเช่นนี้ซ่อนอยู่ ความเจ็บปวดที่เขาได้รับ… ความเจ็บปวดที่เขาสูญเสีย… มันมากมายเกินกว่าที่เธอจะเคยเข้าใจ

“แล้ว… แล้วเหตุใดจึงไม่ทรงแจ้งเรื่องนี้แก่หม่อมฉันเพคะ?” เธอถามด้วยเสียงที่ยังคงสั่นเครือ “หม่อมฉันเป็นภรรยาของฝ่าบาทในคืนนั้น… หม่อมฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้”

“แรกเริ่ม… ข้าไม่สามารถบอกได้” องค์จักรพรรดิทรงก้มพระพักตร์ลงเล็กน้อย น้ำเสียงของพระองค์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสำนึกผิด “ราชสำนักเต็มไปด้วยผู้ที่จ้องจะโค่นล้มบัลลังก์ หากความจริงที่ว่าองค์จักรพรรดิถูกวางยาพิษจนไม่สามารถมีทายาทได้ถูกเปิดเผยออกไป… ราชวงศ์ต้าเหลียงคงต้องเผชิญกับความวุ่นวายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”

“ข้าต้องปิดบังความจริงนี้ไว้เพื่อความมั่นคงของแผ่นดิน เพื่อไม่ให้ศัตรูฉวยโอกาส” พระองค์เงยพระพักตร์ขึ้นสบตากับอวี้หลันอีกครั้ง “และเหนือสิ่งอื่นใด… ข้าต้องการปกป้องเจ้า”

“ปกป้องหม่อมฉัน?” อวี้หลันเลิกคิ้ว เธอพยายามทำความเข้าใจคำพูดของเขา แต่มันช่างขัดแย้งกับความจริงที่เธอเผชิญมาตลอดหลายปีเหลือเกิน

“ใช่… ปกป้องเจ้า” พระองค์เอ่ยย้ำ น้ำเสียงอ่อนลง “หากข้าประกาศว่าข้าถูกวางยาพิษในคืนวิวาห์ และเจ้าคือสตรีที่ร่วมหอลงโรงในคืนนั้น… เจ้าจะต้องตกเป็นเป้าหมายทันที ผู้ที่วางยาพิษข้าจะต้องพยายามกำจัดเจ้า เพื่อไม่ให้ความลับของพวกเขาถูกเปิดเผย”

“และหากความจริงที่ว่าข้าไม่อาจมีทายาทได้ถูกเปิดเผย… เจ้าในฐานะสนมคนแรกที่ร่วมหอลงโรงกับข้า… จะต้องแบกรับภาระแห่งความล้มเหลว เจ้าจะถูกมองว่าเป็นสตรีอาภัพที่ไม่อาจให้กำเนิดรัชทายาท อาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นกาลกิณี นำมาซึ่งความอัปยศอดสู และอาจถึงแก่ชีวิตได้”

“ข้าไม่อาจทำเช่นนั้นกับเจ้าได้” พระองค์ทรงกำมือของอวี้หลันแน่น “ข้าไม่อาจลากเจ้าผู้บริสุทธิ์เข้ามาพัวพันกับวังวนแห่งอำนาจที่โหดร้ายนี้ ข้าคิดว่าการปล่อยให้เจ้าถูกลืมเลือนไปอย่างเงียบๆ ในวังอันกว้างใหญ่ จะเป็นการปกป้องเจ้าจากภัยอันตรายที่มองไม่เห็นได้ดีที่สุด”

คำอธิบายขององค์จักรพรรดิทำให้โลกของอวี้หลันหมุนคว้าง ความเจ็บปวดที่ถูกทอดทิ้งคล้ายจะถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจที่แสนเจ็บปวดอีกแบบหนึ่ง ความคิดที่ว่าเขาปกป้องเธอด้วยวิธีที่ทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส… มันช่างย้อนแย้งและน่าสมเพชในเวลาเดียวกัน

“แล้ว… แล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพคะ?” อวี้หลันถามด้วยเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน “ฝ่าบาททรงปล่อยให้หม่อมฉันอยู่อย่างโดดเดี่ยวในตำหนักเย็น… โดยไม่เคยคิดจะเหลียวแลเลยหรือเพคะ?”

องค์จักรพรรดิทรงหลับพระเนตรลงอีกครั้ง ดวงตาของพระองค์บัดนี้แดงก่ำ ราวกับกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่อัดอั้นมานานแสนนาน “ข้าเฝ้ามองเจ้ามาตลอด… อวี้หลัน”

คำพูดนี้ทำให้หัวใจของอวี้หลันกระตุก เธอเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ของเขาที่บัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนล้าและเจ็บปวด เขาเฝ้ามองเธอมาตลอด? แต่เธอกลับไม่เคยรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย

“ข้าเฝ้ามองดูเจ้าเติบโตขึ้นในวังหลวง… จากสนมต่ำศักดิ์ที่ถูกลืมเลือน สู่ฮองเฮาผู้สง่างามที่ต้องแบกรับภาระแห่งแผ่นดิน” พระองค์ทรงเอื้อมพระหัตถ์อีกข้างมาประคองแก้มของอวี้หลันอย่างแผ่วเบา สัมผัสของพระองค์อบอุ่น แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด “ทุกครั้งที่ข้าเห็นเจ้าต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว… ความอ้างว้าง… ข้าอยากจะเข้าไปหาเจ้า… อยากจะบอกความจริงทั้งหมด… แต่ข้าทำไม่ได้”

“ข้าพยายามค้นหาวิธีแก้ไขพิษร้ายนั้นมาตลอดหลายปี” พระองค์ทรงเล่าต่อ “หมอหลวงผู้เก่งกาจหลายท่านถูกเรียกตัวเข้ามาเป็นการลับ พยายามปรุงยาถอนพิษ พยายามหาสมุนไพรวิเศษ แต่พิษนั้นร้ายกาจเกินไป”

“แต่แล้ว… เมื่อไม่นานมานี้” แววตาขององค์จักรพรรดิทรงฉายแววความหวังเจือด้วยความเจ็บปวด “ข้าได้พบกับตำราโบราณเล่มหนึ่ง… ซึ่งกล่าวถึงวิธีการรักษาพิษชนิดนี้… และมันต้องใช้ส่วนผสมที่หายากยิ่ง… หนึ่งในนั้นคือยาอายุวัฒนะที่สืบทอดกันมาในตระกูลอวี้… ตระกูลของเจ้า”

อวี้หลันถึงกับผงะ ถอยหลังออกไปเล็กน้อย ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพิษร้ายที่ทำลายชีวิตเขา… และยาที่มาจากตระกูลของเธอ? มันช่างบังเอิญเกินไป

“ตระกูลอวี้… ยาอายุวัฒนะ?” เธอเอ่ยทวนเสียงแผ่ว “ฝ่าบาททรงหมายความว่า…”

องค์จักรพรรดิทรงพยักหน้าช้าๆ “ใช่… และการที่เจ้าได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮา… มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย อวี้หลัน… ข้าตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น”

“อะไรนะเพคะ?” อวี้หลันแทบจะลืมหายใจ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนกับความรู้สึกถูกหักหลังอีกครั้ง แม้จะมีความจริงใจในน้ำเสียงของเขา แต่ความจริงที่ว่าเธอถูกใช้เป็นหมากอีกตัวหนึ่งในแผนการของเขากลับสร้างความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยาย

“เจ้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการทั้งหมด… ของฝ่าบาทเช่นนั้นหรือเพคะ?” เสียงของเธอสั่นสะท้าน เธอพยายามดึงมือออกจากอุ้งพระหัตถ์ของเขา แต่พระองค์กลับจับไว้แน่นกว่าเดิม

“ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด!” องค์จักรพรรดิทรงเอ่ยเสียงหนักแน่น “ข้าไม่ได้ต้องการใช้เจ้า แต่ข้าต้องการ… “

พระองค์ทรงหยุดชะงัก สายพระเนตรของพระองค์จับจ้องไปที่ดวงตาของอวี้หลันอย่างลึกซึ้ง แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสำนึกผิดนั้น บัดนี้กลับฉายแววของความจริงบางอย่างที่มืดมิดและยากจะยอมรับ

“อวี้หลัน…” พระองค์ทรงกระซิบเรียกชื่อของเธอ น้ำเสียงของพระองค์แหบพร่าราวกับลมหายใจสุดท้าย “เจ้าจะต้องฟังความจริงอีกเรื่องหนึ่ง… ซึ่งสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด… เป็นความจริงที่ข้าเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ และมันเกี่ยวข้องกับตระกูลของเจ้า… โดยตรง”

“อะไรเพคะ?” อวี้หลันถามด้วยใจที่เต้นระรัว เธอรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี ราวกับกำลังจะเผชิญหน้ากับความจริงที่อาจจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเคยเชื่อมาตลอดชีวิต

องค์จักรพรรดิทรงหลับพระเนตรลงช้าๆ เหมือนกำลังรวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดในพระวรกาย ก่อนจะลืมพระเนตรขึ้นอีกครั้ง แววตาของพระองค์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะทนทาน และเสียงของพระองค์ที่เอ่ยออกมานั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่กลับก้องกังวานในโสตประสาทของอวี้หลันดุจเสียงฟ้าผ่า

“พิษที่ทำให้ข้าเจ็บป่วยมานานหลายปี… พิษที่ทำลายคืนวิวาห์ของเรา… มันถูกเตรียมโดย…” พระสุรเสียงขององค์จักรพรรดิทรงขาดห้วงไปชั่วขณะ พระองค์ทรงเม้มพระโอษฐ์แน่น ราวกับกำลังกล้ำกลืนความเจ็บปวดอันขมขื่น ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้โลกของอวี้หลันพังทลายลงในพริบตา

“คนที่วางยาพิษข้า… คือบิดาของเจ้า… อวี้เจิ้งหรง”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ฮ่องเต้ใจร้าย

ฮ่องเต้ใจร้าย

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!