ตอนที่ 19 — สวมมงกุฎแห่งราชินี
ฮ่องเต้ใจร้าย · 37 ตอน
พิธีแต่งตั้งฮองเฮาจัดขึ้นอย่างเร่งด่วนและเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตามคำสั่งของเหล่าขุนนางผู้ใหญ่และเชื้อพระวงศ์ที่ยังรอดชีวิต ไม่มีงานเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ ไม่มีเสียงดนตรีบรรเลงครึกครื้น มีเพียงความเงียบงันและบรรยากาศอันหนักอึ้งที่ปกคลุมท้องพระโรง อวี้หลันสวมชุดฮองเฮาสีเหลืองทองปักลายหงส์อันวิจิตรตระการตา มงกุฎหงส์ทองคำประดับอัญมณีล้ำค่าถูกวางลงบนศีรษะของนางอย่างแผ่วเบา มันหนักอึ้งราวกับจะกดทับร่างอันบอบบางของนางให้จมดิ่งลงไป
นางยืนอยู่บนแท่นพิธีท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนาง ขันที และนางกำนัลจำนวนหนึ่งที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์กบฏ ทุกสายตาจับจ้องมาที่นางด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย บ้างก็สงสัย บ้างก็สมเพช บ้างก็จับจ้องด้วยความไม่พอใจ นางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านมาจากทุกทิศทาง ราวกับว่ากำแพงที่เคยคุ้มกันนางในฐานะสนมต่ำศักดิ์ได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว
หลี่กงกงยืนอยู่ข้างๆ นาง คอยกระซิบแนะนำขั้นตอนต่างๆ ของพิธี อวี้หลันทำตามคำแนะนำทุกอย่างราวกับหุ่นเชิด ใบหน้าของนางนิ่งเฉยราวกับสวมหน้ากาก แต่ภายในจิตใจของนางกลับปั่นป่วนด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ความหวาดกลัวยังคงเกาะกุมหัวใจของนาง แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาดผุดขึ้นมา... ความรู้สึกที่ว่านี่คือโชคชะตาที่นางต้องเผชิญ ไม่ว่าจะยินดีหรือไม่ก็ตาม
"สนมอวี้หลัน... บัดนี้เจ้าได้ขึ้นเป็นฮองเฮาแห่งแคว้นต้าเว่ยแล้ว ขอจงรับภาระอันหนักอึ้งนี้ และจงเป็นผู้ปกป้องราชวงศ์ให้รอดพ้นจากภัยทั้งปวง" เสียงกังวานของหลี่กงกงประกาศก้องไปทั่วท้องพระโรง
อวี้หลันคุกเข่าลงต่อหน้าบัลลังก์มังกรที่ว่างเปล่า บัลลังก์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นขององค์ฮ่องเต้ผู้ล่วงลับ บัดนี้มันกลับดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิมราวกับเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่ไร้ซึ่งผู้ครอบครอง
"บ่าว... สนมกราบทูลรับพระบัญชาเพคะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าแต่ก็พยายามทำให้มั่นคงที่สุด
เมื่อพิธีแต่งตั้งเสร็จสิ้นลง อวี้หลันก็ถูกนำตัวไปยังตำหนักหงส์ ตำหนักที่โอ่อ่าและกว้างใหญ่กว่าตำหนักเก่าของนางหลายเท่า สมันก่อนตำหนักแห่งนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของนางกำนัลและขันทีที่คอยรับใช้ฮองเฮา แต่บัดนี้กลับดูเงียบเหงาและอ้างว้าง นางกำนัลและขันทีที่รอดชีวิตมาได้เพียงไม่กี่คนต่างก็ดูหวาดหวั่นและซึมเซา
เหมยฮวาเดินตามหลังนางมาตลอด นางกำนัลคู่ใจผู้นี้คือคนเดียวที่ทำให้อวี้หลันรู้สึกอุ่นใจได้บ้าง
"นายหญิง... ไม่สิ... ฮองเฮาเพคะ" เหมยฮวาเรียกนางด้วยน้ำเสียงที่ยังคงไม่คุ้นชิน
อวี้หลันหันกลับไปมองเหมยฮวาด้วยรอยยิ้มบางๆ "ยังคงเรียกข้าว่านายหญิงเถิดเหมยฮวา... ข้ายังไม่ชินกับคำว่าฮองเฮาเลย"
เหมยฮวาน้ำตาคลอ "แต่บัดนี้พระองค์คือฮองเฮาแล้วเพคะ"
อวี้หลันถอนหายใจยาว นางเดินเข้าไปในห้องบรรทมที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นทำจากไม้เนื้อดีแกะสลักอย่างวิจิตร เตียงนอนขนาดใหญ่ปูด้วยผ้าแพรไหมเนื้อดีสีแดงสด แต่ห้องที่สวยงามแห่งนี้กลับให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวและว่างเปล่า
นางปลดมงกุฎหงส์ออกจากศีรษะอย่างช้าๆ มันหนักอึ้งจนนางรู้สึกปวดหัวไปหมด นางวางมันลงบนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างระมัดระวัง ก่อนจะมองดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงา
นี่คืออวี้หลัน... ฮองเฮาแห่งต้าเว่ย ผู้ที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยังเป็นเพียงสนมต่ำศักดิ์ที่ถูกลืมเลือน ใบหน้าที่เคยเรียบเฉย บัดนี้กลับมีแววตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและความเหนื่อยล้า แต่ก็มีความมุ่งมั่นบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ
ในขณะที่นางกำลังจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเอง ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอกประตูห้องบรรทม เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะ ราวกับเสียงก้าวเดินของมังกรที่กำลังจะปรากฏตัว
หลี่กงกงเดินนำบุรุษผู้หนึ่งเข้ามาในห้อง บุรุษผู้นั้นสูงสง่า สวมชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองอร่าม ใบหน้าของเขาหล่อเหลาและคมคาย แต่กลับมีแววตาที่เย็นชาและไร้อารมณ์ใดๆ อวี้หลันไม่เคยเห็นบุรุษผู้นี้มาก่อน แต่จากเครื่องแต่งกายและรัศมีที่แผ่ออกมา นางก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคือใคร
ฮ่องเต้องค์ใหม่...
อวี้หลันรีบถวายความเคารพทันที "ถวายพระพรองค์ฮ่องเต้เพคะ"
ฮ่องเต้องค์ใหม่ไม่ตอบรับคำทักทายของนาง เพียงแค่เดินเข้ามาในห้องช้าๆ ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่นางด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก ราวกับกำลังประเมินค่าบางสิ่งบางอย่าง
"เจ้าคือสนมอวี้หลัน... บัดนี้คือฮองเฮาอวี้หลันสินะ" เสียงของเขาห้าวทุ้มและเย็นชา ราวกับเสียงของลมหนาวในฤดูเหมันต์
"เพคะฝ่าบาท" อวี้หลันตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ความเย็นชาจากบุรุษผู้นี้ทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
"เจ้าคงรู้ดีว่าเหตุใดจึงได้ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้" ฮ่องเต้กล่าวต่อ "เจ้าคือหมากตัวหนึ่งในกระดานที่ต้องถูกใช้ เพื่อรักษาความมั่นคงของราชบัลลังก์"
คำพูดของเขาตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งความปรานีใดๆ อวี้หลันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง แต่ก็ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
"เพคะฝ่าบาท บ่าวทราบดี"
ฮ่องเต้ย่างก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อย เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้านาง ร่างกายสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงสว่างจากโคมไฟ ทำให้นางรู้สึกราวกับถูกเงาแห่งอำนาจของเขาบดบัง
"จำไว้ให้ดีฮองเฮาอวี้หลัน" ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เน้นย้ำทุกถ้อยคำ "เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องสิ่งใดจากข้า หรือจากราชบัลลังก์นี้ หน้าที่ของเจ้าคือการเป็นฮองเฮาที่สมบูรณ์แบบ เป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และเสถียรภาพ และจงอย่าได้คิดที่จะก้าวล่วงอำนาจของข้าเป็นอันขาด"
คำพูดของเขาราวกับมีดคมที่กรีดแทงลงมาในหัวใจของอวี้หลัน นางรู้สึกเจ็บปวดและขมขื่น แต่ก็ไม่อาจแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาได้
"เพคะฝ่าบาท บ่าวจะจดจำไว้"
ฮ่องเต้จ้องมองนางอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้อง โดยไม่รอให้นางกล่าวคำใดๆ อีก ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกหนาวเหน็บและความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจของอวี้หลัน
หลี่กงกงถวายความเคารพฮ่องเต้ ก่อนจะเดินตามออกไป ทิ้งให้อวี้หลันและเหมยฮวาอยู่กันเพียงลำพังในห้องบรรทมอันกว้างขวางและอ้างว้าง
เหมยฮวารีบเข้ามาประคองอวี้หลัน "ฮองเฮาเพคะ... พระองค์ไม่เป็นอะไรนะเพคะ"
อวี้หลันส่ายหน้าช้าๆ "ข้าไม่เป็นอะไรเหมยฮวา... เพียงแต่รู้สึกว่า... โลกทั้งใบกำลังคว่ำคะมำไปหมด"
นางเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอนขนาดใหญ่ มือเรียวลูบไปตามผ้าแพรไหมเนื้อดีที่ปูอยู่บนเตียงนี้ นางเคยได้ยินมาว่าฮ่องเต้ไม่ได้มีพระสนมมากนัก และมักจะประทับอยู่เพียงลำพังในตำหนักมังกร แต่บัดนี้... นางคือฮองเฮาของเขา และจะต้องอยู่เคียงข้างเขาในฐานะภรรยา
ภาพของคืนวิวาห์ที่แสนเลือนรางผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของอวี้หลัน นางไม่เคยเห็นหน้าสามีของนางในคืนนั้น ไม่เคยสัมผัส ไม่เคยได้ยินเสียงของเขาเลยด้วยซ้ำ แต่บัดนี้เมื่อได้เห็นฮ่องเต้องค์ใหม่ นางก็รู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ใช่บุรุษคนเดียวกับคนที่นางเคยแต่งงานด้วย
ความจริงอันน่าตกตะลึงนี้ทำให้หัวใจของนางบีบรัดอย่างแรง นางรู้สึกเหมือนถูกหลอกลวง ถูกทำให้เป็นหุ่นเชิดอย่างสมบูรณ์แบบ
"เหมยฮวา... ฮ่องเต้องค์นี้... เขาไม่ใช่คนเดียวกับที่ข้าแต่งงานด้วย" อวี้หลันพึมพำออกไป
เหมยฮวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "เพคะ? เป็นไปได้อย่างไรเพคะนายหญิง!"
"ข้าจำได้... แม้จะเลือนราง แต่ข้าจำได้ว่าคืนนั้น... เขามีรูปร่างสูงใหญ่กว่านี้เล็กน้อย และน้ำเสียงของเขา... ก็ไม่เหมือนกับฮ่องเต้องค์นี้" อวี้หลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสน "หรือว่า... หรือว่าคนที่มาเข้าพิธีกับข้าในคืนนั้นไม่ใช่เขา"
เหมยฮวาไม่อาจตอบคำถามของอวี้หลันได้ นางกำนัลผู้นี้เองก็ไม่รู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของราชสำนักมากนัก
ความจริงที่ว่านางถูกหลอกให้แต่งงานกับชายแปลกหน้าคนหนึ่ง และบัดนี้ถูกบังคับให้เป็นฮองเฮาของฮ่องเต้ผู้เย็นชาและโหดร้าย ทำให้จิตใจของอวี้หลันสับสนวุ่นวายไปหมด นางรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมอำนาจที่มองไม่เห็น ผู้ที่ถูกโยนเข้ามาในวังวนแห่งความมืดมิดอย่างไร้ทางเลือก
นางได้สวมมงกุฎแห่งราชินีแล้ว แต่มงกุฎนี้กลับหนักอึ้งด้วยภาระ ความโดดเดี่ยว และความจริงอันน่าตกตะลึงที่กำลังจะเปิดเผยออกมา.
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก