หลังจากเหตุการณ์ในงานเลี้ยงจันทราที่หลี่เหมยสามารถพลิกสถานการณ์จากผู้ถูกกระทำกลับกลายเป็นผู้มีชัยเหนือสนมเอกหรงได้ ชื่อเสียงของนางก็ยิ่งเป็นที่กล่าวขวัญถึงในวังหลวง สนมเอกหรงเองก็เก็บงำความแค้นไว้ในใจ และพยายามหาช่องทางที่จะเล่นงานหลี่เหมยอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยความระมัดระวังของหลี่เหมยและเสี่ยวฮวา แผนการเล็กๆ น้อยๆ ของสนมเอกหรงจึงยังไม่สามารถทำอันตรายนางได้
หลี่เหมยยังคงเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อถวายการปรนนิบัติชงชาในยามบ่ายอย่างสม่ำเสมอ ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับฮ่องเต้เริ่มพัฒนาไปในทิศทางที่แปลกประหลาด ฮ่องเต้ทรงดูเหมือนจะทรงพอพระทัยกับการสนทนาเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวกับราชกิจกับหลี่เหมย นางเองก็พยายามใช้โอกาสนี้ในการเรียนรู้เกี่ยวกับฮ่องเต้ และสถานการณ์ในวังหลวงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
วันหนึ่ง ขณะที่หลี่เหมยกำลังเดินเล่นในสวนหลวงอย่างเงียบๆ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด นางก็สังเกตเห็นนางกำนัลสองคนกำลังซุบซิบกันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่ง นางพยายามเดินเลี่ยงเพื่อไม่ให้ถูกจับสังเกต แต่ก็ได้ยินประโยคหนึ่งที่ทำให้นางต้องหยุดชะงัก
"เจ้าได้ยินข่าวเรื่องตำหนักสนมหลิงหรือไม่" นางกำนัลคนหนึ่งกล่าว
"ตำหนักสนมหลิงมีอะไรหรือ" อีกคนถาม
"ได้ยินว่าช่วงนี้สนมหลิงมีอาการป่วยประหลาด ผิวหนังแห้งกร้าน มีผื่นแดงขึ้นตามตัว และผมร่วงผิดปกติ"
"โอ้ น่าสงสารนางยิ่งนัก นางเพิ่งได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ไปไม่นานแท้ๆ"
"แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มีคนเห็นร่างของ 'หญิงชรา' เดินวนเวียนอยู่รอบตำหนักของนางในยามค่ำคืน และได้ยินเสียงร้องไห้โหยหวนจากตำหนักนั้นด้วย"
หลี่เหมยยืนนิ่ง นางรู้สึกขนลุกซู่กับสิ่งที่ได้ยิน สนมหลิงเป็นสนมคนหนึ่งที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ไม่แพ้สนมเอกหรง และเพิ่งจะได้รับของขวัญล้ำค่าจากพระองค์ไปไม่นาน การที่นางป่วยประหลาดและมีเรื่องลึกลับเกิดขึ้นรอบตำหนัก ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
เมื่อกลับมาถึงตำหนัก หลี่เหมยก็เล่าเรื่องที่ได้ยินให้เสี่ยวฮวาฟัง เสี่ยวฮวาหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ "คุณหนูเพคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องร้ายกาจยิ่งนัก สนมหลิงคงจะถูกคุณไสยแน่นอนเพคะ"
"คุณไสยหรือ" หลี่เหมยทวนคำ นางไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์มนตร์ดำมากนักในโลกของน้ำฟ้า แต่ในโลกนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้
"เพคะคุณหนู ในวังหลวงแห่งนี้ มีผู้ที่เชี่ยวชาญด้านไสยเวทอยู่ไม่น้อย บางครั้งก็ถูกจ้างวานให้ทำของใส่ศัตรูเพื่อกำจัดให้พ้นทาง" เสี่ยวฮวาอธิบาย "อาการป่วยของสนมหลิงนั้น ตรงกับอาการของ 'คำสาปเงาไม้' ที่เล่าขานกันมาในวังหลวงเลยเพคะ"
"คำสาปเงาไม้?"
"เพคะคุณหนู ว่ากันว่าคำสาปนี้จะทำให้ผู้ถูกสาปร่างกายทรุดโทรม ผิวหนังเหี่ยวแห้งราวกับคนชรา และจะเห็นเงาของหญิงชรามาหลอกหลอนจนเสียสติ และสุดท้ายก็จะตายอย่างทรมาน" เสี่ยวฮวาเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "และที่สำคัญคือ คำสาปนี้จะแสดงผลออกมาอย่างรวดเร็ว หากไม่รีบแก้ไข ก็จะสายเกินไปเพคะ"
หลี่เหมยฟังแล้วรู้สึกหนาวสะท้านถึงสันหลัง หากเป็นเช่นนั้นจริง สนมหลิงก็กำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง และนี่อาจเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความโหดเหี้ยมในวังหลวงที่นางจะต้องระมัดระวัง
"เสี่ยวฮวา เจ้าพอจะทราบหรือไม่ว่าใครเป็นผู้ทำคุณไสยนี้" หลี่เหมยถาม
เสี่ยวฮวาส่ายหน้า "หม่อมฉันมิอาจทราบได้เพคะคุณหนู แต่สนมหลิงเองก็มีศัตรูไม่น้อย โดยเฉพาะสนมเอกหรงและสนมเอกลี่ ที่ต่างก็เป็นคู่แข่งในการแย่งชิงความโปรดปรานจากฮ่องเต้"
หลี่เหมยคิดอย่างหนัก เรื่องราวของสนมหลิงทำให้จิตใจของนางเกิดความกังวลอย่างยิ่ง หากปล่อยให้เรื่องเช่นนี้ดำเนินต่อไป คนอื่นๆ ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อได้ และนางเองก็อาจจะถูกเล่นงานด้วยวิธีสกปรกเช่นนี้ก็เป็นได้
ในคืนนั้น หลี่เหมยไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ นางคิดถึงปริศนาเบื้องหลังการตายของน้ำฟ้า และการจุติใหม่ในร่างของหลี่เหมย หากมีใครบางคนในวังหลวงแห่งนี้ สามารถใช้ไสยเวทเพื่อทำร้ายผู้อื่นได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ ก็ย่อมหมายความว่าชีวิตของนางเองก็ตกอยู่ในความเสี่ยงตลอดเวลา
วันรุ่งขึ้น ขณะที่หลี่เหมยกำลังถวายการปรนนิบัติฮ่องเต้ ฮ่องเต้ก็ทรงมีพระพักตร์กังวลอย่างเห็นได้ชัด
"หลี่เหมย เจ้าได้ยินข่าวเกี่ยวกับสนมหลิงหรือไม่" ฮ่องเต้ทรงถามด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
"หม่อมฉันได้ยินมาบ้างเพคะฝ่าบาท ว่าสนมหลิงมีอาการประหลาด" หลี่เหมยตอบอย่างระมัดระวัง
"นางป่วยด้วยอาการที่หมอหลวงมิอาจวินิจฉัยได้ ผิวหนังของนางเริ่มเหี่ยวย่นราวกับคนชรา และนางก็เริ่มมีอาการเพ้อคลั่ง เห็นภาพหลอน" ฮ่องเต้ทรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความหนักใจ "หมอหลวงหลายคนต่างก็จนปัญญาที่จะรักษา"
"ฝ่าบาททรงคิดว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของผู้ใดเพคะ" หลี่เหมยถามอย่างกล้าหาญ
ฮ่องเต้ทรงถอนหายพระทัย "ข้าเองก็มิอาจทราบได้ แต่ในวังหลวงแห่งนี้ มีเรื่องราวลึกลับเกิดขึ้นอยู่เสมอ" พระองค์ทรงเงียบไปชั่วครู่ "เจ้ามีความคิดเห็นอันใดเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่"
หลี่เหมยลังเลเล็กน้อย นางจะบอกฮ่องเต้เรื่องคำสาปเงาไม้ดีหรือไม่ หากบอกไป พระองค์อาจจะไม่เชื่อ และอาจจะมองว่านางเป็นคนเหลวไหล แต่หากไม่บอก ก็อาจจะสายเกินไปที่จะช่วยสนมหลิง
"หม่อมฉันเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับ 'คำสาปเงาไม้' มาบ้างเพคะฝ่าบาท" หลี่เหมยตัดสินใจบอก "ว่ากันว่าคำสาปนี้จะทำให้ผู้ถูกสาปร่างกายทรุดโทรม ผิวหนังเหี่ยวแห้ง และเห็นภาพหลอน"
ฮ่องเต้ทรงเลิกพระขนงขึ้นเล็กน้อย "คำสาปเงาไม้หรือ เจ้าเชื่อเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ"
"หม่อมฉันไม่เคยเห็นด้วยตาตนเองเพคะฝ่าบาท แต่หากอาการของสนมหลิงตรงกับคำเล่าขาน ก็อาจจะเป็นไปได้ว่านางถูกคุณไสย" หลี่เหมยกล่าวอย่างใจเย็น "และหากเป็นเช่นนั้น การรักษาด้วยยาแผนโบราณอาจจะไม่ได้ผล ต้องหาวิธีแก้คุณไสยเพคะ"
ฮ่องเต้ทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "แล้วเจ้าพอจะทราบวิธีแก้คุณไสยนี้ได้หรือไม่"
หลี่เหมยส่ายหน้า "หม่อมฉันมิอาจทราบได้เพคะฝ่าบาท แต่หม่อมฉันเคยได้ยินว่าการแก้คุณไสยบางชนิด จะต้องใช้สมุนไพรบางอย่างที่หาได้ยาก และต้องประกอบพิธีการบางอย่างด้วย"
ฮ่องเต้ทรงพยักหน้าเล็กน้อย "เช่นนั้น ข้าจะให้คนไปสืบหาผู้ที่เชี่ยวชาญด้านไสยเวทมาช่วยสนมหลิง"
หลี่เหมยรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่ฮ่องเต้ทรงเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของนาง อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยสนมหลิงได้
ในคืนนั้นเอง ขณะที่หลี่เหมยกำลังจะเข้านอน เสี่ยวฮวาก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง "คุณหนูเพคะ มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้วเพคะ"
"เกิดอะไรขึ้นเสี่ยวฮวา"
"สนมหลิงเพคะ สนมหลิงสิ้นพระชนม์แล้วเพคะ" เสี่ยวฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
คำพูดของเสี่ยวฮวาทำให้หลี่เหมยถึงกับช็อก นางรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ สนมหลิงตายแล้วหรือ เร็วเกินไป นางยังไม่ทันได้ช่วยนางเลย
"สิ้นพระชนม์ได้อย่างไร" หลี่เหมยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจ
"ได้ยินว่านางกรีดร้องโหยหวนตลอดทั้งคืน และในที่สุดก็สิ้นใจไปเมื่อรุ่งเช้าเพคะ หมอหลวงวินิจฉัยว่าหัวใจล้มเหลว แต่หลายคนเชื่อว่านางตายเพราะคำสาปเพคะ" เสี่ยวฮวาเล่าด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
หลี่เหมยกำมือแน่น นางรู้สึกโกรธแค้นกับความโหดร้ายในวังหลวงแห่งนี้ การตายของสนมหลิงเป็นเครื่องเตือนใจให้นางตระหนักว่าชีวิตของทุกคนในวังแห่งนี้ล้วนแขวนอยู่บนเส้นด้าย หากนางไม่ระมัดระวังตัว ก็อาจจะจบลงเช่นเดียวกับสนมหลิง
การตายของสนมหลิงทำให้วังหลวงตกอยู่ในความหวาดผวา ฮ่องเต้ทรงกริ้วมาก และรับสั่งให้สืบหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ แต่ก็ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ความลึกลับของไสยเวท ทำให้การสืบสวนเป็นไปอย่างยากลำบาก
หลี่เหมยรู้สึกว่านางจะต้องทำอะไรบางอย่าง นางไม่สามารถปล่อยให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นต่อไปได้ นางจะต้องหาตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังการตายของสนมหลิงให้ได้ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม
ในวันรุ่งขึ้น หลี่เหมยตัดสินใจที่จะไปที่ตำหนักของสนมหลิง นางอยากจะเห็นด้วยตาตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น เสี่ยวฮวาพยายามทัดทาน แต่หลี่เหมยก็ไม่ฟัง
"ข้าต้องไปเห็นให้ได้เสี่ยวฮวา ข้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง" หลี่เหมยกล่าวอย่างมุ่งมั่น
เมื่อมาถึงตำหนักของสนมหลิง หลี่เหมยเห็นว่าตำหนักถูกปิดตาย และมีขันทีสองคนเฝ้าอยู่ด้านหน้า หลี่เหมยเดินเข้าไปใกล้
"ข้าอยากจะเข้าไปในตำหนักของสนมหลิง" หลี่เหมยกล่าวกับขันที
"ขออภัยพระสนมเพคะ ตำหนักนี้ถูกปิดตายตามรับสั่งของฮ่องเต้เพคะ ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไป" ขันทีกล่าวอย่างสุภาพ
หลี่เหมยพยายามโน้มน้าว แต่ขันทีก็ไม่ยอม นางจึงจำต้องเดินจากมาด้วยความผิดหวัง
ขณะที่กำลังเดินกลับตำหนัก หลี่เหมยก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ นางเห็นเงาตะคุ่มๆ ของหญิงชราคนหนึ่งกำลังแอบมองมาที่นางจากหลังต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งในสวนหลวง เงาตะคุ่มนั้นดูเหมือนจะสวมชุดสีดำและมีผมยาวสีขาวโพลน
หลี่เหมยรู้สึกหนาวสะท้านถึงสันหลัง นางหยุดเดินทันที และจ้องมองไปยังเงาตะคุ่มนั้น แต่เมื่อนางจ้องมองไป เงาตะคุ่มนั้นก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
"คุณหนูเพคะ มีอันใดหรือ" เสี่ยวฮวาถามด้วยความตกใจ
"ข้าเห็น...ข้าเห็นเงาของหญิงชราคนหนึ่ง" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
เสี่ยวฮวาหน้าซีดเผือด "อย่าทรงตรัสเช่นนั้นเลยเพคะคุณหนู คงเป็นเพียงความเหนื่อยล้าของพระสนมเพคะ"
แต่หลี่เหมยรู้ดีว่านางไม่ได้ตาฝาด นางเห็นเงาตะคุ่มนั้นจริงๆ และมันทำให้ความสงสัยของนางเกี่ยวกับคำสาปเงาไม้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ในคืนนั้น หลี่เหมยไม่สามารถข่มตาหลับลงได้อีกครั้ง ภาพของเงาหญิงชราที่นางเห็นในสวนหลวงยังคงหลอกหลอนอยู่ในความคิด นางเริ่มคิดว่าการตายของสนมหลิงอาจจะไม่ได้เกิดจากคำสาปเงาไม้อย่างที่เล่าขานกันมา แต่อาจจะเป็นฝีมือของคนบางคน ที่ใช้เรื่องราวของคำสาปมาปกปิดความผิดของตนเอง
และเงาของหญิงชราที่นางเห็นในสวนหลวง อาจจะเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของสนมหลิงก็เป็นได้
หลี่เหมยตัดสินใจว่านางจะต้องสืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้ ไม่ว่ามันจะอันตรายเพียงใดก็ตาม นางจะต้องปกป้องตัวเองและคนอื่นๆ จากภัยคุกคามที่ซ่อนเร้นอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ และบางที การไขปริศนาการตายของสนมหลิง อาจจะนำพานางไปสู่เบาะแสที่เชื่อมโยงกับการจุติใหม่ของนางเองก็เป็นได้
นางลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปเห็นแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังสวนหลวงอันเงียบสงบ แต่ในความสงบนั้น นางรู้สึกได้ถึงเงาแห่งความมืดมิดที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ และนางก็รู้ดีว่านางจะต้องเผชิญหน้ากับมันไม่ช้าก็เร็ว

แค้นรักวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก