ตอนที่ 19 — เงามืดแห่งบัลลังก์
ฮ่องเต้ใจร้าย · 37 ตอน
ชีวิตในฐานะฮองเฮาของอวี้หลันเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความเงียบงันและอึมครึม ตำหนักคุนหนิงอันโอ่อ่าที่เคยเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจและชีวิตชีวาของฮองเฮาองค์ก่อน บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยความเย็นชาและว่างเปล่า ฮ่องเต้หลีอี้ไม่เคยเสด็จมายังตำหนักของนางเลยนับตั้งแต่วันอภิเษกสมรส ราวกับว่านางเป็นเพียงภาพลวงตาที่ไม่มีตัวตน
ความคาดหวังเล็กน้อยที่อวี้หลันอาจเคยมีว่าอย่างน้อยที่สุด ฮ่องเต้จะทรงปฏิบัติกับนางอย่างสามีภรรยา แม้จะไม่ได้ด้วยรัก ก็ขอให้เป็นด้วยความเคารพตามฐานะ แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น พระองค์ทรงเมินเฉยต่อนางอย่างสิ้นเชิง ทำให้ความหวังอันริบหรี่ดับวูบลงไป
อวี้หลันใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการเรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติของฮองเฮา การจัดการกิจการวังหลังตามที่เหล่าขันทีและนางกำนัลอาวุโสแนะนำ แต่นางก็ทำไปอย่างไม่มีชีวิตชีวา ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกชักใย แม้จะแบกรับตำแหน่งสูงสุดในวังหลัง แต่นางก็รู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ไร้ความหมาย
สายตาจับจ้องที่มองมายังนางจากเหล่าสนมและขุนนางต่าง ๆ ล้วนเต็มไปด้วยความสงสัยและความเคลือบแคลง พวกเขาต่างคาดเดาว่าเหตุใดฮ่องเต้ผู้ทรงอำนาจและเด็ดขาดเช่นฮ่องเต้หลีอี้จึงทรงเลือกสตรีต่ำศักดิ์ที่ถูกลืมเลือนเช่นนางขึ้นมาเป็นฮองเฮา และเมื่อเห็นว่าฮ่องเต้ทรงเมินเฉยต่อนางเช่นนี้ ความเคารพที่เคยมีให้ในตอนแรกก็เริ่มเจือจางลงไป
เหม่ยลี่ยังคงเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของนาง "ฮองเฮาเพคะ อย่าทรงคิดมากเลยเพคะ อาจเป็นเพราะฮ่องเต้ทรงยุ่งกับราชกิจมากนะเพคะ"
อวี้หลันส่ายหน้า "เจ้าก็รู้ว่าไม่ใช่เช่นนั้นเหม่ยลี่ พระองค์ทรงตั้งใจจะทอดทิ้งข้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"
ความรู้สึกนี้กัดกินหัวใจของอวี้หลันทุกวัน นางรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบาง ๆ ที่อาจขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ ตำแหน่งฮองเฮาไม่ได้นำมาซึ่งความสุขสบายอย่างที่ใคร ๆ คิด แต่มันกลับนำมาซึ่งความกดดัน ความโดดเดี่ยว และความหวาดกลัวที่จับต้องไม่ได้
ในแต่ละวัน อวี้หลันได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับฮ่องเต้หลีอี้ พระองค์ทรงปกครองแผ่นดินด้วยความเด็ดขาดและเฉียบขาด ไม่มีใครกล้าขัดพระทัย การตัดสินใจของพระองค์มักจะสร้างความตกตะลึงให้แก่ราชสำนัก แต่ก็มักจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและนำมาซึ่งความสงบสุขแก่แผ่นดิน
แต่เบื้องหลังความสงบสุขนั้น อวี้หลันสัมผัสได้ถึงเงามืดที่แผ่ปกคลุมราชบัลลังก์ มีข่าวลือถึงการประหารชีวิตขุนนางที่ทุจริตอย่างไม่ปรานี การปราบปรามกบฏที่โหดเหี้ยม และการสอดแนมสายลับที่ซ่อนอยู่ในทุกซอกมุมของวังหลวง ฮ่องเต้หลีอี้ทรงเป็นผู้ปกครองที่เข้มแข็ง แต่ก็เป็นผู้ที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
วันหนึ่ง ขณะที่อวี้หลันกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลวง นางก็บังเอิญได้ยินเสียงสนทนาของนางกำนัลสองคน
"ได้ยินว่าฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้กงกงหลี่ออกตามหาสมุนไพรหายากจากแดนไกลนะ" นางกำนัลคนหนึ่งกระซิบ
"สมุนไพรหายากหรือ? เพื่ออะไรกัน" อีกคนถามด้วยความสงสัย
"ไม่รู้สิ แต่ดูเหมือนจะสำคัญมาก เขาว่าฮ่องเต้ทรงไม่ค่อยสบายพักนี้ แต่ก็ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เลย"
อวี้หลันชะงักฝีเท้า นางหันไปมองนางกำนัลทั้งสอง แต่พวกนางก็เดินจากไปแล้ว เสียงสนทนานั้นทำให้หัวใจของอวี้หลันรู้สึกวูบโหวง ฮ่องเต้ไม่สบายหรือ? เหตุใดพระองค์จึงไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้?
ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของอวี้หลัน นางเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ในวังหลวง กงกงหลี่ ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ มักจะเดินไปมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ และมีองครักษ์หลวงที่ดูเหมือนจะประจำการอยู่ใกล้ตำหนักของฮ่องเต้มากกว่าปกติ
คืนหนึ่ง อวี้หลันนอนไม่หลับ นางลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังตำหนักของฮ่องเต้ ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก แสงไฟยังคงสว่างอยู่จนดึกดื่น นางสงสัยว่าฮ่องเต้กำลังทำอะไรอยู่ หรือทรงกำลังเผชิญหน้ากับอะไรบางอย่างที่นางไม่รู้
ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มครอบงำจิตใจของอวี้หลัน นางรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถอยู่เฉย ๆ ได้อีกต่อไป นางต้องการรู้ความจริงเกี่ยวกับฮ่องเต้หลีอี้ ผู้ที่เป็นสามีของนาง และผู้ที่ปกครองแผ่นดินนี้
วันต่อมา อวี้หลันเริ่มใช้ตำแหน่งฮองเฮาของตนเองในการสืบหาข้อมูลอย่างลับ ๆ นางสั่งให้นางกำนัลเหม่ยลี่และขันทีที่ไว้ใจได้บางคนคอยสืบข่าวสารในวังหลวงอย่างระมัดระวัง
"เหม่ยลี่ เจ้าลองสืบดูว่าฮ่องเต้ทรงใช้สมุนไพรหายากนั้นเพื่ออะไร และพระอาการประชวรของพระองค์เป็นอย่างไรบ้าง" อวี้หลันกระซิบกับเหม่ยลี่ในห้องส่วนตัว
เหม่ยลี่ตกใจเล็กน้อย "แต่ฮองเฮาเพคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ จะเป็นการไม่บังควรนะเพคะ"
"ข้ารู้ แต่ข้าก็เป็นฮองเฮา เป็นภรรยาของพระองค์ ข้ามีสิทธิ์ที่จะรู้" อวี้หลันกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เหม่ยลี่เห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของนายหญิง จึงยอมทำตามคำสั่งอย่างจำใจ
สองสามวันต่อมา เหม่ยลี่ก็นำข่าวสารบางอย่างมาให้ "ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่า ฮ่องเต้ทรงมีอาการปวดหัวรุนแรงบ่อยครั้ง และทรงมีอาการอ่อนเพลียผิดปกติ พระองค์ทรงเสวยสมุนไพรหายากนั้นเพื่อบรรเทาอาการเพคะ"
อวี้หลันขมวดคิ้ว "ปวดหัวรุนแรง...อ่อนเพลีย..." นางนึกถึงพระพักตร์ที่เรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าของฮ่องเต้ในวันอภิเษกสมรส
"และมีอีกเรื่องเพคะ เขาว่าฮ่องเต้ทรงมีห้องลับส่วนพระองค์ในตำหนักเฉียนชิง ไม่ทรงอนุญาตให้ใครเข้าใกล้เลย แม้แต่กงกงหลี่ก็ยังเข้าได้เพียงบางครั้งเท่านั้น" เหม่ยลี่กล่าวต่อ
ห้องลับ? ความสงสัยของอวี้หลันยิ่งเพิ่มขึ้น ห้องลับในตำหนักของฮ่องเต้ย่อมต้องมีความลับสำคัญซ่อนอยู่
ในคืนนั้น อวี้หลันตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง นางไม่สามารถทนอยู่กับความสงสัยนี้ได้อีกต่อไป นางจะต้องหาทางเข้าไปในห้องลับนั้นให้ได้
ภายใต้ความมืดมิดของราตรี อวี้หลันสวมชุดสีเข้มที่กลมกลืนกับเงามืด และแอบออกจากตำหนักคุนหนิงพร้อมกับเหม่ยลี่ นางกำนัลสาวพยายามคัดค้าน แต่ก็ถูกอวี้หลันห้ามไว้
"อย่าพูดอะไรเหม่ยลี่ ข้าต้องรู้ความจริง"
ทั้งสองคนลอบเดินไปตามทางเดินในวังหลวงอย่างเงียบเชียบ หลีกเลี่ยงยามที่ลาดตระเวนจนกระทั่งมาถึงตำหนักเฉียนชิงของฮ่องเต้
ตำหนักเฉียนชิงเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากโคมไฟที่แขวนอยู่หน้าประตู อวี้หลันสังเกตเห็นว่ามีองครักษ์เฝ้าอยู่หน้าประตูเพียงสองคน ซึ่งน้อยกว่าที่นางคาดไว้
"ฮองเฮาเพคะ เราจะเข้าไปได้อย่างไร" เหม่ยลี่กระซิบด้วยความหวาดกลัว
อวี้หลันมองไปรอบ ๆ นางเห็นช่องระบายอากาศเล็ก ๆ ที่อยู่สูงขึ้นไปบนผนังด้านข้างของตำหนัก "ข้าจะลองดูที่นั่น"
ด้วยความช่วยเหลือจากเหม่ยลี่ อวี้หลันปีนขึ้นไปบนผนังอย่างระมัดระวัง นางเป็นสตรีที่เคยใช้ชีวิตเรียบง่ายในตำหนักเหมันต์ จึงคุ้นเคยกับการปีนป่ายต้นไม้ในสวน พอจะมีความคล่องตัวอยู่บ้าง
นางค่อย ๆ แง้มช่องระบายอากาศออก แสงจันทร์สาดส่องเข้าไปในห้องมืดมิด อวี้หลันลอดตัวเข้าไปในช่องนั้นอย่างยากลำบาก และกระโดดลงสู่พื้นห้องอย่างเบาที่สุด
ห้องที่นางเข้ามาถึงนั้นมืดสนิทและเงียบสงัด อวี้หลันจุดเทียนไขที่เตรียมมาอย่างระมัดระวัง แสงเทียนส่องสว่างให้เห็นห้องที่กว้างขวาง แต่กลับว่างเปล่า มีเพียงตู้ไม้เก่าแก่ตั้งอยู่มุมห้อง และโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารกองโต
อวี้หลันเดินไปที่ตู้ไม้เก่าแก่ นางลองเปิดมันดู แต่ก็พบว่ามันถูกล็อกไว้แน่น นางพยายามหาทางเปิดมัน แต่ก็ไม่สำเร็จ
จากนั้นนางก็เดินไปยังโต๊ะทำงานของฮ่องเต้ เอกสารกองโตที่วางอยู่บนโต๊ะส่วนใหญ่เป็นราชกิจทั่วไป แต่มีบางส่วนที่เป็นเอกสารลับ อวี้หลันหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาอ่าน มันเป็นรายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกองกำลังกบฏที่อยู่ทางชายแดน
แต่แล้ว สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้กองเอกสาร สมุดบันทึกเล่มนั้นดูเก่าแก่และซีดจาง อวี้หลันหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านด้วยใจที่เต้นระรัว
หน้าแรกของสมุดบันทึกเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ "บันทึกของหลีอี้"
อวี้หลันเปิดอ่านไปเรื่อย ๆ เนื้อหาในสมุดบันทึกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของฮ่องเต้หลีอี้ ตั้งแต่วัยเยาว์ ความกดดันที่ต้องแบกรับในฐานะองค์ชายรัชทายาท การต่อสู้กับอำนาจมืดในราชสำนัก และความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ต้องเผชิญ
แต่สิ่งที่ทำให้อวี้หลันถึงกับเบิกตากว้างคือข้อความในหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึก
"ข้าเหน็ดเหนื่อยกับการสวมหน้ากากนี้เต็มทีแล้ว ข้าปรารถนาเพียงอิสรภาพ แต่ราชบัลลังก์นี้คือพันธนาการที่ข้าไม่อาจหลีกหนีได้ ข้าต้องแสดงความแข็งกร้าวและไร้ความปรานี เพื่อปกป้องสิ่งที่ข้ารัก และเพื่อความสงบสุขของแผ่นดิน แม้จะต้องแลกมาด้วยการเป็น 'ฮ่องเต้ใจร้าย' ในสายตาของทุกคนก็ตาม"
อวี้หลันรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจอีกครั้ง ความจริงที่ปรากฏในสมุดบันทึกนั้นทำให้นางถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ฮ่องเต้หลีอี้...ผู้ที่นางคิดว่าเป็นคนใจร้ายและเย็นชา แท้จริงแล้วกำลังสวมหน้ากากอยู่หรือ? พระองค์ทรงทำเช่นนั้นเพื่อปกป้องสิ่งใด? และสิ่งที่พระองค์รักนั้นคืออะไร?
ในขณะที่อวี้หลันกำลังจมดิ่งอยู่กับความสับสนและตกตะลึง นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านนอกของห้อง
เสียงนั้น...เป็นเสียงฝีเท้าของฮ่องเต้หลีอี้!
หัวใจของอวี้หลันเต้นรัวราวกับกลองรบ นางรีบปิดสมุดบันทึกและซ่อนมันไว้ใต้เสื้อผ้า จากนั้นก็รีบวิ่งไปซ่อนตัวอยู่หลังตู้ไม้เก่าแก่
ประตูห้องถูกเปิดออก แสงจากโคมไฟส่องสว่างเข้ามาในห้อง ร่างสูงสง่าของฮ่องเต้หลีอี้ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า พระองค์ทรงวางโคมไฟลงบนโต๊ะ และนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน
อวี้หลันมองพระองค์จากที่ซ่อน นางเห็นพระองค์ยกมือขึ้นกุมขมับ ใบหน้าของพระองค์ดูซีดเซียวและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านอ๋อง...ท่านต้องทนอีกไม่นานแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังมาจากด้านนอกประตูห้อง
ท่านอ๋อง? ไม่ใช่ฮ่องเต้หรือ?
อวี้หลันรู้สึกว่าโลกทั้งใบของนางกำลังหมุนคว้าง ความจริงที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าที่คิดกำลังจะถูกเปิดเผยออก
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก