ความจริงอันน่าตกตะลึงที่อวี้หลันได้รับรู้จากขันทีเฒ่าและจากการสืบค้นของนางเอง ทำให้จิตใจของนางร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุม นางไม่อาจทนเก็บงำความรู้สึกนี้ไว้ได้อีกต่อไป นางตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับฮ่องเต้หลงเฟิง เพื่อเรียกร้องความจริงจากปากของเขาเอง
ในเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่จัดการราชกิจในส่วนของฮองเฮาเสร็จสิ้น อวี้หลันก็เดินทางไปยังตำหนักมังกรอันเป็นที่ประทับของฮ่องเต้ นางรู้สึกประหม่าและหวาดกลัว แต่ความมุ่งมั่นที่จะรู้ความจริงก็มีมากกว่า นางกำชับเหมยฮวาให้รออยู่ด้านนอกตำหนัก ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องทรงงานของฮ่องเต้เพียงลำพัง
ฮ่องเต้หลงเฟิงกำลังนั่งตรวจราชกิจอยู่ที่โต๊ะทรงงานขนาดใหญ่ ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดและเย็นชาเช่นเคย เมื่อเห็นอวี้หลันเดินเข้ามา เขาก็เงยหน้าขึ้นมองนางด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
"มีสิ่งใดหรือฮองเฮา ถึงได้มาหาข้าถึงที่นี่" เสียงของเขาห้าวทุ้มและไร้อารมณ์
อวี้หลันคุกเข่าลงถวายความเคารพ "ถวายพระพรฝ่าบาท บ่าวมีเรื่องสำคัญยิ่งที่จะกราบทูลถามเพคะ"
ฮ่องเต้หลงเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย "ลุกขึ้นเถิด แล้วว่ามา"
อวี้หลันลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของนางสั่นสะท้านเล็กน้อย แต่แววตาของนางกลับฉายแววความเด็ดเดี่ยว
"ฝ่าบาท... บ่าวต้องการทราบความจริงเกี่ยวกับพิธีอภิเษกสมรสของบ่าวเมื่อหลายปีก่อนเพคะ" อวี้หลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ผู้ที่เข้าพิธีกับบ่าวในคืนนั้น... มิใช่พระองค์ใช่หรือไม่เพคะ"
คำถามของอวี้หลันทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงัด ฮ่องเต้หลงเฟิงมองนางด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก ใบหน้าของเขายังคงนิ่งเฉยราวกับรูปปั้น แต่แววตาของเขาดูเหมือนจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา
"เจ้าได้ยินเรื่องไร้สาระอะไรมาฮองเฮา" ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "เจ้าคือฮองเฮาของข้า และข้าคือสามีของเจ้า เรื่องราวในอดีตไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว"
"ไม่สำคัญได้อย่างไรเพคะ!" อวี้หลันกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีอารมณ์ "บ่าวถูกหลอกให้แต่งงานกับชายแปลกหน้าคนหนึ่ง! บ่าวถูกทำให้เชื่อมาตลอดว่าบ่าวเป็นสนมของฮ่องเต้ แต่แท้จริงแล้วบ่าวเป็นเพียงของเล่นที่ถูกโยนทิ้งขว้าง! แล้วบัดนี้บ่าวกลับถูกบังคับให้เป็นฮองเฮาของพระองค์! พระองค์คิดว่าเรื่องเช่นนี้ไม่สำคัญหรือเพคะ!"
เสียงของอวี้หลันเริ่มดังขึ้น แสดงออกถึงความโกรธและความเจ็บปวดที่นางเก็บกดไว้มานาน ฮ่องเต้หลงเฟิงยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาของเขายังคงจ้องมองนางอย่างว่างเปล่า
"เจ้าพูดจบแล้วหรือฮองเฮา" ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่ากลัว "หากเจ้าพูดจบแล้ว ก็กลับไปตำหนักของเจ้าเถิด"
"ไม่เพคะ!" อวี้หลันปฏิเสธทันที "บ่าวจะไม่ไปไหนจนกว่าจะได้รับคำตอบจากพระองค์! พระองค์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงครั้งนี้หรือไม่! ทำไมถึงต้องเป็นบ่าว! ทำไมถึงต้องทำเช่นนี้กับบ่าว!"
ฮ่องเต้หลงเฟิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายสูงใหญ่ของเขาทำให้ห้องดูเล็กลงไปถนัดตา เขาก้าวเดินเข้ามาหานางช้าๆ ดวงตาของเขาดูเหมือนจะมืดมิดลง
"เจ้าต้องการคำตอบนักใช่หรือไม่" ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลึก "ดี... ข้าจะบอกความจริงแก่เจ้า"
เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอวี้หลัน ดวงตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง
"ใช่แล้ว... ผู้ที่เข้าพิธีกับเจ้าในคืนนั้น มิใช่ข้า" ฮ่องเต้ยอมรับในที่สุด คำกล่าวของเขาเย็นชาและไร้อารมณ์ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ "เขาเป็นเพียงองครักษ์เงาคนหนึ่งที่ถูกส่งมาเป็นตัวแทนข้าในพิธีอภิเษกสมรสลับๆ เพื่อให้เจ้าได้เข้าวังหลวงในฐานะสนมของอดีตฮ่องเต้"
หัวใจของอวี้หลันบีบรัดอย่างแรงเมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากของเขาเอง น้ำตาของนางเริ่มไหลรินลงมาอย่างเงียบๆ
"แล้วเหตุใด... เหตุใดถึงต้องเป็นข้า" อวี้หลันถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"เพราะเจ้าคือสนมต่ำศักดิ์ที่ไม่มีอำนาจ ไม่มีสายสัมพันธ์กับตระกูลขุนนางใดๆ และที่สำคัญที่สุดคือเจ้าไร้เดียงสาและอ่อนแอพอที่จะถูกควบคุมได้ง่าย" ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากความรู้สึกใดๆ "เจ้าเป็นเพียงเครื่องมือที่ถูกเลือกมาเพื่อเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมอำนาจ เพื่อถ่วงดุลอำนาจของเหล่าขุนนางที่คุกคามราชบัลลังก์ และเพื่อเป็นผู้รับใช้ราชวงศ์ในยามที่จำเป็น"
คำพูดของฮ่องเต้หลงเฟิงราวกับมีดคมที่กรีดแทงลงมาในหัวใจของอวี้หลันซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางรู้สึกเจ็บปวดและอับอายจนแทบจะยืนอยู่ไม่ไหว นางถูกมองว่าเป็นเพียงสิ่งของ ไร้ค่า ไร้ความหมาย ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี
"พระองค์... พระองค์ช่างไร้หัวใจนักเพคะ!" อวี้หลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น "พระองค์คิดว่าชีวิตของผู้อื่นเป็นเพียงสิ่งของที่สามารถใช้แล้วทิ้งได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นหรือ!"
ฮ่องเต้หลงเฟิงมองนางด้วยแววตาที่เย็นชา "ในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีใครมีหัวใจฮองเฮา มีเพียงอำนาจและความอยู่รอดเท่านั้น"
"แล้วพระองค์... พระองค์มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยใช่หรือไม่เพคะ" อวี้หลันถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้า
"ข้าคือฮ่องเต้แห่งต้าเว่ยฮองเฮา" ฮ่องเต้กล่าวตอบ "ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในแคว้นแห่งนี้ล้วนอยู่ในความรับรู้และการควบคุมของข้า"
คำตอบของฮ่องเต้ยิ่งทำให้ความเจ็บปวดของอวี้หลันเพิ่มทวีคูณ เขายอมรับอย่างหน้าตาเฉยว่าเขารู้เรื่องทั้งหมด และอาจจะร่วมมือกับการหลอกลวงครั้งนี้ด้วยซ้ำ
"พระองค์... ช่างโหดร้ายเหลือเกินเพคะ" อวี้หลันพึมพำ น้ำตาของนางไหลอาบแก้มอย่างไม่ขาดสาย
ฮ่องเต้หลงเฟิงไม่ตอบ เขาเพียงแค่จ้องมองนางด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ราวกับว่าน้ำตาของนางไม่มีความหมายใดๆ เลยสำหรับเขา
"กลับไปตำหนักของเจ้าเสียฮองเฮา" ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ "และจงจำไว้ให้ดีว่าเจ้าคือฮองเฮาแห่งต้าเว่ย หน้าที่ของเจ้าคือการรับใช้ราชบัลลังก์ ไม่ใช่การเรียกร้องความเห็นใจจากผู้ใด"
อวี้หลันรู้สึกเหมือนร่างกายของนางไร้เรี่ยวแรง นางทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเขา น้ำตายังคงไหลรินลงมาไม่หยุดหย่อน
"บ่าวเข้าใจแล้วเพคะ" อวี้หลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า "บ่าว... บ่าวขอประทานอภัยที่ก้าวล่วงเพคะ"
นางพยายามลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของนางสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและถูกทำลาย ฮ่องเต้หลงเฟิงยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ยื่นมือมาช่วยเหลือนางแม้แต่น้อย
อวี้หลันเดินออกจากตำหนักมังกรด้วยหัวใจที่แตกสลาย นางรู้สึกเหมือนถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้โลกทั้งใบของนางพังทลายลง ฮ่องเต้หลงเฟิงคือบุรุษผู้ไร้หัวใจอย่างแท้จริง และนางก็เป็นเพียงหุ่นเชิดตัวหนึ่งที่ถูกเขาใช้ประโยชน์
เมื่อเดินออกมาจากตำหนัก เหมยฮวารีบเข้ามาประคองนางทันที นางกำนัลคู่ใจเห็นน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของนายหญิงก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
"ฮองเฮาเพคะ... พระองค์ไม่เป็นอะไรนะเพคะ" เหมยฮวาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
อวี้หลันไม่ได้ตอบอะไร นางได้แต่ซบหน้าลงกับไหล่ของเหมยฮวา ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดและความสิ้นหวังไหลออกมาจนหมดสิ้น
ฮ่องเต้ผู้ไร้ใจ... เขาได้ทำลายหัวใจของนางจนแหลกสลายแล้ว.

ฮ่องเต้ใจร้าย
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก