ตอนที่ 18 —

ตอนที่ 18 —

ฮ่องเต้ใจร้าย · 37 ตอน

…จนเธอรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่แผ่ซ่านจากฝ่ามือของพระองค์ สู่ฝ่ามือของนาง แววตาคมกริบแต่ทว่าเต็มไปด้วยความทุกข์ระทมเหล่านั้น จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอวี้หลัน ราวกับจะสื่อสารความเจ็บปวดทั้งหมดที่พระองค์ทรงแบกรับมานานปีให้เธอได้รับรู้

“ความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับน้ำแข็งที่กัดกินจากภายใน” พระสุรเสียงขององค์จักรพรรดิทรงแผ่วลงไปอีกครา แต่แฝงไว้ด้วยความหนักอึ้ง ‌“ข้าพยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะทั้งหมดที่มี แม้กระทั่งรอยยิ้มจางๆ ที่ต้องประดับบนพระพักตร์ ก็เป็นความทรมานที่ยากจะพรรณนา”

อวี้หลันจ้องมองพระพักตร์ที่ซีดเซียวของพระองค์ ดวงตาของเธอฉายแววเข้าใจถึงความเจ็บปวดนั้น หัวใจของนางบีบรัดด้วยความสงสารที่เอ่อล้น ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบงันในห้องบรรทม เสียงลมหายใจของทั้งสองเป็นสิ่งเดียวที่ดังคลอเคล้าไปกับความรู้สึกที่อัดแน่น

“ข้าจำได้ว่าเจ้า… ​ในชุดเจ้าสาวสีแดงสดใส ยืนอยู่ตรงนั้น งดงามและบริสุทธิ์” พระองค์หลับพระเนตรลงช้าๆ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน “แต่ทุกครั้งที่ข้าพยายามจะโฟกัสไปที่เจ้า ร่างกายของข้าก็เหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่น้ำแข็ง ความเจ็บปวดกัดกินจิตใจจนพร่าเลือน”

อวี้หลันจำได้ถึงความตื่นเต้นและความประหม่าในคืนนั้น ‍เธอจดจำได้ว่าสายพระเนตรขององค์จักรพรรดิที่ประทับอยู่ ณ เบื้องหน้า มีประกายบางอย่างที่แปลกไปจากความคาดหวังของเธอ แต่ในเวลานั้น เธอเพียงคิดว่าเป็นความเหนื่อยล้าจากการทรงงาน หรืออาจจะเป็นความไม่พอพระทัยที่ต้องอภิเษกกับสตรีต่ำศักดิ์อย่างเธอ เธอไม่เคยล่วงรู้เลยว่าภายใต้ความสงบและสง่างามนั้น ‌พระองค์ทรงต่อสู้กับความทรมานอย่างแสนสาหัส

“ข้าพยายาม… พยายามอย่างยิ่งที่จะแสดงออกให้เป็นปกติที่สุด” พระองค์ทรงเล่าต่อ น้ำเสียงเริ่มกลับมาหนักอึ้งอีกครั้ง แต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นและแข็งกร้าว “แต่เมื่อพิธีส่งตัวเสร็จสิ้น และเราถูกนำเข้าสู่ห้องบรรทม… สติของข้าก็ดับวูบลง”

หัวใจของอวี้หลันหยุดเต้นไปชั่วขณะ ‍เธอจ้องมองพระองค์ด้วยดวงตาเบิกกว้าง ความจริงที่ถูกเก็บงำมานานปีค่อยๆ เผยออกมาทีละน้อย และทุกๆ คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดแทงลงมากลางใจของเธอ

“เจ้าอาจจะไม่เชื่อ… แต่ข้าตื่นขึ้นมาในห้องบรรทมอีกครั้ง ในสภาพที่ร่างกายอ่อนล้าเหมือนถูกสูบพลังงานออกไปจนหมดสิ้น” พระองค์ทรงกระซิบ ​แววตาคมกริบฉายแววหม่นหมอง “ข้าไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงที่ข้าหมดสติไป สิ่งเดียวที่ข้าจำได้คือความเจ็บปวดอันท่วมท้นในกาย และความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจว่าข้าไม่อาจทำหน้าที่ของสามีได้ในคืนแรกของการอภิเษก”

อวี้หลันกำมือของพระองค์แน่นขึ้น เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนฝ่ามือของพระองค์ ราวกับพิษนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในกาย ไม่เคยจางหายไปไหน ​ความเข้าใจแล่นวาบเข้ามาในจิตใจของเธอ ความรู้สึกขุ่นเคืองที่เคยมีต่อพระองค์ในฐานะสามีที่ทอดทิ้งนางอย่างไร้เยื่อใย ค่อยๆ สลายไป กลายเป็นความเห็นใจและความสงสารอย่างสุดซึ้ง

“แล้ว… แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นเพคะ” อวี้หลันถามด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความห่วงใย ​เธออยากรู้ อยากเข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้น คืนที่พลิกผันชีวิตของเธอไปตลอดกาล

พระองค์ทรงถอนหายใจยาว ก่อนจะเงยพระพักตร์ขึ้นมองเพดานห้องบรรทมที่สูงโปร่ง ราวกับกำลังเรียบเรียงเรื่องราวในอดีตอันแสนขมขื่นนั้น “เมื่อข้าฟื้นคืนสติเต็มที่ สิ่งแรกที่ข้ารู้สึกได้คือความว่างเปล่าภายในห้องบรรทม เจ้าไม่อยู่แล้ว”

คำพูดนั้นสะท้อนถึงความทรงจำอันเจ็บปวดของอวี้หลันอย่างชัดเจน เธอจำได้ถึงความโดดเดี่ยวในคืนนั้น ความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาเมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าห้องว่างเปล่า และไม่มีแม้เงาของสวามี

“ข้าพยายามจะลุกขึ้น แต่ร่างกายก็อ่อนแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่” พระองค์ทรงเล่าต่อ “ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่จากพิษสุราเท่านั้น แต่ยังมีความรู้สึกว่ามีใครบางคน… ได้เข้ามาในห้องบรรทมนี้”

อวี้หลันเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง ความคิดหนึ่งแล่นวาบเข้ามาในจิตใจของเธอ “มีใครบางคน… หมายถึงใครเพคะ”

พระองค์ทรงสบพระเนตรกับอวี้หลัน ใบหน้าของพระองค์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเคียดแค้นที่ยากจะปกปิด “ข้าไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดในตอนนั้น แต่ข้ารู้สึกได้ถึงร่องรอยของการรบกวนบางอย่าง กลิ่นหอมจางๆ ที่ไม่ใช่ของเจ้า… กลิ่นของดอกไม้ราตรี ที่ข้าจำได้ดี”

คำว่า “ดอกไม้ราตรี” ทำให้ร่างกายของอวี้หลันแข็งทื่อไปในทันที กลิ่นนั้น… กลิ่นที่เธอเคยได้กลิ่นจากใครบางคนในอดีตอันเลือนราง ความทรงจำที่เธอพยายามจะลืมเลือนมาตลอดชีวิต

“ข้าพยายามสืบสวนเรื่องนี้อย่างลับๆ มาตลอดหลายปี” พระองค์ทรงกระชับมือของอวี้หลันแน่นขึ้นอีกครั้ง ราวกับต้องการถ่ายทอดความมุ่งมั่นของพระองค์ให้นางได้รับรู้ “แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำนี้… พวกเขาทรงอิทธิพลและซ่อนเร้นได้เก่งกาจนัก ข้าใช้เวลาหลายปีเพื่อรวบรวมหลักฐานและค่อยๆ เปิดเผยความจริง”

“แล้ว… แล้วใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เพคะ” อวี้หลันถามด้วยเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความคาดเดาถึงบุคคลหนึ่งที่เธอกลัวมาตลอดชีวิต

พระองค์ทรงมองลึกเข้าไปในดวงตาของอวี้หลัน พระพักตร์ของพระองค์แข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย แต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปิดเผยความจริงทั้งหมด

“ในคืนนั้น… ไม่ใช่แค่สุราเท่านั้นที่ถูกวางยา” พระองค์ทรงหยุดชั่วขณะ ทำให้ความตึงเครียดในอากาศทวีความรุนแรงขึ้น “แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ต้องการที่จะทำให้ข้าไม่สามารถครองคู่กับเจ้าได้ตลอดไป และยังต้องการที่จะทำให้ข้าเสียอำนาจทั้งหมด”

อวี้หลันรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยนั้นยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้

“พวกเขาใช้พิษที่ทำให้ร่างกายอ่อนแรง สติเลอะเลือน และยังทำให้… ทำให้ข้าไม่อาจมีทายาทได้” พระสุรเสียงขององค์จักรพรรดิแผ่วลงในประโยคสุดท้าย ราวกับความจริงนี้เป็นบาดแผลที่ไม่มีวันสมาน

ดวงตาของอวี้หลันเบิกกว้างจนสุด เธอรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า การไม่มีทายาท… นั่นคือหายนะสำหรับราชวงศ์ และสำหรับตัวพระองค์เอง

“ข้าต้องใช้เวลารักษาร่างกายและสืบหาตัวผู้กระทำ” พระองค์ทรงกล่าวต่อ “แต่ก่อนที่ข้าจะฟื้นตัวเต็มที่ ข้าก็ถูกกดดันจากเหล่าขุนนางและราชวงศ์ ให้ทำการอภิเษกกับองค์หญิงจากแคว้นเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเมือง”

อวี้หลันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ ความเจ็บปวดที่เคยได้รับจากการถูกทอดทิ้งในคืนแรกของการอภิเษก ไม่ใช่แค่ความจงใจของพระองค์ แต่มันเป็นแผนการอันชั่วร้ายที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสองพระองค์

“ข้ารู้ดีว่าการทอดทิ้งเจ้าในคืนนั้น คือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต” พระองค์ทรงบีบมือของอวี้หลันแน่น “แต่ในตอนนั้น ข้าถูกบังคับให้ต้องเลือก ระหว่างการรักษาสถานะและบัลลังก์ไว้ เพื่อสืบหาความจริงและจัดการกับศัตรู หรือการเปิดเผยความอ่อนแอของข้าให้ทุกคนรู้ ซึ่งจะนำมาซึ่งความวุ่นวายและอันตรายต่อราชวงศ์”

“แล้ว… ใครกันเพคะ ที่เป็นคนทำเรื่องเลวร้ายถึงเพียงนี้” อวี้หลันถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ ความรู้สึกโกรธแค้นปะทุขึ้นในใจของเธอ เธอไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวเบื้องหลังการถูกทอดทิ้งนั้นจะซับซ้อนและร้ายแรงได้ถึงเพียงนี้

พระองค์ทรงมองอวี้หลันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ “คนที่อยู่เบื้องหลังการวางยาพิษในคืนนั้น และพยายามที่จะโค่นล้มข้า… ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ…”

พระองค์ทรงหยุดชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจของอวี้หลันติดขัดในลำคอ เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความจริงที่กำลังจะถูกเอ่ยออกมานั้นน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่เธอจะคาดเดาได้ เสียงของพระองค์ที่แผ่วเบาแต่ชัดเจน ราวกับฟ้าร้องในยามราตรีที่สงบเงียบ

“แต่คือ… องค์ชายรอง เจิ้งหวง และพระสนมจ้าวหลิน”

ชื่อทั้งสองทำให้โลกของอวี้หลันมืดดับไปในทันที องค์ชายรอง… พี่ชายร่วมสายเลือดของพระองค์ และพระสนมจ้าวหลิน… สตรีผู้ที่เธอเคยเห็นความงดงามและสง่างามของนางในวังหลวง หัวใจของอวี้หลันบีบรัดอย่างรุนแรง ความทรงจำที่เลือนรางเกี่ยวกับ "กลิ่นดอกไม้ราตรี" ที่เธอได้กลิ่นจากพระสนมจ้าวหลินในวันวาน พลันผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนราวกับภาพหลอน… ไม่ใช่แค่พิษสุรา แต่ยังมีแผนการร้ายกาจกว่านั้น ที่พุ่งเป้าไปที่การทำลายทุกสิ่งทุกอย่างขององค์จักรพรรดิ และนั่นรวมถึงอนาคตของราชวงศ์ด้วย… และเบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้ มันคือสตรีผู้เป็นที่ต้องสงสัยที่สุดในใจของอวี้หลันมาตลอด…

“และพวกเขายังมี… ผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคน” พระองค์ทรงกระซิบ แววตาคมกริบของพระองค์จับจ้องไปที่อวี้หลันอย่างแน่วแน่ ราวกับคำพูดถัดไปมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อชีวิตของเธอ

“ผู้สมรู้ร่วมคิดคนนั้น… คือคนใกล้ตัวที่ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อน” พระสุรเสียงของพระองค์เปลี่ยนเป็นเย็นชาจนน่าขนลุก “เขาเป็นคนที่เจ้าไว้ใจที่สุด และเป็นคนที่อยู่ข้างกายเจ้ามาโดยตลอด”

อวี้หลันรู้สึกเหมือนมีก้อนน้ำแข็งมาจุกอยู่ที่อก เธอเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจและไม่เข้าใจ ใครกัน… ใครคือคนที่เธอไว้ใจที่สุด และอยู่ข้างกายเธอมาโดยตลอด? ความคิดมากมายผุดขึ้นในสมองของเธอ แต่ไม่มีชื่อใดที่เธอเชื่อว่าจะเป็นไปได้

“เขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเจ้าถูกทอดทิ้งในคืนนั้น และเป็นคนเดียวที่สามารถเข้าถึงตัวเจ้าได้อย่างง่ายดาย” พระองค์ทรงกล่าวต่อ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง “เขาคือคนที่แอบส่งข่าวคราวของเจ้าให้กับพระสนมจ้าวหลินมาโดยตลอด และเป็นคนที่คอยบงการให้เจ้าต้องเผชิญกับชะตากรรมที่โหดร้าย”

ใบหน้าของอวี้หลันซีดเผือดลงเรื่อยๆ ราวกับวิญญาณได้หลุดลอยออกจากร่าง ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจของเธออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“เขาคือ…” พระองค์ทรงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอวี้หลัน แววตาของพระองค์ฉายชัดถึงความเจ็บปวดและความผิดหวังที่ไม่อาจบรรยายได้ “เขาคือหัวหน้าขันทีหลี่… ขันทีผู้ที่คอยรับใช้เจ้ามาตั้งแต่เจ้าเข้ามาในวังหลวง!”

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!