ฮ่องเต้ใจร้าย

ตอนที่ 29 — ความจริงที่บาดลึก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

37 ตอน · 796 คำ

หลังจากที่หลีจินเปิดเผยความจริงทั้งหมด อวี้หลันรู้สึกเหมือนตนเองกำลังลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ ความจริงที่ว่าพระสวามีที่แท้จริงของนางคือองค์ชายฝาแฝดผู้สวมรอย ไม่ใช่ฮ่องเต้หลีอี้ที่นางอภิเษกสมรสด้วยในวันวาน มันเป็นความจริงที่ซับซ้อนและบาดลึกเกินกว่าที่นางจะคาดคิด

หลีจินพาอวี้หลันกลับมายังตำหนักคุนหนิงในยามดึกสงัด พระองค์เดินไปส่งนางถึงหน้าประตูตำหนัก โดยไม่มีการพูดจาใด ๆ ‌อีก อวี้หลันเดินเข้าตำหนักไปอย่างเลื่อนลอย ความรู้สึกสับสนวุ่นวายยังคงเกาะกุมอยู่ในจิตใจ

เหม่ยลี่ที่รอคอยอยู่ด้วยความเป็นห่วง รีบเข้ามาหาอวี้หลันทันที "ฮองเฮาเพคะ! พระองค์หายไปไหนมาเพคะ หม่อมฉันเป็นห่วงแทบแย่"

อวี้หลันมองเหม่ยลี่ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า นางอยากจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เหม่ยลี่ฟัง ​แต่คำพูดของหลีจินที่ว่า "เจ้าต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไปตลอดชีวิต" ก็ยังคงก้องอยู่ในหู

"ไม่มีอะไรหรอกเหม่ยลี่ ข้าแค่ไปเดินเล่นในสวนมา" อวี้หลันโกหกเสียงแผ่วเบา

เหม่ยลี่มองนายหญิงของนางด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ

คืนนั้น อวี้หลันนอนไม่หลับ นางลุกขึ้นนั่งริมหน้าต่าง ‍มองไปยังพระราชวังที่มืดมิดและเงียบสงัด เรื่องราวของหลีจินยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของนาง ความเจ็บปวดที่เขาต้องเผชิญ การเสียสละที่เขาต้องทำ และภาระอันหนักอึ้งที่เขาต้องแบกรับ มันทำให้นางรู้สึกสงสารและเห็นใจเขาอย่างจับใจ

หลีจินไม่ใช่ฮ่องเต้ใจร้ายอย่างที่นางเคยคิด เขาเป็นเพียงชายผู้หนึ่งที่ถูกชะตากรรมเล่นตลก ถูกบังคับให้สวมหน้ากากแห่งความโหดเหี้ยมเพื่อปกป้องราชบัลลังก์ที่เขาไม่ได้ต้องการตั้งแต่แรก

แล้วความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขาเล่า? ‌นางเป็นฮองเฮาของเขา แต่ก็เป็นภรรยาของพี่ชายฝาแฝดของเขาที่จากไปแล้ว มันเป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและผิดแปลกไปจากธรรมดา

ในวันต่อมา อวี้หลันยังคงทำหน้าที่ฮองเฮาตามปกติ แต่ในใจของนางกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นางมองเหล่าขุนนางและสนมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป นางรู้ดีว่าเบื้องหลังความงดงามและยิ่งใหญ่นี้ มีความลับดำมืดและอันตรายซ่อนอยู่มากมาย

นางมองไปยังตำหนักเฉียนชิงของหลีจินด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ‍มีทั้งความเข้าใจ ความสงสาร และความรู้สึกที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างประหลาด

ช่วงบ่ายวันนั้น อวี้หลันได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่จัดโดยพระสนมซูฮุ่ย ซึ่งเป็นสนมที่ทรงอำนาจและมีอิทธิพลมากที่สุดในวังหลังรองจากฮองเฮา นางเป็นสตรีที่งดงามและเฉลียวฉลาด มาจากตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีอำนาจ

อวี้หลันรู้ดีว่าการไปร่วมงานเลี้ยงนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการแสดงออกถึงอำนาจและบารมีของฮองเฮา ​แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่ามันเป็นเวทีที่เต็มไปด้วยคมดาบที่มองไม่เห็น

เมื่ออวี้หลันก้าวเข้าไปในตำหนักของพระสนมซูฮุ่ย นางก็เห็นเหล่าสนมและขุนนางหญิงมากมายนั่งรวมกันอยู่ ทุกคนแต่งกายด้วยชุดที่งดงามและประณีต

พระสนมซูฮุ่ยลุกขึ้นต้อนรับอวี้หลันด้วยรอยยิ้มที่งดงาม แต่แววตาของนางกลับฉายแววบางอย่างที่อวี้หลันจับไม่ได้

"ยินดีต้อนรับเพคะฮองเฮา หม่อมฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พระองค์ทรงเสด็จมา" พระสนมซูฮุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน

อวี้หลันยิ้มตอบ "ขอบใจเจ้ามากพระสนมซูฮุ่ย"

งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างราบรื่น เหล่าสนมต่างพากันพูดคุยหัวเราะ ​อวี้หลันพยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด แต่นางก็รู้สึกได้ถึงสายตาจับจ้องที่มองมายังนางตลอดเวลา

ในขณะที่ทุกคนกำลังดื่มชาและสนทนากันอยู่นั้น พระสนมซูฮุ่ยก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ "ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่าพระองค์ทรงมาจากตำหนักเหมันต์ที่เงียบสงบ ไม่ทราบว่าทรงปรับตัวเข้ากับชีวิตในฐานะฮองเฮาได้บ้างแล้วหรือยังเพคะ"

คำถามของพระสนมซูฮุ่ยทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงเล็กน้อย ทุกคนต่างหันมามองอวี้หลันด้วยความสนใจ

อวี้หลันรู้ดีว่านี่คือคำถามที่แฝงไปด้วยความหมายแฝง ​นางยิ้มตอบอย่างสง่างาม "ข้าก็พยายามปรับตัวอยู่เพคะ ชีวิตในฐานะฮองเฮานั้นแตกต่างจากเดิมมาก แต่ข้าก็เชื่อว่าข้าจะสามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีที่สุด"

พระสนมซูฮุ่ยยิ้มเล็กน้อย "แน่นอนเพคะ ด้วยความงดงามและความเฉลียวฉลาดของพระองค์ ย่อมไม่มีอะไรยากเกินไป แต่หม่อมฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้เพคะ เพราะตำแหน่งฮองเฮานั้นเป็นตำแหน่งที่สำคัญและเต็มไปด้วยภาระอันใหญ่หลวง"

คำพูดของพระสนมซูฮุ่ยเป็นเหมือนคมดาบที่แทงเข้ามาในใจของอวี้หลัน นางรู้ดีว่าพระสนมซูฮุ่ยกำลังพยายามจะสื่อว่านางไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้

"ขอบใจเจ้ามากที่ห่วงใยข้าพระสนมซูฮุ่ย" อวี้หลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย "แต่ข้าเชื่อว่าฮ่องเต้ทรงมีเหตุผลที่ดีในการเลือกข้าขึ้นมาเป็นฮองเฮา และข้าก็จะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวัง"

คำพูดของอวี้หลันทำให้พระสนมซูฮุ่ยชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มของนางแข็งค้างไปชั่วขณะ

เหล่าสนมคนอื่น ๆ ต่างพากันมองอวี้หลันด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่คิดว่าสนมต่ำศักดิ์ที่เคยเงียบเชียบเช่นอวี้หลันจะกล้าตอบโต้พระสนมซูฮุ่ยได้เช่นนี้

งานเลี้ยงน้ำชาดำเนินต่อไปด้วยความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น อวี้หลันรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกทดสอบ และนางก็พยายามที่จะยืนหยัดอย่างเข้มแข็งที่สุด

หลังจากงานเลี้ยงจบลง อวี้หลันก็กลับมายังตำหนักคุนหนิงด้วยความเหนื่อยล้า เหม่ยลี่เข้ามาช่วยถอดเครื่องประดับออก

"ฮองเฮาเพคะ พระสนมซูฮุ่ยดูเหมือนจะไม่พอใจพระองค์นะเพคะ" เหม่ยลี่เอ่ยด้วยความกังวล

อวี้หลันถอนหายใจ "ข้ารู้ แต่นางก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาตัดสินข้า"

ในคืนนั้น อวี้หลันนอนไม่หลับอีกครั้ง นางนึกถึงคำพูดของพระสนมซูฮุ่ย และความรู้สึกไม่พอใจที่นางแสดงออก

ตำแหน่งฮองเฮานั้นเต็มไปด้วยอันตรายอย่างที่หลีจินเคยกล่าวไว้ และพระสนมซูฮุ่ยก็เป็นหนึ่งในอันตรายเหล่านั้น

อวี้หลันรู้ดีว่านางจะต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น และจะต้องแข็งแกร่งกว่าเดิม หากต้องการเอาตัวรอดในวังวนแห่งอำนาจนี้

แต่ท่ามกลางความกังวลนั้น อวี้หลันก็รู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นที่ก่อตัวขึ้นในใจ นางจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกหรือทำร้ายนางได้อีกต่อไป นางจะยืนหยัดในฐานะฮองเฮา และจะปกป้องความลับของหลีจินสุดความสามารถ

นางนึกถึงหลีจิน ชายผู้ที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งเพียงลำพังมานานหลายปี ความจริงที่บาดลึกนี้ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อนางเปลี่ยนไป จากความหวาดกลัวและความโกรธ กลายเป็นความเข้าใจ ความสงสาร และความผูกพันบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ

อวี้หลันรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้านั้นจะเต็มไปด้วยขวากหนามและอันตราย แต่ในตอนนี้ นางไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว นางมีหลีจิน และนางก็จะต้องปกป้องเขา และความลับของเขาให้ดีที่สุด

ไม่ว่าชะตากรรมจะนำพานางไปทางใด อวี้หลันก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้ว ในฐานะฮองเฮาของราชวงศ์นี้ และในฐานะผู้เก็บความลับของ 'ฮ่องเต้ใจร้าย' ผู้เป็นน้องชายฝาแฝดของฮ่องเต้ที่แท้จริง

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ฮ่องเต้ใจร้าย

ฮ่องเต้ใจร้าย

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!