ฮ่องเต้ใจร้าย

ตอนที่ 19 — สู่บัลลังก์เลือดและน้ำตา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

37 ตอน · 992 คำ

สามเดือนที่ผ่านมานั้นยาวนานราวกับสามปีสำหรับอวี้หลัน นับตั้งแต่วันที่ราชโองการอันน่าตกตะลึงถูกประกาศ ทุกวันของนางก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ตำหนักเหมันต์ที่เคยเงียบสงบพลันคลาคล่ำไปด้วยผู้คน นางกำนัลใหม่ ขันทีใหม่ ช่างเสื้อ ช่างแต่งหน้า ‌ช่างทำผม ผู้จัดการพิธีการ ทุกคนล้วนถูกส่งมาจากสำนักวังหลวงเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการอภิเษกสมรสของฮองเฮาองค์ใหม่

อวี้หลันต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มากมาย ทั้งธรรมเนียมปฏิบัติที่ซับซ้อนของฮองเฮา การทรงตัวให้สง่างาม การสนทนาโต้ตอบกับขุนนางและเชื้อพระวงศ์ ​การบริหารจัดการกิจการวังหลัง ซึ่งเป็นภาระอันหนักอึ้งที่นางไม่เคยคิดว่าจะต้องแบกรับ นางต้องศึกษาตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์ เพื่อทำความเข้าใจบทบาทและความรับผิดชอบของฮองเฮา และต้องฝึกฝนการเขียนอักษรพู่กัน การเล่นเครื่องดนตรี และศิลปะอื่น ๆ ‍ที่ฮองเฮาพึงมีให้เชี่ยวชาญ

ความโดดเดี่ยวที่เคยเป็นเพื่อนสนิทถูกแทนที่ด้วยความวุ่นวาย ความสงบในจิตใจถูกแทนที่ด้วยความกังวลและความหวาดกลัว นางมักจะตื่นขึ้นกลางดึกด้วยความรู้สึกว้าเหว่ มองไปยังท้องฟ้ามืดมิดผ่านหน้าต่างตำหนักที่บัดนี้ถูกประดับประดาอย่างหรูหราผิดจากเดิม นางอดคิดถึงชีวิตเรียบง่ายในอดีตไม่ได้ ชีวิตที่นางเป็นเพียงอวี้หลัน สนมต่ำศักดิ์ที่ไม่มีใครจดจำ แต่ก็เป็นชีวิตที่ปราศจากความกดดันและภัยอันตราย

แต่สิ่งที่ทำให้นางกังวลใจที่สุดคือการเผชิญหน้ากับฮ่องเต้หลีอี้ ‌พระสวามีที่แท้จริงของนาง ผู้ซึ่งนางไม่เคยเห็นพระพักตร์อย่างชัดเจน และผู้ซึ่งได้ทอดทิ้งนางไว้ในวังอันกว้างใหญ่ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามา นางได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับพระองค์ ฮ่องเต้ผู้ทรงฉลาดเฉลียว เด็ดขาด และไร้ความปรานี พระองค์ทรงเป็นผู้โค่นล้มตระกูลหมิงอย่างเหี้ยมโหด ‍เป็นผู้ที่ไม่มีใครกล้าขัดพระทัย แล้วนางเล่า สตรีที่อ่อนแอและไม่เคยมีอำนาจอะไรเลย จะเอาตัวรอดได้อย่างไรในสายพระเนตรของพระองค์

เหม่ยลี่ นางกำนัลผู้ซื่อสัตย์ยังคงอยู่เคียงข้างนางเสมอ คอยปลอบโยนและให้กำลังใจ "นายหญิง...เอ่อ...ฮองเฮาเพคะ อย่าทรงกังวลเลยเพคะ ​พระองค์งดงามและเฉลียวฉลาด ย่อมเอาตัวรอดได้เพคะ"

อวี้หลันยิ้มให้เหม่ยลี่อย่างอ่อนแรง "เจ้าพูดง่ายนะเหม่ยลี่ ข้าเป็นเพียงสตรีธรรมดา จะเอาอะไรไปต่อสู้กับวังวนแห่งอำนาจนี้ได้"

"แต่พระองค์ไม่ธรรมดาอีกต่อไปแล้วเพคะ พระองค์คือฮองเฮา" เหม่ยลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ความจริงนั้นเป็นสิ่งที่อวี้หลันต้องยอมรับ นางเป็นฮองเฮาแล้ว ​นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวไปข้างหน้า

วันแห่งพิธีอภิเษกสมรสมาถึงอย่างรวดเร็ว วังหลวงถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีแดงทองอร่าม ดอกไม้สดส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว เสียงดนตรีบรรเลงก้องกังวาน เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างพากันแต่งกายด้วยชุดที่งดงามที่สุดเพื่อร่วมแสดงความยินดี แต่เบื้องหลังความงดงามและยิ่งใหญ่นั้น อวี้หลันสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดและสายตาที่จับจ้องมาจากทุกทิศทาง

นางถูกนำไปแต่งกายด้วยชุดฮองเฮาที่ปักด้วยด้ายทองคำและอัญมณีเลอค่า หนักอึ้งจนแทบจะขยับตัวไม่ได้ ​มงกุฎหงส์ทองคำประดับเพชรพลอยระยิบระยับถูกสวมลงบนศีรษะของนาง มันหนักอึ้งราวกับภูเขาที่แบกรับไว้บนบ่า ใบหน้าของนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีต จนแทบมองไม่เห็นเค้าโครงเดิม ดวงตาของนางถูกกรีดด้วยอายไลเนอร์สีดำสนิท ทำให้ดูลึกลับและสง่างาม

ขณะที่ช่างแต่งหน้ากำลังเก็บรายละเอียดสุดท้าย อวี้หลันมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจก นางเห็นสตรีผู้สูงศักดิ์ สง่างาม แต่แฝงไว้ด้วยความอ้างว้างและหวาดหวั่น นางไม่แน่ใจว่าเงาสะท้อนนั้นเป็นตัวนางจริง ๆ หรือไม่

"ได้เวลาแล้วเพคะ ฮองเฮา" ขันทีผู้ดูแลพิธีกล่าวด้วยเสียงอันนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความเร่งรีบ

อวี้หลันถูกประคองให้เดินออกจากตำหนักเหมันต์ไปยังท้องพระโรงใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีอภิเษกสมรส ทุกย่างก้าวของนางหนักอึ้งราวกับมีโซ่ตรวนผูกติดกับข้อเท้า ตลอดทาง นางเห็นเหล่าขุนนางและสนมต่างพากันโค้งคำนับให้แก่นางด้วยความเคารพ แต่สายตาที่มองมานั้นมีทั้งความชื่นชม ความอิจฉา และความอยากรู้อยากเห็น

เมื่อนางก้าวเข้าสู่ท้องพระโรงใหญ่ แสงสว่างจ้าจากโคมไฟระยิบระยับสาดส่องเข้ามาในดวงตา นางมองเห็นบัลลังก์มังกรสูงตระหง่านอยู่เบื้องหน้า และ...ร่างสูงสง่าที่ประทับอยู่บนบัลลังก์นั้น ฮ่องเต้หลีอี้

นี่คือครั้งแรกที่นางได้เห็นพระพักตร์ของพระองค์อย่างชัดเจน ไม่ใช่ในความมืดมิดของค่ำคืนวิวาห์ที่เลือนราง ไม่ใช่จากคำบอกเล่า หรือจากภาพวาด แต่เป็นพระองค์จริง ๆ

ฮ่องเต้หลีอี้ทรงสวมชุดมังกรสีเหลืองทองปักด้วยด้ายทองคำและอัญมณี พระวรกายสูงโปร่งสง่างาม พระพักตร์คมคาย ดวงตาเรียวรีทอประกายเย็นชา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบ สีพระพักตร์เรียบเฉยจนยากจะคาดเดาความรู้สึกใด ๆ พระองค์ทรงเปล่งรัศมีแห่งอำนาจและบารมีออกมาอย่างชัดเจน ทุกการเคลื่อนไหวของพระองค์ล้วนเต็มไปด้วยความสง่างามและน่าเกรงขาม

อวี้หลันรู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต นางไม่สามารถละสายตาไปจากพระองค์ได้ นี่คือ 'สามี' ของนาง ฮ่องเต้ผู้ใจร้ายที่ใคร ๆ ต่างกล่าวขาน ใบหน้าของพระองค์งดงามราวกับเทพบุตร แต่กลับเย็นชาและแข็งกระด้างราวกับรูปปั้นหิน

พิธีอภิเษกสมรสดำเนินไปตามขั้นตอนที่เคร่งครัด อวี้หลันรู้สึกเหมือนตนเองเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ถูกบังคับให้ทำตามบทบาทที่กำหนดไว้ นางโค้งคำนับ รับคำอวยพร และทำพิธีดื่มสุรามงคลกับฮ่องเต้หลีอี้อย่างไม่มีชีวิตชีวา ทุกการกระทำเป็นไปโดยอัตโนมัติ

เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญที่นางจะต้องถวายบังคมต่อฮ่องเต้ อวี้หลันก็คุกเข่าลงเบื้องหน้าบัลลังก์มังกร เงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ของพระองค์อีกครั้ง สายตาของพระองค์ยังคงเรียบเฉย ไม่มีความรู้สึกใด ๆ ปรากฏขึ้นในดวงตาคู่นั้น ราวกับว่านางเป็นเพียงอากาศธาตุ

ในขณะที่นางกำลังจะก้มหน้าลงเพื่อถวายบังคม สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่มุมปากของฮ่องเต้หลีอี้ รอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อยที่ปรากฏขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและไร้ความเมตตา ราวกับว่าพระองค์กำลังสนุกสนานกับการได้เห็นนางตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

หัวใจของอวี้หลันบีบรัดด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกถูกดูถูกและถูกหยามเกียรติแล่นพล่านขึ้นมาในอก นางก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว พยายามซ่อนความรู้สึกที่ปะทุขึ้นมาในดวงตา

ในพิธีอันยิ่งใหญ่นี้ นางไม่ได้เป็นเพียงฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ แต่เป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นหุ่นเชิดที่ถูกใช้เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ราชบัลลังก์ เป็นเพียงสตรีผู้หนึ่งที่ถูกโยนเข้ามาในวังวนแห่งอำนาจ เพื่อรับใช้ความต้องการของฮ่องเต้ผู้เย็นชา

พิธีจบลงด้วยเสียงโห่ร้องยินดีจากเหล่าขุนนางและสนม อวี้หลันถูกนำกลับมายังตำหนักเหมันต์ที่บัดนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นตำหนักคุนหนิง อันเป็นตำหนักที่ประทับของฮองเฮา นางถูกปลดเปลื้องเครื่องแต่งกายอันหนักอึ้งออกทีละชิ้นทีละชิ้น จนเหลือเพียงชุดนอนผ้าไหมบางเบา

เหม่ยลี่ช่วยนางปลดมงกุฎออก ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความกังวล

"นายหญิงเพคะ...พระองค์ดูเหนื่อยมากเลยเพคะ" เหม่ยลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

อวี้หลันไม่ตอบ นางเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง มองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกที่บัดนี้ปราศจากการแต่งแต้ม นางเห็นใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตาที่แดงก่ำ และแววตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า

"เหม่ยลี่...ข้า...ข้าไม่รู้ว่าข้าจะทนอยู่ในวังนี้ได้อย่างไร" อวี้หลันเอ่ยเสียงแผ่วเบา น้ำตาเริ่มไหลรินลงมาอาบแก้ม นางพยายามกลั้นมันไว้ตลอดทั้งวัน แต่ในที่สุดมันก็ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป

เหม่ยลี่เข้ามากอดนายหญิงของนางไว้แน่น "อย่าร้องเลยเพคะฮองเฮา พระองค์ต้องเข้มแข็งเพคะ"

แต่ความเข้มแข็งที่เหม่ยลี่พูดถึงนั้นมันอยู่ตรงไหนกันเล่า อวี้หลันรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอเหลือเกิน อ่อนแอจนแทบจะยืนหยัดไม่ได้ ความจริงที่ว่านางได้เป็นฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ไม่ได้นำมาซึ่งความสุขสมหวังใด ๆ เลย แต่มันกลับนำมาซึ่งความหวาดกลัว ความโดดเดี่ยว และความเจ็บปวด

คืนนั้นเป็นคืนวิวาห์อีกครั้งสำหรับนาง แต่นางก็รู้ดีว่าฮ่องเต้หลีอี้จะไม่เสด็จมาหานางอีกเช่นเคย พระองค์ทรงแสดงออกชัดเจนแล้วว่าทรงไม่แยแสในตัวนาง

อวี้หลันนอนอยู่บนเตียงอันกว้างใหญ่เพียงลำพัง มองเพดานที่ประดับด้วยลวดลายมังกรและหงส์ทองคำ น้ำตาที่ยังคงไหลรินลงมาไม่ขาดสาย มันเป็นน้ำตาแห่งความเจ็บปวด น้ำตาแห่งความโดดเดี่ยว และน้ำตาแห่งความจริงที่ว่านางได้ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์เลือดและน้ำตาแห่งนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ฮ่องเต้ใจร้าย

ฮ่องเต้ใจร้าย

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!