หลังจากเผชิญหน้ากับฮ่องเต้หลงเฟิงและได้รับคำยืนยันอันเย็นชาจากเขา อวี้หลันก็กลับมายังตำหนักหงส์ด้วยสภาพจิตใจที่บอบช้ำอย่างหนัก วันเวลาหลังจากนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ละวันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกถูกหักหลัง และความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ถูกทิ้งขว้าง นางแทบจะไม่ได้กินไม่ได้นอน ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้
เหมยฮวาพยายามดูแลนางอย่างใกล้ชิด คอยปลอบประโลมและดูแลทุกสิ่งอย่างเท่าที่นางจะทำได้ แต่บาดแผลในใจของอวี้หลันนั้นลึกเกินกว่าจะเยียวยาได้ง่ายๆ
"ฮองเฮาเพคะ... พระองค์ต้องเสวยพระกระยาหารบ้างนะเพคะ หากพระองค์ทรงประชวรไป จะไม่มีใครดูแลพระองค์ได้นะเพคะ" เหมยฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
อวี้หลันส่ายหน้าช้าๆ "ข้าไม่มีเรี่ยวแรงจะกินอะไรหรอกเหมยฮวา... ข้ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย"
แต่แล้ว ในยามที่ความสิ้นหวังเข้าครอบงำ ทันใดนั้นก็มีประกายความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของอวี้หลัน นางมองไปยังมงกุฎหงส์ที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง มันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่ครั้งหนึ่งนางเคยรังเกียจ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้นางรู้สึกว่ายังมีค่าอยู่บ้าง
นางเป็นหมากในกระดานอย่างที่ฮ่องเต้หลงเฟิงบอกไว้ แต่นางจะไม่ยอมเป็นหมากที่ไร้ประโยชน์และถูกทิ้งขว้าง นางจะต้องเป็นหมากที่ชาญฉลาด เป็นหมากที่สามารถพลิกกระดานได้ในสักวันหนึ่ง
ความเจ็บปวดและความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันอันมหาศาล อวี้หลันตัดสินใจที่จะหยุดจมปลักอยู่กับความทุกข์ นางจะต้องเข้มแข็งขึ้น นางจะต้องฉลาดขึ้น และนางจะต้องอยู่รอดในวังหลวงแห่งนี้ให้ได้
"เหมยฮวา... ข้าอยากจะอาบน้ำ" อวี้หลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า แต่แววตาของนางกลับฉายแววความมุ่งมั่น
เหมยฮวาแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็รีบจัดการเตรียมน้ำอุ่นให้แก่นายหญิงของนาง หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายแล้ว อวี้หลันก็รู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย นางให้เหมยฮวาจัดชุดฮองเฮาสีเรียบๆ แต่ดูสง่างามให้แก่นาง
"เหมยฮวา... ต่อจากนี้ไป ข้าจะใช้ชีวิตในฐานะฮองเฮาอย่างสมบูรณ์แบบ" อวี้หลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ข้าจะเป็นฮองเฮาที่เข้มแข็ง เป็นฮองเฮาที่เฉลียวฉลาด และจะไม่มีใครหน้าไหนมาดูถูกข้าได้อีก"
เหมยฮวาน้ำตาคลอเบ้าด้วยความปลาบปลื้มใจ นางดีใจที่นายหญิงของนางกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง
อวี้หลันเริ่มศึกษาเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับการเมือง การปกครอง และธรรมเนียมปฏิบัติของราชสำนักอย่างจริงจัง นางอ่านตำราประวัติศาสตร์ บันทึกราชการ และเอกสารต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน นางเรียกเหล่าขันทีและนางกำนัลอาวุโสเข้าพบ เพื่อสอบถามเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการตำหนักใน และการดูแลกิจการภายในวังหลวง
นางเรียนรู้การจัดการงบประมาณ การดูแลความเป็นอยู่ของเหล่าสนมและนางกำนัล และการสร้างความสัมพันธ์กับเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ที่ยังรอดชีวิต อวี้หลันรู้ดีว่านางไม่สามารถต่อกรกับฮ่องเต้หลงเฟิงได้โดยตรงในตอนนี้ แต่ด้วยตำแหน่งฮองเฮา นางสามารถสร้างเครือข่ายอำนาจเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมาได้
ฮ่องเต้หลงเฟิงยังคงเรียกนางเข้าเฝ้าตามปกติ เขายังคงเย็นชาและไร้อารมณ์ แต่เขาก็เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวของอวี้หลัน นางไม่ได้แสดงความอ่อนแอหรือความเจ็บปวดให้เขาเห็นอีกต่อไป หากแต่แสดงออกถึงความเข้มแข็ง ความสง่างาม และความเฉลียวฉลาดที่เพิ่มขึ้น
ในแต่ละครั้งที่เข้าเฝ้า อวี้หลันจะพยายามแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับราชกิจอย่างระมัดระวัง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน ฮ่องเต้หลงเฟิงมักจะมองนางด้วยสายตาที่คล้ายจะประเมินค่า บางครั้งก็มีแววตาประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็มักจะกลับไปเป็นความเย็นชาเหมือนเดิม
วันหนึ่ง ฮ่องเต้หลงเฟิงเรียกนางเข้าไปปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในบางมณฑล อวี้หลันได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่นอกเหนือจากวิธีการแบบเดิมๆ โดยเน้นการส่งเสริมให้ราษฎรปลูกพืชที่ทนแล้ง และจัดตั้งคลังเสบียงสำรองในแต่ละท้องถิ่น
"เจ้าคิดว่าแนวทางนี้จะช่วยได้จริงหรือฮองเฮา" ฮ่องเต้หลงเฟิงถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่ก็มีความสนใจแฝงอยู่
"เพคะฝ่าบาท" อวี้หลันตอบอย่างมั่นใจ "การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขในภายหลัง การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เพคะ"
ฮ่องเต้หลงเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองนางด้วยแววตาที่ลึกซึ้งราวกับจะอ่านความคิดของนาง ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
"ดี... ข้าจะพิจารณาแนวทางของเจ้า"
นี่เป็นครั้งแรกที่ฮ่องเต้หลงเฟิงแสดงท่าทีเห็นด้วยกับความคิดเห็นของอวี้หลัน ทำให้นางรู้สึกปลาบปลื้มใจเล็กน้อย แม้เขาจะยังคงเย็นชา แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มมองเห็นคุณค่าในตัวนางบ้างแล้ว
อวี้หลันรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล นางยังคงเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานของฮ่องเต้หลงเฟิง แต่บัดนี้นางจะไม่ยอมเป็นหมากที่ถูกควบคุมโดยง่ายอีกต่อไป นางจะเรียนรู้กฎของเกมนี้ จะทำความเข้าใจผู้เล่นคนอื่นๆ และจะหาทางเดินของตัวเองในกระดานแห่งอำนาจนี้ให้ได้
นางเริ่มสังเกตฮ่องเต้หลงเฟิงอย่างละเอียดถี่ถ้วน นางต้องการทำความเข้าใจบุรุษผู้เย็นชาและไร้หัวใจผู้นี้ ฮ่องเต้หลงเฟิงเป็นบุรุษผู้มีความสามารถในการปกครองอย่างหาตัวจับยาก เขามักจะทำงานหนักและเด็ดขาดในการตัดสินใจ แต่ก็มีบางครั้งที่อวี้หลันเห็นแววตาของความเหนื่อยล้าและความโดดเดี่ยวในดวงตาของเขา
บางที... เขาอาจจะไม่ได้ไร้หัวใจอย่างที่นางคิด เพียงแต่ถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องเป็นเช่นนั้น หรือบางที... ความโหดร้ายของเขาอาจเป็นเพียงเกราะกำบังที่ซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ลึกๆ
อวี้หลันยังคงจำได้ถึงคืนที่ชายชุดดำสวมหน้ากากเหล็กช่วยชีวิตนางไว้ในตำหนักที่ถูกโจมตี แววตาของเขาในคืนนั้น แม้จะเย็นชา แต่ก็มีความห่วงใยแฝงอยู่เล็กน้อย เขาผู้นั้นคือใครกันแน่? มีส่วนเกี่ยวข้องกับฮ่องเต้หลงเฟิงหรือไม่?
คำถามเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในใจของอวี้หลัน แต่นางก็รู้ดีว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะค้นหาคำตอบเหล่านั้นในตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างรากฐานของตัวเองให้มั่นคง และการแสดงให้ฮ่องเต้หลงเฟิงเห็นว่านางไม่ใช่หมากที่ไร้ค่า
อวี้หลันเดินกลับมายังตำหนักหงส์ด้วยความรู้สึกที่เข้มแข็งขึ้น นางมองไปยังมงกุฎหงส์อีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้ดูหนักอึ้งอีกต่อไป หากแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและโอกาสที่นางจะใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเอง
หมากในกระดาน... ใช่แล้ว นางคือหมาก แต่เป็นหมากที่พร้อมจะเดินเกมอย่างชาญฉลาด และพร้อมที่จะพลิกกระดานได้ในสักวันหนึ่ง.

ฮ่องเต้ใจร้าย
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก